Masukตอนที่สอง
พี่ชาย
เดิมทีโจวจือไม่ใคร่สนใจบุตรสาวคนนี้อยู่แล้ว เขาเพียงจำใจเลี้ยงดูด้วยนางคลอดออกมาในจวนสกุลโจวเท่านั้น เมื่อได้ยินว่านางทำให้บุตรชายคนเล็กซึ่งยังเด็กมากบาดเจ็บจึงโมโหพยักหน้าให้อนุสาวคนใหม่จัดการตามความพอใจ
อนุลู่ได้รับคำอนุญาตจึงเร่งหารถม้ายัดโจวหนิงเป่าเข้าไปแล้วส่งเด็กหญิงไปยังอำเภอตันสุยซึ่งเป็นบ้านเก่าของสกุลโจวแต่ถูกทิ้งร้างไว้เนิ่นนาน
โจวหนิงเป่าถูกทิ้งไว้ที่นั่นกับสาวใช้รุ่นใหญ่เพียงคนเดียวจนอายุสิบห้าโดยไม่เคยมีผู้ใดจากจวนสกุลโจวแวะไปดูดำดูดีหรือส่งเงินให้นอกจากที่มอบมาแต่คราแรก
เด็กสาวเคยเขียนจดหมายไปทวงถามให้บิดาส่งคนมารับนางกลับสักทีแต่ไม่เคยมีคำตอบใดกลับมา
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ความหวังที่จะมีคนมารับกลับบ้านได้สลายหายไปกับสายลมนานแล้ว
พวกเขาคงลืมไปแล้วว่ายังมีข้าอยู่ที่นี่
หญิงสาวฟุบหน้าลงกับท่อนแขนโดยไม่มีน้ำตาสักหยดด้วยช่วงแรกร้องไห้และรอคอยอยู่นานจนกลายเป็นความเฉยชาไปเสียแล้ว
สาวใช้รุ่นใหญ่ที่ติดตามมาคอยช่วยดูแลคุณหนูอยู่ปีกว่าทั้งคอยสรรหาข้าวปลาย่อมหมดความหวังไปด้วยและไม่อยากอยู่อย่างยากลำบากอีกแม้จะมีความเวทนาอยู่เต็มหัวใจ
เมื่อไม่นานมานี้นางจึงขอตัวกลับบ้านเกิดปล่อยให้หญิงสาวอยู่ตัวคนเดียวอย่างแร้นแค้น
ด้วยอดข้าวอดน้ำมาหลายวันร่างบอบบางจึงเดินอ่อนระโหยหมดเรี่ยวแรงกระทั่งล้มพับไปกับพื้นปล่อยให้วิญญาณล่องลอยออกจากร่างไปโดยดีด้วยความสิ้นหวัง
จบสิ้นเสียที
โจวหนิงเป่าสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นเมื่อใกล้รุ่งสาง นางลุกพรวดขึ้นมาพลางมองสำรวจไปทั่วความซอมซ่อ
เฮ้อ!...ยังอยู่ที่นี่หรอกหรือ?
หญิงสาวถอนหายใจพลางครุ่นคิดถึงโชคชะตาที่นำพานางมายังร่างนี้
ร่างที่แท้จริงของโจวหนิงเป่าย่อมตายไปเพราะความอดอยากตั้งแต่วันนั้นแล้ว ยามนี้วิญญาณของอาเปาที่ลอยมาเข้าร่างนี้ต่างหากที่ทำให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
‘อาเปา’ สาวใช้ในร้านแพรพรรณที่ถูกปล้นฆ่าพร้อมเจ้านายนอนคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาของตนเอง
แม้จะบอกว่านางเป็นสาวใช้ แต่อาเปาถูกเลี้ยงดูจากเจ้านายใจดีจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ไม่แย่ นางอยู่กับเจ้านายสาวใหญ่มาเนิ่นนานจึงได้รับการสอนสั่งเรื่องการค้า การทำบัญชีและเรื่องราวในร้านจนชำนาญสามารถช่วยดูแลการค้าได้อย่างดีเป็นที่ไว้วางใจ
ไม่คิดว่าขณะใกล้ปิดร้านค้าและกำลังพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดีกลับถูกโจรร้ายบุกเข้ามา พวกเขาสังหารทุกคนในร้านโดยไม่ละเว้นอย่างโหดเหี้ยม
ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอย อาเปาจึงเฝ้าต่อว่าก่นด่าสวรรค์และอธิษฐานขอเกิดใหม่เป็นคุณหนูในตระกูลสูงส่งเพื่อมีชีวิตที่แสนดีบ้าง
ผู้ใดจะคิดว่าสวรรค์กลับไร้ความเมตตา ส่งนางมาอยู่ในร่างของโจวหนิงเป่า
นางเป็นคุณหนูที่ใดกัน ชีวิตยากไร้กว่าร่างเก่าของข้าเสียอีก ดูสิ อดจนตาย น่าอนาถนัก
ตอนที่สิบห้า เหนื่อยมากหรือหวังเข่อซิงใช้การออดอ้อนอ้างเหตุผลการป่วยไข้จนพี่ชายคนโตเริ่มเห็นใจ“ข้าขอกลับไปอยู่ที่บ้านขุนนางในเมืองกับพี่รอง หากพี่ใหญ่ว่างก็รีบกลับมา หรือหากข้าหายดีแล้วจะรีบเดินทางมาหา ดีหรือไม่เจ้าคะ”“ในเมืองการหาหมอหยูกยาย่อมดีกว่า พี่ใหญ่ เห็นใจอาซิงเถอะ จะให้นางไปลำบากที่ชายแดนได้อย่างไร” หวังซูหลายรีบช่วยพูดเกลี้ยกล่อม“เอาเถอะ พวกเราพาเจ้าออกมาก็เพื่อช่วยให้รอดพ้นจากท่านพ่อ และรับเจ้าเป็นเมียอย่างจริงจัง เช่นนั้นถือเสียว่าพี่ส่งเจ้าไปฝากไว้ที่น้องรองก่อน เดือนหน้าพี่ได้พักจะรีบกลับไปหา”“ขอบคุณพี่ใหญ่” หวังเข่อซิงรีบกล่าววาจาอ่อนหวาน“ระวังท่านพ่อด้วย” พี่ชายคนโตเอ่ยเตือน ก่อนจะมองส่งน้องชายและหญิงซึ่งคิดว่าเป็นเมียขึ้นรถม้าแยกทางกลับเข้าไปในตัวเมืองแน่นอนว่ากว่าอาเถาจะรู้เรื่อง หวังเข่อซิงกับหวังซูหลายก็ออกเดินทางไปได้พักหนึ่งแล้วหวังซูหลายพาหญิงสาวกลับมาอยู่ที่บ้านพักขุนนางของตนเองโดยเฝ้าดูแล
ตอนที่สิบห้า เหนื่อยมากหรือหวังเข่อซิงก้มลงมองร่างกายของตนเอง ของเหลวจากกามกิจยังคงมีติดอยู่ระหว่างขา แต่สองชายหนุ่มคงไม่ระแวงด้วยพวกเขาเองก็ได้สอดใส่จนสุขสมความจริงซินดี้ในร่างของหวังเข่อซิงไม่คิดมากเพราะเธอใช้ชีวิตเริงรักกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาอยู่เป็นประจำ แต่ร่างนี้ยังต้องหาที่พึ่งพิงจึงไม่อาจให้คนอื่นรู้เรื่องในวันนี้ได้หญิงสาวนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการโดนกระหน่ำทั้งคืนแม้จะพบความหฤหรรษ์อย่างมาก แต่อาการปวดร้อนท้องและเจ็บแสบในร่องรูจากการเสียดสีโดยของใหญ่ยังคงสร้างความกังวลให้แก่ร่างบางสองหนุ่มตื่นขึ้นก่อนอย่างสดชื่น พวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางไปยังบ้านของเพื่อนอีกคนซึ่งนัดแนะจะกลับไปที่กองทัพด้วยกันในเมืองข้างๆอาเถาขอตามไปด้วยโดยอ้างว่าไม่มีเรื่องสำคัญที่บ้านแล้วจึงพร้อมออกเดินทางกลับไปกับหวังซูเหวินขบวนเดินทางจึงมีรถม้าตรงกลางโดยมีหวังซูเหวินและอาเถาขี่ม้าขนาบข้างมาพวกเขามาถึงบ้านของอาซุนเมื่อตอนใกล้ค่ำ สี่ชายหนุ่มนั่งลงร่ำสุราอย่างคึกคัก ขณะส่งหวังเข่อซิงเข้าไปนอนพักใ
ตอนที่สิบสี่ ลักลอบ “นางเป็นเมียของพวกเรา” หวังซูเหวินเอ่ยบอกขณะกายยังโยกแท่งปูดโปนมุดเข้ามุดออกโดยไม่ออมแรง “เมียเจ้าช่างงดงามเย้ายวนยิ่งนัก ขอข้านั่งดูด้วยได้หรือไม่” อาเถานั่งลงมองภาพการร่วมรักตรงหน้าโดยไม่ฟังคำอนุญาต หวังซูหลายแม้ไม่ยินยอมแต่ด้วยกำลังสุขสันต์จึงได้แต่ขยับสะโพกโยกร่างไปตามห้วงแห่งราคะร้อน เอวหนาโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งกระแทกกระทั้นถล่มร่องเสียวอย่างสาแก่ใจ หวังเข่อซิงถูกพวกเขากระหน่ำความเสียวซ่านจนไม่อาจเอ่ยปากห้ามอันใด ภายในร่องรูทั้งสองร้อนวูบวาบราวมีเปลวไฟแผดเผา ปากเล็กเพียงส่งเสียงกรีดร้องก็เหนื่อยหอบแทบขาดใจตายแล้ว สองแรงแข็งขันตอกทิ่มบีบเคล้นจนร่างบางเต็มไปด้วยร่องรอยแดงก่อนจะถึงฝั่งปรารถนาไปเกือบพร้อมกันหวังเข่
ตอนที่สิบสาม ไปอยู่ชายแดน ผู้เป็นมารดาคอยดูแลบุตรสาวอย่างดีจนถึงเมืองขุ่ยจึงจำต้องจากลาทั้งน้ำตาพร้อมคำฝากฝังบุตรสาวหวังซูหลายรีบส่งห่อผ้าซึ่งจัดเตรียมไว้ให้อดีตอนุของบิดาระหว่างรับปาก“อย่าได้กล่าวเช่นนั้น อาซิงคือเมียของเรา พวกเราย่อมต้องดูแลนางอย่างดี ท่านน้าจู ในนี้คือเงินทองของพวกเราพี่น้อง อย่าได้นับว่าเป็นสินสอดด้วยช่างน้อยนิดเหลือเกิน ขอท่านน้าจูคิดว่าพวกเราหมั้นหมายอาซิงเอาไว้ก็แล้วกัน คราวหน้าพวกเราจะนำสินสอดมาให้อย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน”หวังเข่อซิงมองมารดาเดินจากไปอย่างเลื่อนลอยก่อนจะหลับไปอีกครั้งโดยแทบไม่รู้ตัวหญิงสาวเริ่มมีอาการดีขึ้นจากการประคบประหงมดูแลของพี่น้องทั้งสอง เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงกลางทางแล้ว“พวกเราอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ พี่รอง”“พวกเราอยู่ที่เมืองฝานแล้ว พี่ใหญ่จะแวะพักที่บ้านของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เดิมทีพวกเขานัดแนะกลับไปที่กองทัพด้วยกัน แต่พี่ใหญ่มาเร็วเกินไปจึงคิดแวะบอกกล่าวเสียหน่อย”“พวกเราจะไปอยู่ที่ชายแดนจริงหรื
ตอนที่สิบสาม ไปอยู่ชายแดน ปากหนาของชายที่เรียกว่าเป็นท่านพ่อก้มลงดูดกินเต้าอวบซึ่งโผล่ออกมาทันทีที่บังทรวงถูกดึงออก มืออวบอ้วนขยำบีบก้อนเนื้อเต่งด้วยแรงอารมณ์จนสาวน้อยเจ็บปวดต้องร้องออกมา “อืม...ทรวงอกเจ้าใหญ่ล้นเพียงนี้จะอดใจไม่ดื่มกินได้อย่างไร”“ข้าเจ็บ ท่านพ่อ อย่าทำข้าเลย ฮือๆๆๆๆ” สาวน้อยร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นแต่มีหรือชายเจ้าบ้านจะยอมฟัง ทั้งมือทั้งปากต่างกอบโกยความเย้ายวนจนสมใจด้วยรอคอยมาเนิ่นนานปังประตูถูกถีบให้เปิดออกอย่างแรงพร้อมร่างของชายหนุ่มสองคนที่พุ่งเข้ามา หวังซูเหวินตรงเข้ากระชากร่างบิดาออกแล้วบังคับลากให้เดินออกไปพร้อมกัน ขณะหวังซูหลายรีบเข้าไปสวมเสื้อคลุมให้ร่างน้อยแล้วโอบประคองให้ลุกขึ้นพลางปลอบประโลมอนุจูรีบวิ่งเข้ามาโอบกอดบุตรสาวพลางร้องไห้อย่างหนัก“พาน้าจูกับอาซิงไปขึ้นรถม้า” พี่ชายคนโตหันมาสั่งน้องชายซึ่งรีบทำตามโดยเร็ว“พวกเจ้าจะทำอันใด กล้าขัดใจพ่อหรือ” หวังข่ายซึ่งถูกปล่อยให้ยืนอยู่หน้าเรือนทำท่าจะขัดขวางแต่ถูกบุ
ตอนที่สิบสอง นางบำเรอหวังเข่อซิงรีบหาข้ออ้างว่าง่วงแล้วแสร้งนอนหลับไป จนผู้เป็นมารดาเดินออกจากห้อง หญิงสาวจึงรีบปืนออกจากเรือนแล้วมาลอบฟังพ่อลูกสกุลหวังเจรจากันในเรือนหลัก“อย่าได้คิดว่าพ่อโง่เขลา เพียงมองดูก็รู้ว่าพวกเจ้าได้กลืนกินอาซิงแล้ว ลูกใหญ่หรือลูกรองเล่าที่ได้กินนาง หรือเป็นพวกเจ้าทั้งสองคน”เมื่อได้เห็นบุตรชายทั้งสองต่างก้มหน้า หวังข่ายจึงรู้ว่าเขาเดาถูก“พ่อเลี้ยงนางมาสิบกว่าปี เดิมทีคิดรับมาเป็นอนุเพื่อไม่ให้ลงทุนเสียของ ในเมื่อพวกเจ้าต่างได้อิ่มเอมกับนางไปแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่า เอาเช่นนี้แล้วกัน ให้นางเป็นนางบำเรอของพวกเราทั้งสามคน นางยังเยาว์วัยย่อมรับไหวแน่”บุตรชายทั้งสองต่างเงยหน้ามองบิดาอย่างตกใจในข้อเสนอซึ่งเห็นแก่ตัวจนสุดทานทนแต่หวังเข่อซิงตกใจยิ่งกว่า นางกำมือแน่นด้วยความแค้นใจขณะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันสาปแช่งหวังข่ายให้ไม่ตายดี“ข้าชื่นชอบอาซิงจากใจจริง เพียงพี่ใหญ่อีกคนข้าก็ฝืนใจแทบแย่แล้ว หากมีท่านพ่อร่วมด้วย ข้าคงไม่อาจรับได้ อาซิงเองก็คงไม่ยินยอมด้วยไม่อยากมีสามีคนเดีย







