Accueil / วาย / พีขอโทษ Sorry for the misake / บทที่ 2 เดินทาง

Partager

บทที่ 2 เดินทาง

last update Date de publication: 2025-04-02 21:17:46

บทที่ 2

เดินทาง

ยามเย็นในเมืองหลวงเป็นที่รู้กันดีว่าการจราจรต้องติดขัดอย่างแน่นอน สองเพื่อนอัลฟ่ากำลังนั่งมองสัญญาณไฟด้วยใจจดจ่อ มันขึ้นเป็นสีเขียวมาครึ่งนาทีแล้วหากแต่รถยนต์คันข้างหน้ายังไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด ผ่านไปเกือบสองนาทีจึงเริ่มมีการเคลื่อนไหวแต่สัญญาณไฟจราจรดันกลายเป็นสีแดงไปแล้ว

เห็นทีว่าคงต้องรอต่อไป

ภายในห้องโดยสารมีอัลฟ่าเจ้าของฟีโรโมนกลิ่นองุ่นเป็นสารถีขับรถโดยมีเพื่อนสนิทอย่างอัลฟ่าชากุหลาบนั่งอยู่ที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร วีรกานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย เอนหัวพิงกระจกรถมองสายฝนเม็ดเล็กที่ร่วงหล่นลงมากระทบกับพื้นถนน เขาเบื่อที่ต้องนั่งรอสัญญาณไฟจราจรอยู่แบบนี้ทุกวัน อย่างต่ำก็คงสักชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย

พีรยุทธ์สังเกตเห็นคนข้างกายยกมือขึ้นลูบแขนปอย ๆ อาจจะทำเพื่อระบายความหนาวเย็นทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวเก่ง เขาแอบยิ้มอย่างนึกเอ็นดูอยู่ในใจ

อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเอื้อมมือมาที่หน้าคอนโซลเพื่อเบาแอร์ลงก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลังหยิบผ้าห่มสีเรียบจากกล่องเก็บของที่วางอยู่บนที่พักเท้าของเบาะหลังมาให้อัลฟ่าเพื่อนสนิทได้คลุมตัวคลายหนาวในช่วงเวลาฝนตก

เขาจัดแจงห่มผ้าให้คนข้างกายอย่างดี ในส่วนไหนที่คิดว่าความหนาวเย็นจะแทรกผ่านเข้าไปกระทบกับร่างกายได้ เขาก็จัดการสอดเนื้อผ้ายัดเข้าไประหว่างลำตัวและพนักของเบาะหนัง

ให้วีรกานต์รู้สึกอุ่นที่สุด

“ขอบคุณ” อัลฟ่าชากุหลาบตอบรับการกระทำของเพื่อนอัลฟ่าด้วยรอยยิ้ม พีรยุทธ์มักเป็นเช่นนี้เสมอ ดูแลประคมประหงมอย่างดีเสมือนเป็นพ่อแม่เขา

‘ทุกคนดูสิครับ น้ำใสมากกก ตัวแพก็น่าอยู่ แบบใครต้องการหนีความวุ่นวายในเมืองมาหาที่สงบ ๆ พักผ่อนนะ ผมแนะนำเลย โคตรชื่นใจ’

เสียงผู้บรรยายจากหน้าจอบนคอนโซลรถดังขึ้นทำลายความเงียบ เป็นพีรยุทธ์ที่เร่งเสียงวิดีโอเมื่อครู่เพราะเขาได้ยินคำว่า พักผ่อนในแพ

ล่องแพไม้ไผ่ไปตามสายน้ำ ชมวิวธรรมชาติที่สงบไม่วุ่นวายเหมือนเมืองหลวง ยามกลางคืนก็หลับนอนไปพร้อมเสียงของเหล่าแมลง

คงสบายใจน่าดู

“ศุกร์นี้ไปกันไหมครับกานต์” อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเอ่ยถามคนข้างกาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าวีรกานต์จะตอบตกลง เพื่อนสนิทของเขาชื่นชอบสายน้ำเป็นไหน ๆ มีหรือที่จะปฏิเสธ

“วันมะรืนอะนะพี” อัลฟ่าชากุหลาบถามกลับเสียงสูง

ที่เที่ยวมันก็อยู่ของมันที่เดิม จะรีบไปไหนกัน

“อืม ไปกันนะกานต์”

“พ่อกับแม่ยังไม่กลับมาเลย ใครจะดูบ้าน”

“พ่อกับแม่พีก็อยู่ ให้ท่านช่วยดูก็ได้นี่ครับ ยังไงพวกท่านก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว”

วีรกานต์กรอกตาขึ้นพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเริ่มใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงหลายส่วนอีกทั้งยังดูออดอ้อนขอร้องไปในตัว

“ไม่ต้องจองแพหรอไง”

“เขาบอกว่าคนไม่ค่อยไปนี่ วอร์คอินเข้าไปก็มีที่ให้นอน”

จากที่ออดอ้อนเพียงน้ำเสียงกลายเป็นการใช้ร่างกายถูไถอย่างแมวน้อย อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเอนตัวมาซบที่ไหล่ภายใต้ผ้าห่มของวีรกานต์ ใช้คางเกยไว้แบบไม่ลงน้ำหนักมากเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ ดวงตาสีรัตติกาลช้อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนสนิทพลางกะพริบตาออดอ้อนอยู่สองสามที

วีรกานต์รู้ตัวว่าไม่เคยชนะท่าไม้ตายของเพื่อนอัลฟ่าได้ สุดท้ายแล้วยังไงผลสรุปก็คือเขาที่ยอมพีรยุทธ์เสมอมา

“ก็ได้ ๆ แต่รอบนี้พีจ่ายนะ” เขายอมไปด้วยก็จริงแต่ทุกอย่างต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเผยยิ้มกว้างเมื่อคำตอบเป็นดังใจคิด เขากดริมฝีปากลงไปบนผืนผ้าที่ใช้ห่อหุ้มตัวของเพื่อนไว้แผ่วเบา ได้รับเพียงสายตาคาดโทษกลับมาหากแต่ไร้เสียงเอ่ยห้ามหรือกล่าวเตือน

“ได้ครับ พีจ่ายให้หมดเลย”

ท้องฟ้ายามนี้ถูกระบายด้วยสีฟ้าอ่อนผสมกับสีส้มและขาวอย่างลวก ๆ จุดแต้มสีขาวส่องสว่างระยิบระยับทั้งขนาดน้อยใหญ่มีให้เห็นอยู่ประปราย ประกอบกับบรรยากาศรอบข้างที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมจากภายนอกดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ ยิ่งพาให้รู้สึกผ่อนคลาย

พีรยุทธ์บังคับทิศทางของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นไปตามท้องถนนฝ่ามือหนาที่ปรากฎเส้นเลือดสีอ่อนจับแน่นไว้ที่พวงมาลัยรถ อีกข้างกำลังจัดการคลุมผ้าห่มที่ร่วงหล่นลงมาให้กับเพื่อนอัลฟ่าขณะที่เจ้าตัวกำลังเอนกายอยู่ในห้วงของนิทรา ก่อนจะกลับมายกแก้วกาแฟหอมกรุ่นที่เขาแวะซื้อมันมาเมื่อประมาณสิบนาทีที่แล้ว

เขาเขย่าแก้วร้อนในมือแผ่วเบาพลางพรูลมจากริมฝีปากหนา ปรากฎเป็นไอสีขาวจาง ๆ เพื่อคลายความร้อนไปด้วย

เสียงขยับขยุกขยิกจากฝั่งที่นั่งผู้โดยสารเรียกความสนใจจากสารถีขับรถ อัลฟ่ากลิ่นองุ่นวางแก้วกาแฟที่กำลังจ่อปากลงไว้ที่เดิม แล้วมองคนกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นไปพลาง สลับกับมองถนนที่มีแสงไฟสลัวไปพลาง

วีรกานต์ปรือตามองเพื่อนอัลฟ่าที่ตอนนี้กลายเป็นคนขับรถพลางเปิดปากหาวหวอดอย่างไม่นึกอาย ลำแขนโอบกระชับกอดตัวเองไว้ใต้ผ้าห่มสีเรียบที่คลุมตัวอยู่

"ใกล้ถึงหรือยัง" อัลฟ่าชากุหลาบเอ่ยถามเสียงพร่า น้ำสีใสกลิ้งหล่นจากดวงตาเรียกเสียงขันอย่างนึกเอ็นดูจากอัลฟ่ากลิ่นองุ่น

"อีกสองร้อยกว่าโลเองครับ" เขาตอบพร้อมเอื้อมมือไปจัดผ้าห่มให้เพื่อนอัลฟ่าใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมันร่วงลงมาจากไหล่ข้างซ้าย

"กานต์นอนไปก่อนนะ เดี๋ยวถึงแล้วพีปลุกนะครับ"

อัลฟ่าชากุหลาบหลับตาลงอย่างว่าง่าย ขาสองข้างภายใต้ผ้าห่มถูกงอขึ้นมาจากเดิมเพื่อหลบหลีกความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เล็ดลอดเข้ามา พีรยุทธ์เห็นดังนั้นจึงจัดการผ่อนอุณหภูมิให้อีกคนได้หลับอย่างสบายตัว

พวกเขาตื่นมาตั้งแต่ตีสาม ซึ่งไม่ใช่เวลาที่คนปกติจะลุกจากเตียงนุ่มมาใช้ชีวิตกัน สองอัลฟ่าจัดเตรียมของใช้จำเป็นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวานและบอกกล่าวกับผู้ใหญ่ทั้งสองท่านว่าจะไม่อยู่สามถึงสี่วัน

สถานที่ที่พวกเขาจะไปอยู่ภายในเขื่อนในเขตจังหวัดทางภาคเหนือซึ่งบริเวณนั้นมีอาณาเขตบางส่วนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ด้วย

พีรยุทธ์ได้ติดต่อกับเจ้าของเรือนแพตามเบอร์โทรที่ยูทูบเบอร์แจ้งไว้ให้ในคลิปนั้น เขาเหมาแพขนาดกลางสำหรับสองถึงสี่คนไว้สามวัน ราคาที่เจ้าของแพเช่าแจ้งมาทำอัลฟ่ากลิ่นองุ่นตกใจไม่น้อย มันถูกมากเมื่อเทียบกับบรรยากาศและการบริการที่ทางเจ้าของแจ้งไว้ว่ามีอาหารทะเลให้ทานครบสามมื้อตลอดสามวัน อีกทั้งยังมีบริการพาชมหิ่งห้อยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม และหากอยากล่องแพไปเที่ยวสถานที่อื่นใกล้ ๆ ทางเจ้าของแพก็ยินดีจะนำทางไปเช่นกัน

อัลฟ่ากลิ่นองุ่นยังไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนอัลฟ่าคนสนิทว่าสถานที่พักมีบริการอะไรน่าประทับใจบ้าง เขาตั้งใจว่าจะพาวีรกานต์ไปชมหิ่งห้อยที่กลางเขื่อนในคืนพระจันทร์เต็มดวงอันใกล้นี้

แสงสีนวลจากดวงจันทร์ผสานกับแสงสีเหลืองอร่ามคงเป็นภาพที่ชวนให้หลงใหลได้ไม่ยากนัก

แน่นอนว่าเขานัดแนะกับทางเจ้าของเรือนแพถึงเรื่องของวันและเวลาไว้เรียบร้อยแล้ว

แสงสีเหลืองรำไรลอดผ่านกระจกเข้ามาปลุกคนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราให้ตื่นขึ้น

ผิวขาวเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อจาง ๆ เมื่อต้องแสงในช่วงสายของวันริมฝีปากของอัลฟ่าขบเม้มตัวเองพลางส่งเสียงอื้ออึงผ่านลำคอ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวถูกพับลวก ๆ และยกออกไปวางไว้ที่ประจำของมันทางด้านหลัง เปลือกตาเจือสีแดงอ่อนเปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเฮเซลนัทฉ่ำน้ำสีใสที่อยู่ภายใน

มันสวยงามเสียจนอัลฟ่ากลิ่นองุ่นหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง

“ถึงแล้วหรอ” เสียงแหบพร่าของเพื่อนสนิทเรียกสติของสารถีขับรถให้กลับมาอยู่กับตัว

“ถึงแล้วครับ” พีรยุทธ์เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มบางอย่างทุกที

“ไหนบอกจะปลุกไง” อัลฟ่าชากุหลาบโอดครวญพลางบึนปากออกมาเล็กน้อย เขาจำได้ในช่วงเช้ามืดที่เขาตื่นขึ้นมา เพื่อนอัลฟ่าเป็นคนเอ่ยปากเองว่าหากถึงที่หมายจะปลุกเขา แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้เขานอนตื่นสายจนแดดส่องแบบนี้ แม้จะไม่ได้ร้อนมากเพราะมีร่มเงาของต้นไม้ต้นใหญ่บังให้อยู่ แต่แสงจ้าขนาดนี้คงไม่ใช่แค่เจ็ดหรือแปดโมงเป็นแน่

“อยากให้กานต์พักผ่อนไงครับ”

“ตามใจจนจะเคยตัวอยู่แล้วนะ” วีรกานต์ส่งเสียงกระปอดกระแปดเบา ๆ หากแต่ระยะห่างเพียงคืบเดียวก็ทำให้อัลฟ่ากลิ่นองุ่นได้ยินและอมยิ้มออกมา

เขาเดินลงมาจากรถพร้อมเพื่อนสนิท เปิดกระโปรงท้ายเพื่อยกเอาสัมภาระออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในขั้นต่อไปโดยไม่ลืมที่จะกดล็อกอย่างแน่นหนาและเอ่ยปากฝากรถของตนไว้ให้คุณป้าดูแล

สองอัลฟ่าก้าวเดินไปพร้อมกัน จุดหมายคือเรือยนต์ที่มีคุณลุงสตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว ถึงจะเป็นตาแก่สายตาฝ้าฟางหากแต่จดจำรูปร่างของอัลฟ่าร่างหนาตรงหน้าได้ดี

เมื่อประมาณสองชั่วโมงก่อนมีรถยนต์ขับเข้ามาจอดในบริเวณโฮมสเตย์ที่คุณลุงและภรรยาเป็นเจ้าของอยู่ ตอนแรกก็นึกเอะใจเพราะว่าไม่มีการจองบ้านพักล่วงหน้า แต่พอคุณป้าภรรยาคุณลุงได้ยินเสียงที่เอ่ยบอกว่าเหมาเรือนแพกลางเขื่อนเอาไว้ก็จำได้ทันที อัลฟ่าหนุ่มคนนั้นบอกกับพวกเขาว่าอีกสักหนึ่งชั่วโมงถึงจะออกเดินทางเพราะเพื่อนสนิทยังไม่ตื่นจากนิทรา

สองสามีภรรยายิ้มให้อย่างเข้าใจ แอบสงสัยอยู่ในใจว่าใช่เพื่อนสนิทจริงหรือไม่ เด็กแถวบ้านที่เคยเห็นก็มีแต่ไล่ตีเตะกันอยู่ทุกวัน จะมารอให้เพื่อนตื่นเพื่อไปเที่ยวแบบนี้ไม่มีให้เห็นหรอก

หรือเป็นเรื่องปกติของคนในเมือง

หรือเพื่อนคนนั้นเป็นโอเมก้าจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

แต่โอเมก้ากับอัลฟ่าสามารถเป็นเพื่อนกันได้ด้วยหรือ ในเมื่อธรรมชาติสรรค์สร้างให้พวกเขาเกิดมาเป็นคู่ครองกัน

ในตอนนี้ความคับข้องใจของคุณลุงคลี่คลายลงมาบ้าง เมื่อเห็นว่าอัลฟ่าหนุ่มที่มาคุยกันในตอนเช้านั้นถือกระเป๋าใบโตถึงสองใบ ในขณะที่อีกคนข้างกายหอบกระเป๋าเป้เพียงใบเดียวไว้ในอก

แต่เอ๋...เจ้าเด็กคนนั้นก็เป็นอัลฟ่าเหมือนกันนี่นา

คุณลุงสะบัดหัวไล่ความคิดที่เริ่มสนใจคนมากกว่างานที่ต้องทำเมื่อสองอัลฟ่าก้าวขึ้นมาบนเรือยนต์แล้วก็เอ่ยปากทักทายอย่างเป็นมิตร ระหว่างเดินทางไปที่เรือนแพกลางเขื่อนจึงมีเสียงพูดคุยในเรื่องต่าง ๆ ของอัลฟ่าสองคนและตาลุงเบต้าแก่ ๆ คนหนึ่ง

ร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงที่หมาย ภาพของเรือนแพขนาดกลางปรากฏแก่สายตาคนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนว่าอัลฟ่าชากุหลาบจะตื่นเต้นมากกว่าคนข้างกายเป็นเท่าตัว เนื่องด้วยตอนจองที่พักเป็นพีรยุทธ์ที่จัดการทุกสิ่งอย่างด้วยตัวเอง

ก็รายนั้นบอกว่าจะจ่ายเองหมดนี่นา

ตัวบ้านเป็นไม้เปลือยเปล่า มุงหลังคาด้วยสังกะสีและทับด้วยใบจากอีกชั้นดูคลาสสิค ฐานด้านล่างที่รองรับเรือนไว้เป็นไม้ไผ่ถูกมัดรวมกันจนเป็นแพขนาดใหญ่ บนเรือนแพมีพื้นที่มากพอให้วางเก้าอี้สานและโต๊ะทรงกลมเข้าชุดกันไว้หนึ่งชุด ที่กลางเรือนมีบ่อปลาคราฟขนาดเล็ก มันถูกห้อมล้อมด้วยดอกซ่อนกลิ่นสีขาวสะอาดในกระถางดินเผาจนรอบบ่อ ห่างออกไปไกลพอสมควรจะเห็นเรือนแพอีกหลายสิบลำ หากแต่ระยะห่างที่ทิ้งช่วงไว้มากจึงให้ความรู้สึกว่ามีความเป็นส่วนตัว

คุณลุงเบต้าจอดเรือยนต์ที่ปีกซ้ายของเรือน พีรยุทธ์เป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นไปบนเรือนแพก่อนจะโน้มตัวลงมาหยิบยกกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดไว้ในมือ

อัลฟ่าชากุหลาบยังคงเหม่อมองทิวทัศน์รอบกายไม่ยอมขยับตัวพาให้อัลฟ่าเพื่อนสนิทลอบอมยิ้มเอ็นดูเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ของวัน

“มาเร็วครับกานต์ เอาของไปเก็บกัน” อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเอ่ยเรียกวีรกานต์ด้วยรอยยิ้ม

สองอัลฟ่าเอ่ยขอบคุณคุณลุงเบต้าก่อนลาจาก พวกเขาหิ้วกระเป๋าใบโตเข้าไปเก็บในตู้ไม้ใบเล็ก ภายในเรือนมีฟูกขนาดห้าฟุตพร้อมผ้าห่มและหมอนอีกสองใบวางอยู่บนพื้นระแนง ตั่งไม้ขนาดเล็กถูกจัดไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง ห้องน้ำถูกแยกเป็นอีกห้องข้าง ๆ ตัวเรือน

“ชอบไหม” พีรยุทธ์ยอบกายลงบนฟูกแล้วเอนตัวลงนอน แขนข้างขวาถูกยกขึ้นไปหนุนนอนต่างหมอน ดวงตาคู่คมปิดลงทันทีเนื่องจากเกิดอาการล้าหลังเดินทางไกล

“ชอบ สวยดี” อัลฟ่าชากุหลาบเอ่ยตอบพลางสาวเท้ามานั่งลงที่ข้างฟูก

พีรยุทธ์ยกยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ อย่างไรวีรกานต์ก็ต้องชอบมันเมื่อสถานที่แห่งนี้มีแต่สายน้ำที่เจ้าตัวหลงใหลโอบล้อมกาย

“พีขอพักสายตาสักแปปนะครับ”

“นอนไปเถอะ เดี๋ยวกานต์ออกไปนั่งเล่นข้างนอก”

“กอดได้ไหมครับ” อัลฟ่ากลิ่นองุ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางขยับพลิกตัวหันตะแคงข้าง ช้อนสายตาขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีเฮเซลนัทของวีรกานต์

"เหนื่อยก็นอนไป กอดแล้วมันจะนอนสบายตัวไหม" อัลฟ่าชากุหลาบเอ่ยขัดทันที ดูก็รู้ว่าเหนื่อยกับการเดินทางมากแค่ไหน ขับรถตั้งแต่เช้ามืดโดยไม่พัก ดวงตาคู่คมก็อ่อนล้าเสียขนาดนั้น

เจ้าเพื่อนอัลฟ่าบึนปากแล้วหลบสายตาฝั่งใบหน้าคมลงฟูกอย่างแง่งอน "นอนก็ได้ครับ"

วีรกานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้า เพื่อนอัลฟ่าของเขาเริ่มแสดงท่าทีเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กซุกซน

หากเป็นเวลาปกติก็จะไม่ยอมให้แตะเนื้อตัวเท่าไหร่ อย่างวันที่พีรยุทธ์แอบย่องเข้าไปนอนกับเขาในวันนั้น ถึงวีรกานต์จะแกล้งแหย่ว่าจะกอดปลอบแต่เจ้าตัวก็ยังโอดครวญว่าไม่ต้องการ

แล้วดูตอนนี้สิ

พอเหนื่อยก็มาอ้อนขอนอนกอด

ยังคงเป็นเด็กชายองุ่นเสมอ

"อย่างอน มากอดก็ได้มา เดี๋ยวกานต์เล่นโทรศัพท์รอ" สุดท้ายก็เป็นวีรกานต์ที่แพ้ให้ลูกอ้อนของเพื่อนอัลฟ่าทุกครั้งไป

อัลฟ่าชากุหลาบเอนกายลงนอนที่ว่างข้าง ๆ เขาตะแคงตัวหันเข้าหาเพื่อนตัวดี แขนข้างหนึ่งถูกยกให้พีรยุทธ์ใช้หนุน อีกข้างก็โอบรอบลำตัวหนา ออกแรงรัดวงแขนให้กระชับมากกว่าปกติอย่างหมั่นไส้ก่อนจะคลายออกให้สารถีขับรถจำเป็นเมื่อชั่วโมงก่อนได้พักผ่อนให้เต็มที่

พีรยุทธ์ก็ใช้ลำแขนพาดไว้บนเอวของอัลฟ่าชากุหลาบ เนื่องจากในตอนนี้ตนอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า วีรกานต์จึงถือโอกาสวางคางเกยไว้บนหศีรษะที่เส้นผมสีดำสนิทถูกเสยขึ้นมา

ลมหายใจอุ่นที่สัมผัสได้ตรงช่วงลำคออย่างสม่ำเสมอทำให้วีรกานต์รู้ว่าขณะนี้เพื่อนอัลฟ่าของเขาได้เข้าสู่นิทราแล้วแม้เวลาจะผ่านไปเพียงสิบนาทีเท่านั้น

จากตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะใช้เวลานี้ไล่ตอบคำถามของนักเรียนที่ส่งเข้ามาถามในเรื่องเรียน แต่ตอบไปได้เพียงแค่สองคนก็จำต้องวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ ข้างฟูก

แม้จะเป็นช่วงใกล้เที่ยงวันแต่วีรกานต์กลับไม่รู้สึกร้อนหรือสัมผัสได้ถึงความอบอ้าว กลับกันเขารับรู้ได้เพียงสายลมเย็นฉ่ำที่พัดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามา นับว่าสถานที่แห่งนี้บรรยากาศดีมากจนทำให้อัลฟ่าชากุหลาบเกิดอาการง่วงงุนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เขาเพิ่งจะตื่นเมื่อชั่วโมงก่อน แต่กลับรู้สึกอยากนอนอีกแล้ว

วีรกานต์กระชับวงแขนอีกครั้ง นิ้วชี้ถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าของอัลฟ่ากลิ่นองุ่น ก่อนเปลือกตาจะปิดลงพร้อมลมหายใจที่ผ่อนออกมาอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกับพีรยุทธ์

#พีขอโทษ

เจ้าลูกหมามันเอาใหญ่แล้วค่ะแม่แม๊

TW : dao_jun000

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   Special 2 บันทึกของพีและกานต์

    Special 2 บันทึกของพีและกานต์ _______ตั้งแต่จำความได้เขาก็ตัวติดกับวีรกานต์แล้ว อาจจะเพราะเรียนชั้นเดียวกันและอายุห่างกันแค่ไม่กี่เดือนทำให้พวกเราสนิทกันมากแต่เพราะความเป็นอัลฟ่าทั้งคู่ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านเป็นกังวลว่าหากวันใดที่พวกเขาเกิดบาดหมางกันขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากอัลฟ่ามักหวงถิ่นและไม่ค่อยชอบใจนักที่มีอัลฟ่าอีกหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของตนแต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นพีรยุทธ์และวีรกานต์ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือผิดใจกันสักครั้ง อย่างมากก็แค่ออกอาการแง่งอนตามประสาซึ่งแน่นอนว่าส่วนมากมักจะเป็นอัลฟ่าคนน้องหลายครั้งอาจมีการลงไม้ลงมือบ้างแต่ไม่ใช่การทำร้ายกัน เป็นพีรยุทธ์ที่ทำร้ายตัวเองหรือข้าวของต่าง ๆ เพราะอัลฟ่าคนนี้เป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร และทุกครั้งคนที่ทำให้สงบลงได้ก็เห็นจะมีแค่เพียงอัลฟ่าคนพี่อย่างวีรกานต์เท่านั้นห้องนอนถูกทุบกำแพงทิ้งเพื่อติดตั้งประตูกระจกตามคำเรียกร้องของสองอัลฟ่าวัยอนุบาล ในตอนแรกความคิดนั้นถูกขัดขึ้นมาด้วยเหตุผลต่าง ๆ แต่อัลฟ่าคนน้องก็ปล่อยโฮจนคนเป็นแม่อ่อนใจ คนพี่ก็ไม่คิดเอ่ยขัดน้องมันจึงลงเอยด้วย

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   Special 1 กานต์อยากให้ทำ

    Special 1 กานต์อยากให้ทำ _______ ยามนี้ท้องฟ้าถูกระบายไปด้วยสีดำสนิท มีจุดสีขาวแต้มไปทั่วให้ความสว่างควบคู่ไปกับแสงประดิษฐ์บนท้องถนนและตามตึกราต่าง ๆ ภายในห้องนอนของคอนโดใจกลางเมืองมีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา สองร่างของหนึ่งอัลฟ่าและหนึ่งโอเมก้ากอดก่ายมอบความอบอุ่นให้แก่กันอย่างเช่นทุกวัน ที่ด้านข้างเตียงมีที่นอนขนาดเล็กถูกล้อมไว้ด้วยแผ่นไม้หลายซี่จนกลายเป็นกรงขนาดย่อม ด้านในมีฟูกหนารองรับ หมอนข้างอันเล็กถูกวางกั้นไว้ทั้งสี่ทิศทางเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กน้อยด้านในกลิ้งกระแทกจนเจ็บตัว ผ้าห่มผืนสะอาดก็คลุมอยู่บนตัวของเด็กชายโอเมก้าวัยห้าเดือนเศษ โอเมก้าน้อยอยู่ในชุดสีครีมนวล มือและเท้าทั้งสองข้างถูกหุ้มไว้ด้วยถุงผ้าขนาดพอดีข้อมือข้อเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กน้อยซุกซนจิกเล็บบนเนื้อตัวเอง ดวงตาทั้งสองข้างปิดพริ้ม ใบหน้าจิ้มลิ้มที่หากใครได้เห็นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถอดแบบคนเป็นแม่มาแทบทุกกระเบียดนิ้ว ประกอบกับพวงแก้มคล้ายลูกซาลาเปานั่นยิ่งทำให้โอเมก้าน้อยดูน่าเอ็นดูเป็นไหน ๆ น่าเอ็นดูจนคนเป็นพ่อออกอาการหวงลูกชายตั้งแต่

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 26 คุณพ่อและคุณแม่ (END)

    บทที่ 26 คุณพ่อและคุณแม่ (end)_______การสังสรรค์มื้อค่ำจบลงตอนใกล้เข้าวันใหม่ คุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อนช่วยกันเก็บล้างจานชามและสถานที่ทานอาหารด้านหน้าของบ้าน ปล่อยให้หนุ่มสาววัยกลางคนกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนก่อนพวกเขาจะตามไปบ้างพีรยุทธ์อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงในห้องของคุณแม่โอเมก้าระหว่างรออีกฝ่ายเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกายดับกลิ่นควันกลิ่นอาหารก่อนเข้านอน ซึ่งเขาอาบน้ำมาแล้วก่อนหน้า เมื่อจัดการตัวเองเสร็จสรรพจึงได้ถือวิสาสะเข้าห้องวีรกานต์มานั่งรอไม่นานจมูกโด่งก็ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่และฟีโรโมนชากุหลาบก่อนดวงตาสีรัตติกาลจะเห็นว่าวีรกานต์กำลังสาวเท้ามาทางตน รอยยิ้มบางผุดขึ้นทันทีแล้วรีบเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง ท่อนแขนหนาอ้าออกกว้างเพื่อรับเอาคุณแม่โอเมก้ามาไว้ในอ้อมกอดซึ่งอีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีวีรกานต์ทรุดกายลงนั่งบนที่นอนนุ่มโดยมีคุณพ่ออัลฟ่าเกาะเกี่ยวอยู่ไม่ห่าง เขาวางกองผ้าที่หอบมาไว้ริมที่นอน จัดการตำแหน่งให้พวกมันโอบล้อมตัวเองตามสัญชาตญาณของคนเป็นแม่ ทั้งหมดนั้นเป็นเสื้อผ้าของพีรยุทธ์ที่เขาขอจากอีกฝ่ายไว้ก่อนหน้า แน่นอนว่าเมื่อครู่เขานำมันเข้าห้องน้ำไปด้วยเพร

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 25 ช้ากว่าแต่รักเหมือนกัน

    บทที่ 25 ช้ากว่าแต่รักเหมือนกัน_______เป็นอีกวันที่หนึ่งโอเมก้าและหนึ่งอัลฟ่านอนกอดก่ายมอบความอบอุ่นให้กันจนเช้า อันที่จริงต้องบอกว่ามันสายสักหน่อยเพราะนี่ก็ใกล้จะถึงมื้อเที่ยงแล้วยิ่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมากว่าจะกล่อมกันนอนได้คุณแม่โอเมก้าก็พูดจนปากเปียกปากแฉะเพื่อปลอบประโลมพีรยุทธ์ที่ยังอยู่ในห้วงของความกังวลและความกลัว กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงถึงสงบลงได้โดยที่ยังมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าแต่วีรกานต์ก็ต้องลำบากอีกครั้งเมื่อถูกกอดรัดไว้เสียแน่นไม่ยอมปล่อย แต่หากถามว่าเขายอมหรือไม่ก็ตอบได้ทันทีเลยว่ายอมด้วยความเต็มใจดีเสียอีก...มีกลิ่นฟีโรโมนของพีรยุทธ์โอบล้อมกายทั้งหอมทั้งผ่อนคลาย"...หอมจัง" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยกระซิบข้างใบหูของวีรกานต์อาจเป็นเพราะเมื่อคืนใช้เสียงกับการร้องไห้ไปมากมันเลยส่งผลมาจนถึงเช้าวันนี้ไม่ว่าเปล่า จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมของฟีโรโมนชากุหลาบตามลำคอขาวแล้วไล่พรมจูบไปตามลาดไหล่มนที่โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมา ท่อนแขนหนาก็กระชับกอดรัดคุณแม่โอเมก้าไว้แน่น"พอแล้วพี" แม้จะชอบใจที่ถูกกลิ่นองุ่นของพีรยุทธ์โอบล้อมกายแต่ตอนนี้เป็นเวลาสายมากแล้ว พวกเขาทั้งคู่ควรลุกจาก

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 24 ปลดล็อกซึ่งกันและกัน

    บทที่ 24 ปลดล็อคซึ่งกันและกัน______คืนนี้ไม่มีพระจันทร์คอยให้แสงสว่างในยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟประดิษฐ์ที่ประดับประดาอยู่บนท้องถนนและตามตึกสูงใหญ่ เป็นเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลสักวินาทีเดียวมื้อเย็นวานก่อนผ่านไปได้ไม่ดีนัก พวกเขาทั้งคู่ไม่มีใครอยากทานอาหารต่อ บนโต๊ะอาหารจึงจบลงด้วยการแยกย้ายกันโดยที่พีรยุทธ์เดินไปส่งคุณแม่โอเมก้าเข้าห้องนอนแล้วกลับมาเคลียร์โต๊ะอาหารเมื่อตรวจสอบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเขาก็เตรียมตัวเข้านอนเช่นกัน แม้จะฟูมฟายเพียงไม่นานแต่กลับรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียเสียจนอยากจะล้มตัวลงนอนมันตรงนั้นมือหนาของอัลฟ่าเอื้อมเปิดประตูแผ่วเบา พยายามอย่างมากไม่ให้มันเกิดเสียงดังรบกวนคุณแม่โอเมก้าที่น่าจะกำลังอยู่ในห้วงนิทราแสนหวานด้านในพีรยุทธ์งับประตูลงแล้วสาวเท้าพาตัวเองมายืนข้างเตียง ดวงตาสีรัตติกาลมองผ่านความมืดไปหาคนบนเตียง บนนั้นมีร่างของคุณแม่โอเมก้านอนอยู่ ข้างกายทั้งสองฝั่งมีกองเสื้อผ้าขนาดย่อมโอบล้อมไว้ ทั้งหมดนั่นเป็นเสื้อที่คุณพ่ออัลฟ่าใส่แล้วทั้งนั้น อีกทั้งในอ้อมแขนยังมีเสื้อเชิ้ตที่เขาเพิ่งใส่เมื่อเช้าถูกกอดรัดไว้จนแน่นอีกด้วยวีรกานต์เป็นแบบนี้มาหนึ่งสัปด

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 23 ไม่เอาแล้ว

    บทที่ 23 ไม่เอาแล้ว_______อัลฟ่ากลิ่นองุ่นกำลังง่วนอยู่กับการทำมื้อเย็นในครัว วันนี้เขาเลือกเป็นผัดผักและต้มจืดวุ้นเส้น เมนูง่าย ๆ ที่เบาท้องแต่ให้สารอาหารครบครันสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนตอนนี้วีรกานต์แยกตัวไปอาบน้ำ เขาจึงรีบเร่งฝีมือทำอาหารให้เสร็จทันก่อนที่อีกฝ่ายจะทำธุระเสร็จ เพราะเขายังรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งเวลาคุณแม่โอเมก้าเข้าไปทำธุระในห้องน้ำเพียงลำพัง กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดแล้วเขาไม่ได้ยินหรือรับรู้เพราะอยู่ด้านนอกก็แค่ความกลัวที่เขาไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้รู้สึกไม่ได้แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะทำอะไรช้ากว่าวีรกานต์ไปเสียหน่อย เพราะคุณแม่โอเมก้าเดินเข้าห้องครัวมานั่งลงที่โต๊ะทานอาหารแล้วอีกฝ่ายอยู่ในชุดนอนผ้าลื่นสีอ่อน มันยิ่งขับให้ผิวของคุณแม่โอเมก้าขาวขึ้นมากกว่าเดิม ประกอบกับเรือนร่างที่เริ่มมีน้ำมีนวลก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายน่าเอ็นดูในสายตาของพีรยุทธ์อัลฟ่ากลิ่นองุ่นหันมาส่งยิ้มบางให้ผู้มาใหม่ก่อนจะกลับไปปิดเตาแก๊สแล้วจัดการเทอาหารลงจานพร้อมกับเสิร์ฟข้าวสวยร้อน ๆ ให้กับวีรกานต์คุณแม่โอเมก้าทำเพียงยกยิ้มตอบรับแล้วก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปเงียบ ๆ โดยมีอัลฟ่ากลิ่นอง

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 15 ดื้อดึง

    บทที่ 15 ดื้อดึง_______เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่าย วีรกานต์ถือถาดสแตนเลสที่มีถ้วยเปล่าพร้อมแก้วน้ำออกมาล้าง รวมถึงเคลียร์อุปกรณ์ทำอาหารที่ถูกวางกองไว้ในอ่างและจัดเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยเขาทานข้าวต้มที่พีรยุทธ์ทำให้จนหมดโดยไม่ลืมหยิบเม็ดยาของคุณหมอมากินด้วย มันมีทั้งยาแก้อาเจียน ยาบำรุงครรภ์ บำรุง

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 14 เพราะผิดพลาด

    บทที่ 14 เพราะผิดพลาด_______ร่างหนาของอัลฟ่าเดินผ่านผู้คนนับร้อยภายในโรงพยาบาลออกมาด้านนอก เขาสาวเท้าเร็วรี่ ดวงตาสีรัตติกาลบัดนี้แดงก่ำ มันถูกเคลือบไปด้วยหยาดน้ำใสที่พร้อมจะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อพีรยุทธ์เดินมาตามทางที่จำได้ว่าตนจอดรถเอาไว้ หากเป็นปกติเขาคงเข้าไปรออัลฟ่าชากุหลาบบนรถแล้ว แต่ในเวลานี

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 12 ติดกลิ่น

    บทที่ 12 ติดกลิ่น_______มวลเมฆสีดำก้อนใหญ่ลอยต่ำ เสียงกัมปนาทฟาดดังเปรี้ยงปร้างให้ได้ยินเป็นระยะเป็นสัญญาณบอกถึงสิ่งที่จะตามมาในอีกไม่ช้าว่าคงเป็นฝนห่าใหญ่เพราะพายุเข้ามาเกือบสัปดาห์ได้แล้วดวงตาสีเฮเซลนัทเหม่อมองออกไปทางถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักในย่านนี้ รถราหลายสิบหลายร้อยคันค่อย ๆ ขยับเคลื่อน

  • พีขอโทษ Sorry for the misake   บทที่ 6 อาการรัทที่รุนแรงกว่าปกติ

    บทที่ 6 อาการรัทที่รุนแรงกว่าปกติ_______ไม่มีทางอัลฟ่าไม่มีทางมีเขี้ยวจริงอยู่ว่าบรรพบุรุษมีเชื้อนักล่าอย่างหมาป่าแต่พวกเขาไม่ได้ฝากสัญลักษณ์ที่น่าเกรงขามนี้ไว้ให้ลูกหลานหรือใครหน้าไหนทั้งนั้นเว้นเสียแต่...เชื้อสายบริสุทธิ์อีนิกม่า....ต้องไม่ใช่สิในขณะที่วีรกานต์กำลังจมอยู่กับความคิดถึงสิ่งท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status