Masukตอนที่สอง
พี่ชาย
อาเปากำหมัดแน่นทั้งก่นด่าโชคชะตาที่เล่นตลกกับนางโดยไร้ความกลัวเกรง ยิ่งเมื่อทบทวนเรื่องราวของคุณหนูสกุลโจว อาเปาก็พบว่านางช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว
แม้เกิดในตระกูลขุนนางมีฐานะไม่ด้อย แต่ชีวิตที่สุขสบายกลับดำเนินได้เพียงสิบปี จากนั้นก็ถูกรังเกียจจากบิดาและโดนมารดาเลี้ยงรังแกอยู่ตลอด
ส่วนพี่ชายทั้งสามคน
ก่อนหน้านี้อาเปาแค่สงสัยว่าโจวหนิงเป่ามีพี่ชายที่เคยรักใคร่เอ็นดูนางตั้งสามคน เหตุใดพวกเขาจึงไม่เคยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนดูแลนางบ้าง
หรือว่า พวกเขาจะไม่ชอบใจที่นางไม่ใช่น้องสาวที่แท้จริง
ใช่แล้ว! ร่างเดิมของโจวหนิงเป่าเพิ่งรับรู้เรื่องนี้ก่อนที่สาวใช้รุ่นใหญ่จะจากไป นั่นจึงทำให้นางท้อแท้สิ้นไร้ความหวังจนทอดทิ้งลมหายใจของตนเอง
นางมิใช่บุตรสาวแท้จริงของสกุลโจว มิน่าพวกเขาจึงไม่มารับนาง
พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม
พวกพี่ไม่รักเปาเป่าแล้วใช่หรือไม่
ห้วงคำนึงสุดท้ายของโจวหนิงเป่ายังเฝ้าคิดถึงและตัดพ้อพี่ชายทั้งสามจนกระทั่งหมดลม
อาเปาไม่คิดว่าโจวหนิงเป่าเฝ้าคิดถึงจนตายก็ยังไม่มีพี่ชายคนใดโผล่มา แต่นางที่เพิ่งมาถึงกลับพบกับ
ปัง!
เสียงประตูที่โดนถีบจนกระเด็นหักครึ่งดังสนั่นทำให้อาเปาในร่างของโจวหนิงเป่าสะดุ้งโหยงรีบผุดลุกขึ้นยืนเตรียมตัววิ่งหนี
แต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าช่างไม่ทันการณ์เมื่อร่างสูงใหญ่ถลาเข้ามาโอบกอดเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“เปาเป่า พี่รองขอโทษที่มาช้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
พี่รอง?
ได้ยินคำนี้ ความตื่นตระหนกของอาเปาจึงลดทอนลง
“ข้าหายใจไม่ออก” มือเล็กผลักหน้าอกหนาให้ห่างออกเล็กน้อยเพื่อมองหน้าชายหนุ่มซึ่งเรียกตนเองว่าพี่รอง
ใบหน้าชวนมองของชายหนุ่มวัยยี่สิบกลางในชุดผ้าไหมชั้นดีปักลวดลายงดงามแสดงถึงฐานะอันดี แววตาคมฉายความเจ้าเล่ห์ชวนหลงใหล ผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นด้วยปิ่นหยกเรียบร้อย แลเป็นชายหนุ่มมาดดีผู้น่าคบหา
อืม...นับว่าหน้าตาดี พอพึ่งพาได้
อาเปาคงไม่คิดว่านางจะคิดผิดถนัดเพราะแรกเริ่มพี่ชายคนนี้ยังแสดงออกถึงความห่วงใยและร้อนใจ
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เปาเป่าน้อยของพี่ เหตุใดซูบผอมแทบปลิวลมเช่นนี้”
ไม่มีจะกินจะไม่ผอมได้อย่างไร
อาเปาอดโมโหไม่ได้ที่พวกเขาทิ้งขว้างโจวหนิงเป่าให้อดตายอย่างอ้างว้าง
ตอนที่สามไม่รู้กระทั่งชื่อแซ่หวังเหม่ยฟางเดินขึ้นเขาในเส้นทางเดียวกับที่เคยมากับบิดาสกุลหวังหลายครั้งหลายคราวหวังหย่งคังพาบุตรสาวออกเสาะหาสมุนไพรเพื่อหมักทำสุรามาตั้งแต่นางยังขาสั้นเดินตามไม่ทัน จนบัดนี้ผ่านมาหลายปีแล้วหวังเหม่ยฟางย่อมจดจำทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดี หวังเหม่ยฟางเก็บสมุนไพรใส่ตะกร้าด้านหลังได้พอสมควรแล้ว เมื่อเห็นน้ำตกซึ่งมักมาว่ายเล่นกับบิดาจึงหวนคิดถึงความหลัง หญิงสาวถอดเสื้อผ้าลงเล่นน้ำอย่างคุ้นเคยโดยไม่ได้ระแวดระวัง กว่าจะรู้ตัวว่ามีผู้อื่นอยู่ใกล้ก็ต่อเมื่อโดนอุ้มลอยเหนือน้ำแล้ว “ว๊ายยยยย ปล่อยข้านะ” หญิงสาวร้องโวยวายเสียงดังด้วยความตกใจ
ตอนที่สอง เถ้าแก่เนี้ย ยิ่งการเล้าโลมยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาทำได้เพียงลูบๆคลำๆขยำขยี้จนเต้าหู้ของนางบิดเบี้ยวเท่านั้น อีกทั้งยังคำนวณแรงไม่ถูกจนบางครั้งเจ็บมากเกินไป จากการร่วมรักทีละคน หวังเหม่ยฟางจึงสั่งให้พวกเขารุมนางพร้อมกัน แต่นั่นก็ยังไม่สาแก่ใจด้วยพวกเขาเกรงอกเกรงใจไม่กล้าทำรุนแรงกับนาง จนเมื่อบิดาของนางเสียชีวิต นี่เป็นคืนแรกที่พวกเขาทั้งสามสามารถร่วมรักกันได้โดยไม่ต้องหลบซ่อนอีก แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำให้หวังเหม่ยฟางมีความสุขจนพอใจ เช้าวันที่สี่หลังจากที่บิดาเสียชีวิตลง หวังเหม่ยฟางตัดสินใจเปิดโรงสุราตามปกติเพื่อหารายได้จะยังมัวทุกข์เศร้าอยู่ไม่ได้ อย่างไรท้องก็ต้องหิว เงินก็ต้องหา หญิงสาวเรียกประชุมคนงานใ
ตอนที่หนึ่ง คนใกล้ชิด เถ้าแก่เนี้ยหวังเหม่ยฟางกับชายหนุ่มทั้งสอง พวกเขาสามคนเติบโตมาด้วยกัน หวังฟูคือเด็กที่บิดาสกุลหวังอุ้มมาเลี้ยงดูคู่กันกับบุตรสาว ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันเขาจึงเป็นทั้งเพื่อนเล่น ผู้ช่วย และคนใกล้ชิดที่สุดของหญิงสาวหวังฉีถูกจูงเข้ามาเมื่อหวังเหม่ยฟางอายุได้7ขวบปี เขามีอายุมากกว่า2ปี จึงคล้ายพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยอุปนิสัยอ่อนแอ สุดท้ายจึงกลายเป็นลูกไล่ให้นางกับหวังฟูคอยกดขี่บิดาสกุลหวังฝึกฝนให้พวกเขาเป็นผู้ช่วยดูแลกิจการและคอยคุ้มกันโรงสุราด้วย สองหนุ่มมีฝีมือระดับหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะต่อยตีกับนักเลงยามเมาอาละวาดได้ผู้ที่มีฝีมือมากที่สุดย่อมคือหวังเหม่ยฟาง บิดาของนางฝึกฝนทั้งวิชาการหมักสุราชั้นเลิศและการต่อสู้ให้จนนางเก่งกล้าสามารถพอตัวนั่นจึงทำให้แม้ชายหนุ่มทั้งสองจะรุมนางเพียงคนเดียวแต่พวกเขาก็ไม่อาจสู้แรงอดทนของนางได้ครั้งแรกของพวกเขาคือเมื่อยามหวังเหม่ยฟางมีอายุ14ขวบปี ด้วยความอยากรู้อยากลองและเคยเห็นพี่สาวข้างบ้านร่วมรักกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาอย่างมีความสุข สาวน้อยจึงลอบเข้าไปในห้อง
บทนำหวังเหม่ยฟางนั่งร้องไห้จนตาบวมเป่งมาหลายชั่วยามแล้ว บิดาหวังหย่งคังซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของนางเพิ่งตายจากไปเมื่อสามวันที่แล้ว หลังเสร็จพิธีฝังศพ นางซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวจึงยังคงเศร้าเสียใจจนไม่เป็นอันทำอื่นใดยามหันไปมองกิจการโรงสุราซึ่งบิดาทิ้งไว้ให้ หญิงสาวได้แต่ทอดถอนใจด้วยช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน แม้จะมีผู้ช่วยหนุ่มซึ่งบิดาพามาเลี้ยงดูเพื่อให้คอยช่วยเหลือบุตรสาว แต่พวกเขาหรือจะเหมือนเช่นบิดาก่อนที่จะเสียชีวิต หวังหย่งคังกำลังเสาะหาชายหนุ่มเพื่อให้มาแต่งงานกับบุตรสาว เขาคงรู้ตัวว่าชีวิตเหลืออีกไม่นานแล้ว มิคาดว่ายังไม่ทันได้ตกลงใจก็จากไปเสียก่อนความจริงเรื่องนี้กลับสร้างความยินดีกับหวังเหม่ยฟางด้วยนางไม่คิดว่าการแต่งงานจะช่วยอันใดได้ แคว้นนี้มีประมุขเป็นฮองเฮาผู้เก่งกาจ นางไม่ได้แต่งตั้งฮ่องเต้คู่กายแต่กลับมีสวามีรับใช้หลายคน พวกเขาล้วนอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตแต่ไม่อาจนั่งครองบัลลังค์คู่กันได้ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวในแคว้นจึงมักเอาเยี่ยงอย่างผู้ครองแผ่นดิน พวกนางล้วนสร้างฐานะและมีเงินทองเป็นของตนเอง อีกทั้งยังม
ตอนพิเศษสอง แอบหนีไปเริงรักสองพี่น้องสมัครสมานสามัคคีโยกสะโพกขยับเอวเข้าๆออกๆในร่องรูซึ่งโดนตอกอัดไว้ด้วยท่อนลำถึงสองดุ้นจนเปิดกว้างปลิ้นสีแดงเข้าออกอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวแม้อยากขัดขวางแต่ด้วยถูกบดขยี้อยู่ตรงกลางโดนทั้งโยกหน้าขย่มหลัง เข้าและออกอีกครั้งและอีกครั้งจนไม่อาจแบ่งการรับรู้ทั้งจุกทั้งแสบทั้งเสียวได้แต่กรีดร้องเสียงกระเส่าน้ำใสไหลออกมาจนนองพื้นท่อนเอ็นทั้งสองต่างกระหน่ำทิ่มแทงด้วยความเร่าร้อน ร่างบางถูกขยำก้อนเนื้อนุ่มจนเอนไปเอนมาเด้งหน้ากระดอนหลัง เนื้อตัวล่องลอยสองขาไม่ติดพื้นมือบางจิกเล็บจนไหล่หนาเป็นรอยแดงแต่ไม่อาจบรรเทาความเสียวซ่านจึงได้แต่เปล่งเสียงร้องดังออกมา“อื้อ...อ่า...อูววว ไม่ไหวแล้ว...อื้อ...เสียว...โอ๊ย....พี่รอง...พอแล้ว...อ้า...พี่ใหญ่...อื้อ...เสียววว...อ๊ายยยย”ร่างน้อยสั่นกระตุกตอดถี่รัว ใบหน้าแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ด้วยสุขสมสั่นสะท้านไปจนนับไม่ถ้วนหวังเข่อซิงรู้สึกราวร่องรูหลวมกว้างด้วยถูกเบิกแทงพร้อมกันถึงสองแท่งใหญ่จึงได้แต่นอนหอบหายใจขณะสองพี่ชายทิ้งตั
ตอนพิเศษสอง แอบหนีไปเริงรักหวังเข่อซิงเด้งสะโพกสอดรับด้วยคิดถึงความเสียวกระสันอย่างนี้เช่นกัน มือหนาเข้าฟอนเฟ้นทรวงอวบหยุ่นขณะปากทั้งสองก้มลงไปประกบแลกลิ้นปลุกความเร่าร้อน“อื้อ...พี่รอง ข้าเสียวเหลือเกิน อื้อ...อูวววว”“อาซิง เจ้าดีมาก ...พี่คิดถึงเจ้ามาก โอวววว”สองร่างต่างครวญครางแล้วโยกร่างแข่งกันด้วยความหื่นกระหาย จนรถม้าโยกขย่มสะท้านสะเทือนม้าด้านหน้าถูกแรงเขย่าจนตกใจจึงออกวิ่งอย่างไม่รู้ทิศทางกว่าคนด้านในจะบดคลึงขย่มโยกจนถึงฝั่งฝันแล้วเปิดผ้าม่านออกมาก็พบว่ารถม้าวิ่งออกนอกเส้นทางไปไกลแล้ว“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ใหญ่คงคิดว่าพวกเรากลั่นแกล้งให้เขารอจนหัวเสียแน่” หวังเข่อซิงหัวเราะด้วยพวกเขาต้องใช้เวลาขับม้ากลับมาอีกกว่าสองชั่วยาม“เจ้าคอยออดอ้อนให้พี่ใหญ่คลายอารมณ์โกรธก็แล้วกัน” หวังซูหลายโยนหน้าที่ให้หญิงสาว“ได้ เช่นนั้นพี่รองรอที่ด้านนอกก่อน”พี่ชายคนรองได้สุขสมไปแล้วจึงยินยอมรอตามที่สาวน้อยกำกับหวังเข่อซิงก้าวเข้าไปในบ้านด้วยเรือนร่างเปล่าเปลือยพลางเดินยั่วเย้าสองมือกอบกุมเต้าเต่งของต







