Masuk"แปลงไหน?"
"...." ปาริฉัตรตอบไม่ถูกว่าจะตอบเขาไปอย่างไรดี "พี่ชายเธอชื่ออะไร?" เสี่ยหนุ่มถามเธอต่อด้วยเสียงดุเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยืนนิ่งไม่ตอบคำถามเขา "ชะ..ชื่อประวิทย์ค่ะ" ปาริฉัตรตอบเสี่ยหนุ่มอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อเห็นสายตาคมจ้องมองมาที่เธอเขม็ง "เช็คดูสิ" คำพูดนี้เขาหันไปยังชายที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะของเขา ชายคนนั้นรีบยกไอแพดในมือขึ้นมา เขากดนู่นเลื่อนนี่ไม่กี่ครั้งก็หยุดมือเมื่อเจอสิ่งที่เจ้านายถามหา "นายประวิทย์เอาโฉนดที่ดินเนื้อที่สิบไร่มาค้ำประกันเงินกู้หนึ่งล้านครับเสี่ย ไม่เคยส่งทั้งต้นและดอก เมื่อวานถึงกำหนดยึดที่ผมเลยส่งจดหมายเพื่อที่จะยึดที่ดินแปลงนั้นครับ" หมอก มือขวาคนสนิทของเสี่ยภาคินทร์อ่านรายงานในไอแพดบนมือให้เสี่ยหนุ่มฟัง "หนะ..หนึ่งล้านเหรอคะ" ปาริฉัตรพูดแทรกขึ้นมา เธอตกใจกับวงเงินที่เพิ่งได้ยิน ไม่คิดว่าพี่ชายเธอจะกล้ากู้ยืมเงินจำนวนมากขนาดนี้ ใบหน้าเล็กของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษไม่มีผิด "ไม่รวมดอกเบี้ยนะครับ" หมอกหันมาพูดกับเธอเพื่อให้ข้อมูลเพิ่ม เป็นเพราะจดหมายฉบับนั้น ทำให้เธอต้องรีบมายังบ่อนแห่งนี้อย่างร้อนรน ในเนื้อความจดหมายทวงหนี้ฉบับนั้นมีสำเนาสัญญาการกู้ยืมเงินและลายเซ็นของพี่ชายเธอ มีสำเนาโฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแนบมากับสัญญาดังกล่าว ในสัญญาระบุว่าพี่ชายเธอไม่ชำระเงินกู้มาหกเดือน และไม่สามารถติดต่อพี่ชายเธอได้ บริษัทเงินกู้ของเสี่ยภาคินทร์จึงต้องดำเนินการยึดที่ดินแปลงดังกล่าว ที่ดินแปลงนั้นเป็นที่ดินแปลงเดียวของตากับยายของเธอ ปาริฉัตรและประวิทย์พี่ชายของเธออาศัยอยู่กับตายายมาตั้งแต่พวกเธอยังเป็นเด็กเล็ก ๆ เพราะพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ พี่ชายเธอเป็นคนเกเรตั้งแต่เด็ก ไม่เรียนหนังสือเอาแต่เที่ยวกับพวกเพื่อนและยกพวกตีกันไปวัน ๆ พอโตมาก็ติดการพนันงอมแงมจนไม่กลับบ้านกลับช่อง นานทีเธอถึงจะเจอหน้าพี่ชายเธอซักครั้ง ปาริฉัตรไม่รู้ว่าพี่ชายเธอขโมยโฉนดมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้อีกทีก็เมื่อมีจดหมายส่งมาถึงบ้าน เมื่อยายเห็นเนื้อความในจดหมายก็ตกใจเป็นลมไปทันที เช้านี้เธอจึงรีบมาหาเสี่ยภาคินทร์ผู้เป็นเจ้าของเงินกู้เพื่อขอผ่อนชำระหนี้แทนพี่ชายเพื่อที่จะไม่ให้โดนยึดที่ดินไป "หนู..หนูมาขอความกรุณาจากเสี่ยค่ะ หนูอยากขอผ่อนชำระหนี้แทนพี่ชายเป็นรายเดือน ดะ..ได้ไหมคะ?" ปาริฉัตรบอกเจตนากับเสี่ยหนุ่มด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีเมื่อพูดจบประโยค "หึ เงินไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ เมื่อไหร่เธอจะใช้หนี้หมด แน่ใจเหรอว่าจะไม่หนีหนี้ไปแบบพี่ชายเธอ" เสี่ยภาคินทร์หัวเราะในลำคอเยาะเย้ย พูดกับเธอ ก่อนที่จะหรี่ตาคมมองเธออย่างครุ่นคิด ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะที่คิดส่วนได้ส่วนเสียถ้าหากเขายอมทำตามคำขอร้องของเธอ เขาเป็นนักธุรกิจ จะทำการใดเขาต้องได้กำไรเสมอ "หนูไม่หนีแน่นอนค่ะ ที่แปลงนั้นเป็นของตากับยายหนู เป็นที่ดินแปลงเดียวของเรา หนูอยากไถ่คืนค่ะ" ปาริฉัตรตอบเสี่ยหนุ่มอย่างฉะฉาน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำแบบนั้นจริง "ถ้าฉันยอมฉันจะได้อะไร ฉันจะได้ที่แปลงนั้นมาทำกำไรอยู่แล้ว ในเมื่อเธอมาขัดผลประโยชน์ เธอสมควรที่จะมีอะไรตอบแทนที่คุ้มค่าหน่อยนะ" เสี่ยหนุ่มหรี่ตาสำรวจรูปร่างของผู้หญิงตรงหน้าอย่างใจเย็น เธอมีรูปร่างสูงบาง หน้าตาสะสวย ดวงตากลมโตเหมือนเด็ก จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเรื่อเมื่อยามที่เธอขยับปากพูดมันดูน่ารักจนเขาแทบอยากจะไปชิมความหวานจากปากเล็กนั้น วันนี้ปาริฉัตรใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านอาหารแห่งหนึ่งมา เพราะเธอคิดว่าถ้าคุยกับเสี่ยเรียบร้อยเธอจะไปทำงานต่อ จากชุดนั้น ทำให้เสี่ยหนุ่มสามารถมองเห็นเรียวขาที่พ้นออกมาจากกระโปรงสั้นครึ่งขาอ่อนได้ ขาเธอขาวเนียนจนเขาอยากจะลูบไล้สัมผัสว่าจะเนียนนุ่มอย่างที่ตาเห็นหรือเปล่า แววตาของเสี่ยหนุ่มเป็นวาววับเป็นประกายไม่คิดบิดบังเมื่อสำรวจไปทั่วร่างกายของเธอ ปาริฉัตรรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ จนต้องยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเอง และนั่นทำให้เสี่ยหนุ่มมองตามวงแขนเรียวที่ขึ้นไปเบียดรัดหน้าอกใหญ่ที่สั่นไหวตามแรงเคลื่อนไหว เสี่ยหนุ่มรู้สึกถึงแรงตึงที่เป้ากางเกงขึ้นมาทันที แก่นกายเขาถูกกระตุ้นแค่เพียงเห็นท่าทางที่หวาดระแวงของหญิงสาวตรงหน้า เสี่ยหนุ่มผู้ไม่เคยเว้นขาดเรื่องบนเตียงกลับต้องมาหวั่นไหวกับผู้หญิงหน้าจืดคนนี้ "ละ..แล้วเสี่ยต้องการอะไรคะ ถึงจะยอมให้หนูไถ่ที่แปลงนั้นได้" ปาริฉัตรค่อย ๆ เอ่ยปากถามเขา เธอรู้สึกไม่ชอบใจและหวาดระแวงที่โดนมองแบบนั้น แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเพราะอยากได้ที่ดินคืน "เธอมีแฟนหรือเปล่า?" เสี่ยหนุ่มไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามคำถามที่เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาถามเธอมามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องหนี้ของเธอ "มะ..ไม่มีค่ะ" ปาริฉัตรตอบเขาออกไปในที่สุด "งั้นก็ได้ข้อสรุป ฉันจะให้ยอมเธอผ่อนหนี้ได้ แต่..." เสี่ยหนุ่มพูดแล้วหรี่ตาคมมองเธอแล้วกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "จริงเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ" ปาริฉัตรดีใจรีบยกมือไหว้ขอบคุณเขา ทั้ง ๆ ที่เขายังพูดไม่จบ "แต่เธอต้องยอมมานอนกับฉัน เป็นค่าดอกเบี้ย" เสี่ยหนุ่มพูดประโยคสุดท้ายออกมา เขาชอบใช้ร่างกายผู้หญิงมาเป็นค่าดอกเบี้ย แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนหรือสามี เขาก็จะให้ชดใช้เป็นเงินแทน เขาไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร แต่เธอคนนี้บอกไม่มีแฟน มีหรือที่เขาปล่อยให้หลุดมือ "คะ!" ปาริฉัตรปล่อยสองแขนร่วงลงข้างตัว ใบหน้าเล็กหุบยิ้มลงทันที ก้อนเนื้อข้างซ้ายกระตุกวูบ ดวงตาโตค่อย ๆ กลายเป็นสีแดง น้ำสีใสเอ่อคลอเต็มเบ้าตา "ทะ..ทำไมคะ" เสียงเธอถามออกมาเบาจนแทบเป็นเสียงละเมอ "ก็ไม่ทำไม แค่ฉันพอใจ" เสี่ยหนุ่มพูดเสียงเรียบ ในเมื่อเธอไม่มีแฟน เขาก็ไม่รอช้าที่จะเอาเธอมาใช้เพื่อไม่ให้เสียผลประโยชน์ "ถะ..ถ้าหนูไม่ทำล่ะคะ?" หญิงสาวละล่ำละลักถามออกไปแล้วกลั้นใจรอฟังคำตอบ "ก็เตรียมตัวขนของออกไปจากที่แปลงนั้นได้เลย" เสี่ยหนุ่มบอกกับเธอเสียงทุ้มเข้ม น้ำตาใสที่เธอพยายยามกลั้นไว้ไหลลงมาเป็นทาง เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เสี่ยภาคินทร์ต้อนเธอจนจนมุม **************************** เสี่ยใจร้ายเนาะ😅หมอหนุ่มใช้เวลาไม่นานในการจัดการชำระคราบเหงื่อไคลและน้ำคาวทั้งของตัวเองและหญิงสาว จะให้เสียเวลาอาบน้ำนานได้อย่างไรก็ในเมื่อลำท่อนของเขาพร้อมที่จะออกรบอีกรอบ หลังจากที่ซับหยดน้ำออกจากตัวแล้วเขาก็รีบอุ้มคนตัวนิ่มมายังเตียงกว้างทันที “จะทำอีกจริง ๆ เหรอคะ รอบเดียวก็พอแล้วมั้ง” แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ขยับถอยหลังไปกลางเตียง มือน้อยดึงชายผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของตัวเองเพราะรู้สึกหนาวเย็นจากไอเครื่องปรับอากาศ “บอกแล้วว่าคืนนี้พี่ต้องเอาให้คุ้ม ถ่างขาหน่อยสิครับ” หมอชวิณเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟังน่าคล้อยตาม ร่างใหญ่คลานเข้ามาแทรกยังหว่างขาเรียวใช้มือใหญ่จับเข่าเล็กแบะออกจนสุด ขยับสะโพกเข้าไปให้ปลายบานหัวเห็ดเข้าไปใกล้กับร่องแดงช้ำ “อีกรอบเดียวได้ไหมคะ หนูเหนื่อย..” แก้มใสต่อรอง ดวงตาสั่นไหวระริกในตอนที่ก้มมองปลายบานสีแดงถูอยู่กับปากทางรัก “แต่พี่ไม่เหนื่อย” พูดจบก็กระแทกสะโพกอัดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว “อ๊า!” “อ๊ะ พะ..พอแล้ว หนูไม่ไหว..แล้ว” แก้มใสที่อยู่ในท่าคว่ำหน้าอยู่กับหมอนใบใหญ่พูดขึ้นโดยที่สะโพกของเธอถูกยกสูงโดยฝีมือของคนด้านหลัง เธอโดนคนตัวโตจับพลิกคว่ำพลิกหงายมามากกว่าสามชั่วโมงแ
"ตรงนี้มันแฉะหมดแล้วนะ" หมอชวิณพูดขึ้นในตอนที่มือหนาลูบไปมาอยู่เป้ากางเกงสีขาวของภรรยาสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงติดอยู่กับยอดไตแข็ง ลมหายใจอุ่นยามเขาเอื้อนเอ่ยมากระทบที่เนื้อเปียกชื้นทำเอาเธอถึงกับขนลุกซู่ หมอหนุ่มหงายฝ่ามือแล้วสอดเข้าไปในขอบกางเกงในตัวจิ๋วของภรรยา สะกิดติ่งเนื้อกลางกลีบอูมเพียงนิดร่างบางก็สั่นสะท้านผวาเข้ากอดศีรษะเขาแน่น จนใบหน้าของเขาจมเข้าไปในอกอวบนุ่มนิ่ม "อื้อ!" แก้มใสกัดเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตส่งสองนิ้วเข้ามาในร่องเนื้อ มือน้อยออกแรงขยุ้มผมสั้นของหมอหนุ่มเมื่อเขาเริ่มชักนิ้วเข้าออกโพรงนิ่ม ขยับเรียวขาออกจากกันเพื่อให้นิ้วของเขาได้เข้ามาสร้างความเสียงซาบซ่าให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น หมอชวิณขืนตัวยืดตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายจากแรงกดของหญิงสาว ริมฝีปากบางฉกวูบเข้าที่ปากน้อยที่กำลังเผยอคราง แทรกลิ้นหนาเข้าไปกวาดเอาความหอมหวานจากโพรงปากน้อย ตวัดลิ้นหยอกล้อกับลิ้นน้อยขณะที่ด้านล่างก็ออกแรงกระตุกข้อมือบดปลายนิ้วเข้าที่ปุ่มกระสันด้านในโพรงร้อนจนร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัว เสียงฝ่ามือยามเขากระแทกเข้าใส่ร่องแดงเปียกแฉะดังออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน "อื้อ!" แก้มใสกรีดร้องใ
ติ๊ง! "ขอบคุณนะคะ" แก้มใสที่ได้ยินเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเอ่ยขอบคุณ ละสายตาจากลูกน้อยในอกหันไปยิ้มหวานปานน้ำผึ้งผสมยาพิษให้แก่ผู้จ่ายเงินค่าเจ็บคลอดลูก รอยยิ้มนั้นทำให้หมอหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ จากนั้นแก้มใสก็หันกลับไปค่อย ๆ ดึงเต้านมออกจากปากลูกน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กชายนั้นได้หลับไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างอย่างระวังเพราะกลัวว่าการขยับเขยื้อนจะรบกวนการหลับนอนของลูกชาย "มา พี่อุ้มลูกไปนอนเปลเอง" หมอชวิณพูดขึ้นพลางคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วช้อนตัวลูกชายขึ้นอย่างทะนุถนอม ร่างสูงถอยหลังกลับลงจากเตียงไปแล้ววางลูกชายลงในเปลเด็กที่อยู่ข้างเตียงใหญ่ "ทำไมไม่ให้ลูกนอนบนนี้ล่ะคะ?" แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ชะเง้อมองดูลูกน้อยว่าพ่อของเขาได้ห่มผ้าให้เรียบร้อยดีหรือเปล่า "เห็นทีว่า คืนนี้คงให้ลูกนอนบนเตียงกับเราไม่ได้" หมอหนุ่มเอ่ยขณะที่เดินอ้อมเตียงไปฝั่งที่เมียรักนอนอยู่ ร่างใหญ่คลานขึ้นไปคร่อมร่างเล็กกักตัวเธอเอาไว้ใต้ร่าง "ทะ..ทำไมคะ?" แก้มใสถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อได้จ้องมองกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของสามี การที่ทั้งคู่อยู่ในท่านี้ทำให้เธอนึกไปถึงตอนร่วมรั
ห้าสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่ลูกอ่อนกำลังนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงใหญ่ ในอ้อมอกของเธอนั้นมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำกำลังดูดดุนสูบน้ำนมจากอกเต่งตึงของแม่อย่างเอร็ดอร่อย หนูน้อยชานนท์ตอนนี้อายุได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง พอได้กินนมอิ่มท้องก็จะหลับปุ๋ยทันทีแก้มใสจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพียงแต่ว่าในตอนกลางคืนเธอต้องตื่นมาให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงจึงมีอาการง่วงหนาวหาวนอนในตอนกลางวัน โชคดีที่มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านอยู่แล้วเธอจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แค่คอยดูแลลูกและได้งีบหลับพร้อมกับลูกในตอนที่นอนให้นมลูก หน้าตาของเธอจึงอิ่มเอิบไม่ทรุดโทรมเหมือนแม่ลูกอ่อนที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านเองสารพัด แกรก.. "กลับมาแล้วเหรอคะ?" แก้มใสเอ่ยทักผู้ที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้สามีรูปหล่อเพียงนิดจากนั้นก็ก้มลงมองลูกน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดื่มนมอิ่ม มือน้อยของเธอมีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดไว้ที่จุกไตยอดอกใหญ่ข้างที่ทารกไม่ได้ดูดกินเพื่อคอยซับน้ำนมที่ไหลในตอนที่เต้านมคัดจากการที่โดนลูกน้อยดูดกระตุ้นอีกข้าง "เลี้ยงลูกเหนื่อยไหมวันนี้?" หมอชวิณถามผู้เป็นภรรยาอย่างห่วงใย แทนที่หญิ
เวลาผ่านไปประมาณสี่ชั่วโมง นายแพทย์ชรัญและคุณพิมลภาได้พากายกลับบ้านไปแล้ว เพราะเห็นว่าแก้มใสยังไม่คลอด ถ้าอยู่ต่อก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะคลอดเมื่อไหร่ พวกท่านจึงจำเป็นต้องกลับไปพักผ่อน ไม่เช่นนั้นการพักผ่อนน้อยอาจจะทำให้ไม่สบายได้ แก้มใสถูกพาเข้าห้องคลอดเพราะหมอน้ำตรวจดูแล้วว่าได้เวลาที่เด็กน้อยจะออกมาสู่ภายนอกแล้ว โดยที่หมอชวิณได้ตามติดไปให้กำลังใจภรรยาสาวในห้องคลอดด้วย "ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ตรงนี้" หมอชวิณบอกแก่คนที่นอนหน้าซีดเหงื่อเต็มหน้าบนขาหยั่งเพื่อที่จะทำการคลอดโดยมีผ้ากั้นระหว่างครึ่งบนและครึ่งล่างของตัวเธอไว้ หมอหนุ่มเลื่อนมือหนาไปลูบเหงื่อที่ไรผมด้วยอาการสั่นเทาจนคุมไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าคนที่กลัวนั้นเป็นเขาหรือเธอกันแน่ เพราะตอนนี้แก้มใสไม่มีความกลัวอยู่แม้แต่นิดเพราะความเจ็บปวดทรมานอยากจะคลอดลูกนั้นมีมากกว่าความกลัวการคลอดหลายเท่าตัวนัก "ถ้ามีลมเบ่งก็เบ่งเลยนะคะ หมอคอยช่วยอยู่แล้วค่ะ" เสียงหมอน้ำเอ่ยคำแนะขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่งของผ้า อุแว้! อุแว้! ไม่นานก็มีเสียงทารกแผดเสียงร้องลั่นห้องคลอด เสียงนั้นมาพร้อมกับการหายจากอาการเจ็บปวดของผู้เป็นแม่และความโล่งใจของผู้เป็นพ่อ "น้อง
ณ โรงพยาบาลC เนื่องว่าวันนี้เป็นวันหยุด การสัญจรบนถนนจึงไม่แออัด อิฐใช้เวลาไม่นานก็พาคนทั้งห้ามาถึงยังหน้าโรงพยาบาล เมื่อรถตู้ยี่ห้อหรูจอดสนิทแล้ว บุรุษพยาบาลก็ดันรถเข็นมารอรับถึงประตูรถ "สวัสดีค่ะท่าน" หมอน้ำยกมือขึ้นพนมไหว้เมื่อเหลือบไปเห็นนายแพทย์ชรัญที่กำลังจะลงมาจากที่นั่งโดยสารตอนหลังในขณะที่บุรุษพยาบาลนั้นกำลังช่วยหมอชวิณในการให้แก้มใสนั่งบนรถเข็น และได้ทำความเคารพแก่คุณพิมลภาด้วยอีกคน "อือ..ไปดูลูกสะใภ้ผมก่อน เจ็บท้องมาตลอดทางเลย" นายแพทย์ใหญ่สั่งการด้วยตัวเองด้วยน้ำเสียงเร่งรีบทำให้หมอน้ำต้องรีบหันไปสั่งให้บุรุษพยาบาลเข็นรถพาคนท้องแก่เข้าไปด้านใน โดยที่มีหมอน้ำและหมอชวิณเดินตามไปติด ๆ หน้าห้องคลอด "เดี๋ยว ๆ นายจะไปไหน?" หมอน้ำจับที่ท่อนแขนของหมอชวิณเมื่อเห็นว่าหมอหนุ่มจะตามบุรุษพยาบาลที่เข็นรถพาแก้มใสเข้าไปด้านในห้องคลอด "จะเข้าไปดูเมียฉันน่ะสิ" หมอชวิณตอบหมอน้ำพลางมองตามหลังภรรยาไป "จะบ้าหรือไง จะเข้าไปชุดนี้ได้ยังไง ไปเปลี่ยนชุดก่อนสิ" หมอน้ำเตือนสติเพื่อน นี่เพื่อนเธอตื่นเต้นจนลืมไปแล้วเหรอไงว่าห้องคลอดที่ต้องการความสะอาด จะใส่ชุดที่มีแต่ฝุ่นละอองสกปรกเข้าไปได้อย่
ทางฝั่งของเสี่ยภาคินทร์ เมื่อเขาไล่แม่กวางน้อยไปแล้ว แต่เขายังมีอารมณ์ที่อยากจะปลดปล่อย เสี่ยหนุ่มจึงเรียกคู่ขาประจำซึ่งเป็นหนึ่งเด็กในสต๊อกเขาให้ขึ้นมาหา เขาร่วมรักกับเธอจนเสร็จสุขสม แต่ยังไม่สามารถดับอารมณ์ที่กระหายอยากในตัวแม่กวางน้อยได้ เสี่ยหนุ่มไม่อาจลืมกลิ่นหอมรสหวานที่ออกมาจากตัวปาริฉัตรไ
ไม่นานหมอกก็ขึ้นมาที่ห้องทำงานใหญ่ตามคำสั่งของเสี่ยภาคินทร์ ในมือเขานั้นมีไอแพดที่เอาไว้สั่งงานติดมาด้วย "มีตำแหน่งงานไหนว่างบ้าง?" เสี่ยหนุ่มถามลูกน้องคนสนิททันทีที่เห็นหน้า หมอกรีบกดปลดล็อคไอแพดในมือเพื่อดูตำแหน่งงานที่เสี่ยหนุ่มถามถึง แต่ยังไม่ทันที่หมอกจะตอบอะไร เสี่ยภาคินทร์ก็หันไปหาปาริฉ
"เป็นอะไรไหม?" เสี่ยภาคินทร์เอ่ยถามปาริฉัตรทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ "มะ..ไม่ค่ะ ขอบคุณเสี่ยนะคะที่มาช่วยหนู" ปาริฉัตรยกมือที่กำลังสั่นระริกพนมมือไหว้ขอบคุณเสี่ยหนุ่ม ถึงจะออกมาพ้นจากสถานการณ์น่ากลัวนั้นแล้วแต่ใจดวงน้อยของเธอก็ยังไม่หายเต้นรัว พานทำให้เนื้อตัวสั่นเทิ้มตามไปด้วย "ฉันดูหน่อยว่าเจ็
"หนู..หนูขอจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินไม่ได้เหรอคะ?" ปาริฉัตรถามออกไป เธออยากจะมีหวังเพียงซักนิดที่เสี่ยหนุ่มจะเปลี่ยนใจแม้มันจะริบหรี่ก็ตามที "ไม่ได้ เธอต้องจ่ายด้วยตัวเธอเท่านั้น" เสี่ยภาคินทร์ยังยืนยันคำเดิม ในเมื่อกวางน้อยหลุดเข้ามาในถ้ำเสือร้ายอย่างเขา มีเหรอที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไป "หนู..หนู ไม







