Mag-log in
หน้าลิขสิทธิ์
พี่สาวครับ…ผมจีบได้ไหม
เขียนโดย เยว่เมิ่งเหยาว์สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
หนังสือ/นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียนโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ตัดต่อ เผยแพร่ แจกจ่าย จำหน่าย ให้เช่า นำออกแสดงต่อสาธารณชน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาไปใช้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในรูปแบบใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ หนังสือเสียง ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์ P*F หรือการเผยแพร่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน
ห้ามนำเนื้อหา ตัวละคร บทสนทนา โครงเรื่อง ฉาก เหตุการณ์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายเรื่องนี้ไปดัดแปลง ต่อยอด แปล เรียบเรียงใหม่ ผลิตซ้ำ ทำเป็นผลงานอื่น หรือใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน
ผู้ใดฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด
ตัวละคร เหตุการณ์ และเนื้อเรื่องทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ชื่อบุคคล ตัวละคร องค์กร สถานที่ หรือเหตุการณ์บางส่วนอาจมีการอ้างอิงบรรยากาศจากสถานที่จริงเพื่อเพิ่มความสมจริงของฉาก แต่สถานที่ส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นสถานที่สมมุติ มิได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวถึงบุคคล องค์กร สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใด ๆ หากมีส่วนใดคล้ายคลึงกับความเป็นจริง ถือเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ อ่านสบาย ๆ เน้นเคมีของตัวละคร บทสนทนา การหยอกล้อ และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาในชีวิตประจำวัน มากกว่าการดำเนินเรื่องที่จริงจังหรือซับซ้อน ผู้เขียนตั้งใจให้เรื่องนี้เป็นนิยายแนวถอดสมอง อ่านเพื่อผ่อนคลาย ยิ้มตาม และเอ็นดูความปากแข็งของพี่สาวกับความเนียนของรุ่นน้องเป็นหลัก
เพราะฉะนั้นขอฝากผู้อ่านทุกท่านเปิดใจอ่านอย่างไม่ต้องซีเรียสมากนะคะ
ปล่อยใจไปกับบทสนทนา ความกวน ความเขิน ความหวานแบบไม่ทันตั้งตัว และแมวส้มจ้ำม่ำหนึ่งตัวที่อาจจะขโมยซีนเก่งกว่าพระเอกนางเอกในบางครั้งด้วยรัก
เยว่เมิ่งเหยาว์บทที่ 69 ซวยฉิบหาย“เมล?”แค่เสียงเรียกห้วนๆ คำเดียว ปลายนิ้วของเมลที่กำลังเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตก็ชะงักนิ่งไป ไม่ใช่เพราะความตกใจหรือคิดถึง แต่อวัยวะทุกส่วนในร่างกายมันดันจดจำได้ก่อนสมองเสียอีกว่า ไอ้น้ำเสียงชวนประสาทเสียแบบนี้มันเป็นของใคร!เมลค่อยๆ หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มของทีมบิลต์อินก้าวเท้าออกมา บัตรพนักงานที่ห้อยอยู่ตรงอกระบุชื่อบริษัทซัพพลายเออร์ชัดเจน สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเต็มประดา แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะปั้นรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ในแบบที่เจ้าตัวคงคิดว่าดูดีนักหนาส่งมาให้‘ธาม’แค่เห็นหน้ามัน ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเมลคือคำอุทานสั้นๆ คำเดียว...‘ซวยฉิบหาย’ไซต์งานออกจะใหญ่โตระเบิดระเบ้อ บริษัทคู่ค้ามีคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่คนที่โผล่มารับหน้าตรงนี้ดันเป็นไอ้ธาม แฟนเก่าเฮงซวยที่เธอเกลียดขี้หน้าจนอยากจะเอาชื่อมันไปเขียนแปะไว้ใต้ฐานรากอาคารแล้วสั่งเทปูนสำเร็จรูปทับหนาๆ ให้จบเรื่องจบราวไปซะโฟร์แมนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยยังคงส่งยิ้มพิมพ์ใจ แนะนำเพื่อนร่วมไซต์อย่างขยันขันแข็ง “คุณเมลครับ นี่คุณธาม Project Coordinator (ผู้ประสานงานโครงการ) ฝั่งทีมบิลต์
บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับรถของเมลออกจากลานจอดในช่วงเช้าที่ถนนเริ่มแน่นขึ้นทีละนิด ภาคินเป็นคนขับ เขาปรับเบาะกับกระจกเพียงเล็กน้อยก่อนพารถออกจากอาคารอย่างระวัง ขณะที่เมลนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือหนึ่งถือโทรศัพท์เช็กข้อความงานรถเลี้ยวเข้าสู่เขตสนามบิน ตอนเก้าโมงนิดๆ ยังเหลือเวลามากพอให้คณินเดินไปเช็กอินและโหลดกระเป๋าได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องวิ่งหน้าตื่นทันทีที่ล้อรถจอดสนิทข้างทางเท้า ภาคินก็ลงไปเปิดท้ายรถเพื่อยกกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ลงมาให้พี่ชาย ส่วนเมลเปิดประตูลงตามไปยืนกอดอกอยู่ข้างๆ สายตาคู่สวยจับจ้องเคนที่กำลังขยับสายกระเป๋าเป้บนบ่าด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคุณแม่ที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเด็กอนุบาลก่อนส่งขึ้นรถโรงเรียนไม่มีผิด“เอกสารครบใช่ไหม”คณินเหลือบมองเธอ“ครบ”“บัตรประชาชน กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ สายชาร์จ”“ครบหมดแล้วครับแม่”เมลยิ้มเย็นส่งกลับไป“ดี...งั้นแม่จะได้ไม่ต้องวนรถกลับมาส่งให้ลูกชายที่ซุ่มซ่ามลืมของ”เคนหัวเราะร่า ก่อนจะรับกระเป๋าเดินทางจากภาคินมาลากไว้ข้างตัว เขาหันไปมองน้องชายตัวโตอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าทะเล้นลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นตามนิสัย“อยู่บ้านอ
บทที่ 67 พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับระยะห่างที่ร่นกระชั้นเข้ามาทำเอาเมลเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาเธอรีบยกมือขึ้นปัดมือหนาของเขาออกเบาๆ“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ป่วย”แทนที่จะถอยออก ภาคินกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมหลุบมองพวงแก้มใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อลามไปจนถึงใบหู“งั้น...พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับ”ภาคินถามด้วยสีหน้าซื่อเสียจนถ้าไม่ติดว่าแววตานั่นเหมือนรู้คำตอบอยู่เต็มอก เมลคงเชื่อไปแล้วว่าเด็กมันถามเพราะสงสัยจริงๆ‘เขินไง แต่พูดได้เหรอ’หญิงสาวกัดฟันเบาๆ“เก็บของนายให้เสร็จ แล้วออกไปได้แล้ว”เธอชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย ภาคินมองปลายนิ้วที่ชี้ไล่เขา ก่อนยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี“ครับๆ”ภาคินรับคำง่ายๆ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยอมขยับตัวออกห่าง เมลเม้มปากแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างที่หันไปจัดการพับเสื้อผ้าเข้าตู้จนเรียบร้อย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อระบายความร้อนที่ยังคงพุ่งสูงอยู่บนใบหน้า‘ไปซะทีเถอะ เขินจะแย่แล้ว’ เธอบ่นอุบอิบในใจคิดว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จึงเอ่ยปากไล่อีกรอบ“เสร็จแล้วก
บทที่ 66 มึงยังมีสมองเหลือให้จิ้มอีกเหรอทั้งคู่เดินเข้าร้านข้าวหัวมุมหน้าคณะ ร้านเล็กๆ ที่มีโต๊ะไม่กี่ตัวตั้งเรียงอยู่ริมทาง กลิ่นอาหารลอยปะปนมากับลมช่วงหัวค่ำ หลังจากรีวิวงานลากยาวมาทั้งวัน ข้าวง่ายๆ สักจานกลับดูน่ากินกว่าที่เมลคิดไว้มากพอกินใกล้เสร็จ เมลถึงนึกขึ้นได้ว่าเคนยังอยู่ห้อง เธอเลยบอกให้ภาคินสั่งข้าวกลับไปเผื่อพี่ชายด้วย จะได้ไม่ต้องตื่นมาคุ้ยตู้เย็นหรือจบที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหมือนทุกครั้งเมลนั่งมองภาคินเดินไปสั่งและรอรับถุงข้าวจากแม่ค้า ท่าทางเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของเขาทำให้เธอเผลอมองอยู่นานกว่าที่ควร มื้อเย็นครั้งนี้ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นแค่การกินข้าวธรรมดา ทว่าความธรรมดาแบบนี้นี่แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันทำให้เธอเริ่มคุ้นชินกับการมีเขาอยู่ข้างๆ โดยแทบไม่ทันรู้ตัวทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดตอนฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มสนิท ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ลมแอร์เย็นฉ่ำก็ลอยมาปะทะใบหน้า ส่วนกลางห้องมีคณินนอนแผ่อยู่บนโซฟาราวกับร่างไร้วิญญาณ ผ้าห่มหลุดลงมากองที่เอว เสื้อยืดยับย่นจนรู้ว่าไม่ได้ขยับตัวมาตั้งแต่เช้า ส่วนเจ้ากะทิแมวส้มตัวอ้วนจ้ำม่ำก็นอนหมอบอยู่บนหน้าท้องของเขาอย่างสบายใจเม
บทที่ 65 หวงครับ“อ๋อ...” ธันวารับคำทว่าสายตาไม่ได้อยู่ที่รุ่นน้องนานนัก เขาจงใจเอียงตัวหลบไหล่ภาคินเพื่อส่งยิ้มอย่างเป็นกันเองและดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ให้กับเมลดา“เมื่อกี้ในห้องรีวิวมัวแต่ยุ่งๆ ผมเลยยังไม่มีโอกาสได้แนะนำตัวกับคุณเมลดีๆ เลย ผมธันวานะครับ เป็นสถาปนิกรุ่นพี่ของคิน ได้ยินดีเทลที่คุณเมลช่วยคอมเมนต์ให้เด็กๆ เมื่อกี้แล้วนับถือเลยครับ”เมลดายิ้มตอบรับตามมารยาท ท่าทางของเธอยังคงสงบนิ่งเป็นธรรมชาติ“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณธันวา เมลค่ะ เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ พอดีวันนี้คินชวนมาช่วยดูงานพรีเซนต์ ก็เลยมาช่วยอีกแรง”คำแนะนำตัวที่ดูเป็นกันเอง ทำเอาธันวายิ้มกว้างขึ้นอย่างถูกใจ ในขณะที่ภาคินซึ่งยืนเป็นโล่มนุษย์อยู่ด้านหน้า แอบปรายสายตาคมกริบกลับมามองคนข้างหลังแวบหนึ่ง นัยน์ตาคู่นั้นดูนิ่งขรึมขึ้นกว่าเดิมคล้ายอยากจะประท้วงที่เธอหันไปส่งยิ้มให้ชายอื่นต่อหน้าต่อตาเขา‘ยิ้มสวยจังนะครับ แต่จำเป็นต้องยิ้มให้พี่ธันวาขนาดนั้นไหม’“อินทีเรียฝีมือดีและตาถึงแบบนี้หายากนะครับ” ธันวาเอ่ยพลางคลี่ยิ้มละมุน“พอดีตอนนี้ออฟฟิศผมกำลังมีโปรเจกต์คาเฟ่กึ่งแกลเลอรีของเพื่อนที่อยากหาคนสายอินทีเรียเก่งๆ มาร่วม
บทที่ 64 ก็ผมจีบพี่อยู่ทันทีที่ทั้งสองเดินพ้นออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าของพริมก็จางหาย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างห้ามไม่อยู่ ความอ่อนหวานที่พยายามประคองไว้ตลอดทั้งวันหลุดลอยไปในพริบตาอีกด้านหนึ่ง... เมลดาเดินนำออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ปรายตามองคนข้างกาย ภาคินยังคงอุ้มกล่องโมเดลไว้ในมือ สีหน้าสงบนิ่งทำราวกับว่าเมื่อครู่ตนไม่ได้เพิ่งหักหน้าปฏิเสธคำชวนของสาวสวยต่อหน้าใคร‘ใจเย็นจริงนะพ่อคุณ’“เสน่ห์แรงจริงๆ เลยนะ เด็กสถาปัตย์”ภาคินหันหน้ามามองเธอ“ครับ?”“รีวิวจบปุ๊บก็มีสาวสวยมารอรับไปกินข้าวปั๊บ ฮอตไม่เบาเลยนะ” เมลจ้องหน้าเขาพลางเอ่ยเสียงเรียบที่ฟังอย่างไรก็เจือความหมั่นไส้กึ่งประชดเอาไว้ด้วยภาคินมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนนิดๆ“แต่ผมปฏิเสธไปแล้วนะครับ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่เดิม ทอดมองใบหน้าของเมลตรงๆ “...เพราะมีนัดสำคัญกว่าอยู่แล้ว”มือของเมลที่กอดกระบอกแบบอยู่กระชับแน่นขึ้นนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว หัวใจกระตุกวูบอย่างน่ารำคาญ‘นัดสำคัญบ้านนายสิ ก็แค่กินข้าวค่ะ ไม่ต้องพูดเหมือนกำลังจะไปเซ็นสัญญาช
บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา
บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห
บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน
บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา







