Out of Sync รักคนละตอน

Out of Sync รักคนละตอน

last updateLast Updated : 2026-07-28
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
145Chapters
870views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากผู้เป็นพ่อของปภาวีไปตลอดกาล นักธุรกิจสาวต้องแบกรับความเจ็บปวดและความคับแค้นเอาไว้ในใจมาเนิ่นนาน และใช่เวลาหลายปีในการตามหาตัวผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่เคยเจอหลักฐาน จนกระทั่ง พรีน ชนากานต์ เข้ามาทำงานในบ้านของเธอในฐานะ หลานสาวของคนรับใช้เก่าแก่ ความไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นทำให้พรีนถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกดีต่อกัน และพัฒนาความสัมพันธ์จากเจ้านายลูกน้องไปเป็นคนรัก แต่ทว่า ความรักและความสุขที่มีให้กัน กลับต้องพังทลายลง เมื่อปภาวีเจอหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะนำเธอไปสู่ความจริงบางอย่าง เรื่องของหัวใจหลักจากนี้ไม่มีใครบอกได้เลยว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ...

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”

“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”

“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ

“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด

เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนัดอยู่ร่ำไป ถามทุกครั้งก็มักจะไม่ว่างไปเสียทุกครั้ง

“คุณแม่ก็มีป้าน้อยเป็นเพื่อนแล้วไงคะ”

“มันไม่เหมือนกัน”

“ไว้เดี๋ยววันหลังก็แล้วกันนะคะ ภัคสัญญาว่าจะอยู่กับคุณแม่ทั้งวันเลย”

“ก็พูดแบบนี้ตลอด ทำอะไรอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้” คุณหญิงรุจิราพูดออกมาอย่างรู้ทัน วางหนังสือพิมพ์ในมือลง ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลซองหนึ่งส่งให้กับลูกสาว

“อะไรคะ” ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนยื่นมือรับซองกระดาษมาด้วยอาด้วยอาการงุนงง

“เปิดดูสิ”

ปภาวีเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสีหน้าที่ยังสงสัยแฝงความไม่พอใจไว้เล็กน้อยๅ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนขอบซองและแกะออกตามคำสั่ง

ทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกับสิ่งที่อยู่ภายใน ความเคลือบแคลงใจที่มีในตอนแรกพลันสลายหายไปในพริบตา

“คุณแม่ไปเอารูปพวกมาจากไหน?” ภัคเอ่ยถามเสียงเบาลง ขณะปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ พลิกดูภาพถ่ายสองสามใบอย่างไม่รีบร้อน

ทันทีที่ภาพกระทบสายก็ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาตรงหน้าอย่างเก่า คิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อยราวกับเรื่องตรงหน้านั้นไม่ได้มีน้ำหนักมากพอจะทำให้เธอหวั่นไหว

“เอามาจากไหนมันไม่สำคัญหรอกภัค มันสำคัญก็ตรงที่ว่าเมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวอย่างนี้สักทีแค่นั้นแหละ”

“แบบนี้คือแบบไหนคะ”คำถามของเธอฟังดูธรรมดา แต่ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นไปอีกเท่าตัว

“อย่าทำเป็นไม่รู้” คุณหญิงสวนกลับทันที สายตาคมจับจ้องลูกสาวแน่น “แม่ไม่ได้พูดเล่นนะภัค ภัครู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้อง”

ความผิดหวังค่อย ๆ ชัดขึ้นในน้ำเสียงของผู้เป็นแม่ เธอมองคนตรงหน้าอย่างพยายามทำความเข้าใจว่าเด็กที่เคยเชื่อฟังและอ่อนโยน เติบโตมาเป็นคนที่เฉยชาได้อย่างไร

ภัคนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาเรียบ ๆ

“อะไรคือไม่ถูกต้องคะ ผู้หญิงพวกนั้นเขาขายบริการ ภัคก็แค่จ่ายเงินซื้อบริการ มันเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“ภัค!”

เสียงเรียกดังขึ้นอย่างเหลืออด คุณหญิงจ้องลูกสาวเขม็ง ความโกรธปะปนกับความเสียใจอย่างปิดไม่มิด

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงยังเถียง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ทำมันไม่เหมาะสม แต่เจ้าตัวกลับพยายามหาคำอธิบายมารองรับราวกับมันเป็นเรื่องปกติ

“ก็มันจริงนี่คะ แล้วอีกอย่างภัคก็จ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์แล้วก็ทุกครั้งที่ใช้บริการด้วย อ้อ! หรือบางทีภัคก็ให้เพิ่มนะคะคุณแม่ ถ้าพวกเธอบริการถูกใจ”

“หยุดพูดอะไรน่าเกลียด ๆ เดี๋ยวนี้เลยนะรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!”

“รู้ค่ะ แต่สิ่งที่ภัคทำมันก็ไม่ได้ไปทำร้ายใครนี่คะ ใคร ๆ ก็ทำกันทั้งนั้น แล้วอีกอย่างภัคเองก็ไม่ได้มีใคร ผู้หญิงพวกนั้นต่างก็เข้าหาภัคเพราะเงิน ต่างคนต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ เสร็จกิจก็แยกย้าย”

ปภาวีพูดจบก็เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังอธิบายเรื่องธุรกิจทั่วไปมากกว่าจะเป็นประเด็นศีลธรรม

การจ่ายเงินแลกกับความพอใจไม่ใช่เรื่องผิด ในเมื่อเธอเองไม่ได้มีพันธะผูกพันกับใครและไม่ได้หลอกลวงใครให้คาดหวังเกินจริง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยเจอใครที่เข้ามาเพราะตัวตนของเธอจริง ๆ เลยสักคน ส่วนใหญ่ล้วนเข้ามาพร้อมสายตาที่จับจ้องทรัพย์สิน ชื่อเสียงมากกว่าหัวใจและความรู้สึก

เพราะแบบนั้นการมีข้อตกลงที่ชัดเจน การแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมาจึงดูยุติธรรมที่สุดในสายตาของเธอ

“ก็อาจไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้นก็ได้นะ ลองปรับมุมมองของตัวเองใหม่บ้าง แม่เชื่อว่าสักวันภัคจะเจอคนที่รักเราจริง ๆ ไม่ใช่รักเพราะเงิน”

น้ำเสียงของคุณหญิงรุจิราอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ลึก ๆ เธอจะรู้ว่าสิ่งที่ลูกพูดมาก็มีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นเหมือนกันไปหมด คนดี ๆ ยังมีอยู่ เพียงแต่ยังไม่เดินเข้ามาในชีวิตลูกสาวของเธอเท่านั้นเอง

และในฐานะแม่ เธอยังอยากเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ใครสักคนจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจของลูกได้

“คุณแม่ยังเชื่ออีกเหรอคะว่าผู้หญิงดี ๆ แบบนั้นมีอยู่จริง” ยกยิ้มบาง ๆ คล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ก็เพราะภัคคิดแบบนี้ไง” คุณหญิงถอนหายใจ “หัดมองโลกในแง่ดีบ้าง ไม่ใช่ตั้งกำแพงใส่ทุกคนแบบนี้”

“ก็มันจริงนี่คะ”

“แม่ละเหนื่อยใจจริง ๆ เลย” คำตอบสั้น ๆ ของภัคทำให้คุณหญิงเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“แม่ละเหนื่อยใจจริง ๆ เลย”

คราวนี้ไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่ในน้ำเสียง มีเพียงความอ่อนแรงจากการพยายามอธิบายในสิ่งที่ลูกสาวไม่เคยเปิดใจรับฟัง คำสอนทุกคำเหมือนลอยผ่านไปโดยไม่เคยถูกเก็บไว้คิดทบทวนเลยสักครั้ง

บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียด จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากทางหน้าประตู

“ขออนุญาตค่ะคุณหญิง คุณหนู”

ทั้งสองหันไปพร้อมกัน ร่างเล็กของน้อยยืนอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าลังเลคล้ายไม่แน่ใจว่าควรเข้ามาในจังหวะนี้หรือไม่

“มีอะไรหรือเปล่าน้อย?” คุณหญิงถาม น้ำเสียงกลับมาอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สายตาที่มองไปยังแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านเต็มไปด้วยความเอ็นดู น้อยทำงานอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ผ่านทั้งช่วงเวลาสุขและทุกข์ของครอบครัวธาดาวรโชติมาด้วยกัน ความซื่อสัตย์และความทุ่มเทของเธอทำให้ทุกคนในบ้านให้ความเคารพ ไม่ใช่แค่ในฐานะลูกจ้าง แต่เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง

น้อยเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“เอ่อ คือว่า ... คือว่าน้อยอยากจะมาขอความกรุณาจากคุณหญิง สักเรื่องหนึ่งน่ะค่ะ”

“น้อยบอกฉันมาได้เลยว่าน้อยจะให้ฉันช่วยเรื่องอะไร ไม่ต้องเกรงใจ”

“คือว่าหลานสาวของน้อยเพิ่งมาจากต่างจังหวัดค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีที่พัก น้อยเลยอยากจะขออนุญาตให้เขาพักกับน้อยที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าน้อยจะรีบพาเขาไปหาห้องเช่าเองค่ะ”

คำพูดสุดท้ายออกมาเร็วเล็กน้อย คล้ายกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ คุณหญิงนิ่งไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
145 Chapters
บทที่ 1 /2
“ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิ จะพักกี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก”น้อยเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าที่เคยกังวลคลายลงอย่างเห็นได้ชัด “ขอบคุณนะคะคุณหญิง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง ความหนักอึ้งที่แบกไว้ตั้งแต่เดินเข้ามาเหมือนถูกยกออกไปในพริบตา“เรื่องแค่นี้เอง” คุณหญิงโบกมือเบา ๆ “แล้วไหนล่ะหลานสาว ไม่เข้ามาด้วยเหรอ?” ถามเสียงอ่อนขณะกวาดสายตามองรอบห้องเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นใครยืนอยู่ใกล้ ๆ“รออยู่ด้านนอกค่ะคุณหญิง”“งั้นไปพาเข้ามาสิ ฉันอยากทำความรู้จักสักหน่อย”“ได้ค่ะ สักครู่นะคะ”น้อยรีบเดินออกไปด้วยฝีเท้าที่เบากว่าตอนเข้ามาเมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็กลับมาอีกครั้งคุณหญิงหันกลับมาและเพิ่งสังเกตเห็นว่าปภาวียังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ทว่าคราวนี้ใบหน้าของลูกสาวไม่ได้เรียบเฉยเหมือนก่อนหน้านี้ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มตึงคล้ายกำลังไม่พอใจกับบางอย่างที่เพิ่งได้ยิน“ดูทำหน้าเข้าสิ แล้วนี่ไม่รีบไปคุยงานแล้วหรือไง?”“ไปค่ะ”“ไปแล้วทำไมยังนั่งอยู่อีกล่ะ รีบไปสิเดี๋ยวลูกค้าคนสำคัญจะรอนาน”“คุณแม่ประชด?”ปภาวีหันหน้าสบตาผู้เป็นแม่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม
Read more
บทที่ 1 /3
“ก็ภัคไม่ชอบยัยเด็กนี่ แล้วนี่ก็เป็นบ้านของภัค ภัคไม่อนุญาต!” ค้านคอขึ้นเอ็น แม้ว่าคำค้านนั้นจะฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยก็ตาม มีอย่างที่ไหนจะให้ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่มากินในบ้านเดียวกัน แม่เธอไว้ใจคนมากเกินไป“แต่แม่อนุญาต แล้วภัคก็ไม่มีสิทธิ์ค้านอะไรแม่ทั้งสิ้น!”“แต่คุณแม่-”“อย่าทำนิสัยไม่ดีต่อหน้าคนอื่น หนูพรีนเป็นแขก เราเป็นเจ้าบ้าน ต้องต้อนรับไม่ใช่ขับไล่ อย่าให้แม่ได้ยินอีกนะภัค”“ก็ภัคไม่ชอบยัยนี่นี่คะ แล้วอีกอย่างยัยเด็กนี่ก็ไม่ใช่น้องของภัคด้วย!”ปภาวีพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวและยืนกรานว่าตัวเธอไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันนั่นก็เป็นเพราะว่าเธอนั้นรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย เพียงแค่ได้เห็นหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกขืนถ้าต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างนี้ มีหวังเธอได้อกแตกตายก่อนอย่างแน่นอน“นั่งลง! อย่าให้แม่ต้องพูดซ้ำ!”“แต่คุณแม่-”“แม่บอกว่าให้นั่งลง! แล้วอย่าให้แม่ได้ยินอีกว่าภัคเรียกน้องแบบนั้น เข้าใจไหม”“ไม่เข้าใจค่ะ ภัคไม่จำเป็นที่จะต้องให้เกียรติคนแบบนี้ ขอตัว!”ปภาวีลุกขึ้นจากโซฟา
Read more
บทที่ 1 /4
“เรื่องมันซับซ้อน เอาเป็นว่าพรีนไม่ต้องรู้เรื่องของคุณหนูเธอจะดีกว่านะลูก”“แต่พรีนอยากรู้นี่คะ ป้าน้อยเล่าให้พรีนฟังนะคะ นะคะป้าน้อย”“ถ้าป้าเล่าให้ฟังแล้ว พรีนห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดให้คุณหนูเธอได้ยินเด็ดขาดเข้าใจไหม?” มองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และพูดถามออกไปด้วยน้ำเสียง สีหน้าที่จริงจัง“ค่ะป้า พรีนสัญญาค่ะ” พยักหน้ารับ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอจะทำอย่างที่รับปากออกไปจริง ๆ“เมื่อก่อนคุณหนูเธอเป็นคนน่ารัก สดใส จิตใจดีไม่ต่างจากคุณหญิงเลยสักนิด แต่ที่เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ก็เพราะว่าเธอได้สูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตไป”น้อยเริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้นิสัยของปภาวีเปลี่ยนไป และย้อนนึกถึงเหตุการณ์สูญเสียในครั้งนั้น ซึ่งชนากานต์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีและพยายามคิดตามคำบอกเล่าของผู้เป็นป้า“...”“ตอนที่เกิดเรื่องป้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ป้าลาคุณหญิงท่านกลับไปที่เชียงใหม่ ตอนนั้นยัยนิลมันคลอดพรีนพอดี แล้วพ่อของพรีนก็ขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพ ป้าก็เลยต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพรรณเพื่อรอพ่อของพรีนกลับขึ้นไป”“แล้วป้าน้อยรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเหรอคะ?”“ค
Read more
บทที่ 2
“ว่าอะไรเหรอคะป้า?” “เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?” “ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้าต้องกำชับหนักแน่นขนาดนั้น คุณหนูเองก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกันกับเธอ ไม่ได้มีอะไรน่าหวาดกลัวเลยสักนิด ยิ่งเมื่อคืนได้รู้ว่าอีกต้องทนทุกข์ทรมานใจอยู่กับความสูญเสียที่ไม่อาจลบเลือนได้ยิ่งทำให้หัวใจเธออ่อนยวบลงอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่ได้รู้สึกอยากถอยห่าง ตรงกันข้ามเธอกลับอยากเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ อยากดูแลและอยากเป็นคนหนึ่งที่ช่วยให้เขากลับมาสดใสได้อีกครั้ง “เชื่อป้าเถอะพรีน ป้าว่าพรีนรีบไปเก็บของให้เรียบแล้วออกไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่ดีกว่านะ เดี๋ยวป้าจะเดินนำไปก่อนแล้วกัน” พูดจบน้อยก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป เพราะรู้ดีว่าหากยืนอยู่ต่ออาจจะต้องตอบคำถามมากกว่านี้ ซึ่งคำตอบบางคำตอบนั้นมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่ควรเอ่ยออกมา ส่วนด้านชนากานต์ก็ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของป้าด้วยความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในใจ ป้า
Read more
บทที่ 2 /2
ความเหนื่อยล้าค่อย ๆ กัดกินความรู้สึกทีละนิด จนท้ายที่สุดเธอก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจยาว ระบายความอึดอัดที่คั่งค้างอยู่ในอกออกมาอย่างเงียบงันจากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปทางครัว เปิดตู้เย็นอย่างคุ้นชิน หยิบเบียร์กระป๋องหนึ่งออกมาก่อนจะทรุดตัวลงบนโซฟาเอนหลังพิงพนัก แล้วยกมันขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มช้า ๆ ราวกับให้ความเย็นของแอลกอฮอล์ช่วยกลบความวุ่นวายที่ยังค้างอยู่ในใจอย่างที่เธอมักทำอยู่เป็นประจำเมื่อทุกอย่างมันวุ่นวายเกินจะควบคุม***คืนวันเดียวกันปภาวีเดินโซซัดโซเซกลับเข้าบ้านด้วยอาการมึนเมา กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่บนร่างกายลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งโถงทางเดินร่างสูงเอนเอียงไปมาเกือบชนผนัง มือหนึ่งยกขึ้นพยุงตัวกับชั้นวางของข้างทางจนกรอบรูปสั่นคลอน เสียงกระทบกันดังแกรกเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของบ้าน“ดื่มมาอีกแล้วเหรอภัค”ก่อนที่เสียงคุณหญิงรุจิราที่บังเอิญเดินออกจากห้องมาจะเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้เห็นสภาพที่เมามายจนแทบจะไร้สติของลูกสาว“อ้าว คุณแม่ ยางม่ายนอนอีกกก เหรอคะ” น้ำเสียงยืดยาวของคนเมาถามมารดาออกไปทั้งที่ร่างกายของตัวเองนั้นก็พร้อมที่จะหล่นลงพื้นอยู่ทุกเวลา“เลิกทำตัวแบบนี้สักทีได้ไหม ถือว่าแม่ขอ”
Read more
บทที่ 2 /3
“ป้าถามว่าทำอะไร!”“ปะ เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็ป้าเห็นอยู่ นี่อย่าบอกนะว่า-”“มะ ไม่ใช่นะคะ ป้าเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พอดีคุณหนูเธอละเมอถึงคุณพ่อแล้วคิดว่าแขนพรีนคือแขนของพ่อเธอ เธอเลยดึงพรีนเพราะเจ้าใตผิดแค่นั้นค่ะ” ชนากานต์รีบอธิบายเสียงรัวหวังเพืีอให้คนเป็นป้าได้เข้าใจน้อยที่ได้ยินดังนั้นก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบแกะมือปลาหมึกของปภาวีออกจากแขนของหลานสาวอย่างระมัดระวัง“เดี๋ยวพรีนกลับไปที่ห้องก่อนเลยนะ ป้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูเธอก่อน”“ให้พรีนช่วยนะคะ”“ไม่เป็นไรเดี๋ยวป้าทำเอง พรีนกลับห้องไปก่อนไป เชื่อป้า”“กะ ก็ได้ค่ะ” แม้ใจจะยังอยากอยู่ช่วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของป้าน้อย เธอก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอมมือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ทว่าในห้วงวินาทีนั้น ภาพของปภาวีที่ละเมอเรียกหาคุณพ่อด้วยเสียงสะอื้นปานจะขาดใจก็แว่วกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง เสียงนั้นยังชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูกสองขาเผลอชะงักค่อย ๆ หันกลับไปมอง ภาพคุณหนูที่ยังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงทำให้ความลังเลในใจยิ่งทวีขึ้นเธอเกือบจะก้าวกลับเข้าไปแล้วด้วยซ้ำ
Read more
บทที่ 2 /4
ชนากานต์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมตอบรับคำขอนั้นเสียงแผ่วเบา“ดะ ได้ค่ะ เดี๋ยวพรีนขึ้นไปตามให้ค่ะ”พูดจบเธอก็รีบหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารแทบจะทันที ฝีเท้าเร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวราวกับยิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรความอึดอัดก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้นน้อยมองตามแผ่นหลังหลานสาวไปอย่างไม่คลายกังวล สีหน้าบอกชัดว่าเป็นห่วงก่อนถอนหายใจแผ่วเบา หันหลังเดินกลับเข้าครัว เพื่อจัดการอาหารเช้าที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อยตามเวลาแม้ในใจจะยังรู้สึกหนักอึ้งอยู่ไม่น้อยก็ตามด้านชนากานต์ที่ขึ้นมาถึงชั้นบน เธอยืนนิ่งชั่งใจอยู่หน้าประตูนานหลายนาที ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงและแววตาเย็นชาของเจ้าของห้องที่มองมาเมื่อวาน ความรู้สึกหวั่นเกรงมีอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับมากมายจนทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้เพราะหากมองให้ลึกลงไป เธอกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เย็นชาโดยนิสัยของตนจริง ๆ หากเพียงแต่เขากำลังสร้างกำแพงบางอย่างขึ้นมาป้องกันตัวเองกำแพงที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความเสียใจและเรื่องราวในอดีตที่เธอเองก็ไม่อาจรู้ทั้งหมดท้ายที่สุดเธอจึงสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า ยกกำปั้นน้อย ไป ขึ้นเคาะลงบนบา
Read more
บทที่ 3
“พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้” “ปะ เปล่าค่ะ” “เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป “คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่” “เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” ไม่ทันที่ชนากานต์จะทันได้พูดจบ เสียงแหลมของปภาวีก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได ร่างสูงก้าวลงมาด้วยทีท่าที่ดูเกรี้ยวโกรธ หยุดยืนมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างถึงที่สุด “ไม่มีใครฟ้องอะไรทั้งนั้นน่ะ แล้วนี่ไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้” คุณหญิงรุจิราตอบกลับเรียบ ๆ แต่แววตาคมกลับจับจ้องลูกสาวไม่วางตา ปภาวีชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตามองไปชนากานต์ที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ดวงตาคมวาวด้วยความหงุดหงิด “ก็ถามยัยเด็กนั่นดูสิ ว่าขึ้นไปทำอะไรบนห้องของภัค” “แม่ใช้ให้หนูพรีนขึ้นไปตามแกลงมากินข้าว ทำไมต้องโมโหอะไรขนาดนั้นด้วยหึ” “คุณแม่ก็รู้ว่าภัคไม่
Read more
บทที่ 3 /2
“หึ! ไม่ได้ตั้งใจ แต่รีบปฏิเสธทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้ถามเนี่ยนะ ยัยโง่!” เสียงเย้ยหยันเย็นชาเสียดแทงเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในใจชนากานต์ จบประโยคนั้นปภาวีก็ก้าวเข้ามาใกล้ มือเรียวที่เปี่ยมไปด้วยแรกกระชากแขนอีกฝ่ายด้วยแรงโทสะ“อ๊ะ!”ชนากานต์หลุดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนตามด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นวาบเข้าหัวใจจนน้ำตาคลอเบ้า ทั้งแรงบีบและแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่ถาโถมมาพร้อมกันราวกับพายุลูกใหญ่ แรงบีบคั้นทำให้ต้นแขนเล็กเนียนขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำเธอพยายามดึงแขนกลับแต่ทว่าแรงที่มีนั้นน้อยกว่าคนร่างสูงเสียเหลือเกิน มือเล็กสั่นระริก น้ำเสียงติดสะอื้นเบา ๆ ขณะที่พยายามเปล่งออกมาจากลำคออย่างอยากลำบาก“ฮึก ๆ ปะ ปล่อยแขนพรีนก่อนนะคะคุณหนู พรีนเจ็บ”“อย่าสำออยไปหน่อยเลย อ้อ!แน่จริงเธอก็เรียกแม่ฉันมาช่วยอีกสิ เรียกสิ เรียกเลย!” ถ้อยคำค่อนแคะดุจเหล็กแหลมถูกปล่อยออกมาจากเรียวปากของปภาวีพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ความปรานีชนากานต์ทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเจ็บ เม้มริมปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมา ทว่าก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มได้ทันใดนั้นเอง เสียงเข้มของใค
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status