Masukทางฝั่งของเสี่ยภาคินทร์ เมื่อเขาไล่แม่กวางน้อยไปแล้ว แต่เขายังมีอารมณ์ที่อยากจะปลดปล่อย เสี่ยหนุ่มจึงเรียกคู่ขาประจำซึ่งเป็นหนึ่งเด็กในสต๊อกเขาให้ขึ้นมาหา เขาร่วมรักกับเธอจนเสร็จสุขสม แต่ยังไม่สามารถดับอารมณ์ที่กระหายอยากในตัวแม่กวางน้อยได้ เสี่ยหนุ่มไม่อาจลืมกลิ่นหอมรสหวานที่ออกมาจากตัวปาริฉัตรได้ เสี่ยหนุ่มจึงโทรหาหมอกมือขวาเขา
"รู้ใช่ไหมว่าผู้หญิงที่เข้ามาเมื่อเช้าทำงานที่ไหน" เสี่ยภาคินทร์กรอกเสียงลงไปที่โทรศัพท์เครื่องหรู 'รู้ครับเสี่ย' หมอกมือขวาเขาตอบกลับมา เขารู้จากชุดฟอร์มที่ปาริฉัตรใส่มาในวันนี้ "พากูไปที" พูดจบเสี่ยหนุ่มก็กดวางสายแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่อลงไปด้านล่างทันที ต่อให้เมื่อแม่กวางน้อยไม่ยอมรับข้อตกลง เขาก็จะบังคับเธอให้เป็นของเขาให้ได้ เขาไม่อาจลืมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอได้เลย เสี่ยหนุ่มแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจขณะที่เดินไปขึ้นรถที่หมอกเตรียมรอเขาไว้แล้ว เมื่อรถหรูเสี่ยภาคินทร์มาถึงยังร้านที่ปาริฉัตรทำงาน ปรากฏว่าไฟด้านหน้าร้านปิดหมดแล้ว เว้นไว้แค่ดวงเดียวที่อยู่หลังร้านที่ยังคงเปิดอยู่ เสี่ยหนุ่มมองจากด้านนอกก็เห็นเงาคนสองคนเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น เสี่ยหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเกิดความรู้สึกตงิดหัวใจทันที กลัวว่าเงานั้นอาจจะเป็นหญิงสาวที่เขาตั้งใจมาหา หมอกเป็นผู้ดันประตูหน้าร้านที่ไม่ได้ล็อคเปิดให้เสี่ยภาคินทร์ เสี่ยหนุ่มรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปด้านในทันที และเมื่อเข้าไปเขาก็ได้ยินเสียงแม่กวางน้อยของเขาร้องขอความช่วยเหลือ ขายาวไวกว่าความคิด เสี่ยหนุ่มรีบเดินไปยังต้นเสียง เมื่อไปถึงเขาเห็นภาพชายร่างท้วมคนหนึ่งกอดรัดปาริฉัตรแน่น ขณะที่หญิงสาวพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้ออกจากอ้อมแขนอ้วนนั่น เสี่ยภาคินทร์กัดฟันกรอดด้วยความโมโหสุดขีด เสี่ยหนุ่มตรงเข้ากระชากแขนหญิงสาวให้หลุดออกมาจากชายท้วมคนนั้นอย่างแรงแล้วยกเท้ายันเข้ากลางตัวผู้จัดการหื่นเต็มแรง พลั่ก! "กรี๊ด!" ปาริฉัตรกรีดร้องออกมาเสียงด้วยความตกใจ เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเธอแล้วก็พบใบหน้าหล่อของเสี่ยหนุ่มที่ตอนนี้บูดบึ้งกำลังจ้องมองไปยังผู้จัดการอย่างเอาเรื่อง "เฮ้ย! อะไรวะ? มึงเป็นใคร?" ผู้จัดการหื่นเอ่ยถามอย่างหัวเสียที่มีคนบังอาจมาขัดขวางความสุข ร่างอ้วนพยายามดันตัวลุกขึ้นแล้วมองมาที่เสี่ยหนุ่มตาขวาง แต่ก็ต้องโดนเท้าของหมอกยันให้ล้มลงไปอีกรอบ ผลัวะ! "โอ๊ย!" ผู้จัดการหื่นล้มลงไปกองกับพื้นอีกแข็งรอบ เขากุมหน้าท้องตัวเองอย่างจุกเสียด "เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ เชิญเสี่ยออกไปรอที่รถก่อน" หมอกหันมาบอกกับเสี่ยอย่างรู้ใจว่าเสี่ยคงไม่ลงโทษชายที่บังอาจมาแตะต้องหญิงสาวคนสวยเพียงแค่นี้ เสี่ยคงอยากให้มันเจ็บและจำไปอีกนาน "อือ กูฝากด้วย" เสี่ยหนุ่มพูดจบก็ดึงมือแม่กวางน้อยที่เอาแต่ร้องไห้ตัวสั่นงันงกด้วยความตกใจให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก ขณะที่ปาริฉัตรกำลังเดินออกไปจากร้านนั้น เธอได้ยินเสียงวัตถุกระทบอะไรบางอย่าง มันทั้งแรง ทั้งหนักแน่น แล้วเสียงร้องโหยหวนของผู้จัดการหื่นก็ดังตามมาอีกระรอก เธอไม่อาจทนฟังเสียงน่ากลัวได้อีกต่อไป เท้าเล็กรีบก้าวตามเสี่ยหนุ่มออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว .............หมอหนุ่มใช้เวลาไม่นานในการจัดการชำระคราบเหงื่อไคลและน้ำคาวทั้งของตัวเองและหญิงสาว จะให้เสียเวลาอาบน้ำนานได้อย่างไรก็ในเมื่อลำท่อนของเขาพร้อมที่จะออกรบอีกรอบ หลังจากที่ซับหยดน้ำออกจากตัวแล้วเขาก็รีบอุ้มคนตัวนิ่มมายังเตียงกว้างทันที “จะทำอีกจริง ๆ เหรอคะ รอบเดียวก็พอแล้วมั้ง” แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ขยับถอยหลังไปกลางเตียง มือน้อยดึงชายผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของตัวเองเพราะรู้สึกหนาวเย็นจากไอเครื่องปรับอากาศ “บอกแล้วว่าคืนนี้พี่ต้องเอาให้คุ้ม ถ่างขาหน่อยสิครับ” หมอชวิณเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟังน่าคล้อยตาม ร่างใหญ่คลานเข้ามาแทรกยังหว่างขาเรียวใช้มือใหญ่จับเข่าเล็กแบะออกจนสุด ขยับสะโพกเข้าไปให้ปลายบานหัวเห็ดเข้าไปใกล้กับร่องแดงช้ำ “อีกรอบเดียวได้ไหมคะ หนูเหนื่อย..” แก้มใสต่อรอง ดวงตาสั่นไหวระริกในตอนที่ก้มมองปลายบานสีแดงถูอยู่กับปากทางรัก “แต่พี่ไม่เหนื่อย” พูดจบก็กระแทกสะโพกอัดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว “อ๊า!” “อ๊ะ พะ..พอแล้ว หนูไม่ไหว..แล้ว” แก้มใสที่อยู่ในท่าคว่ำหน้าอยู่กับหมอนใบใหญ่พูดขึ้นโดยที่สะโพกของเธอถูกยกสูงโดยฝีมือของคนด้านหลัง เธอโดนคนตัวโตจับพลิกคว่ำพลิกหงายมามากกว่าสามชั่วโมงแ
"ตรงนี้มันแฉะหมดแล้วนะ" หมอชวิณพูดขึ้นในตอนที่มือหนาลูบไปมาอยู่เป้ากางเกงสีขาวของภรรยาสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงติดอยู่กับยอดไตแข็ง ลมหายใจอุ่นยามเขาเอื้อนเอ่ยมากระทบที่เนื้อเปียกชื้นทำเอาเธอถึงกับขนลุกซู่ หมอหนุ่มหงายฝ่ามือแล้วสอดเข้าไปในขอบกางเกงในตัวจิ๋วของภรรยา สะกิดติ่งเนื้อกลางกลีบอูมเพียงนิดร่างบางก็สั่นสะท้านผวาเข้ากอดศีรษะเขาแน่น จนใบหน้าของเขาจมเข้าไปในอกอวบนุ่มนิ่ม "อื้อ!" แก้มใสกัดเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตส่งสองนิ้วเข้ามาในร่องเนื้อ มือน้อยออกแรงขยุ้มผมสั้นของหมอหนุ่มเมื่อเขาเริ่มชักนิ้วเข้าออกโพรงนิ่ม ขยับเรียวขาออกจากกันเพื่อให้นิ้วของเขาได้เข้ามาสร้างความเสียงซาบซ่าให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น หมอชวิณขืนตัวยืดตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายจากแรงกดของหญิงสาว ริมฝีปากบางฉกวูบเข้าที่ปากน้อยที่กำลังเผยอคราง แทรกลิ้นหนาเข้าไปกวาดเอาความหอมหวานจากโพรงปากน้อย ตวัดลิ้นหยอกล้อกับลิ้นน้อยขณะที่ด้านล่างก็ออกแรงกระตุกข้อมือบดปลายนิ้วเข้าที่ปุ่มกระสันด้านในโพรงร้อนจนร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัว เสียงฝ่ามือยามเขากระแทกเข้าใส่ร่องแดงเปียกแฉะดังออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน "อื้อ!" แก้มใสกรีดร้องใ
ติ๊ง! "ขอบคุณนะคะ" แก้มใสที่ได้ยินเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเอ่ยขอบคุณ ละสายตาจากลูกน้อยในอกหันไปยิ้มหวานปานน้ำผึ้งผสมยาพิษให้แก่ผู้จ่ายเงินค่าเจ็บคลอดลูก รอยยิ้มนั้นทำให้หมอหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ จากนั้นแก้มใสก็หันกลับไปค่อย ๆ ดึงเต้านมออกจากปากลูกน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กชายนั้นได้หลับไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างอย่างระวังเพราะกลัวว่าการขยับเขยื้อนจะรบกวนการหลับนอนของลูกชาย "มา พี่อุ้มลูกไปนอนเปลเอง" หมอชวิณพูดขึ้นพลางคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วช้อนตัวลูกชายขึ้นอย่างทะนุถนอม ร่างสูงถอยหลังกลับลงจากเตียงไปแล้ววางลูกชายลงในเปลเด็กที่อยู่ข้างเตียงใหญ่ "ทำไมไม่ให้ลูกนอนบนนี้ล่ะคะ?" แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ชะเง้อมองดูลูกน้อยว่าพ่อของเขาได้ห่มผ้าให้เรียบร้อยดีหรือเปล่า "เห็นทีว่า คืนนี้คงให้ลูกนอนบนเตียงกับเราไม่ได้" หมอหนุ่มเอ่ยขณะที่เดินอ้อมเตียงไปฝั่งที่เมียรักนอนอยู่ ร่างใหญ่คลานขึ้นไปคร่อมร่างเล็กกักตัวเธอเอาไว้ใต้ร่าง "ทะ..ทำไมคะ?" แก้มใสถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อได้จ้องมองกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของสามี การที่ทั้งคู่อยู่ในท่านี้ทำให้เธอนึกไปถึงตอนร่วมรั
ห้าสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่ลูกอ่อนกำลังนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงใหญ่ ในอ้อมอกของเธอนั้นมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำกำลังดูดดุนสูบน้ำนมจากอกเต่งตึงของแม่อย่างเอร็ดอร่อย หนูน้อยชานนท์ตอนนี้อายุได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง พอได้กินนมอิ่มท้องก็จะหลับปุ๋ยทันทีแก้มใสจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพียงแต่ว่าในตอนกลางคืนเธอต้องตื่นมาให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงจึงมีอาการง่วงหนาวหาวนอนในตอนกลางวัน โชคดีที่มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านอยู่แล้วเธอจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แค่คอยดูแลลูกและได้งีบหลับพร้อมกับลูกในตอนที่นอนให้นมลูก หน้าตาของเธอจึงอิ่มเอิบไม่ทรุดโทรมเหมือนแม่ลูกอ่อนที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านเองสารพัด แกรก.. "กลับมาแล้วเหรอคะ?" แก้มใสเอ่ยทักผู้ที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้สามีรูปหล่อเพียงนิดจากนั้นก็ก้มลงมองลูกน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดื่มนมอิ่ม มือน้อยของเธอมีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดไว้ที่จุกไตยอดอกใหญ่ข้างที่ทารกไม่ได้ดูดกินเพื่อคอยซับน้ำนมที่ไหลในตอนที่เต้านมคัดจากการที่โดนลูกน้อยดูดกระตุ้นอีกข้าง "เลี้ยงลูกเหนื่อยไหมวันนี้?" หมอชวิณถามผู้เป็นภรรยาอย่างห่วงใย แทนที่หญิ
เวลาผ่านไปประมาณสี่ชั่วโมง นายแพทย์ชรัญและคุณพิมลภาได้พากายกลับบ้านไปแล้ว เพราะเห็นว่าแก้มใสยังไม่คลอด ถ้าอยู่ต่อก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะคลอดเมื่อไหร่ พวกท่านจึงจำเป็นต้องกลับไปพักผ่อน ไม่เช่นนั้นการพักผ่อนน้อยอาจจะทำให้ไม่สบายได้ แก้มใสถูกพาเข้าห้องคลอดเพราะหมอน้ำตรวจดูแล้วว่าได้เวลาที่เด็กน้อยจะออกมาสู่ภายนอกแล้ว โดยที่หมอชวิณได้ตามติดไปให้กำลังใจภรรยาสาวในห้องคลอดด้วย "ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ตรงนี้" หมอชวิณบอกแก่คนที่นอนหน้าซีดเหงื่อเต็มหน้าบนขาหยั่งเพื่อที่จะทำการคลอดโดยมีผ้ากั้นระหว่างครึ่งบนและครึ่งล่างของตัวเธอไว้ หมอหนุ่มเลื่อนมือหนาไปลูบเหงื่อที่ไรผมด้วยอาการสั่นเทาจนคุมไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าคนที่กลัวนั้นเป็นเขาหรือเธอกันแน่ เพราะตอนนี้แก้มใสไม่มีความกลัวอยู่แม้แต่นิดเพราะความเจ็บปวดทรมานอยากจะคลอดลูกนั้นมีมากกว่าความกลัวการคลอดหลายเท่าตัวนัก "ถ้ามีลมเบ่งก็เบ่งเลยนะคะ หมอคอยช่วยอยู่แล้วค่ะ" เสียงหมอน้ำเอ่ยคำแนะขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่งของผ้า อุแว้! อุแว้! ไม่นานก็มีเสียงทารกแผดเสียงร้องลั่นห้องคลอด เสียงนั้นมาพร้อมกับการหายจากอาการเจ็บปวดของผู้เป็นแม่และความโล่งใจของผู้เป็นพ่อ "น้อง
ณ โรงพยาบาลC เนื่องว่าวันนี้เป็นวันหยุด การสัญจรบนถนนจึงไม่แออัด อิฐใช้เวลาไม่นานก็พาคนทั้งห้ามาถึงยังหน้าโรงพยาบาล เมื่อรถตู้ยี่ห้อหรูจอดสนิทแล้ว บุรุษพยาบาลก็ดันรถเข็นมารอรับถึงประตูรถ "สวัสดีค่ะท่าน" หมอน้ำยกมือขึ้นพนมไหว้เมื่อเหลือบไปเห็นนายแพทย์ชรัญที่กำลังจะลงมาจากที่นั่งโดยสารตอนหลังในขณะที่บุรุษพยาบาลนั้นกำลังช่วยหมอชวิณในการให้แก้มใสนั่งบนรถเข็น และได้ทำความเคารพแก่คุณพิมลภาด้วยอีกคน "อือ..ไปดูลูกสะใภ้ผมก่อน เจ็บท้องมาตลอดทางเลย" นายแพทย์ใหญ่สั่งการด้วยตัวเองด้วยน้ำเสียงเร่งรีบทำให้หมอน้ำต้องรีบหันไปสั่งให้บุรุษพยาบาลเข็นรถพาคนท้องแก่เข้าไปด้านใน โดยที่มีหมอน้ำและหมอชวิณเดินตามไปติด ๆ หน้าห้องคลอด "เดี๋ยว ๆ นายจะไปไหน?" หมอน้ำจับที่ท่อนแขนของหมอชวิณเมื่อเห็นว่าหมอหนุ่มจะตามบุรุษพยาบาลที่เข็นรถพาแก้มใสเข้าไปด้านในห้องคลอด "จะเข้าไปดูเมียฉันน่ะสิ" หมอชวิณตอบหมอน้ำพลางมองตามหลังภรรยาไป "จะบ้าหรือไง จะเข้าไปชุดนี้ได้ยังไง ไปเปลี่ยนชุดก่อนสิ" หมอน้ำเตือนสติเพื่อน นี่เพื่อนเธอตื่นเต้นจนลืมไปแล้วเหรอไงว่าห้องคลอดที่ต้องการความสะอาด จะใส่ชุดที่มีแต่ฝุ่นละอองสกปรกเข้าไปได้อย่
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้จัดการหื่นคนนั้นโทรมาหาปาริฉัตรแต่เช้าเพื่อบอกว่าต้องการไล่เธอออก วันนี้หญิงสาวจึงได้อยู่บ้านกับตายายทั้งวัน และเธอก็เห็นว่าทั้งคู่นั้นต่างพากันทำหน้าเครียดกันและรับประทานข้าวได้น้อยกันมาก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะล้มป่วยกันแน่ ๆ ปาริฉัตรรู้สึกโมโหพี่ชายเธอมากที่เป็นคนอกตัญญูทำกับตา
ไม่นานหมอกก็ขึ้นมาที่ห้องทำงานใหญ่ตามคำสั่งของเสี่ยภาคินทร์ ในมือเขานั้นมีไอแพดที่เอาไว้สั่งงานติดมาด้วย "มีตำแหน่งงานไหนว่างบ้าง?" เสี่ยหนุ่มถามลูกน้องคนสนิททันทีที่เห็นหน้า หมอกรีบกดปลดล็อคไอแพดในมือเพื่อดูตำแหน่งงานที่เสี่ยหนุ่มถามถึง แต่ยังไม่ทันที่หมอกจะตอบอะไร เสี่ยภาคินทร์ก็หันไปหาปาริฉ
"เป็นอะไรไหม?" เสี่ยภาคินทร์เอ่ยถามปาริฉัตรทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ "มะ..ไม่ค่ะ ขอบคุณเสี่ยนะคะที่มาช่วยหนู" ปาริฉัตรยกมือที่กำลังสั่นระริกพนมมือไหว้ขอบคุณเสี่ยหนุ่ม ถึงจะออกมาพ้นจากสถานการณ์น่ากลัวนั้นแล้วแต่ใจดวงน้อยของเธอก็ยังไม่หายเต้นรัว พานทำให้เนื้อตัวสั่นเทิ้มตามไปด้วย "ฉันดูหน่อยว่าเจ็
"หนู..หนูขอจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินไม่ได้เหรอคะ?" ปาริฉัตรถามออกไป เธออยากจะมีหวังเพียงซักนิดที่เสี่ยหนุ่มจะเปลี่ยนใจแม้มันจะริบหรี่ก็ตามที "ไม่ได้ เธอต้องจ่ายด้วยตัวเธอเท่านั้น" เสี่ยภาคินทร์ยังยืนยันคำเดิม ในเมื่อกวางน้อยหลุดเข้ามาในถ้ำเสือร้ายอย่างเขา มีเหรอที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไป "หนู..หนู ไม







