LOGINแดดยามเย็นที่ส่องผ่านเข้ามาทางระเบียงห้องกำลังถูกกลบด้วยความมืดสลัว พิชชานอนคลุมผ้าอยู่บนเตียง หูคอยฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เธอเข้ามาทุกทีกลิ่นครีมอาบน้ำที่คุ้นเคยค่อย ๆ ลอยเข้าจมูกของเธอหลังจากที่ธนาหายเข้าไปในห้องน้ำเมื่อไม่กี่นาทีนี้“เป็นไงบ้าง” เจ้าของเสียงทุ้มที่วางมือลงบนหน้าผากเล็กเบา ๆ เพื่อต
“งั้นพี่คงต้องกินนมฟินน์ตุนไว้เยอะหน่อย” พูดจบเขาก็ซุกใบหน้าลงกับเต้าทรวงนุ่มนิ่มของเธอ มือออกแรงขยำทรวงอกกลมกลึง ยอดถันที่แข็งเป็นตุ่มไตหายเข้าปากของเขาในทันทีสติของพิชชากระเจิดกระเจิงอีกครั้ง เธอกัดริมฝีปาก เชิดคางขึ้นจนศีรษะแหงนเงยด้วยความซ่านเสียว ร่างกายของเธอรุ่มร้อนด้วยความปรารถนา ร่างกายสั่
สองแขนลมกลึงโอบรัดลำคอ ขณะเดียวกันท่อนแขนแข็งแรงก็โอบรอบเอวเธอไว้ ดึงร่างเล็กให้แนบชิด อกอวบแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างขณะที่ทั้งคู่ยังไม่หยุดครอบครองริมฝีปากของกันและกันเนิ่นนานกว่าจุมพิตเร่าร้อนจะผ่อนลง…ทันใดนั้นธนาก็ช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมอก ก้าวเร็ว ๆ มาที่เตียง ให้เธอนอนลงไปแล้วกดจูบที่ข้อเท้า
และแล้ววันที่หลายคนรอคอยก็จะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว...ฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้ามืด พิชชาลืมตาขึ้นมาในอ้อมกอดของธนา มองเห็นปลายคางแข็งแรงเป็นปื้นสีเขียวจางของเขา ท่อนแขนข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้ มือวางอยู่บนบั้นท้ายกลมกลึง รู้สึกถึงกลิ่นครีมอาบน้ำจาง ๆ ที่อบอวลอยู่ในผ้าห่มพิชชาลุกขึ้นช้า ๆ บนร่างกายมีเพ
ภายในห้องนั่งเล่น บรรยากาศเงียบเชียบจนน่าอึดอัดคุณมนูญนั่งสงบนิ่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ พลางอ่านนิตยสารของต่างประเทศ แต่บางครั้งก็เหลือบมองบันไดที่ทอดตัวขึ้นไปยังชั้นบนพิชยะนั่งเอนหลังพิงพนักด้วยท่าทีหงุดหงิด ใบหน้าตึงเครียด มือสองข้างกำหมัดแน่นอยู่บนตัก บางครั้งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหมือนคนที่ยังคงอดก
“ป้องกันแล้ว แต่ว่า…” เธอพูดเสียงแผ่ว มือเล็ก ๆ บีบชายเสื้อตัวเองแน่นราวกับหาที่พึ่งพิงคุณเพ็ญพิชย์ขมวดคิ้วน้อย ๆ แต่ก็ยกมือขึ้นปราม ไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องลำบากใจไปมากกว่านี้“เอาล่ะ เอาล่ะ เราไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะถามเสียงเบา ราวกับก
“ก็รู้ว่าพี่นวลของเอ็งเป็นคนชอบเจ้ากี้เจ้าการคนอื่นยังจะไปขัด” ศรชัยพูดอย่างคนที่รู้จักนิสัยของภรรยาเป็นอย่างดี แต่ก็รู้ผิดเวลาไปหน่อย “ขัดใช่ไหม งั้นไปขัดส้วมเลยไป” ยังทานข้าวไม่อิ่มแต่ศรชัยก็จำต้องวางช้อนลงเมื่อเป็นคำสั่งประกาศิตของภรรยา มนต์มีนายิ้มและหัวเราะไปพร้อมกับทุกคน แม้ว่าที่คอนโดของพิช
ท้องฟ้าเจิดจ้าที่บ้านกิจธาดาวงศ์บัดนี้มืดครึ้มลงเมื่อมนต์มีนาเดินทางมาถึง ‘ตะวันฉายดีไซน์’ บริษัทออกแบบและตกแต่งที่จะให้เธอได้นำความรู้ที่ร่ำเรียนมาตลอดห้าปีมาใช้เกศินีและอรรถนพ นักศึกษาฝึกงานอีกสองคนเดินทางมาถึงก่อนเธอเล็กน้อย ทั้งหมดมีโต๊ะทำงานเป็นของตัวเอง นั่งอยู่ในโซนเดียวกับพนักงานประจำ ไม่ได
“เดี๋ยวก็รู้เอง ยังไงก็เตรียมรับมือคุณภูไว้ด้วยนะ แต่พี่ขอเตือนว่าถ้าไม่อยากให้คุณภูเขาออกตัวจีบเราแรงแบบนี้ทุกวัน ให้รีบปฏิเสธแบบย้ำ ๆ ไปเลย แต่พี่ว่าไม่มีประโยชน์หรอก”“อะอ้าว พวกพี่เอางี้เลยเหรอคะ” เกศินีกับอรรถนพมองหน้ากัน มึนงงพอกันที่เจนจิรากับปรียาภรณ์ลากเก้าอี้กลับไปที่โต๊ะทำงานโดยไม่ไขข้อสง
มนต์มีนานั่งตัวเกร็ง กำมือเข้าหากันจนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาทั้งที่ภายในรถเปิดแอร์เย็นฉ่ำบรรยากาศอันน่าอึดอัดระหว่างทั้งคู่อบอวลอยู่ในรถ กระทั่งรถสปอร์ตสมรรถนะสูงแล่นผ่านประตูสูงใหญ่เข้าไปในเขตรั้วของบ้านกิจธาดาวงศ์พิชยะลงจากรถ อ้อมมาเปิดประตูให้เธอแต่ไม่ยอมพูดอะไร เจ้าของร่างสูงเดินเข้าไปในบ้านด้วย







