Mag-log inเจียงซิงเยี่ยนยกอ่างไม้ที่ใส่น้ำเอาไว้มาภายในเรือนนอนของอู๋เซียนลี่ที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มือใหญ่บิดผ้าชุบน้ำให้หมาด ๆ ก่อนจะเช็ดลงบนใบหน้าและลำคอขาวเพื่อทำความสะอาดคราบเหงื่อ ใจอยากจะพาไปอาบน้ำชำระกายเสียเลยแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะมันจะไม่งามเกินไป ตอนนั้นเองก็มีสารเวทปรากฏขึ้นกลางห้องเขาจึงละมือจากอู๋เซียนลี่เพื่อไปดูสารเวทนั้นแทนเมื่อเปิดออกก็ปรากฏข้อความจากอู๋เจีย
‘ท่านพี่ใหญ่ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ตอนนี้ข้าถึงคุนหลุนซานแล้ว ท่านพ่อกำลังนำเลือดพิษของท่านไปหลอมโอสถทิพย์ คงใช้เวลาในการหลอมสักสามราตรีแล้วข้าจะรีบเร่งเดินทางกลับไป๋เซี่ยซาน’
เขาถือวิสาสะตอบสารนั้นแทนเจ้าตัวที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่เพราะถ้าไม่ตอบอู๋เจียจะต้องเป็นห่วงจนกระวนกระวายใจแน่นอน พี่น้องสองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกันอย่างยิ่ง รักใคร่ปรองดองกันเสียจนเขายังอิจฉา ไม่ได้อิจฉาที่สองคนรักกันแต่ดันอิจฉาอู๋เจียที่ได้รับความรักอันล้นเปี่ยมจากอู๋เซียนลี่ ตั้งแต่เล็กจนโตนางเลือกจะมอบความรักทั้งหมดให้อู๋เจียแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่เขาก็อยากได้เช่นกันแต่ไม่เคยได้แล้วเช่นนี้จะไม่ให้อิจฉาพี่รองได้อย่างไร
แต่ตอนนี้เขาเติบโตแล้วไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วและจะแย่งเอาความรักของพี่ใหญ่มาเป็นของตัวเองให้หมด ชายหนุ่มหันตัวกลับมานั่งที่เตียงก่อนจะยกมือขึ้นลูบไปตามดวงหน้างดงามที่หลับพริ้มไม่ได้สติด้วยรอยยิ้มและแววตาทอประกายลึกซึ้ง “นับจากนี้ทุก ๆ อย่างของท่านพี่จะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว จะไม่มีใครได้มันนอกจากข้า”
“ขออนุญาตเจ้าค่ะคุณชายสาม” เสียงหนึ่งดังขึ้นหน้าห้องจนเจียงซิงเยี่ยนหยุดมือลงก่อนจะหันไปมองก็เห็นเงาของข้ารับใช้ยืนอยู่
“มีเรื่องอันใด?”
“ฟานไป๋ตี้เซียนมาขอพบท่านหญิงเจ้าค่ะ”
“ให้เขาไปรอที่เรือนรับรองก่อน”
“เจ้าค่ะ”
เจียงซิงเยี่ยนเดินมายังเรือนรับรองด้วยท่าทางสงบนิ่ง ในยามนี้อู๋เซียนลี่ไม่ได้สติ อู๋เจียไม่อยู่ ผู้ที่ต้องดูแลที่นี่จึงกลายเป็นเขาหน้าที่การรับแขกก็เช่นกันถึงแขกคนนี้เขาจะไม่อยากต้อนรับนักก็ตาม ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องที่หอมไปด้วยกลิ่นกำยานจากไม้จันทน์
"เจียงซิงเยี่ยนขอคารวะฟานไป๋ตี้เซียนขอรับ"
เขาโค้งหัวคำนับ 'ฟานไป๋' ตี้เซียนประจำทิศบูรพาอย่างนอบน้อม อีกฝ่ายเป็นสหายคนสนิทของอู๋เซียนลี่ บรรลุขั้นตี้เซียนเช่นเดียวกันกับนาง ว่ากันตามจริงคือเป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัยฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาด้วยกันจนบรรลุขั้นพร้อม ๆ กันจึงมีความสนิทสนมกันมากกว่าผู้ใด
"ทำไมถึงเป็นเจ้า?" ฟานไป๋เงยหน้ามองชายหนุ่มที่มีอายุอ่อนกว่าตรงหน้าแต่ก็ต้องประหลาดใจที่เห็นอีกฝ่ายมองเห็นแล้ว "เสี่ยวลี่คืนดวงตาให้เจ้าแล้วหรือ?"
"ขอรับ ท่านหญิงทำการรักษาดวงตาให้ข้าจนตนเองบาดเจ็บยามนี้ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนจึงออกมาพบท่านเซียนไม่ได้ขอรับ"
"น่าแปลกที่นางยอมรักษาดวงตาเจ้าจนตนเองบาดเจ็บ"
ฟานไป๋ที่รู้จักมักคุ้นกับอู๋เซียนลี่มาตั้งแต่เยาว์วัยเกิดความประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยินว่าสหายหญิงของเขาใช้พลังรักษาดวงตาให้เด็กกำพร้าผู้นี้จนตนเองบาดเจ็บ ถ้าบอกว่าใช้พลังทุบตีทำร้ายร่างกายจนตนเองพลาดได้รับบาดเจ็บยังจะน่าเชื่อมากกว่านี้เสียอีก ก็อู๋เซียนลี่ชิงชังเจ้าเด็กข้างถนนผู้นี้จะตายไป
"ตามที่ท่านเซียนเห็นขอรับ ข้าหาได้โป้ปดท่านก็เห็นแล้วว่าข้ามองเห็นและผู้ที่รักษาได้ก็มีเพียงท่านหญิงเท่านั้น"
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเยี่ยมนางเสียหน่อย"
"ข้าคงจะให้ท่านเซียนทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับ"
"เจ้ากล้าขวางข้าหรือ?" ฟานไป๋มองดูเจียงซิงเยี่ยนที่ยืนขวางทางเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"หามิได้ ข้าผู้น้อยมิกล้าขวางทางท่านเซียนหรอกเพียงแต่ชายหญิงมิควรอยู่ด้วยกันลำพัง อีกอย่างเรือนนอนของสตรี บุรุษที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือสามีมิควรเข้าขอรับ"
ฟานไป๋ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันดังกรอดที่ต้องมายอมคนต่ำต้อยเช่นนี้ เขาหันไปคว้าถ้วยน้ำชาที่ยังไม่ทันได้ดื่มก่อนจะสาดเข้าใส่เจียงซิงเยี่ยนที่ไม่ได้หลบไปไหนและไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเคืองใด ๆ ออกมา ร่างสูงในอาภรณ์หรูหราของตี้เซียนแห่งแดนบูรพาเดินมาหยุดตรงข้างเซียนผู้น้อย
"แค่เพียงเสี่ยวลี่ใจดีกับเจ้าแค่ครั้งเดียว อย่าหลงระเริงว่านางจะเอ็นดูเจ้าเพราะนางคงทำเพียงเพราะสงสารคนเช่นเจ้าเท่านั้น ยังไงเสียในสายตานางเจ้าก็ยังเป็นเพียงคนต่ำต้อย เด็กกำพร้าข้างถนน เมื่อเทียบกับข้าที่เป็นถึงตี้เซียนผู้ดูแลแดนบูรพาก็หาสิ่งใดมาเทียบไม่ติด ถ้าเจ้ากำลังเพ้อฝันอะไรอยู่ก็หยุดเสีย"
ว่าจบฟานไป๋ก็เดินจากออกไปในขณะที่เจียงซิงเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาหันตัวกลับไปมองตี้เซียนผู้ยิ่งใหญ่ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เพ้อฝันหรือ? ใครกันแน่ที่เพ้อฝัน ตอนนี้อู๋เซียนลี่อยู่กับเขาต่างหากและนางก็ความจำเสื่อม สุดท้ายแล้วก็จะมีแค่เขาที่อยู่ในความทรงจำของนางส่วนบุรุษผู้อื่นเขาจะทำให้นางลืมให้หมดสิ้น
เจียงซิงเยี่ยนพาอู๋เซียนลี่เข้ามาในเรือนนอนก่อนจะพามานั่งพักที่โต๊ะริมหน้าต่าง อุณหภูมิหนาวเหน็บบนเทือกเขาหิมะพัดโชยเข้ามาในห้องแต่พวกเขาทั้งสองคนก็เหมือนจะชินชากับอากาศเช่นนี้แล้วเพราะอยู่กับมันมานานมาก ถึงกระนั้นกะละมังไฟก็ยังถูกจุดในห้องเพื่อให้ห้องมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นเสียหน่อยอู๋เซียนลี่หยิบขวดยาออกมากินก่อนจะหันไปรับถ้วยน้ำชาจากเจียงซิงเยี่ยน มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาลูบไปตามแก้มแดงที่ขึ้นรอยนิ้วมือชัดเจนอย่างแผ่วเบา"เจ็บหรือไม่ขอรับ?""เลือดกบปากขนาดนี้ก็ต้องเจ็บสิ" นางอ้าปากออกเพื่อให้เจียงซิงเยี่ยนดูร่องรอยเลือดที่ก่อนหน้านี้มันเต็มปากไปหมด แต่คายทิ้งไปส่วนหนึ่งแล้ว"ข้าเป่าให้นะขอรับ" ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ สองมือจับประคองคางของนางเอาไว้ยามลมร้อนเป่ารดลงมาบนแก้มคิดว่านางเป็นเด็กหรือไง เป่าแล้วหายเจ็บเนี่ยแต่การกระทำของเขาก็ชวนหัวใจสั่นไหวยามใบหน้าอยู่ใกล้กันเช่นนี้ ลมหายใจร้อนผ่าวมันชวนให้ร่างกายอ่อนระทวยจนแทบจะเหลวเป็นน้ำ เร็วกว่าสมองก็คือฝ่ามือของนางที่จับหมับเข้าที่ดวงหน้าของเจียงซิงเยี่ยนแล้วดึงริมฝีปากของเขาลงมาสัมผัสกัน แม้เซียนหนุ่มตกใจแต่เขาก็กลับมา
Chapter 20‘ให้ข้าปรนนิบัติเจ้า’อู๋เซียนลี่เดินเข้ามาภายในเรือนรับรองที่มีเจียงซิงเยี่ยนยืนอยู่ บนเก้าอี้มีอู๋เจียที่กลับมาแล้วนั่งอยู่กับชายชราหัวขาวคนหนึ่งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ใบหน้าของชายชราแลดูเหมือนนางมากเลยเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นบิดาแน่นอนเพียะ!"โอ๊ย!""ท่านพ่อ!"ยังไม่ทันที่อู๋เซียนลี่จะได้ยกมือคารวะชายชราก็ลุกขึ้นยืนพุ่งตรงมาหานางแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้ารูปงามอย่างแรงจนสะบัดหัน ร่างกายบางทรุดลงไปกองกับพื้น อู๋เจียรีบลุกมาห้ามผู้เป็นพ่อในทันทีเช่นเดียวกับเจียงซิงเยี่ยน"เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายอาเยี่ยน ข้าบอกให้เจ้าดูแลเขาดี ๆ" อู๋เซินชี้หน้าบุตรสาวคนโตด้วยความโกรธ"ทะ… ท่านพ่อ ขะ… ข้า ข้าทำอันใด" อู๋เซียนลี่ตกใจจนพูดอะไรไม่ถูก สับสนไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดี ๆ นางโดนตบจนคว่ำขนาดนี้ ฟันโยกหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ปากแตกแน่นอน“เจ้าทุบตีเขาข้ายังพอมองผ่านได้ว่าเจ้าอาจจะสั่งสอนในฐานะพี่สาว แต่นี่ถึงขั้นต้องควักลูกตากันเลยหรือ!”“ท่านพ่อระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ” อู๋เจียพยายามช่วยห้าม“เจ้าก็อีกคนเหตุใดไม่บอกพ่อดันช่วยพี่สาวของเจ้าปกปิดเรื่องนี้” อู๋เซินหันมาต่อว่าบุตรสาวค
หลังจากกินข้าวเสร็จอู๋เซียนลี่ก็เก็บข้าวของเตรียมจะกลับไป๋เซี่ยซานเพราะออกมาหลายวันคงจะไม่ดีถ้าเกิดนางจิ้งจอกเข้าไปถล่มสังหารข้ารับใช้ของนางเพื่อเล่นละครฉากใหญ่คงจะแย่ ไม่อยากให้ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องมาเสี่ยงด้วย ประตูเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับเจียงซิงเยี่ยนที่เดินเข้ามาดูเหมือนว่าเขาจะจัดของตัวเองเสร็จแล้ว"ข้าช่วยขอรับ" เขานั่งลงข้าง ๆ นางก่อนจะช่วยหยิบตำราหลายเล่มใส่ลงไปในกล่อง "ตำราเหล่านี้โหรวหลงจินตี้เซียนให้มาหรือขอรับ?""ใช่ มีตำราโบราณหลายเล่มเจ้าเบามือหน่อยนะเดี๋ยวจะเสียหาย""ถึงจะความจำเสื่อมแต่ท่านหญิงก็ยังชอบอ่านตำราเหมือนเดิมเลยนะขอรับ""แล้วจะให้ข้าทำอันใดเล่า วัน ๆ หนึ่งเหมือนมีงานการ มีปีศาจให้ข้าสังหารนัก" นางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ"ท่านจะสังหารปีศาจทุกตนที่เจอเลยไหมขอรับ?"อยู่ดี ๆ เจียงซิงเยี่ยนก็ถามขึ้นจนอู๋เซียนลี่ประหลาดใจ นางเงยขึ้นสบตากับเขาแต่ทำไมดวงตาของอีกฝ่ายถึงไหววูบเช่นนั้น "เซียนมีหน้าที่ปราบปีศาจและปีศาจก็มาพร้อมความชั่วร้าย มิใช่สิ่งที่ดีข้าย่อมต้องสังหาร""แล้วถ้าปีศาจตนนั้นดีกับท่านละขอรับ ท่านจะสังหารลงหรือไม่?""เจ้าถามทำไมเสี่ยวเยี่ยน?""เพราะ
Chapter 19‘เจ้ามีสิ่งใดปิดบัง'เจียงซิงเยี่ยนเดินหันซ้ายหันขวาไปมาอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะจะไปขอให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้อู๋เซียนลี่แต่เขาก็ไม่รู้ทางเพราะไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยนัก"หาอันใดอยู่หรือ?" เสียงนุ่มแต่เข้มดังขึ้นจนเขาต้องรีบหันไปมองก็พบว่าเป็นโหรวหลงจินกับฟานไป๋ที่เดินมาด้วยกันจึงรีบคำนับทันที"คารวะโหรวหลงจินตี้เซียน ฟานไป๋ตี้เซียนขอรับ""เจ้าเด็กกำพร้าน่าหงุดหงิด" ฟานไป๋จ้องมองเจียงซิงเยี่ยนด้วยแววตาขุ่นมัว"เจ้าหาอันใดอยู่อาเยี่ยน?" โหรวหลงจินถามด้วยรอยยิ้มต่างกับฟานไป๋สิ้นเชิง"ข้าน้อยหาโรงครัวขอรับ ข้าจะให้โรงครัวทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยาจีนให้ท่านหญิงขอรับ""ดูสิโหรวต้าเกอ เสี่ยวลี่เจ็บไข้อีกแล้วแต่เจ้าเด็กกำพร้าผู้นี้ไม่ยอมให้ข้าเข้าไปดูนาง" ฟานไป๋หันไปฟ้องโหรวหลงจินทันที"ท่านหญิงต้องการพักผ่อนขอรับ ข้าเลยไม่อยากให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน" เจียงซิงเยี่ยนพูดอธิบาย"ข้าเองก็ไม่ได้เข้าไปดูนางเช่นกัน มิใช่แค่เจ้าหรอก" โหรวหลงจินหันไปพูดกับฟานไป๋จนอีกฝ่ายยอมเงียบ"เจ้ามานี่ที" โหรวหลงจินตะโกนเรียกลูกศิษย์ที่เดินผ่านมา"ขอรับท่านอาจารย์""เจ้าไปบอกโรงครัวให้ทำซุปเห็ดหอมตุ๋นยา
อู๋เซียนลี่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีในยามสายของวันเสียแล้ว นางได้ยินเสียงตะโกนโวยวายอยู่ด้านนอกจนต้องรีบลุกขึ้นฉับพลันเพราะจำได้เป็นอย่างดีว่าเสียงนั้นเป็นของฟานไป๋ ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนเขาอยากจะเข้ามาพบนางแต่เข้ามาไม่ได้คงเพราะถูกเจียงซิงเยี่ยนห้ามเอาไว้ แต่พอนึกถึงเจ้าเด็กคนนั้นพลันร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ไล่ตามองสำรวจลงไปก็พบว่าตนเองสวมใส่ชุดซับในแล้วเรียบร้อยแต่มันก็บางเฉียบ ไม่ต้องเดาเลยว่าใครใส่ให้ก็คงเป็นเจ้าลูกหมาที่ปู้ยี่ปู้ยำนางเมื่อคืนนั่นแหละมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพแบบนี้หลังจากค่ำคืนแห่งศึกหนักก็อย่างที่บอกว่าชาติก่อนนางเคยมีเซ็กซ์กับผู้ชายมาแล้ว เคยมีแฟนมาก่อนเลยไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องแบบนี้แล้วจะบอกว่าอายมันก็อายบ้างแหละ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำตัวเป็นสาวแรกแย้มบิดพลิ้วหรือร้องห่มร้องไห้เสียใจอะไร มันก็คือส่วนหนึ่งในชีวิตไม่ใช่หรือ มนุษย์ถูกสร้างให้สืบทอดเผ่าพันธุ์อยู่แล้วนี่ก็เลยไม่อยากมองเซ็กซ์เป็นเรื่องแปลกที่ต้องแตกแยกอะไร มันก็แค่เซ็กซ์คนเรามีสิทธิ์มีเซ็กซ์ได้ถ้าพึงพอใจเสียงประตูเปิดออกจนนางสะดุ้งเฮือกจะว่าทำใจได้ก็เถอะแต่พอเห็นหน้าเจียงซิงเยี่
Chapter 18‘พลาดท่าเสียที’เสียงสัมผัสเปียกชื้นดังระงมออกมาจากสองร่างกายที่กำลังเกี่ยวพันกัน ริมฝีปากหนาพรมจูบไปทั่วลำคอขาวลากไล้ไปตามเนื้ออ่อนขบเม้มและดูดดึงมันจนเกิดรอยสีกุหลาบจาง ๆ เพื่อตีตราเป็นเจ้าของ อาภรณ์ตัวในถูกดึงลงจนเกาะหมิ่นเหม่ที่หัวไหล่ส่วนตัวนอกถูกทอดทิ้งออกไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้"จะ… เจียงซิงเยี่ยน ยะ… อย่า" มือเล็กพยายามปัดป้องดันอกของเขาออกไปแต่คนลุกล้ำก็ไม่ขยับเลยก่อนทั้งร่างถูกรวบขึ้นอู๋เซียนลี่ถูกอุ้มเหมือนเด็กน้อยในอ้อมแขนของเจียงซิงเยี่ยน ถึงแม้นางจะมีรูปร่างผอมสูง สง่างามมากแค่ไหนแต่ยามอยู่กับเขาก็ตัวเล็กเสมอ แผ่นหลังสัมผัสลงบนพื้นเตียงเมื่อถูกปล่อยลงโดยมีเขาตามลงมาคร่อมทับคล้ายจะกันไม่ให้นางหนี ดวงตาคนทั้งสองสบมองกันอยู่เนิ่นนาน ดวงตาที่ทำให้นางหวั่นไหวจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะริมฝีปากทาบทับลงมาอีกครั้งอย่างดูดดื่ม สอดแทรกลิ้นเข้ามากระหวัดเกี่ยวพันในปากของนางจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน ลมหายใจถูกช่วงชิงจากคนด้านบน ยิ่งร้อนผ่าวยามมือใหญ่เลื่อนขึ้นมาตามเรียวขาของนางลากวนแถวต้นขาซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะผละริมฝีปากลงมาไซร้ไปตามซอกคอลากยาวลงมาถึงหน้าอกอวบอิ่มที่ยามนี้พ้นเสื







