LOGINหกปีก่อน
รินลดา โชติรัตน์ ชื่อเล่น ข้าวหอม เธอเพิ่งเรียนจบเลขานุการจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพแห่งหนึ่ง ข้าวหอมเห็นโรงแรมเปิดรับสมัครพนักงานจึงลองไปสมัครดู เธอไม่คิดว่าตัวเองจะสอบผ่านตั้งแต่แรก เพราะมีคนมีประสบการณ์มากมายมาสมัครเช่นเดียวกันผู้จัดการโรงแรมอย่างนาตยาเห็นข้าวหอมเป็นเด็กเรียบร้อยและเกรดดีมาก อีกทั้งรูปร่างหน้าตาที่สูงโปร่ง สะอาดสะอ้าน รวมถึงคำพูดคำจาที่ต่างจากเด็กทั่วไป ทำให้เธอรับข้าวหอมมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของเธอข้าวหอมเริ่มทำงานในตำแหน่งนี้ด้วยเงินเดือนไม่มากนักตามฐานเงินเดือนของนักศึกษาจบใหม่ แต่ด้วยความขยันขันแข็ง ทำให้ข้าวหอมผ่านการทดลองงานอย่างสบาย ๆ เธอได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนาตยาเล่าให้ข้าวหอมฟังว่าโรงแรมนี้เป็นของอลัน ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่เดินทางมาที่เมืองไทย เธอบอกว่าท่านประธานจะเข้ามาดูงานในช่วงปลายปีนี้ตามหมายกำหนดการที่เลขาส่วนตัวของเขาแจ้งเธอมาข้าวหอมจดบันทึกวันเวลาเอาไว้กันลืม เธอมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าอย่างนาตยาในวันนั้น ข้าวหอมจึงต้องเตรียมเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนการประชุมเมื่อถึงวันที่อลันเดินทางมาถึงโรงแรม พนักงานจำนวนมากไปยืนเข้าแถวต้อนรับเขาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งข้าวหอมและนาตยาก็ไปด้วยเช่นกันนาตยากล่าวต้อนรับท่านประธานด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว สร้างความประทับใจให้อลันและลูกน้องที่ติดตามมาไม่น้อย เขาไม่ได้สนใจข้าวหอมตั้งแต่ทีแรกเพราะมีพนักงานหลายคนมารวมตัวกันต้อนรับอลันเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารโรงแรมในเวลาต่อมา เขาจึงได้พบข้าวหอมที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน ด้วยบุคลิกและหน้าตาของข้าวหอม ทำให้อลันแปลกใจไม่น้อยที่นาตยารับคนอายุน้อยอย่างข้าวหอมเข้ามาทำงาน เขาแอบมองดูข้าวหอมบ่อย ๆ ระหว่างที่นั่งประชุมกันอยู่ ซึ่งข้าวหอมไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้รับความสนใจจากท่านประธานอย่างอลันเข้าเสียแล้ว มีเพียงโลแลนเลขาส่วนตัวของอลันเท่านั้นที่มองเห็นหลังจากเจอกันครั้งแรก ข้าวหอมที่เป็นผู้ช่วยเลขาของนาตยาก็มีเอกสารที่ต้องไปส่งให้อลันลงนามแทนเจ้านายของเธออย่างนาตยาบ่อย ๆ ทำให้อลันอดที่จะอยากทำความรู้จักกับข้าวหอมไม่ได้แรก ๆ อลันก็ทำเป็นนิ่งขรึมตามตำแหน่งประธานของตนเอง ทำให้ข้าวหอมอดรู้สึกหวั่นเกรงชายต่างชาติตัวโตคนนี้ไม่ได้ หลายครั้งที่ข้าวหอมซุ่มซ่ามจนอลันอดบ่นเธอไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนท่าที โดยลดความเคร่งขรึมลงเล็กน้อย แต่ข้าวหอมก็ยังคงกลัวเขาอยู่ความสัมพันธ์ระหว่างข้าวหอมกับอลันในช่วงแรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองต่างรักษาระยะห่างระหว่างกันเป็นอย่างดี ถึงโลแลนจะสังเกตเห็นแล้วว่าเจ้านายให้ความสนใจผู้ช่วยเลขาตัวน้อยอยู่บ้างในบางครั้ง แต่ในเมื่อเจ้านายของเขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม โลแลนก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งอลันเลื่อนเวลาเดินทางกลับประเทศจากที่จะอยู่ทำงานที่นี่เพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาก็เลื่อนไปเป็นสามเดือนทันที อลันพอได้เห็นข้าวหอมบ่อยเข้า เขาก็เกิดอยากลองรสชาติของผู้หญิงเรียบร้อยอย่างเธอดูสักหน่อยหลังจากอลันตัดสินใจได้แล้วว่าจะลองเล่นกับเด็กไม่ประสาอย่างข้าวหอม เขาก็เริ่มเรียกเธอเข้ามาพบบ่อยครั้ง ถึงแม้ว่านาตยาจะแปลกใจไม่น้อยที่แค่ชงกาแฟ อลันยังต้องเรียกผู้ช่วยเลขาของเธอไปเสียอย่างนั้น เพียงแต่นาตยาเองก็เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง เธอจึงไม่กล้าซักไซร้ข้าวหอมว่าท่านประธานเรียกไปทำไมบ่อย ๆข้าวหอมที่ต้องเผชิญหน้ากับท่านประธานเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน เธอไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติของอลันเลยแม้แต่น้อย หลายครั้งที่เขาเข้ามาใกล้เธอโดยบังเอิญ ทำให้ข้าวหอมชักจะทำตัวไม่ถูก เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนเพราะเป็นเด็กตั้งใจเรียน และยายสายังสอนให้ข้าวหอมอย่าไว้ใจผู้ชายง่าย ๆ ข้าวหอมจึงระวังตัวอยู่ตลอดอลันที่มักจะมีสาว ๆ เข้าหาก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่ข้าวหอมต่างจากผู้หญิงคนอื่น เขายิ่งอยากเอาชนะข้าวหอมให้ได้และอยากให้เธอมาอยู่ใต้ร่างเขาสักครั้ง ซึ่งโลแลนเองก็เพิ่งเห็นว่าเจ้านายของเขาดูสนุกกับการหยอกล้อสาวน้อยอย่างข้าวหอมมาก โลแลนเดาว่าไม่นานเจ้านายของเขาจะต้องได้ข้าวหอมมาเป็นหนึ่งในผู้หญิงของท่านแน่ เพียงแต่จะใช้เวลานานแค่ไหนเขาก็ไม่อาจเดาได้ เพราะโลแลนเองก็เพิ่งเคยเจอผู้หญิงอย่างข้าวหอมเช่นเดียวกัน สาว ๆ ของอลันนั้นส่วนใหญ่เป็นพวกเห็นแก่เงินและความสบาย แค่นอนกับเจ้านายเขาไม่กี่วัน พวกเธอก็แทบจะไม่ต้องทำงานกันเป็นปีแล้วข้าวหอมไม่รู้ตัวเลยว่าเธอตกเป็นเป้าหมายให้พิชิตของอลัน เธอยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพื่อส่งเงินไปให้ยายที่อยู่ต่างจังหวัด ข้าวหอมไม่อยากให้ยายต้องเหนื่อยขายขนมอีก เธอจึงไม่เคยบ่นเลยสักครั้งถ้าต้องทำโอทีจนดึกดื่นพฤติกรรมของข้าวหอมยิ่งทำให้นาตยาเอ็นดูเธอมากขึ้นทุกวัน ยากนักที่เด็กจบใหม่จะขยันอย่างข้าวหอม เธอเห็นพนักงานใหม่หลายคนยังทำงานเช้าชามเย็นชามกันอยู่เลย มีก็แต่ข้าวหอมที่แตกต่างกับคนพวกนั้นราวฟ้ากับเหวอลันใช้เวลาสามเดือนก็ยังไม่ได้แม้แต่จะแตะตัวข้าวหอม ทำให้เขาจำใจต้องเดินทางกลับประเทศไปก่อนเพื่อสะสางงาน โดยเขายังสั่งให้ข้าวหอมไปส่งตัวเองที่สนามบินในวันเดินทางกลับอีกด้วย สร้างความประหลาดใจให้ข้าวหอมเป็นอย่างมาก แต่ด้วยหน้าที่ของผู้ช่วยเลขา คำสั่งของท่านประธานเธอจึงไม่อาจขัดได้“ครั้งหน้าที่ผมมา คุณต้องไปรับผมที่สนามบินด้วย เข้าใจไหม” อลันสั่งระหว่างที่กำลังนั่งรถของโรงแรมไปยังสนามบิน ซึ่งที่นั่งด้านข้างก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากข้าวหอม
“ทราบแล้วค่ะท่านประธาน” ข้าวหอมตอบกลับด้วยสำเนียงอังกฤษ เธอมีความรู้ด้านภาษามากถึงสามภาษา ทำให้ข้าวหอมสื่อสารกับอลันได้ไม่ยาก
“คุณอยากได้ของฝากอะไรไหม ผมจะเอามาให้คราวหน้า” อลันยังคงชวนคุยต่อ ถึงแม้ว่าข้าวหอมจะไม่สนใจจะมองเขาเลยก็เถอะ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณท่านประธานมาก” ข้าวหอมอดจะขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาไม่ได้ เธอรู้สึกว่าท่านประธานปฏิบัติกับเธอต่างจากพนักงานคนอื่นเล็กน้อย แต่ข้าวหอมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้น ข้าวหอมคิดว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งมาตลอด
“เฮ้อ เมื่อไหร่คุณจะยิ้มให้ผมเหมือนคนอื่นบ้าง” อลันอดถอนหายใจเสียงดังไม่ได้ เขาเคยเห็นข้าวหอมเวลาคุยกับพนักงานคนอื่น แต่เธอกลับไม่เคยยิ้มหวานให้เขาเลยสักครั้ง
“ขอโทษนะคะท่านประธาน ฉันคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนัก” ข้าวหอมยังคงตอบกลับด้วยท่าทางสงบนิ่ง ต่างจากหญิงสาวคนอื่นที่ถ้าได้อยู่ข้างอลัน ผู้หญิงพวกนั้นคงนั่งตักออดอ้อนเขาไปนานแล้ว
“อืม… ช่างมันเถอะ” อลันทำอะไรไม่ได้มากนัก เขากลัวว่าถ้าเข้าใกล้เธอมากเกินไปจะกลายเป็นว่าเขาคุกคามทางเพศพนักงาน อลันยังคงอยากรักษาหน้าของเขาเอาไว้อยู่
เมื่อถึงสนามบินในเวลาต่อมา ข้าวหอมลงจากรถไปส่งอลันและโลแลนตามคำสั่ง เธอยังคงมีสีหน้านิ่งเรียบตามปกติ ถึงแม้ว่ารอบข้างจะเป็นลูกน้องของอลันหลายคนก็ตามที ข้าวหอมเห็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่อลันมาถึงโรงแรมแล้ว เขามีบอดี้การ์ดหลายคนคอยตามทุกครั้ง นี่จึงทำให้ข้าวหอมต้องรักษาระยะห่างจากท่านประธานมากเป็นพิเศษ เธอไม่คิดว่าท่านประธานจะเป็นคนดีสักเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันเป็นพรวนแบบนี้แน่ข้าวหอมมองส่งกลุ่มของอลันที่กำลังเดินเข้าไปเช็คอินโดยไม่ได้พูดอะไร เธอรอจนกว่าพวกเขาจะเข้าไปด้านในเกทครบแล้วจึงเดินกลับออกไปขึ้นรถของโรงแรมเพื่อกลับไปทำงานต่อ ข้าวหอมไม่ได้รู้สึกอะไรในการมาส่งอลันครั้งนี้ เธอคิดเพียงแค่ว่าเขาคงอยากให้พนักงานมาส่งอย่างสมเกียรติเท่านั้น“เป็นยังไงบ้างข้าวหอม” นาตยาถามเมื่อเห็นข้าวหอมกลับเข้ามาในห้องทำงานของเธอ
“ปกติดีค่ะ ท่านประธานกับคนของเขากลับไปแล้ว” ข้าวหอมยิ้มหวานบอก
“เฮ้อ ท่านประธานมาทีไรก็วุ่นวายแบบนี้แหละ หลังจากนี้พี่คงต้องรบกวนข้าวหอมแล้ว”
นาตยายิ้มบางส่งกลับให้ผู้ช่วยเลขาของเธอ เมื่อมีข้าวหอมอยู่ ตัวเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมายนัก นับว่าการเลือกข้าวหอมมาเป็นผู้ช่วยเลขาเป็นสิ่งที่เธอทำถูกต้องแล้ว นาตยาไม่คิดว่าข้าวหอมจะเก่งกาจมากขนาดนี้แต่แรก ยิ่งพอได้ทำงานร่วมกันทุกวันและเห็นความสามารถของข้าวหอมแล้ว นาตยายิ่งพึ่งพาข้าวหอมให้ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอต้องไปทำเองบ่อย ๆ“พี่อย่าพูดแบบนี้เลยนะคะ นี่เป็นหน้าที่ของข้าวหอมอยู่แล้วค่ะ” ข้าวหอมยิ้มหวานตอบ
ทั้งสองคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนที่ต่างคนจะต่างก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไป จนกระทั่งหมดเวลาทำงานในวันนี้ข้าวหอมนั่งรถเมล์กลับหอพักของเธอซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเหมือนเช่นทุกวัน เธอไม่ได้คิดเรื่องของท่านประธานเลยหลังจากส่งเขาขึ้นเครื่อง ข้าวหอมรู้ดีว่าตัวเองแตกต่างจากเขามากจึงไม่คิดอาจเอื้อมแต่แรก เธอไม่อยากกลายเป็นของเล่นคนรวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ชอบรวยทางลัด ข้าวหอมอยากหาเงินด้วยตัวเองเท่านั้น คำสอนของยายสายังคงติดอยู่ในความทรงจำของข้าวหอม อีกทั้งเรื่องราวแม่ของเธอที่ได้รับรู้มาตลอดจากยายก็ทำให้ข้าวหอมไม่อยากมีแฟนจนถึงทุกวันนี้สามวันต่อมา รถตู้ของตระกูลเครม่อนวันนี้เดินทางไปยังบ้านตระกูลฮันเตอร์ โดยครั้งนี้เกรแฮมเดินทางกลับมาถึงออสเตรียเมื่อวานนี้พอดี เขาจึงถือโอกาสไปรับขวัญหลานสาวที่บ้านเพื่อนรักด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเกรแฮมจะเพลียเล็กน้อยหลังจากเดินทางมาเหนื่อย ๆ ก็ตามที เขาอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว เสียดายที่พัชรีร่างกายอ่อนแอหลังคลอดอลัน เกรแฮมจึงไปทำหมันเพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวดกับการคลอดลูกอีก“โอ้ เพื่อนรัก มาดูหลานสาวฉันสิ น่ารักมากเลยล่ะ” ริชาร์ดเห็นเกรแฮมเดินเข้ามาพร้อมพัชรีและยายสาก็รีบเรียกเพื่อนทันที“ไหนมาให้ฉันดูหน่อยสิ หลานสาวคนสวยของตา” เกรแฮมอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนตอนกลับไปสมัยหนุ่ม ๆ ที่มีลูกครั้งแรกเลยทีเดียว
พวกเขากลับถึงบ้านในเวลาไม่นาน ข้าวหอมหิวข้าวมากแล้วในตอนนี้ เธอเลยชวนอลันกับอเล็กซ์ไปทานข้าวก่อนค่อยออกไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้พัชรีและยายสานั่งดูทีวีรอพวกเขาอยู่นานแล้วหลังทานมื้อเที่ยง อลันยังคงดูแลลูกเมียทานข้าวพร้อมรอยยิ้ม เขาเห็นท่าทางหิวโหยของข้าวหอมก็อดยิ้มบางอย่างเอ็นดูไม่ได้ อลันคิดว่าการมีเด็กคนหนึ่งอยู่ในท้องคงลำบากไม่น้อย ตัวเขาจึงพยายามเอาใจข้าวหอมอยู่ตลอด อเล็กซ์เองก็คอยดูแลแม่ของเขาเช่นกัน ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพี่ชาย อเล็กซ์ก็เริ่มทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เขายังเอาแต่คอยลูบท้องคุยกับน้องทั้งที่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะได้ยินเสียงพี่ชายหรือไม่ก็ตามที ภาพเหล่านี้สร้างความเอ็นดูให้ผู้ใหญ่ในบ้านไม่น้อย
สองเดือนต่อมา หลังผ่านปีใหม่ได้เกือบหนึ่งเดือน ตอนนี้ท้องของข้าวหอมเริ่มป่องขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่สาม อลันกับข้าวหอมกำลังนั่งเลือกโรงเรียนให้อเล็กซ์จากข้อมูลที่โลแลนหามาให้เมื่อหลายวันก่อน“ฉันว่าเราพาลูกไปดูโรงเรียนเลยดีไหมคะ ฉันไม่อยากตัดสินใจแทนเขา” ข้าวหอมหันไปถามอลันที่นั่งอยู่ข้างกันบนห้องนอน“อืม… ถ้าอย่างนั้นผมจะให้โลแลนโทรไปนัดโรงเรียนไว้สักสองสามแห่งนะครับ เราจะได้พาลูกไปดูวันพรุ่งนี้” อลันที่ช่วงนี้ทำตัวติดเมียตั้งแต่รู้ว่าข้าวหอมท้องรีบพยักหน้ารับคำ“ตกลงค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้ทำไมคุณไม่ค่อยไปทำงานเลยล่ะคะ” ข้าวหอมอดถามไม่ไ
อลันพาข้าวหอมไปแผนกสูตินรีเวชที่ชั้นสอง โดยมีบอดี้การ์ดสองคนติดตามมาอย่างใกล้ชิด พวกเขามองดูป้ายแผนกก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้านายน่าจะมีข่าวดี ทั้งสองคนเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่กำลังจะได้เห็นทายาทคนต่อไปของอลัน พวกเขาไม่รู้ว่าครั้งนี้เจ้านายจะได้ลูกชายหรือลูกสาว ที่หน้าแผนกนี้มีคู่สามีภรรยาพากันมานั่งรอตรวจหลายคู่เลยทีเดียว แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่อุ้มท้องมานั่งรออยู่คนเดียวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ข้าวหอมได้แต่นึกถึงตอนที่เธอท้องอเล็กซ์แล้วต้องไปหาหมอ ตัวเธอยังดีที่มียายสาไปตรวจด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่มีพ่อของลูกมาด้วยก็ตามที ข้าวหอมไม่แน่ใจว่าคนที่นี่ไม่ค่อยมีญาติพี่น้องหรือเปล่า ทำให้ที่โรงพยาบาลมีเพียงตัวคนป่วยมาหาหมอคนเดียวเป็นจำนวนมาก อลันไม่ได้ส
สามเดือนต่อมา วันนี้ข้าวหอมลงมาทานข้าวด้วยอาการเหนื่อยล้าผิดปกติ เธอรู้สึกไม่ค่อยมีแรงมาสักพักแล้ว จะบอกว่าเพราะกิจกรรมยามค่ำคืนของอลัน ข้าวหอมก็ไม่แน่ใจนัก เธอสังเกตว่าประจำเดือนเลื่อนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ข้าวหอมจึงคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังท้องก็ได้“ที่รัก กินเยอะ ๆ หน่อยสิครับ ผมรู้สึกว่าคุณเหมือนจะผอมหลงหรือเปล่า” อลันขมวดคิ้วมุ่นหลังจากตักอาหารใส่จานให้ข้าวหอม“เฮ้อ ฉันก็ทานเยอะแล้วนะคะคุณ คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า” ข้าวหอมอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เพราะทั้งอลันและพ่อแม่ของเขาต่างดูแลเธอกับยายเป็นอย่างดีมาตลอด ถ้าจะบอกว่าเธออ้วนขึ้นคงไม่ผิดไปนัก แต่อลันกลับมาบอกว่าเธอผอมเสียอย่างนั้น“
แขกในงานที่เห็นอลันกับครอบครัวกำลังเลือกของกินอยู่ต่างมองพวกเขาอย่างอิจฉาไม่น้อย เพราะพวกเขาเองก็มีลูกหลานวัยเดียวกับอเล็กซ์อยู่ที่บ้านเช่นกัน ถ้าพวกเขารู้ว่างานนี้พาเด็กมาด้วยได้ ทุกคนคงพาลูกหลานมาอวดความน่ารักกันแล้ว น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ทราบมาก่อน หลายคนรู้ดีว่าตระกูลเครม่อนสนิทกับเจ้าของงานวันนี้มาก ต่างจากพวกเขาที่เป็นเพียงแขกทางธุรกิจเท่านั้น“ไปนั่งกินทางนั้นกันเถอะ” อลันเอ่ยชวนข้าวหอมที่เพิ่งเดินกลับมาจากการเลือกของกิน“ตกลงค่ะ คุณเดินนำไปเลย ฉันถือจานอยู่” ข้าวหอมยกจานสองใบที่ในนั้นเต็มไปด้วยของน่ากินหลายอย่างให้อลันดู“อืม… คุณเดินระวังด้วยนะ” อลันอดเตือนภรรยาไม่ได้ เขาเห็นในงานมีคนยืนคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ และบางคนก็ยังเดินไปเดินมาในงาน อลันกลัวว่าจะมีคนมาเดินชนข้าวหอมเข้า







