LOGIN“ใช่แล้ว ยายไม่มีทางให้แก้วตาดวงใจของยายไปอยู่กับคนอื่นหรอก”
“ว้า แห้วเลยเรา” พี่เพชรทำหน้าเซ็ง แต่ก็ยิ้มออก “น้าไปเรียนก่อนนะตัวเล็ก เดี๋ยววันหลังจะแวะมาหยอกใหม่” พี่เพชรหอมแก้มตาหนูฟอดใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืน จ่ายตังค์ค่าข้าวแกงให้ผม
“ขอบคุณนะครับพี่ วันหลังมาอุดหนุนใหม่นะ” ผมเอ่ยหลังจากคืนเงินทอนให้แล้ว
“ถ้าวินมาขายทุกวันพี่ก็จะแวะมาอุดหนุนทุกวัน” พี่เพชรตอบ แต่กลับยืนอยู่หน้ารถเข็นไม่ยอมไปไหน
“ให้จริงนะครับ ผมจะรอทุกวันเลย อยากทานอะไรบอกมาได้ เดี๋ยวผมทำพิเศษมาให้”
“จริงดิ เดี๋ยววันหลังพี่จะบอกละกัน เพราะพี่อยากเป็นลูกค้าที่พิเศษกว่าคนอื่น” ทำไมต้องส่งสายตาอย่างนั้นมาให้ผมด้วยนะ บางทีก็รู้สึกผิดที่ไม่เคยปฏิเสธความรู้สึกไปเลยสักครั้ง นั่นทำให้เขายังคงคิดว่าผมไม่ปิดโอกาส
“ฮ่า ๆ พี่ก็พูดไป ผมให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่ากันหมดแหละครับ ว่าแต่ทำไมพี่เพชรยังไม่ไปอีกล่ะครับ เดี๋ยวก็เข้าเรียนสายหรอก”
“พี่รอเพื่อนอยู่ มันแวะมาแถวนี้พอดีเลยจะมารับพี่ไปมหาลัยด้วยกัน”
“ปกติผมเห็นพี่เพชรขับรถมา แต่ทำไมวันนี้ถึงได้ให้เพื่อนมารับครับเนี่ย”
“อ๋อ พอดีรถพี่เสียอ่ะเอาไปส่งศูนย์ วันนี้จึงถือโอกาสนั่งวินมา นาน ๆ ครั้งก็รู้สึกดีเหมือนกัน” ถ้าผมไม่มีมลทินมาก่อนหน้านี้ บางทีอาจจะได้คบกับพี่เพชรไปแล้วก็เป็นได้ เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากจริง ๆ บ้านรวยแต่สามารถใช้ชีวิตติดดินได้อย่างสบาย ๆ ไม่เหมือนพี่ธีรายนั้นถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ในชีวิตไม่เคยไปไหนนอกจากบ้านกับห้างสรรพสินค้า
“ออครับ” ผมตอบรับไปสั้น ๆ เพราะตอนนี้ลูกค้ากำลังมาพอดี
ระหว่างนั้นรถคันหรูก็มาจอดตรงหน้าร้าน พี่เพชรโบกมือลาผมก่อนจะขึ้นรถไป ผมได้แต่ยิ้มให้แล้วมองตามรถไปแวบหนึ่ง ดูท่าทางเพื่อนของพี่เพชรคงจะรวยมาก รถยุโรปยี่ห้อนี้ราคาคงหลายล้านบาทน่าดู
ขายข้าวแกงในช่วงเช้าจนเกลี้ยงหม้อแล้ว ผมกับยายจันทร์ก็กลับมาที่บ้าน เพื่อพักผ่อนและเตรียมของออกไปขายอีกในช่วงเย็น แต่จะขายเป็นแกงถุงในตลาด ช่วงเย็นผมจะออกไปขายคนเดียว ให้ยายจันทร์เลี้ยงตาหนูอยู่ที่บ้าน
วงจรชีวิตผมก็เป็นอย่างนี้ทุกวัน แม้มันค่อนข้างจะเหนื่อยมากแต่ผมกลับมีความสุขมากเช่นเดียวกัน หากตอนนี้ยังอยู่ในบ้านหลังนั้นคงจะไม่ต่างจากเด็กรับใช้คนหนึ่ง ที่โดนโขกสับไปวัน ๆ แต่ผมก็ยังคงเป็นห่วงและคิดถึงคุณพ่ออยู่ตลอดเวลา ท่านไม่เคยดุด่าว่ากล่าวผมเลย หากมีโอกาสก็อยากจะกลับไปกราบท่านสักครั้ง
ในขณะที่ผมกำลังเขียนบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่นั้น ยายจันทร์ก็อุ้มธนนท์เข้ามาหา ผมรับลูกมานั่งตักก่อนจะหันไปยิ้มให้ยายจันทร์ ผู้หญิงที่เป็นทั้งชีวิตของผม
“นั่งเหม่ออะไรอยู่ลูก”
“เปล่าครับยาย กำลังเขียนบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่” ผมตอบออกไป แต่มีหรือที่ยายจะไม่รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
“อย่าโกหกยายเลย แววตาเอ็งมันฟ้องว่ากำลังคิดถึงเรื่องราวในอดีต”
“ผมคงโกหกยายไม่ได้เหมือนเดิมสินะ” ผมแค่นยิ้มออกมา ตาหนูที่นั่งอยู่บนตักก็กำลังงุ่นกับการดูดนมจากขวด
“ถึงแม้จะไม่ได้เลี้ยงเอ็งมาตั้งแต่เกิด แต่ยายก็รู้จักนิสัยเอ็งดี อย่าคิดมากเลยลูก คนใจร้ายแบบนั้นควรตายจากชีวิตเราได้แล้ว”
“ผมก็ไม่อยากจะคิดหรอกครับ แต่บางทีมันก็ลอยขึ้นมาในหัวซะอย่างนั้น”
“เหนื่อยไหมอยู่กับยาย”
“ทำไมยายถามอย่างนี้ล่ะครับ ถึงแม้จะเหนื่อยกว่านี้เป็นร้อยเท่าผมก็จะอยู่กับยาย ผมมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นขนาดนี้แล้ว ยังไงซะก็ไม่มีทางไปไหนเด็ดขาด ผมจะอยู่กับยาย เลี้ยงดูยายไปตลอดชีวิตเลยครับ”
“เป็นบุญของยายที่เจอเอ็งในวันนั้น ไม่นึกเลยว่าจะมีลูกมีหลานกับเขา”
“เป็นบุญของผมกับลูกเหมือนกันที่ได้มาอยู่กับยาย ถ้ายายไม่ช่วยไว้ป่านนี้ผมกับลูกคงจะเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่ไป”
“ยายขอถามเรื่องหนึ่งได้ไหม” สีหน้าของยายจันทร์เหมือนมีคำถามที่ค้างคาในใจ ที่อยากจะถามผมมากเหลือเกิน
“ได้สิครับยาย”
“เอ็งไม่คิดอะไรกับพ่อเพชรบ้างเลยเหรอ ยายว่าเขาก็เป็นคนดีนะ ดูเหมือนว่าจะชอบเอ็งมากด้วย”
“มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับยาย ไอ้เรามันก็แค่นี้ ไม่คู่ควรกับคนระดับนั้นหรอก อีกอย่างผมก็ไม่ได้รักพี่เพชรด้วย เพราะในหัวใจของผมตอนนี้มอบให้ยายกับตาหนูไปหมดแล้ว อยู่กันไปอย่างนี้ดีแล้ว บอกตรง ๆ ว่าผมเข็ดขยาดกับพวกคนรวยมาก ยายเองก็น่าจะรู้”
“ยายก็ถามไปอย่างนั้นล่ะ เพราะยายเองก็มีแต่จะแก่ตัวไปเรื่อย ๆ อยากให้เอ็งกับลูกสบาย ไม่ต้องมาทนขายข้าวแกงเหงื่อไหลไคลย้อยอย่างนี้ไปตลอด”
“เราทำงานหาเงินเองมันน่าภูมิใจนะครับยาย ไม่ต้องไปขอเงินใครใช้ ยายไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงซะถ้าเราขยันมันไม่มีวันอดตายหรอก อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ผมว่ามันก็มีความสุขทางใจมากนะครับ”
“ยายคิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่ตั้งใจฝากชีวิตในช่วงบั้นปลายไว้กับเอ็ง”
เรายิ้มให้กันอย่างจริงใจ ไม่ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมจะขออยู่เคียงข้างคนที่ผมรักทั้งสองคนนี้ไปตลอดชีวิต
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้




![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


