LOGINถึงแม้ว่าผมจะใช้เวลาในทุก ๆ วันออกตามหาพี่ธีแต่ทว่าก็ยังไม่พบตัว ยิ่งนานวันผมยิ่งรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา ไหนจะความรู้สึกของตาหนูอีก ผมอยากให้แกได้เจอหน้าพ่ออีกครั้ง อยากให้ลูกมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่น ๆ หลังจากต้องเจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจมาถึงสองครั้งสองครา
หลายวันที่ผ่านมา ผมได้ส่งช่างเข้าไปรีโนเวทบ้านของยายจันทร์ให้กลับมาอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม ผมอยากให้บ้านหลังนี้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง และวันนี้ผมพาแม่และตาหนูมาที่นี่ เพื่อย้อนรำลึกถึงวันวานที่เคยใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ผมตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่หลังจากเจอตัวพี่ธีแล้ว แม้ว่าบ้านหลังนี้จะไม่ได้หรูหราเหมือนบ้านเตี่ยหรือบ้านพี่ธี แต่ที่นี่ก็ให้ผมมีความสุขผมได้มากกว่าที่อื่น ๆ
“แม่ครับหลังจากเจอพี่ธีแล้วผมกะว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่”
“ก็ดีนะแม่เห็นด้วย ที่นี่น่าอยู่มาก ๆ เงียบสงบดี แถมยังมีศาลาท่าน้ำด้วย” แม้ว่าแม่จะเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แต่ดูท่าทางแล้วคงจะชอบที่นี่อยู่ไม่น้อย
“ผมไม่อยากให้ยายจันทร์อยู่ที่นี่เพียงลำพังอีกแล้ว ยายจันทร์ดีกับผมมากเหลือเกินครับแม่ ท่านเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับผม” ผมเอ่ยขณะมองดูกรอบรูปของยายจันทร์บนหิ้ง ข้างกันนั้นก็เป็นโกศบรรจุอัฐิที่ผมไปขอมาจากวัด ผมอยากให้ยายจันทร์ได้กลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม เราจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อห้าปีที่แล้ว
“ฉันขอบคุณยายมากนะจ๊ะที่ช่วยเหลือลูกชายฉันไว้ หากชาติหน้ามีจริงขอให้ฉันได้เกิดเป็นลูกหลานของยาย ได้ตอบแทนบุญคุณ ยายจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนชาตินี้” แม่เอ่ยต่อหน้าอัฐิยายจันทร์
“น้องนนท์ครับ...รู้ไหมว่าตอนน้องนนท์ยังเป็นเด็ก เราเคยอยู่ที่นี่กันนะครับ”
“จริงเหรอครับคุณแม่ ทำไมน้องนนท์จำไม่ได้”
“จริงสิครับ ยายจันทร์คนนี้เคยเลี้ยงน้องนนท์ด้วยนะ ยกมือไหว้ยายจันทร์สิครับ”
“สวัสดีครับยายจันทร์ ขอบคุณที่ช่วยเลี้ยงน้องนนท์มาตั้งแต่เด็กนะครับ” ตาหนูยกมือไหว้ตามที่ผมบอก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ผมก็คาดไม่ถึง ตาหนูฉลาดมากเหลือเกิน ผมได้แต่มองดูแล้วยิ้มตาม
“ก่อนเสียยายจันทร์ขายข้าวแกงใช่ไหมลูก”
“ครับแม่ยายจันทร์ทำกับข้าวอร่อยมาก จนชาวบ้านแถวนี้เป็นลูกค้าประจำกันทั้งนั้น” ว่าแล้วก็นึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ เหลือเกิน ผมคิดถึงยายจันทร์จัง
“ถ้าเรามาอยู่ที่นี่แล้วแม่อยากจะขายข้าวแกง แม่อยากจะสานต่อสิ่งที่ยายจันทร์ทำ เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่แม่จะทำให้ยายจันทร์ได้ ในฐานะที่ท่านช่วยเหลือลูกเอาไว้”
“แต่ผมไม่อยากให้แม่ลำบากอีกแล้วนะครับ อีกอย่างตัวผมเองคงต้องไป ๆ มา ๆ เพราะต้องไปดูแลเตี่ยด้วย คงช่วยแม่ขายตลอดไม่ได้”
“แม่ไม่ลำบากหรอก เพราะคงไม่เข็นไปขายแต่จะตั้งขายตรงหน้าบ้านไง จะได้ไม่เหนื่อย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจแม่ครับผมยังไงก็ได้”
“น้องนนท์จะช่วยคุณยายขายด้วยนะครับ”
“ครับผม แต่ต้องหลังจากน้องนนท์เลิกเรียนแล้วนะ”
“ครับคุณแม่” ตอนนี้ตาหนูเริ่มจะสนิทใจกับผมมากขึ้นแล้ว ส่วนอรจิราเธอไม่เคยกลับมาให้เห็นหน้าเลย ตาหนูจึงไม่ค่อยเอ่ยถึงเธอ แต่ที่ถามหาอยู่บ่อยครั้งก็เป็นพี่ธีเหมือนเดิม
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันก่อนเถอะครับ วันหลังค่อยมาใหม่”
“จ้ะ”
จากนั้นเราทั้งสามคนก็ออกมาจากบ้าน เดินขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าบ้านพร้อมกับอาหยาง ผมบอกอาหยางขับรถแวะเข้าไปในตลาด เพื่อทักทายลุงวินที่ผมเคยรู้จัก ไม่รู้ว่าป่านนี้จะล้มหายตายจากย้ายถิ่นฐานกันไปไหนบ้างหรือยัง หากได้ย้ายมาอยู่ที่นี่เราคงจะได้มีโอกาสไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้น
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้







