Masukท่ามกลางสายพระเนตรของอุปราชปีศาจ ทรงยืนทอดพระเนตรอยู่ภายในอุทยานส่วนพระองค์ หากแต่ไม่สามารถทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยได้อีกต่อไป ญาณหยั่งรู้ต่างๆของพระองค์ไม่สามารถใช้ได้กับองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยได้อีกต่อไปแล้ว ทันทีที่ได้ดื่มพระโลหิตอมตะของพระองค์เข้าไป
“หวังว่าเจ้าจะช่วยพี่สาวและหลานชายของเจ้าได้ทันเวลานะเพ่ยเอ๋อร์ ข้าช่วยได้ในสิ่งที่ไม่ฝืนโชคชะตามากเกินไปกว่านี้ หากแต่ข้ากลับฝืนกฎสวรรค์เพราะไม่อยากเห็นความตายเกิดขึ้นกับเจ้าที่เป็นเพียงผู้เดียวในรอบสามร้อยกว่าปีได้อยู่ใกล้ชิดกับข้า ภายภาคหน้าจะเหตุการณ์เช่นไรขึ้นก็ให้เป็นไปตามลิขิตของเบื้องบนเถิด”อุปราชหนุ่มรับสั่งพึมพำ ทันใดนั้นเอง ญาณหยั่งรู้ของพระองค์สัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่ อยู่บริเวณด้านนอกของสระหยกมณีซึ่งบังเอิญเดินผ่านมาพบองค์หญิงน้อยในขณะที่กำลังก้าวออกจากประตูพระตำหนักลืมเลือน สายตาของทุกคู่กำลังเฝ้าจับจ้ององค์หญิงน้อยเดินลัดเลาะข้ามสะพานของสระหยกมณีมุ่กำลังงหน้าไปยังทิศทางพระตำหนักลู่เหวินของเย่วฮองเฮา “เด็กอ้วนผู้นั้นคือน้องสาวของเย่วฮองเฮาใช่หรือไม่”เสียงของสตรีที่เต็มไปด้วยอำนาจเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมาซึ่งนางก็คือจีฟูเหรินนั่นเอง จีฟูเหรินกำลังจะที่ตำหนักลู่เหวินเช่นกัน ซึ่งตำหนักเถียนอันของพระนางตั้งอยู่ทางทิศหรดี หากจะต้องไปตำหนักลู่เหวินโดยไม่เสียเวลาเดินทางมาก จะใช้เส้นทางของสระหยกมณีเพื่อข้ามสะพานดังกล่าวไปยังตำหนักของฮองเฮา โดยพระตำหนักลู่เหวินและพระตำหนักจินหลงของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น จะตั้งอยู่ทางทิศบูรพาและอยู่ไม่ห่างกันมากนักเพื่อความสะดวกเวลาที่องค์ฮ่องเต้จะเสด็จไปประทับที่พระตำหนักของฮองเฮา และการไปที่พระตำหนักลู่เหวินของจีฟูเหรินในครั้งนี้ก็เพื่อลงมือจัดการเย่วฮองเฮาให้ออกไปพ้นทางการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ของแผ่นดินของจีฟูเหรินนั่นเอง ยาพิษร้ายแรงเพื่อใช้ลอบสังหารถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี ที่เหลือก็เพียงแค่ไปที่ตำหนักลู่เหวินเพื่อเข้าเยี่ยมอาการประชวร หลังจากนั้นเพียงไม่นานลมหายใจของฮองเฮาองค์ปัจจุบันก็จะต้องถูกพรากออกจากร่างทันที “พวกเจ้าได้ยินที่ข้าถามหรือไม่ เจ้าเด็กอ้วนที่กำลังเดินไปทางตำหนักลู่เหวินใช่น้องสาวของเย่วฮองเฮาหรือเปล่า”จีฟูเหรินถามเสียงห้วนด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองที่นางกำนัลคนสนิทให้คำตอบล่าช้า “องค์หญิงน้อยที่เจ้าเนื้อตัวอ้วนกลมมีเพียงองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ย พระขนิษฐาของเย่วฮองเฮาเท่านั้นแหละเพคะ องค์หญิงพระองค์อื่นๆ ต่างเจริญชันษาเข้าสู่วัยสาวกันหมดแล้ว จึงทำให้สังเกตได้อย่างง่ายดาย”นางกำนัลคนสนิทกราบทูลกลับไป “อย่างนั้นเหรอ!!!”จีฟูเหรินลากเสียงต่ำอยู่ในลำคอ หึหึหึหึ!!!! เสียงหัวเราะดั่งนางมารร้ายดังตามติดมาพร้อมมีรับสั่ง “น่าเสียดายเสียจริงที่นางดันกำลังมุ่งหน้าไปทางตำหนักลู่เหวินเสียด้วย ได้ยินมาว่านางคอยเฝ้าเย่วฮองเฮาอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ แล้วเหตุใดจึงเดินออกมาจากตำหนักลืมเลือนแห่งนั้นได้ เจ้าเด็กอ้วนไม่เกรงกลัวอุปราชปีศาจที่สิงสถิตอยู่ในตำหนักปีศาจอย่างนั้นเหรอ” รับสั่งพร้อมหันพระพักตร์กลับไปฝั่งตรงกันข้ามทอดพระเนตรพระตำหนักลืมเลือนที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ไม่ได้ทรุดโทรมและรกร้างเป็นที่น่าหวาดหวั่นแต่อย่างใด “แต่จะว่าไปแล้วตำหนักปีศาจแห่งนี้ มีอาณาบริเวณกว้างขวางเป็นยิ่งนัก เป็นพระตำหนักส่วนพระองค์ของอุปราชปีศาจสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้เป็นที่ประทับ ข้าได้ยินมาว่ามีพื้นที่มากเสียยิ่งกว่าพระราชวังถังเฉี่ยนเสียอีก ราวกับว่ามีพระราชวังสองแห่งอยู่ภายในอาณาบริเวณเดียวกัน ฝีมือในการปลูกสร้างถูกใจข้าเป็นอย่างมาก แต่ดันมาติดตรงที่เป็นสถานที่หวงห้ามนี่สิ ไม่รู้จะห่วงเอาไว้ทำอะไร” ประโยคสุดท้ายเปลี่ยนจากการชื่นชมกลายเป็นเริ่มต้นด่าทอขึ้นมาทันใด พร้อมเสียงของนางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้น “หม่อมฉันเคยได้ยินคนเก่าคนแก่ที่ได้ยินเรื่องราวสืบทอดต่อๆ กันมา เล่าว่าพระตำหนักลืมเลือน มีข้าราชบริพารนับพันชีวิตและมีกองทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ของอุปราชปีศาจ คอยดูแลรักษาการณ์และถวายอารักขาหลายหมื่นนายเลยทีเดียวเพคะ ไม่รู้ว่าอยู่กันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้รับพระราชทรัพย์จากท้องพระคลังหลวงที่ฮ่องเต้ทุกๆ พระองค์จะต้องพระราชทานให้ แต่กลับกลายเป็นว่าตำหนักลืมเลือนมีพระราชทรัพย์นำมาใช้จ่ายอย่างสุขสบายรวมไปถึงซ่อมแซมปรับปรุงตำหนักได้ตลอดเวลาด้วยเพคะ” คำกราบทูลของนางกำนัลคนสนิททำให้จีฟูเหรินก้าวเดินนำหน้าออกมาด้วยความสนใจครั้นได้ยินเช่นนั้น “ข้าก็เคยได้ยินเรื่องเล่าเช่นนี้มาเหมือนกัน ว่าอุปราชปีศาจในตำนานมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มากมายมหาศาลเป็นยิ่งนัก ชนิดที่ว่าแม้แต่ท้องพระคลังหลวงของเป่ยถังก็ไม่อาจทัดเทียม อุปราชผู้นั้นซุกซ่อนทรัพย์สมบัติมหาศาลเอาไว้ภายในพระตำหนักแห่งนี้ตามเสียงเล่าลืออาจจะเป็นความจริงก็ได้ ตั้งสามร้อยกว่าปีแล้วอุปราชผู้นั้นป่านนี้กลับไปเกิดใหม่นานแล้วกระมัง”รับสั่งพลางเค้นเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ ดวงตาลุกโชนวาววับเมื่อความคิดอันแสนชั่วร้ายบังเกิดขึ้น “วันใดที่ข้าได้ก้าวขึ้นเป็นแม่ของแผ่นดินแห่งเป่ยถังคราใด วันนั้นข้าจะสั่งยึดตำหนักลืมเลือนมาเป็นของข้า! แล้วให้ย้ายตำหนักที่ประทับสำหรับฮองเฮามาที่ตำหนักลืมเลือนแห่งนี้แทน เช่นนี้แล้วจึงจะสมฐานะคู่ควรของการก้าวขึ้นมาเป็นจีฮองเฮาของข้า!”รับสั่งอย่างหมายมั่นพระทัยสิบปีผ่านไปตำหนักลืมเลือน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรีของค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวง แผ่นฟ้าเบื้องบนเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายกำลังส่องแสงแวววาวแข่งขันกันจนงดงามอย่างไร้ที่ติ เสียงเด็กทารกที่เพิ่งจะมีอายุครบเดือนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพระมารดา ในเวลานี้ไป๋ฮองเฮาได้มอบพระโอรสให้แก่เฟิงหลงฮ่องเต้ติดต่อกันถึงแปดพระองค์ และเพิ่งประสูติพระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวเป็นลำดับที่เก้า นำความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พระบิดาอย่างยิ่งยวดด้วยองค์หญิงน้อยนั้นช่างงดงามและน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร ในขณะที่ไป๋ฮองเฮาได้ร้องขอพระสวามีว่าขอหยุดการตั้งครรภ์เอาไว้เพียงเท่านี้ ด้วยตลอดสิบปีที่ผ่านมาพระนางไม่ได้พักเลย ตั้งครรภ์ติดต่อกันให้แก่พระสวามีมาโดยตลอดและดูเหมือนว่าการร้องขอของพระนางนั้นไร้ผล เพราะภายในราชสำนักต้าเฟิงมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั้นที่ต้องถวายงานให้แก่พระสวามีอยู่ทุกค่ำคืน ไม่ว่าจะอาณาจักรใดหรือแคว้นใดต้องการส่งองค์หญิงต่างแคว้นมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แต่เฟิงหลงฮ่องเต้ไม่ทรงรับ โดยให้เหตุผลว่าเบื่อหน่ายวังหลังที่จะต้องมาแย่งชิงพระองค์ ขอมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั
บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”ทหารรักษาการณ์กล่าวเตือน “เจ้าพวกทห
แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั
ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ
เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ
“คะ...คุณชายท่านนั้นเองหรือนี่”เจ้าของร้านปักผ้าพูดตะกุกตะกักหน้าเสียขึ้นมาทันพร้อมเสียงของฉิงซูดังแทรกขึ้น “นี่เจ้ารับงานมาถึงสองร้อยตำลึงแต่ให้ค่าจ้างพวกข้าเพียงน้อยนิดมิหนำซ้ำยังคดโกงไม่ทำตามคำพูดแม้แต่น้อย เกิดเป็นคนด้วยกันเหตุใดต้องเอารัดเอาเปรียบกันถึงเพียงนี้ด้วย”เสียงของฉิงซูก่นด่าออกมาด้วยความโกรธเคืองเป็นที่สุด นางเป็นเดือดเป็นแค้นอย่างยิ่งยวดเพราะงานปักที่สู้อุตส่าห์รับมาทำนั้น ท่านหญิงผู้น่าสงสารของนางตั้งอกตั้งใจทำออกมาอย่างดีที่สุดแต่ก็ต้องมาพานพบกับคนเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ ยิ่งย้อนคิดเห็นใบหน้าแสนสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความดีใจครั้นได้ยินว่าได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นแปดสิบตำลึง ยิ่งทำให้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงเงินค่าแรงดังกล่าวกลับคืนมาให้ได้ตามที่ได้ตกลลงกันเอาไว้แต่แรก "เอาเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้แปดสิบตำลึงจ่ายมาให้ครบเลยนะ ยังขาดอีกยี่สิบตำลึงถ้าพวกข้ายังไม่ได้”ฉิงซู่ทวงเงินส่วนที่เหลือกลับไปทันใด “เหตุใดท่านป้าจึงเรียกร้องเงินจำนวนเพียงแค่นั้น ในเมื่อความเป็นจริงแล้วค่าจ้างที่ข้าจ่ายไปให้กับนางคือสองร้อยตำลึง”เฟิงหลงฮ่องเต้รับสั่งถามกลับไปอย่างสงสัย “พวกข้าต
พระตำหนักลืมเลือนภายในห้องบรรทม พระวรกายสูงทะมึนของอุปราชปีศาจอุ้มร่างพระชายาคนงามมาถึงห้องบรรทมส่วนพระองค์ พร้อมวางลงบนฟูกนอนหนานุ่มให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พลางเอื้อมพระหัตถ์เข้าลูบไล้ใบหน้าแสนสวยไปมาเบาๆ ด้วยความร
“อะไรกันนี่! ทหารของข้าร่างสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดเลยอย่างนั้นเหรอ! เป็นไปได้อย่างไรกัน”รัชทายาทโฉดรับสั่งพึมพำด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ “พระองค์รีบถอยก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ! ดูท่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าประตูหาใช่คนเป็นแน่ จะต้องเป็นปีศาจร้ายตามที่เล่าลือกันมานานอ
บริเวณสระหยกมณี เปลวเพลิงจากคบไฟมากมายถูกจุดขึ้นจนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยแสงไฟจากเปลวเพลิงจนสามารถเห็นตำหนักลืมเลือนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงตีกลองรัวและเร็วเพื่อส่งสัญญาณระดมพลและประกาศทำสงครามไปในคราเดียวกัน ดังกึกก้องออกมาอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันรัชทายาทจากต้าซ
พระตำหนักจินหลง ในเวลานี้บรรดาพระโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติจากเย่วฮองเฮากำลังทยอยออกไปจากห้องพระบรรทมของพระราชบิดา โดยมีพระพี่เลี้ยงนำเสด็จกลับไปยังตำหนักตามเดิม ด้วยถึงเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำและจะต้องเข้าบรรทม ท่ามกลางสายพระเนตรของฮ่องเต้เฟิ







