“จับกรอกยาให้มันกินเสีย”
น้ำเสียงใสแต่เหี้ยมเกรียมเอ่ยสั่งสาวใช้คนสนิททั้งสอง นางจ้องมองร่างผอมบางอันสั่นเทาของไป๋ชิงเหยียนด้วยสายตาแสนชิงชัง
ไป๋ชิงเหยียนถูกกลั่นแกล้งจนเจ็บไปทั้งตัว ฝ่ามือเรียวยาวที่งดงามถูกเจียงเสวียนหนิงเหยียบย่ำจนเลือดไหลซึมออกจากปลายนิ้วทั้งสิบ
เขามองฝ่ามือที่ตนเองหวงแหนทั้งน้ำตา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าคงไม่อาจจับพู่กันได้อีกแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวสตรีค่อย ๆ เงยขึ้น ก่อนสบตาเจียงเสวียนหนิงโดยไม่คิดอ่อนข้อ
“เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้กับข้าด้วย คุณหนูเจียง”
น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวดใจ ไยสตรีผู้แสนงดงามเช่นนางจึงมีจิตใจชั่วร้ายถึงเพียงนี้
เจียงเสวียนหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะอย่างเกลียดชัง ก่อนก้าวเข้าไปบีบคางเรียวของเขาให้เงยขึ้นสบตานางอย่างรุนแรง
“เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกหรือ ไป๋ชิงเหยียน”
แววตาของนางแดงก่ำและแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ฝ่ามือยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้น
“เจ้ามันก็แค่บุรุษวิปริตผิดเพศ ชอบบุรุษด้วยกัน”
“คิดยั่วยวนแม่ทัพหวัง คนที่ข้ารัก”
“เช่นนั้น...เจ้าก็ต้องรับชะตากรรมนี้ไป”
ไป๋ชิงเหยียนไร้เรี่ยวแรง เขาสบตานางอย่างอ่อนล้าเต็มที ในใจคิดเพียงว่าขอให้หวังมู่เฉินมาช่วยได้ทันเวลา ก่อนที่นางจะจับเขากรอกยาปลุกกำหนัดจริง ๆ
“อึก...เจ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว คุณหนูเจียง”
“ข้ากับมู่เฉินเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น”
ฟึ่บ! นางสะบัดมือปล่อยคางคมสันของไป๋ชิงเหยียนอย่างแรง จนร่างสูงเซเกือบหน้าคะมำลงพื้น
“แค่สหายงั้นหรือ…แต่เจ้ากลับทำตัวติดเขา”
“สหายผู้ใดจะใกล้ชิด สบตากันหวานชื่นถึงเพียงนั้น”
“เจ้ามันต่วนซิ่ว ไอ้คนผิดเพศ คิดแย่งคนรักของข้า”
ไป๋ชิงเหยียนกำหมัดแน่นจนเลือดจากฝ่ามือไหลซึมออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องเจียงเสวียนหนิงอย่างแข็งกร้าว
“ข้า...ไม่ใช่ต่วนซิ่ว”
เขาสบตานางอย่างดุดัน ราวกับไม่ใช่บุรุษคนเดิมอีกต่อไป
คำว่า ‘ต่วนซิ่ว’ เปรียบดั่งมีดที่คอยทิ่มแทงใจเขามาเนิ่นนาน นับแต่เด็ก รูปร่างผอมบางสูงโปร่งของเขาคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกอ่อนแอ
ยิ่งใบหน้างดงามราวเทพเซียนนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาเกลียดตนเอง เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นบุรุษที่รักร่วมเพศมาตลอด
และวันนี้ นางกลับจงใจจี้ปมด้อยนั้นของเขาอีกครั้ง
เมื่อเจียงเสวียนหนิงเห็นท่าทีขึงขังไม่ยอมแพ้ของไป๋ชิงเหยียน ความหวาดกลัวสายหนึ่งพลันวาบผ่านในใจ ร่างบางถอยหลังหนีโดยไม่รู้ตัว
“ถอยออกไปนะ เจ้าจะทำอันใดข้า”
ฝ่ามือน้อยดันอกของไป๋ชิงเหยียนที่คิดจะเข้าใกล้นางออกไปอย่างหวาดระแวง แววตาของเขาในยามนี้ทั้งดูน่าสงสารและน่าหวาดหวั่นจนบอกไม่ถูก
แต่ไป๋ชิงเหยียนที่ถูกรังแกสารพัด บัดนี้ไม่คิดปล่อยนางไปง่าย ๆ เขาคว้าข้อมือบางของนางไว้แน่น ก่อนสบตาอย่างไม่คิดอ่อนข้อ
“เจ้ารู้หรือไม่...ว่าต่วนซิ่วคือสิ่งใด”
“ขะ...ข้ารู้สิ ก็เจ้านั่นแหละคือพวกต่วนซิ่ว”
นางตวาดใส่หน้าเขาเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าในใจ ยามสบเข้ากับดวงตาอันน่าหวาดหวั่นคู่นั้น
“แต่ข้าไม่ใช่...”
ไป๋ชิงเหยียนกัดฟันกรอด แทบอยากสั่งสอนสตรีใจร้ายตรงหน้าให้หลาบจำเสียเหลือเกิน ทว่ากลับยังยั้งความโกรธของตนเองไว้สุดกำลัง
ฟึ่บ! เสวียนหนิงฉวยโอกาสยามเขาเผลอ ผลักร่างสูงจนล้มลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย
“ยืนบื้ออันใดอยู่อีก”
“พวกเจ้าสองคนรีบจับมันกรอกยาปลุกกำหนัดเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินคำสั่ง ไป๋ชิงเหยียนเงยหน้าขึ้นมองเจียงเสวียนหนิงด้วยความสิ้นหวัง
เขาถูกสาวใช้ของนางจับกดจนดิ้นไม่หลุด ได้แต่มองถ้วยยาปลุกกำหนัดที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกทีด้วยใจอันหนักอึ้ง
‘มู่เฉิน...หากเจ้ายังไม่มา เห็นทีข้าคงเสียความบริสุทธิ์เป็นแน่’
“อย่าเข้ามานะ! ออกไป!”
เสี่ยวจินกับเสี่ยวจูสองพี่น้องได้แต่ฝืนลงมือทำร้ายไป๋ชิงเหยียนตามคำสั่งของคุณหนูอย่างจนใจ
ทั้งสองช่วยกันจับร่างผอมบางของไป๋ชิงเหยียนเอาไว้ ขณะที่อีกคนบังคับให้เขาอ้าปาก ก่อนกรอกยาปลุกกำหนัดจนหมดถ้วย
เพล้ง! เสียงถ้วยถูกไป๋ชิงเหยียนปัดจนตกแตก เขาได้แต่สำลักยาที่เพิ่งถูกกรอกเข้าไป จนใบหน้าแดงก่ำ
เจียงเสวียนหนิงยิ้มเยาะ มองดูไป๋ชิงเหยียนในสภาพตกต่ำเช่นนี้ด้วยความสะใจ
“หึ ๆ ๆ ในเมื่อเจ้าไม่ชอบสตรีนัก”
“เช่นนั้น...ข้าจะมอบสาวงามให้เจ้าได้ดื่มด่ำทั้งคืน”
“ดีหรือไม่ ไป๋ชิงเหยียน”
ไป๋ชิงเหยียนมองนางด้วยความเกลียดชัง กำหมัดแน่น นัยน์ตาแดงเถือกด้วยความเจ็บปวดใจ
“เจียงเสวียนหนิง...สักวันเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับข้าเช่นนี้”
ทั้งคู่จ้องตากันอย่างแข็งกร้าว ทว่ากลับอยู่ในสถานะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
เจียงเสวียนหนิงคือบุตรสาวคนโตของเจิ้นกั๋วกงผู้ทรงอำนาจ ทำสิ่งใดย่อมไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด
ส่วนไป๋ชิงเหยียนคืออดีตซื่อจื่อแห่งจวนโหวที่ตกต่ำจากคดีกบฏ มีหรือจะสามารถต่อกรกับนางได้
“ฮ่า ๆ ๆ ไป เสี่ยวจิน เสี่ยวจู”
“คืนนี้...ข้าจะรีบไปปรนนิบัติแม่ทัพหวัง”
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก่อนมองไป๋ชิงเหยียนที่สิ้นสภาพด้วยสายตาชิงชัง จากนั้นจึงพาสาวใช้ทั้งสองเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะอย่างสะใจ
เมื่อเจียงเสวียนหนิงจากไป สาวงามทั้งห้าคนจากหอโคมแดงก็ย่างกายเข้ามาหาไป๋ชิงเหยียน ราวกับเขาเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ
“คุณชาย...ให้ข้าช่วยท่านเถอะเจ้าค่ะ”
“อย่าหนีเลยคุณชาย ท่านช่างรูปงามนัก”
ไป๋ชิงเหยียนหลบอยู่มุมห้อง ร่างกายสั่นเทา ยกมือขึ้นปกป้องตนเองจากสาวงามเหล่านั้นอย่างหวาดกลัว
“อย่านะ! พวกเจ้าออกไป!”
แต่สตรีเหล่านั้นกลับยิ่งรุมล้อมเข้าหาไป๋ชิงเหยียนไม่ยอมหยุด ราวกับต้องการย่ำยีศักดิ์ศรีของเขาให้ได้
ส่วนเจียงเสวียนหนิงนั้น นางให้สาวใช้วางยาปลุกกำหนัดลงในสุราของแม่ทัพหวังมู่เฉิน ป่านนี้ฤทธิ์ยาคงออกเต็มที่แล้ว
โฉมงามยิ้มกริ่มอย่างย่ามใจก่อนผลักประตูห้องตำราเข้าไปหาเขาทันที นางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่ออย่างพึงพอใจ แล้วเยื้องกรายเข้าไปยั่วยวนอย่างเปิดเผย
“อึก! ร้อน...เหตุใดข้าถึงเป็นเช่นนี้”
“ท่านแม่ทัพ...มาเถอะ ให้ข้าช่วยบรรเทาความทรมานให้ท่าน”
ฝ่ามือบางลูบไล้ลงต่ำ สัมผัสมัดกล้ามแน่นของหวังมู่เฉินอย่างลุ่มหลง
หวังมู่เฉินกัดฟันแน่น พยายามควบคุมความต้องการอย่างสุดกำลัง นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องนางด้วยความโกรธแค้น เขาเกลียดรอยยิ้มหวานอาบยาพิษเช่นนี้ที่สุด
“เจียงเสวียนหนิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอดกลั้น
หมับ! ฝ่ามือหยาบคว้าบีบคอนางอย่างแรงด้วยความเดือดดาล
“เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่”
หวังมู่เฉินเพิ่มแรงบีบโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเย็นเยียบลงอย่างน่าหวาดหวั่น
“อึก! ปะ...ปล่อยข้านะ”
นางสะบัดตัวดิ้นจนหลุด ก่อนหันกลับมามองเขาที่นั่งหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“หึ...ดิ้นรนไปก็สูญเปล่า ยอมข้าเสียดี ๆ เถอะ หวังมู่เฉิน”
สิ้นคำกล่าว นางโยนอาภรณ์ออก เหลือเพียงเอี๊ยมสีแดงตัวบาง ก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนหน้าตักแกร่ง กักขังเขาไว้ด้วยอ้อมแขนทั้งสองข้าง
“ออกไป!”
หวังมู่เฉินหันหน้าหนี พยายามอดกลั้นไม่ให้เผลอแตะต้องนาง มือทั้งสองข้างกำขอบเก้าอี้แน่น
เจียงเสวียนหนิงลากปลายนิ้วช้า ๆ ผ่านอกกำยำลงสู่ขอบกางเกง สายตาท้าทายและเย้ายวน
“ข้าจะฆ่าเจ้า เจียงเสวียนหนิง”
นัยน์ตาคมแดงก่ำ สบตานางอย่างแข็งกร้าวท่ามกลางความร้อนรุ่มในกาย
ทว่าเสวียนหนิงหาได้สนใจ นางดึงเขาเข้ามาบดจูบอย่างเร่าร้อน เบียดกายเข้าหาร่างแกร่งอย่างโหยหา
หวังมู่เฉินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง กำขอบเก้าอี้แน่นจนฝ่ามือสั่น ยิ่งนางสอดมือนุ่มเข้ามากอบกุมส่วนที่ปวดหนึบ เขายิ่งแทบคลั่ง
อาภรณ์ของทั้งสองหลุดลุ่ย ร่างกายแนบชิดกันท่ามกลางสติที่เริ่มพร่าเลือน ทว่าหวังมู่เฉินยังพยายามผลักนางออกด้วยความรังเกียจ เขาตัดสินใจบีบคอนางอย่างแรงเพื่อหยุดทุกอย่างลง
“เจียงเสวียนหนิง...เจ้าทำข้าหมดความอดทนแล้ว”
ปึก! ปึก! ปึก! นางที่หายใจไม่ออกทุบฝ่ามือแกร่งอย่างร้อนรน
ใบหน้างามเริ่มเขียวคล้ำ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจกลับสั่นไหวด้วยความสิ้นหวัง
นางไม่เข้าใจ เหตุใดบุรุษผู้นี้จึงยอมฝืนฤทธิ์ยาจนเลือดกำเดาไหล เพียงเพื่อหยุดนางให้ได้
สติของเจียงเสวียนหนิงค่อย ๆ ดับวูบลงท่ามกลางความมืดมิด
และในวินาทีสุดท้าย นางได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเลือนราง
[กำลังเชื่อมต่อวิญญาณ…]