LOGIN“แล้วคุณเคยไปทำอะไรใครไว้หรือเปล่าล่ะครับ”
“ก็ไม่นะ ผมไม่เคยทำร้ายหรือมีเรื่องกับใครมาก่อน” เขาตอบออกมาหน้าระรื่น ผมเกลียดสีหน้าที่เขาแสดงออกมา ราวกับต้องการเย้ยหยันผมซะอย่างนั้น ไอ้คนสารเลว!
“โกหก!” ความเกรี้ยวกราดในใจผมมันระเบิดออกมาโดยไม่รู้ตัว พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ขมวดคิ้วเป็นปม มองหน้าผมอย่างจับผิดไปเสียแล้ว “เอ่อ...ขอโทษครับ”
“มึงใช่ไหม?” เขาจ้องมองมาที่ผมด้วยแววตาที่แข็งกร้าว ราวกับมั่นใจว่าผมคือวินที่เขาเคยรู้จัก
“อะไรกันครับ จู่ ๆ ก็พูดคำหยาบใส่ผมซะอย่างนั้น เสียภาพลักษณ์ท่านประธานบริษัทหมดเลย” ผมแสยะยิ้มให้ ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธวลีที่เขาเอ่ยมาก่อนหน้านี้
ปึง!
เขายกมือขวาทุบลงบนโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผม แต่มีหรือที่ผมจะกลัว กลับนั่งอยู่ที่เดิมไม่หนีไปไหน ไม่แสดงท่าทีตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย
“มึงต้องการอะไรกันแน่ กูรู้ว่าเป็นมึงตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้วิน!” เขาจับคอเสื้อผมดึงตัวขึ้นมาจากเก้าอี้ แล้วกึ่งลากกึ่งดึงตัวไปจนหลังผมชิดกับผนังห้อง ก่อนจะใช้ลำตัวทับทาบประกบตัวดันผมเอาไว้อย่างนั้น
“ผมเพิ่งรู้ว่าผู้บริหารที่นี่นอกจากจะเป็นคนหัวร้อนแล้ว ยังมีอาการโรคประสาทร่วมด้วยอีก แถมสายตาก็พร่ามัว ชอบคิดว่าผมเป็นคนอื่นอยู่เรื่อยเลย หึ ๆ” ผมจ้องตาเขา แค่นยิ้มออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“มึงไม่ต้องมาทำเป็นพูดประชดกูหรอก กูไม่รู้ว่ามึงไปชุบตัวมาได้ยังไง แต่กูรู้ว่ามึงคือไอ้วินคนที่กูเคยยัดเยียดความเป็นผัวให้ ไปชุบตัวมาใหม่แต่คิดเหรอว่ากูจะจำกลิ่นตัวมึงไม่ได้” ผมทำเป็นยิ้มสู้เข้าไว้ แต่ใจกลับเต้นระส่ำ เมื่อพี่ธีกดจมูกลงมาดอมดมที่ซอกคอผมอย่างหื่นกระหาย แต่ผมยังคงยืนนิ่งให้เขาทำอยู่อย่างนั้นจนพอใจไม่ได้ขัดขืนอะไร
“พอใจหรือยังครับคุณธีภพ ผมจะไม่ถือสาคุณหรอก เพราะเข้าใจว่าคุณคงจะทำอะไรคนที่ชื่อวินไว้เยอะ จนกลายเป็นวัวสันหลังหวะไปแล้ว” ผมขยะแขยงดีเอ็นเอของเขาที่แปดเปื้อนอยู่บนซอกคอผมเหลือเกิน หากกลับไปผมคงจะต้องรีบอาบน้ำล้างตัวออกให้เกลี้ยง
“มึงจะหน้าด้านหน้าทนได้นานแค่ไหนกันวะ กูอยากจะรู้นัก” เขาผละจากตัวผมแล้วเดินไปที่ประตูห้องก่อนจะล็อกมันไว้
ผมได้แต่เหลือบตามองแล้วยิ้มมุมปาก คิดจะทำอะไรโง่ ๆ อีกแล้วสินะ มีปัญญาคิดได้แค่การใช้กำลังข่มเหงคนอื่นเหมือนเดิม
เขาเดินย่างสามขุมยิ้มมุมปากเข้ามา พร้อมทั้งคลายเนกไทที่คอออกด้วย สงสัยคงจะใช้วิธีเดิมที่เคยทำกับผมสินะ แต่ขอโทษด้วยผมไม่ใช่วินคนเดิมที่จะใช้กำลังบังคับข่มเหงได้ ผมจะตอกย้ำให้เขารู้ว่าผมไม่ใช่วินคนที่เขารู้จักอย่างแน่นอน
“คุณจะทำอะไรครับคุณธีภพ” ผมเอ่ยถาม ไม่ได้มีความตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ก็จะทำอย่างที่กูเคยทำกับมึงยังไงล่ะ มีชีวิตที่สุขสบายแล้วยังจะกลับมารนหาที่อีก มึงเลือกเองนะ”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่วินคนที่พวกคุณรู้จัก ผมจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายว่าผมไม่ใช่ อื้อ...” พูดยังไม่ทันจบ พี่ธีก็เข้ามารวบตัวผมไว้แล้วประกบริมฝีปากทันที เขาจัดการดึงชายเสื้อผมออกจากกางเกง ล้วงมือหนาเข้าไปซุกซนที่เนินอกผมอย่างหื่นกระหาย
ผมปล่อยให้เขาทำตามใจมากพอแล้ว จึงเป็นฝ่ายเริ่มออกแรงบ้าง มือทั้งสองข้างของผมยกขึ้นมาวางไว้บนอกแกร่ง ก่อนจะออกแรงผลักให้ร่างกำยำนั้นออกห่างจากตัวผม จากนั้นก็ส่งหมัดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยแรงอันหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าคมนั้นจนเซถลา ผมไม่รอให้เขาหันกลับมามองหน้า จึงยกเท้าขึ้นไปถีบที่หน้าท้องจนล้มลงกับพื้น จากนั้นก็จับพลิกตัวให้นอนคว่ำหน้าลง จับแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้บนหลังไว้ ผมไม่ใช่วินคนเดิมที่ร่างกายอ่อนแออีกแล้ว...จำไว้ด้วย
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้

![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





