Mag-log in“พี่เอ็ม บ้านเราไม่ได้ไปทางนี้นี่นา นี่พี่เอ็มจะพาผึ้งไปไหน” ไม่ทันไรฉันก็เริ่มโวยวายพี่ชายข้างบ้าน เมื่อวานก็เพิ่งได้ฉันไป อย่าบอกนะว่าเกิดติดใจแล้ววันนี้ก็อยากจะเอาฉันอีก
“พี่เอ็ม นี่จะขับไปไหน” น้ำเสียงใสๆของฉันเริ่มเหวี่ยงเมื่อคนขับไม่ยอมตอบคำถาม “พี่ขับไปทางลัด อีกอย่าง... ขับเลาะไปตามซอยเล็กๆ มันปลอดภัยกว่าถนนใหญ่ด้วย” น้ำเสียงเรียบนิ่งค่อยๆ อธิบายออกมา เมื่อฉันมองกระจกข้าง ก็เห็นว่าเขาแอบยิ้ม “แน่ใจนะ ว่ามันเป็นทางลัด” ในซอยนี้มันมีโรงแรมม่านรูดเต็มไปหมด จนฉันเริ่มหวั่นใจ “แน่ใจสิ นั่งรถเมล์มันอ้อมโลกจะตาย ซ้อนมอ’ไซค์กลับกับพี่เดี๋ยวเดียวก็ถึง” พี่เอ็มขับลัดเลาะไปตามซอยแคบๆ ที่ฉันไม่คุ้นเคย พอออกมายังถนนใหญ่ฉันก็ต้องตกใจเพราะว่ามันลัดระยะทางมาเยอะมาก “นี่มาโผล่ตรงนี้เลยเหรอเนี่ย” ถนนเส้นนี้ต้องนั่งรถเมล์ตั้งนานกว่าจะถึง นี่พี่เอ็มขับมอเตอร์ไซค์มาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว “ก็ใช่น่ะสิ! เห็นมั้ยพี่บอกแล้ว ต่อไปผึ้งให้พี่มารับทุกวันเลยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถเมล์กลับ ยิ่งเวลาเลิกเรียนแบบนี้รถติดจะตาย” แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าฉันกลับบ้านเร็วกว่าปกติแบบนี้ ถึงบ้านก่อนที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดจะปิดเสียด้วยซ้ำ เสียงดุๆ ของป๊าที่ลอยล่องเข้ามาในหูว่า ‘ผึ้งทำไมวันนี้กลับเร็ว’ มันทำให้ฉันกระตุกเสื้อพี่เอ็มทันที “พี่เอ็ม เอ่อ… แวะ… แวะกินไอติมก่อน” ฉันรีบพูดเมื่อตาเหลือบไปเห็นไอศกรีมร้านดังที่ตั้งอยู่ตรงชั้นหนึ่งของห้างแถวบ้าน “ผึ้งอยากกินไอติมเหรอ” เขาชะลอความเร็ว ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในห้าง พอรถจอดสนิทฉันก็ค่อยๆ กระโดดลงมา ฉันเป็นผู้หญิงร่างผอมบาง แต่มีส่วนเว้าโค้งสวยเกินวัย แถมนมยังใหญ่เกินตัว ส่วนสูงประมาณร้อยหกสิบกว่าๆ ส่วนพี่เอ็มน่าจะสูงร้อยแปดสิบอัพ พี่เอ็มหุ่นดีมาก ฉันแอบมองเขาออกกำลังกายที่สวนหย่อมหลังบ้านเป็นประจำ ทั้งมัดกล้ามแน่นๆ กับเส้นเลือดที่ปูดโปนไปตามเรียวแขนและหลังมือนั้นช่างดึงดูดใจ แถมแท่งเอ็นของเขา เวลาแข็งขยายจนสุดนั้นใหญ่โตมากมายจริงๆ มันแผลงฤทธิ์ร้ายจนฉันแทบจะหยุดหายใจมาแล้ว “ผึ้งอยากเดตกับพี่เหรอ” เมื่อคนตัวสูงถอดหมวกกันน็อคออกก็เอี้ยวหน้าหล่อๆมาถามฉันทันที แววตาเปล่งประกายท้าทายพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เปล่า ผึ้งไม่อยากรีบกลับบ้านเพราะกลัวป๊าจะสงสัยเอาต่างหาก” ฉันรีบตอบ ไม่อยากให้เขาสำคัญตัวเองผิด ฉันไม่เคยคิดจะเป็นแฟนกับพี่เอ็มเลย เมื่อวานก็แค่ยอมให้เขาฟันเพื่อแลกกับการที่เขาจะไม่ไปฟ้องป๊าเรื่องที่ฉันหนีเรียนไปร้องเกะ แต่ทำไมเวลาสบตากับสูดกลิ่นกายเขาแล้วต้องใจเต้นแรงแบบนี้ด้วย แถมยังร้อนรุ่มไปหมด “รีบไปกันเถอะพี่เอ็ม ผึ้งอยากกินอะไรเย็นๆ” ฉันเดินนำคนตัวโตเข้าไปในร้านไอติม รีบไปนั่งตรงโต๊ะโซฟาที่อยู่ในมุมห่างไกลผู้คน เพราะกลัวจะมีคนรู้จักผ่านมาเห็นเข้า พวกลูกค้าประจำในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่สนิทกับป๊าและรู้จักฉันมีตั้งเยอะตั้งแยะ “ผึ้งอยากกินอะไรก็สั่งตามสบายเลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง” เสียงห้าวๆ ดังขึ้นในขณะที่เจ้าของเสียงรีบเบียดตัวมานั่งแนบชิดข้างๆฉัน “โอ๊ย! อย่ามาทำตัวเป็นป๋าหน่อยเลย หน้าไม่ให้” ฉันแซวเขาเสียงแหลมพร้อมกับผลักตัวเขาออกไปไกลๆ แต่ยิ่งผลักเขาก็ยิ่งดันตัวเข้ามาเบียด จนไม่เหลือที่ว่างระหว่างเรา “อย่าผลักสิ พี่อยากนั่งติดกับผึ้ง อยากกอดด้วย” “หยุด! พี่เอ็ม อย่ามาทำอะไรรุ่มร่ามในร้านไอติม” ฉันรีบห้ามปรามพร้อมดีดดิ้น เมื่อเรียวแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามยื่นมาโอบกอดฉันเอาไว้แน่น ในที่สุดพี่เอ็มก็ยอมคลายอ้อมกอดเมื่อพนักงานสาวเดินมารับออเดอร์ “ผึ้งเอานัตตี้ คริสปี้ ทาวเวอร์ แล้วพี่เอ็มล่ะ” “พี่ไม่สั่ง เดี๋ยวพี่ค่อยกินจากปากผึ้ง” เมื่อพี่ชายข้างบ้านตัวแสบยื่นหน้าหล่อๆ มากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบหื่น ฉันก็ขนลุกไปหมด “เอาแค่นี้ล่ะค่ะ” ฉันรีบบอก อยากให้พนักงานสาวคนนั้นรีบๆเดินไปยังโต๊ะอื่น เพราะเริ่มอาย “จริงๆแล้วพี่ก็มีไอติมแท่งใหญ่อยากให้ผึ้งลองชิม รับรองว่าพอได้ชิมแล้วจะติดใจ” เสียงแหบหื่นยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “พี่เอ็ม!” ฉันรู้แหละว่าเขาหมายถึงอะไร“พี่ยักษ์! นั่น…. นั่นจะทำอะไรน่ะ” ฉันส่งเสียงแหลมๆ กึ่งตะโกนออกมา ฝ่ามือเล็กยื่นไปดันหน้าอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ และมันก็ยิ่งเปิดโอกาสให้มือใหญ่แข็งแรงเกาะกุมมือนุ่มๆ ของฉันไว้ในทันที เหมือนฉากในหนังรักที่ดูเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน และสุดท้ายนางเอกก็โดนจูบ “ออกไปนะ อย่าเข้ามา” ไอ้พี่ชายข้างบ้านที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุกำมือฉันเอาไว้แน่น และเพียงชั่วพริบตา หญิงสาวตัวเล็กๆ ในชุดนักศึกษาอย่างฉันก็โดนเขาดึงเข้าไปกอดเอาไว้แนบอก ในขณะที่ฉันพยายามดีดดิ้นสุดแรงพี่ยักษ์กลับกอดฉันเอาไว้ไห้แน่นกว่าเดิม แน่นจนกลิ่นกายผสมกลิ่นเหงื่อฟุ้งเข้ามาสะกดฉันให้ยอมยืนนิ่งๆ กลิ่นกายของพี่ยักษ์กลายเป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยไปซะแล้ว และอ้อมแขนแข็งแรงที่กำลังโอบกอดฉันอยู่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยขึ้นมาซะดื้อๆ ใจแข็งเข้าไว้เพชรกัญญา ชีวิตเธอจะมาลงเอยกับพี่ชายข้างบ้านสุดแสนจะร้ายกาจคนนี้ไม่ได้ “ยืนนิ่งเชียวเพชร ชอบให้พี่กอดเหรอ” น้ำเสียงแหบห้าวของผมแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มละมุนเมื่อคนตัวเล็กในอ้อมกอดค่อยๆ หยุดดิ้นแล้วยืนนิ่งๆ ปลายจมูกโด่งรั้นฝังอยู่ตรงซอกคอของผมพอดิบพอดี ส่วนนมที่ใหญ่โตล้นทะลักก็กำลังบดเบียดลำต
เมื่อวานไม่น่าลืมตามช่างมาเปลี่ยนหลอดไฟเลยฉัน ดูสิเนี่ย… พอเริ่มค่ำ ก็เริ่มแย่ แถมปะป๊ากับหม่าม้าของฉันยังโคตรดุ และฉันก็ต้องทำบัญชีให้เสร็จภายในคืนนี้ด้วยหลอดไฟที่สำรองไว้ก็ดันหมด แถมวันนี้ก็ดันเป็นวันหยุดของช่างประจำเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์ เอ… หรือว่าจะโทรให้แม่บ้านออกไปซื้อหลอดไฟเข้ามาแล้วช่วยกันเปลี่ยนตอนนี้เลย สายตาคู่สวยเพ่งมองไปยังกองใบเสร็จรับเงินบนโต๊ะก่อนจะกดโหมดไฟฉายที่โทรศัพท์มือถือส่อง เออ! ทำแบบนี้ไปก่อนก็ได้ พอแบตหมดก็ค่อยชาร์จ ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลงมือทำงานต่อ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นบานประตูออฟฟิศก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงคนหนึ่ง แค่กลิ่นกายที่ล่องลอยมา…. ฉันก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร “พี่ยักษ์! พี่ยักษ์เข้ามาได้ยังไง” น้ำเสียงของฉันแฝงแววตกใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ไอ้ตัวหื่นข้างบ้านมันจะโผล่เข้ามา และปกติฉันก็ไม่ได้ล็อคประตูจนชิน ไม่น่าประมาทเลยฉัน พี่ยักษ์จ้องจะลวนลามฉันอยู่ตลอดเวลา และวันนี้ก็สบโอกาสเพราะทั้งปะป๊ากับหม่าม้าออกไปข้างนอก ค่ะ! และตอนนี้ฉันกับเขาก็อยู่ในห้องที่ค่อนข้างจะมืดด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง ดีนะที่หล
น้องเพชรกัญญาแสนสวยนอกจากจะจีบโคตรยากแล้วยังชอบพ่นวาจาทิ่มแทงหัวใจของผมเป็นว่าเล่น แต่คนอย่างผมมีเหรอจะสะทกสะท้าน เป้าหมายของผมนั้นโคตรจะชัดเจน นั่นคือการได้น้องเพชรที่ผมเฝ้ามองตั้งแต่นมยังไม่ตั้งเต้าจนนมโตล้นทะลักชุดนักศึกษามาเป็นเมีย และผมมันก็เป็นผู้ชายประเภทที่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่เป็นซะด้วย หลังจากที่โดนผมลวนลามจนเจ้าของร่างบอบบางตัวอ่อนระทวยและอารมณ์กระเจิดกระเจิง เธอก็รีบหอบหนังสือที่ร่วงหล่นกระจายวิ่งกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่ครอบครัวเธอเป็นเจ้าของอย่างรวดเร็ว รีบเสียจนลืมกระเป๋าถือคู่ใจที่มีของสำคัญอยู่ในนั้น หรือว่าเธอตั้งใจลืมเพื่อที่จะให้ผมวิ่งตามเอาไปคืน! คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนเลยกู แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คืนนี้เป็นคืนวันเกิดของผมและยังไงผมก็ต้องได้จูบน้องเพชร ถ้าได้ดูดปากเมื่อไหร่จะดูดหนักๆ ให้น้ำเดินเลยคอยดู เออ! แต่ถ้าได้ดูดปากแล้ว จะขอดูดอย่างอื่นด้วยน้องเพชรกัญญาผู้น่าฟัดเธอจะยอมให้ดูดป่าววะ ยิ่งคิดก็เหมือนจะยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ มือใหญ่รีบคว้ากระเป๋าถือของเธอที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ทันที เย็นวันสิ้นเดือนแบบนี้ ตามปกติน้องเพชรเธอจะทำบัญชีอยู่ที่ห้องชั้
“ลูกชายลื้อเรียนเภสัชปีสาม ส่วนลูกสาวอั๊วปีนี้ก็เข้ามหา’ลัยคณะบัญชีปีหนึ่ง แบบนี้ต้องรีบนัดให้ทั้งสองคนมาทำความรู้จักกัน ถ้าเกิดรักกันขึ้นมา แล้วในอนาคตลูกชายลื้อเปิดร้านยา แล้วลูกสาวอั๊วจะได้ช่วยทำบัญชีให้” เช้าวันเกิดที่สุดแสนจะรื่นรมย์ของผมกลับกลายเป็นหมองหม่นขื่นขมในพริบตา เพียงเพราะว่าได้ยินบทสนทนาบ้าบอระหว่างเฮียหวังเจ้าของเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์กับเฮียหลีเจ้าของร้านทองชื่อดังในย่านนี้ ถึงแม้ว่าจะคุยกันเสียงดังและหัวเราะกันอย่างเฮฮาครื้นเครง แต่ผมก็รู้ว่าเฮียหวังแกจริงจังกับเรื่องนี้… จริงจังมาก! ใช่ครับ ใครๆ ต่างก็เรียกปะป๊าของน้องเพชรคนสวยว่าเฮียหวัง และต่างก็รู้ว่าเฮียหวังแกอยากได้ลูกเขยรวยๆ ก็ไม่แปลกหรอกที่เฮียแกอยากจะเป็นทองแผ่นเดียวกันกับเถ้าแก่ร้านทองอย่างเฮียหลีที่รวยอย่างเดียวไม่พอทว่ายังรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นอีกด้วย พอได้ยินแบบนี้แล้วเลือดนักสู้ในตัวมันก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที ผมก็เลยคิดแผนการหมายจะลวนลามสาวสวยข้างบ้านให้เคลิบเคลิ้มตัวอ่อนจากนั้นก็จัดการรวบหัวรวบหางให้เธอตกเป็นของผมอย่างเร็วที่สุด น้องเพชรคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมต้องการ ผมแอบม
“เพชร เพชร… โผล่หน้ามาหาพี่หน่อย เพชร! ได้ยินพี่ไหม” เสียงทุ้มพูดกึ่งตะโกนที่ดังทะลุผ่านบานกระจกหน้าต่างทำให้ฉันต้องลุกขึ้นเดินไปจัดการกับคนต้นเสียงก่อนจะมีใครผ่านมาเห็นเข้าแล้วเข้าใจผิด“ได้ยินแล้ว ไม่ต้องตะโกนเสียงดังก็ได้” ฉันเองที่กลายเป็นฝ่ายตะโกนใส่เขาแทน และหลังจากที่เลื่อนบานกระจกแล้วชะเง้อมองลงไปก็พบกับใบหน้าคมคายที่กำลังยิ้มกว้างมองฉัน พี่ยักษ์ท่าทางอารมณ์ดีมาก วันเกิดตัวเองทั้งทีแต่ก็ไม่ยอมไปฉลองกับเพื่อน มัวแต่มาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ฉัน“มาทำไม เพชรบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาหาที่นี่” ฉันแกล้งพูดห้วนๆ ใส่หน้าเขา จากนั้นใบหน้าหมวยสวยจิ้มลิ้มก็คลี่ยิ้มน่ารักออกมาโดยไม่รู้ตัว “ก็บ้านพี่มันอยู่ติดกับเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์แล้วเดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้หรือยังไง” พี่ยักษ์ยืนเท้าสะเอวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าสายตาที่มองมานั้นดูก่อกวนจนน่าหยิกแก้ม มือหนึ่งถือถุงน้ำเต้าหู้ ส่วนอีกมือก็ถือ… กระเป๋าของฉัน นี่ฉันลืมหยิบกระเป๋าขึ้นมาเหรอวะ… บ้าจริง! กระเป๋าหล่นตอนโดนพี่ยักษ์ฉุด แล้วฉันก็เก็บแต่หนังสือที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาก่อนจะวิ่งหนีเขา โดนหอมแก้มแบบหนักหน่วงจนเบลอไปหมดแล้วฉัน
ฉันกำลังเรียนปีหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และตามปกติในทุกๆ วันสิ้นเดือน ฉันจะมีหน้าที่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์ให้หม่าม้า โชคดีที่วันนี้ทั้งปะป๊าและหม่าม้าออกไปข้างนอกแบบยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเข้ามา เห็นบอกว่าจะไปงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่ร้านทองสาขาใหม่ของเจ็กหลิม แบบนี้กว่าจะกลับมาก็คงจะดึก ฉันที่อยู่ในสภาพชุดนักศึกษายับย่นผมยุ่งและแก้มช้ำเลยเดินเข้าไปในห้องอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานตรงชั้นสองได้อย่างสบายใจเพราะปลอดผู้คนเมื่อก้าวเดินเข้ามาในห้องร่างบอบบางก็หย่อนตัวนั่งลงตรงโต๊ะทำงานในทันที และสิ่งแรกที่ฉันทำก็คือ… ใช้ฝ่ามือลูบไล้พวงแก้มทั้งสองข้างที่โดนกระหน่ำหอมโดยไอ้พี่ชายข้างบ้านตัวหื่นด้วยท่าทางขวยเขินไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนแรกที่ได้ยื่นหน้ามาบดขยี้แก้มขาวใสนวลเนียนของฉันจะเป็นไอ้พี่ยักษ์ที่ฉันเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ พี่ยักษ์ที่ในวัยมัธยมต้นชอบเกเรโดดเรียนหนีไปเล่นเกมกับเพื่อน และพอปะป๊าตัวเองจับได้ก็โดนดุเสียงดังไปสามบ้านเจ็ดบ้าน พี่ยักษ์ที่โดนปะป๊ากับหม่าม้าปลุกให้ตื่นขึ้นมาช่วยขายขนมจีบกับซาลาเปาตั้งแต่เช้ามืด พี่ยักษ์ที่ตอนเด็กๆ ชอบเอาถ







