LOGINผมบึ่งรถมาถึงโรงพยาบาล ก็รีบเดินตรงเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ตอนนี้คุณหมอกำลังทำการผ่าตัดเอาลูกกระสุนออก ผมได้แต่เดินไปวนมาอยู่หน้าห้องด้วยความกระวนกระวาย กลัวว่าอาหยางจะเป็นอันตรายร้ายแรง ผ่านไปชั่วโมงกว่าคุณหมอก็ออกมาจากห้อง ผมจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปถามอาการของอาหยางทันที
“คุณหมอครับอาหยางเป็นอย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่กระสุนไม่โดนจุดสำคัญ แต่ตอนนี้คนไข้ยังไม่ได้สติ รบกวนคุณรอไปเยี่ยมในห้องพักฟื้นอีกทีนะครับ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ” ผมยกมือไหว้คุณหมอ น้ำตาไหลลงมาด้วยความโล่งใจ หากอาหยางเป็นอะไรไป ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่นอน
ระหว่างรอให้ถึงเวลาเยี่ยม ผมก็แวบไปหาแม่ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในห้องดับจิต
มาถึงห้องดับจิตก็พบว่าแม่ยังคงนั่งเฝ้าศพพ่อ ที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนรถเข็นศพ มีผ้าสีขาวคลุมร่างไร้วิญญาณไว้ มือของแม่ยังคงประสานมือพ่อไว้ตลอดเวลา ความเงียบงันของห้องดับจิตถูกทำลายลงด้วยเสียงสะอื้นไห้ของแม่ ท่านยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุด ผมจึงเดินเข้าไปลากเก้าอี้มานั่งข้างท่านแล้วกอดให้กำลังใจ
“พ่อไปสบายแล้วนะครับแม่”
“แม่ไม่นึกเลยว่าการได้เจอกันครั้งนี้ มันจะเป็นครั้งสุดท้าย ฮึก”
“อย่างน้อยเรายังได้มีโอกาสได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้านะครับแม่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาที แต่มันก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว พ่อทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้พวกเรามีชีวิตรอด จากนี้เราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข เพื่อไม่ให้การตายของพ่อเสียเปล่านะครับแม่” ผมพยายามพูดในแง่ดี เพื่อไม่ให้แม่วิตกกังวล และเครียดจนเกินไป
“จ้ะแม่จะอยู่ต่อไปเพื่อลูกและพ่อของลูก แม่เฝ้าฝันว่าก่อนตายจะต้องเจอหน้าลูกให้ได้ ในที่สุดแม่ก็ได้เจอหน้าลูกจริง ๆ มันเป็นเพราะแหวนวงนี้ที่พ่อเคยให้แม่ไว้ตอนที่รู้ว่ามีลูก แม่เก็บรักษามันไว้เท่าชีวิต เพื่อไว้ดูเมื่อเวลาคิดถึงลูกกับพ่อของลูก” แม่ว่าพลางลูบเบา ๆ ที่แหวนทองฝังเพชรที่สวมไว้นิ้วนางข้างซ้าย
“วันนั้นที่ผมเห็นแม่ อย่าบอกนะครับว่าโจรมันต้องการแหวนวงนี้”
“ใช่จ้ะ แหวนวงนี้ทำให้เราได้เจอกัน ถ้าวันนั้นไอ้โจรมันไม่มาแย่งแหวนในมือแม่ เราก็คงจะไม่ได้เจอกันแน่นอน”
ผมยิ้มให้แม่ และเชื่อว่าเรื่องมหัศจรรย์ยังคงมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เหมือนที่ผมได้เจอกับแม่ ได้มานั่งด้วยกันอยู่ตรงนี้ แม้ว่าเราจะสูญเสียคนที่สำคัญในชีวิตไป แต่ทว่านับจากนี้เราจะเป็นคนสำคัญของกันและกัน และผมจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด ไม่ให้เราต้องแยกจากกันไปไหนอีกแล้ว
หลังจากนั่งทำใจอยู่นาน ผมก็รับศพพ่อกลับไปทำพิธีตามหลักศาสนาที่วัดใกล้บ้าน เมื่อจัดการเรื่องที่วัดเสร็จแล้ว ผมก็ไปส่งแม่ที่บ้านเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนเอาแรงบ้าง ส่วนผมก็กลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อเข้าไปเยี่ยมอาหยางนั่นเอง
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้ง ผมก็เดินตรงเข้าไปหาอาหยางที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ซึ่งเป็นห้องพักพิเศษที่ผมได้แจ้งความจำนงกับทางโรงพยาบาลเอาไว้ ภายในห้องตอนนี้พยาบาลกำลังวัดไข้ให้กับอาหยาง ก่อนจะช่วยปรับสายน้ำเกลือให้ ส่วนผมก็ได้แต่ยืนดูรอเวลาที่จะได้เข้าไปนั่งใกล้ ๆ
มาถึงตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกที่มีต่ออาหยางเลยด้วยซ้ำ มันก้ำกึ่งระหว่างพี่ชายกับคนรัก ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่มีเขาอยู่ข้างกาย เขาคอยเป็นที่ปรึกษา เป็นคนที่คอยสนับสนุนผมทุกอย่างไม่เคยปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระทั่งที่ผมสั่งให้มีอะไรกับอรจิราเขาก็ยังทำ ทั้งหมดที่อาหยางทำให้ผมมันมากมายเหลือเกิน เกินกว่าที่ผมจะเมินเฉยกับความรู้สึกของเขาคนนี้ได้
“เสร็จแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรกดกริ่งเรียกพยาบาลได้เลยนะคะ”
“ครับผม ขอบคุณมากครับ”
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้







![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)