แชร์

ตอนที่ 2

ผู้เขียน: กาสะลอง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-23 16:27:37

“ดีแล้วลูก... พ่อดีใจที่เอ็งเข้มแข็ง หลานสองคนพ่อก็รักปานแก้วตาดวงใจ ยังไงพ่อก็ยังอยู่เคียงข้างเอ็งกับหลานๆ เสมอ สู้ๆ นะลูกพ่อ”

กำนันเดชตบไหล่ลูกชายเบาๆ  เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างกำยำสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นในอก หลังจากปักธูปลงในกระถางตรงหน้า

อีกหนึ่งเดือนต่อมา ที่กรุงเทพมหานคร

เมื่อหายจากอาการเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาว คุณนายชดช้อยจึงเรียก ‘ปรางค์วลัย’ ซึ่งเป็นสูกสาวคนเล็กมาปรึกษาในเรื่องสำคัญที่ทำให้หล่อนครุ่นคิดจนนอนไม่หลับมาหลายคืน

“คุณแม่มีธุระอะไรหรือคะ”

ปรางค์วลัยถาม เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก แลเห็นมารดานั่งนิ่วหน้าก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี

“แม่นึกโมโหไอ้ตะวัน”

“เรื่องอะไรอีกล่ะคะแม่”

“ก็ลูกสาวฉันตายทั้งคน... ใจคอมันไม่คิดจะบอกคนเป็นแม่อย่างฉันสักคำเชียวหรือ? แกเห็นแล้วใช่ไหมยัยปรางค์... ว่าทำไมฉันจึงไม่ยอมรับไอ้ผู้ชายบ้านนอกคนนี้เป็นเขย”

คุณนาย ‘ชดช้อย’ เพิ่งได้ข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาวจากปากของเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

“พี่รินไปดีแล้วค่ะ ห่วงก็แต่หลานๆ... ไม่รู้ว่าตอนนี้มะพร้าวกับมะนาวจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”

ปรางค์วลัยเป็นห่วงหลานทั้งสองคนซึ่งเกิดจากรินรดากับตะวัน

            สาเหตุที่ความสัมพันธ์ของรินรดาผู้เป็นพี่สาวกับคุณนายชดช้อยซึ่งเป็นมารดาต้องมาห่างเหินกันในตอนหลัง ก็เป็นเพราะว่าคุณนายไม่ยอมรับตะวันเป็นลูกเขย หลังจากโกรธที่รินรดาทำเรื่องน่าอับอาย ด้วยการหนีตามมาอยู่กับตะวันที่ไร่ส้มของเขาในจังหวัดเชียงใหม่โดยไม่สนใจคำห้ามปรามของคุณนาย

คุณนายชดช้อยกล่าวโทษรินรดาว่าทำให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสียเกียรติ ต้องอับอายขายหน้าชาวบ้าน ถึงขั้นประกาศ ‘ตัดแม่ตัดลูก’ กันมาจนถึงทุกวันนี้

            ปรางค์วลัยนึกในใจว่าถ้าตอนนั้นมารดาของเธอลดทิฐิลงเสียบ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเธอกับครอบครัวของตะวันก็คงไม่บาดหมางถึงขั้นวิกฤตเหมือนที่ผ่านๆ มา

วันนี้ปรางค์วลัยภาวนาขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ไหนๆ รินรดาผู้เป็นพี่สาวของเธอก็ตายไปแล้ว คนที่เหลืออยู่ข้างหลังควรจะอโหสิกรรมต่อกัน ด้วยการลืมเรื่องราวบาดหมางเมื่อในอดีตให้หมด

            “แม่คะ... ”

            ปรางค์วลัยมองหน้ามารดา  

            “มีอะไรรึยัยปรางค์”

            คุณนายชดช้อยถาม ปรางค์วลัยสังเกตเห็นว่าแววตาซึ่งชอบเอาชนะและไม่ยอมคนของมารดาในวันนี้ดูอ่อนลงมากจากแต่ก่อน

            “แม่หายโกรธพี่รินหรือยังคะ... หนูอยากให้แม่อภัยให้พี่รินค่ะ วิญญาณพี่รินจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”

            “คนมันก็ตายไปแล้ว... แม่ไม่โกรธมันแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แม่อยากขอร้องให้มันอโหสิกรรมให้แม่ด้วยซ้ำ”

            นางชดช้อยกล่าวทั้งน้ำตาคลอ สุ้มเสียงบอกความสำนึกผิด หากวันนั้นหล่อนฟังลูกสาวบ้าง ทุกอย่างคงไม่บานปลายใหญ่โต

            “เพื่อเป็นการชดเชยสิ่งที่แม่เคยทำผิดเอาไว้เมื่อในอดีต หนูขอเสนอว่าเราไปรับหลานมาเลี้ยงเองดีมั้ยคะ... พามะพร้าวกับมะนาวมาอยู่กับเราที่กรุงเทพฯ”

            “อะไรนะ”

            คุณนายตกใจกับความคิดของลูกสาว เพราะช่างบังเอิญว่าหล่อนก็แอบคิดถึงเรื่องนี้อยู่เงียบๆ แต่ที่ไม่กล้าพูด... ไม่กล้าปริปากออกมาก็เพราะเคยลั่นวาจาตัดแม่ลูกกันไว้แล้ว

            “แต่ว่า... ”

            ครั้นแล้วสีหน้าของคุณนายก็ออกอาการลังเลเสียเอง เมื่อนึกถึงใบหน้าหยิ่งผยองและอวดดีของตะวัน

            “ทำไมหรือคะแม่?”

            “แม่คิดว่าไอ้ตะวันมันไม่ยอมแน่ๆ... มันคงเกลียดแม่เข้าไส้”

คุณนายเคยรู้ฤทธิ์เดชของตะวันมาแล้ว

            “เราจะไม่ลองพยายามดูก่อนหรือคะ... แม่ไม่อยากไปเห็นหลานๆ หรอกหรือคะ”

            ปรางค์วลัยรบเร้าด้วยสายตา

            “บอกตรงๆ ว่าแม่เองก็แอบคิดถึงหลานใจจะขาด อยากจะเห็นหน้า อยากจะไปหารึก็เกลียดพ่อมันเข้าไส้ ครั้งสุดท้ายที่เราไปที่ไร่ของไอ้ตะวันก็สี่ปีมาแล้วนี่นา ป่านนี้หลานๆ คงกำลังน่ารักน่าชัง”

            “งั้นพรุ่งนี้เราไปเชียงใหม่กันนะจ๊ะแม่”

            ปรางค์วลัยใจร้อน

            “จะดีหรือลูก?”

            คุณนายชดช้อยออกอาการลังเล เพราะก่อนหน้านี้นางเคยสร้างวีรกรรมกับตะวันเอาไว้มาก เป็นแม่ยายกับลูกเขยที่ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เหมือนขมิ้นกับปูน ไม่มีใครยอมใครอย่างที่เขาว่าแม่ยายก็ร้าย... ลูกเขยก็แรง

            “ดีสิคะ... ไปนะคะคุณแม่ ก็ไหนคุณแม่ว่าอยากเห็นหลาน อยากรับลูกๆ ของพี่รินมาเลี้ยงดูเอง”

            “แต่แม่เคยบอกเอาไว้ว่าจะไม่ไปเหยียบไร่ของมันอีก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 5

    “ผมก็ชมไปตามความจริงน่ะครับ... สวยก็ว่าสวย หรือคุณแม่ยายอยากให้หนุ่มๆ พูดว่าลูกสาวคุณแม่ยายขี้เร๊ขี้เหร่จนดูไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?”“นี่... ฉันอยากรู้นักว่าถ้าแกหยุดต่อปากต่อคำกับฉันสักเดี๋ยวแกจะตายใช่ไหม”ว่าแล้วแม่ยายก็สะบัดหน้าไปทางอื่นตะวันสังเกตเห็นความโกรธแล่นเป็นริ้วอยู่บนใบหน้าซึ่งแม้จะอายุมากแล้ว หากก็ยังดูสะสวยไม่สร่าง สมกับที่ชีวิตในแต่ละวันของคุณนายชดช้อยวนเวียนอยู่กับการผัดผิวแนะนวดหน้า หล่อนสรรหาเครื่องประทินโฉมมาใช้ไม่หยุด อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอยู่เป็นนิตย์ ราวกับต้องการคงวัยให้เป็นอมตะ“เชิญเข้าบ้านครับ... หลานๆ อยู่ข้างใน”ตะวันผายมือไปยังประตูไม้บานกว้าง ปรางค์วลัยจูงมือมารดาก้าวขึ้นบันไดขั้นสั้นๆ ของเทอเรสหน้าบ้าน ก่อนจะพากันเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ของพ่อเลี้ยงไร่ส้มเมื่อเข้ามาภายใน สองแม่ลูกจึงเห็นว่าสภาพของมันช่างดูโอ่อ่ากว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ภายในทุกชิ้นล้วนทำจากไม้เนื้อดีมีราคา ดูเหมาะเจาะลงตัวกับพื้นกระดานซึ่งปูเอาไว้ด้วยไม้แผ่นใหญ่เช่นกันตะวันเคยให้เหตุผลว่าสาเหตุที่เขาชอบบ้านไม้เพราะมันไม่ดูดความร้อนเหมือนบ้านที่สร้างด้วยซีเมนต์“มะพร้าว มะนาว มาดูซิลูกว่าใคร

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 4

    รถเบนซ์คันหรูชะลอเข้าจอดนิ่งในโรงจอดรถกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของประดู่ต้นใหญ่ แผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาอีกชั้นให้กับหลังคาโรงรถที่มุงด้วยกระเบื้องสีเขียวมะกอก “สวัสดีครับ มาหาใครครับ” ลุงชมซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานในไร่เดินออกมาถามผู้มาเยือนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม ตอนนั้นแกกำลังจัดแจงให้คนงานรื้อหญ้าเก่าออกจากสนามหน้าบ้าน แลเห็นหญ้าใหม่ซึ่งยังเป็นแผ่นสีเขียวๆ กองเทินทับกันอยู่กลางสนาม มีคนงานชายสามคนกำลังช่วยกันลงมือปลูกหญ้าอย่างขะมักเขม้น “ไอ้... เอ่อ นายตะวันเจ้าของไร่อยู่ไหม ช่วยไปบอกทีว่าคุณนายชดช้อยมาหา” คุณนายเกือบจะโพล่งเรียกเจ้าของไร่ว่า ‘ไอ้’ เพราะความชินปาก แต่ก็ระงับไว้ได้ทันท่วงที “อ๋อ... ผมนึกออกละ” ลุงชมหรี่ตาครุ่นคิดถึงเหตุการ์เมื่อสี่ปีก่อน คุณนายชดช้อยคนนี้นี่เองที่เคยทะเลาะกับพ่อเลี้ยงตะวันเจ้าของไร่ส้ม เหตุเพราะว่ามาตามลูกสาวกลับบ้าน แต่ไม่สำเร็จ เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศตัดแม่ตัดลูกกันนับแต่วันนั้น “ตอนนี้พ่อเลี้ยงตะวันอยู่ในบ้านครับ เชิญครับคุณนาย” ลุงชมเดินนำหน้าสต

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 3

    คุณนายเป็นกังวล ด้วยครั้งหนึ่งเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่ไปเหยียบไร่ของตะวัน ถ้าไปก็เท่ากับว่ากลืนน้ำลายตัวเอง “หนูคิดว่าเวลาเปลี่ยน... อะไรๆ ก็เปลี่ยน ไหนคุณแม่เคยบอกว่าจะลดทิฐิ จะอโหสิกรรมต่อกันยังไงล่ะคะ เรื่องมันก็นานมาแล้ว บางอย่างลืมๆ มันไปบ้างก็ได้นะคะ” ปรางค์วลัยว่าให้มารดาฉุกคิด คุณนายชดช้อยนิ่งงันไปชั่วขณะ ครุ่นคิดตามที่ลูกสาวบอก “ไปนะคะแม่ พรุ่งนี้เราไปหาหลานๆ นะคะ” หญิงสาวกุมมือมารดาแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ สีหน้าคะยั้นคะยอของปรางค์วลัยทำให้คุณนายชดช้อยใจอ่อนในที่สุด “เอางั้นก็ได้... ” คนที่อยากได้หลานมาเลี้ยงดูเอง พยักหน้าให้ลูกสาว คราวนี้ก็เข้าตำราสุภาษิตโบราณที่ว่า ‘เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง’ เพราะอยากเห็นหน้าเด็กๆ ใจจะขาด อยากได้เด็กๆ มาอยู่ในความปกครองดูแลของตน แม้ใจจะเกลียดพ่อเด็กราวกับไส้เดือนกิ้งกือก็ตามที ปรางวลัยค์ยิ้มกว้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณนายชดช้อยซึ่งครั้งหนึ่งเคยแรงไปด้วยทิฐิและความต้องการเอาชนะลูกเขย วันนี้ท่าทางของหล่อนดูอ่อนลงมาก บางทีอาจเป็นเพราะการตายของ

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 2

    “ดีแล้วลูก... พ่อดีใจที่เอ็งเข้มแข็ง หลานสองคนพ่อก็รักปานแก้วตาดวงใจ ยังไงพ่อก็ยังอยู่เคียงข้างเอ็งกับหลานๆ เสมอ สู้ๆ นะลูกพ่อ”กำนันเดชตบไหล่ลูกชายเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างกำยำสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นในอก หลังจากปักธูปลงในกระถางตรงหน้าอีกหนึ่งเดือนต่อมา ที่กรุงเทพมหานครเมื่อหายจากอาการเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาว คุณนายชดช้อยจึงเรียก ‘ปรางค์วลัย’ ซึ่งเป็นสูกสาวคนเล็กมาปรึกษาในเรื่องสำคัญที่ทำให้หล่อนครุ่นคิดจนนอนไม่หลับมาหลายคืน“คุณแม่มีธุระอะไรหรือคะ”ปรางค์วลัยถาม เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก แลเห็นมารดานั่งนิ่วหน้าก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี“แม่นึกโมโหไอ้ตะวัน”“เรื่องอะไรอีกล่ะคะแม่”“ก็ลูกสาวฉันตายทั้งคน... ใจคอมันไม่คิดจะบอกคนเป็นแม่อย่างฉันสักคำเชียวหรือ? แกเห็นแล้วใช่ไหมยัยปรางค์... ว่าทำไมฉันจึงไม่ยอมรับไอ้ผู้ชายบ้านนอกคนนี้เป็นเขย”คุณนาย ‘ชดช้อย’ เพิ่งได้ข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาวจากปากของเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่“พี่รินไปดีแล้วค่ะ ห่วงก็แต่หลานๆ... ไม่รู้ว่าตอนนี้มะพร้าวกับมะนาวจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”ปรางค์วลัยเป็นห่วงห

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 1

    “พี่เขย”(นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)ผู้​เขียน : กาสะลองสงวน​ลิขสิทธิ์​ตาม​พระ​ราช​บัญญัติ พ.ศ.2537ไม่​อนุญาต​ให้​สแกน​หนังสือ​หรือ​คัด​ลอก​เนื้อหา​ส่วน​ใด​ส่วน​หนึ่ง​ของ​หนังสือ เว้น​แต่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​เจ้าของ​หนังสือ​เท่านั้น“พี่เขย”ผู้​เขียนกาสะลองสงวน​ลิขสิทธิ์​ตาม​พระ​ราช​บัญญัติ พ.ศ.2537ไม่​อนุญาต​ให้​สแกน​หนังสือ​หรือ​คัด​ลอก​เนื้อหา​ส่วน​ใด​ส่วน​หนึ่ง​ของ​หนังสือ เว้น​แต่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​เจ้าของ​หนังสือ​เท่านั้น พุทธศักราช ๒๔๙๐จังหวัดเชียงใหม่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ‘ไร่ล้อมตะวัน’ เมื่อเดินทางมาถึงศาลาสวดศพ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ส้มรู้สึกตัวเบาหวิว จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในสมองของเขาว่างโหวงเหมือนท้องฟ้าในวันที่ไร้เมฆ หากแต่ในความว่างเปล่านั้น... มันช่างเวิ้งว้าง เคว้งคว้างทรมานจนรู้สึกใจหาย เขายังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้... ว่าจะดำเนินชีวิตหลังจากนี้ต่อไปยังไง?ชายหนุ่มยอมรับว่ารู้สึกมืดมนจนคิดอะไรไม่ออก สมองตีบตื้อเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ใต้ผิวน้ำแข็งขั้วโลก ยากเย็นเหลือเกินสำหรับคุณพ่อลูกสองที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไปโดยปร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status