Masuk“ดีแล้วลูก... พ่อดีใจที่เอ็งเข้มแข็ง หลานสองคนพ่อก็รักปานแก้วตาดวงใจ ยังไงพ่อก็ยังอยู่เคียงข้างเอ็งกับหลานๆ เสมอ สู้ๆ นะลูกพ่อ”
กำนันเดชตบไหล่ลูกชายเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างกำยำสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นในอก หลังจากปักธูปลงในกระถางตรงหน้า
อีกหนึ่งเดือนต่อมา ที่กรุงเทพมหานคร
เมื่อหายจากอาการเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาว คุณนายชดช้อยจึงเรียก ‘ปรางค์วลัย’ ซึ่งเป็นสูกสาวคนเล็กมาปรึกษาในเรื่องสำคัญที่ทำให้หล่อนครุ่นคิดจนนอนไม่หลับมาหลายคืน
“คุณแม่มีธุระอะไรหรือคะ”
ปรางค์วลัยถาม เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก แลเห็นมารดานั่งนิ่วหน้าก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี
“แม่นึกโมโหไอ้ตะวัน”
“เรื่องอะไรอีกล่ะคะแม่”
“ก็ลูกสาวฉันตายทั้งคน... ใจคอมันไม่คิดจะบอกคนเป็นแม่อย่างฉันสักคำเชียวหรือ? แกเห็นแล้วใช่ไหมยัยปรางค์... ว่าทำไมฉันจึงไม่ยอมรับไอ้ผู้ชายบ้านนอกคนนี้เป็นเขย”
คุณนาย ‘ชดช้อย’ เพิ่งได้ข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาวจากปากของเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
“พี่รินไปดีแล้วค่ะ ห่วงก็แต่หลานๆ... ไม่รู้ว่าตอนนี้มะพร้าวกับมะนาวจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
ปรางค์วลัยเป็นห่วงหลานทั้งสองคนซึ่งเกิดจากรินรดากับตะวัน
สาเหตุที่ความสัมพันธ์ของรินรดาผู้เป็นพี่สาวกับคุณนายชดช้อยซึ่งเป็นมารดาต้องมาห่างเหินกันในตอนหลัง ก็เป็นเพราะว่าคุณนายไม่ยอมรับตะวันเป็นลูกเขย หลังจากโกรธที่รินรดาทำเรื่องน่าอับอาย ด้วยการหนีตามมาอยู่กับตะวันที่ไร่ส้มของเขาในจังหวัดเชียงใหม่โดยไม่สนใจคำห้ามปรามของคุณนาย
คุณนายชดช้อยกล่าวโทษรินรดาว่าทำให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสียเกียรติ ต้องอับอายขายหน้าชาวบ้าน ถึงขั้นประกาศ ‘ตัดแม่ตัดลูก’ กันมาจนถึงทุกวันนี้
ปรางค์วลัยนึกในใจว่าถ้าตอนนั้นมารดาของเธอลดทิฐิลงเสียบ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเธอกับครอบครัวของตะวันก็คงไม่บาดหมางถึงขั้นวิกฤตเหมือนที่ผ่านๆ มา
วันนี้ปรางค์วลัยภาวนาขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ไหนๆ รินรดาผู้เป็นพี่สาวของเธอก็ตายไปแล้ว คนที่เหลืออยู่ข้างหลังควรจะอโหสิกรรมต่อกัน ด้วยการลืมเรื่องราวบาดหมางเมื่อในอดีตให้หมด
“แม่คะ... ”
ปรางค์วลัยมองหน้ามารดา
“มีอะไรรึยัยปรางค์”
คุณนายชดช้อยถาม ปรางค์วลัยสังเกตเห็นว่าแววตาซึ่งชอบเอาชนะและไม่ยอมคนของมารดาในวันนี้ดูอ่อนลงมากจากแต่ก่อน
“แม่หายโกรธพี่รินหรือยังคะ... หนูอยากให้แม่อภัยให้พี่รินค่ะ วิญญาณพี่รินจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”
“คนมันก็ตายไปแล้ว... แม่ไม่โกรธมันแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แม่อยากขอร้องให้มันอโหสิกรรมให้แม่ด้วยซ้ำ”
นางชดช้อยกล่าวทั้งน้ำตาคลอ สุ้มเสียงบอกความสำนึกผิด หากวันนั้นหล่อนฟังลูกสาวบ้าง ทุกอย่างคงไม่บานปลายใหญ่โต
“เพื่อเป็นการชดเชยสิ่งที่แม่เคยทำผิดเอาไว้เมื่อในอดีต หนูขอเสนอว่าเราไปรับหลานมาเลี้ยงเองดีมั้ยคะ... พามะพร้าวกับมะนาวมาอยู่กับเราที่กรุงเทพฯ”
“อะไรนะ”
คุณนายตกใจกับความคิดของลูกสาว เพราะช่างบังเอิญว่าหล่อนก็แอบคิดถึงเรื่องนี้อยู่เงียบๆ แต่ที่ไม่กล้าพูด... ไม่กล้าปริปากออกมาก็เพราะเคยลั่นวาจาตัดแม่ลูกกันไว้แล้ว
“แต่ว่า... ”
ครั้นแล้วสีหน้าของคุณนายก็ออกอาการลังเลเสียเอง เมื่อนึกถึงใบหน้าหยิ่งผยองและอวดดีของตะวัน
“ทำไมหรือคะแม่?”
“แม่คิดว่าไอ้ตะวันมันไม่ยอมแน่ๆ... มันคงเกลียดแม่เข้าไส้”
คุณนายเคยรู้ฤทธิ์เดชของตะวันมาแล้ว
“เราจะไม่ลองพยายามดูก่อนหรือคะ... แม่ไม่อยากไปเห็นหลานๆ หรอกหรือคะ”
ปรางค์วลัยรบเร้าด้วยสายตา
“บอกตรงๆ ว่าแม่เองก็แอบคิดถึงหลานใจจะขาด อยากจะเห็นหน้า อยากจะไปหารึก็เกลียดพ่อมันเข้าไส้ ครั้งสุดท้ายที่เราไปที่ไร่ของไอ้ตะวันก็สี่ปีมาแล้วนี่นา ป่านนี้หลานๆ คงกำลังน่ารักน่าชัง”
“งั้นพรุ่งนี้เราไปเชียงใหม่กันนะจ๊ะแม่”
ปรางค์วลัยใจร้อน
“จะดีหรือลูก?”
คุณนายชดช้อยออกอาการลังเล เพราะก่อนหน้านี้นางเคยสร้างวีรกรรมกับตะวันเอาไว้มาก เป็นแม่ยายกับลูกเขยที่ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เหมือนขมิ้นกับปูน ไม่มีใครยอมใครอย่างที่เขาว่าแม่ยายก็ร้าย... ลูกเขยก็แรง
“ดีสิคะ... ไปนะคะคุณแม่ ก็ไหนคุณแม่ว่าอยากเห็นหลาน อยากรับลูกๆ ของพี่รินมาเลี้ยงดูเอง”
“แต่แม่เคยบอกเอาไว้ว่าจะไม่ไปเหยียบไร่ของมันอีก”
“อูย... สัมภาษณ์นานไปแล้วนะคะ... พอเถอะค่ะบอสขา”คนถูกสัมภาษณ์ทรมานแทบขาดใจ ขณะลำนิ้วแข็งของอดัมส์ชักเข้าชักออกเป็นจังหวะ นิ้วหัวแม่มือบดบี้อยู่กับเนินเนื้อน้อยๆ ที่เรียกว่าติ่งกระสัน กำลังเบ่งขยาย ปูดเป่งขึ้นเป็นตุ่มไตตามแรงกระตุ้น“พอเถอะค่ะ... เป็นไง... ผ่านไหมคะ... อูย”หญิงสาวถามทั้งเสียงครางสั่นเครือ ขณะกลีบมาลีชุ่มลื่นกำลังขมิบกลืนลำนิ้วของเขาตามจังหวะชักเข้าๆ ออกๆ สม่ำเสมอ เขารัวถี่จนหล่อนสะกดเก็บเสียงครางเอาไว้ไม่ไหว“ทั้งนุ่มทั้งแน่นแบบนี้เกินผ่านจ้ะ... แต่ยังเหลือการทดสอบอีกอย่าง”อดัมส์อุ้มร่างของหล่อนขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อทำการทดสอบในด่านสุดท้ายตอนที่ร่างระทดระทวยถูกอุ้มขึ้นมานั้นหญิงสาวรู้เลยว่าดุ้นเนื้อใหญ่โตบริเวณหน้าขาของเขาบดคลึงดุนดันอยู่กับหนั่นสะโพกของหล่อนราวกับบอกเป็นนัยว่ามันอยากจะเข้ามาอยู่ในที่ในทางของมันโครม...ฝ่ามือใหญ่ของอดัมส์เหวี่ยงออกไปกวาดเอกสารบนโต๊ะทำงานจนร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น ในนาทีที่เขารู้สึกว่าสิ่งของพวกนั้นเกะกะไร้ค่าเสียเต็มประดา ด้วยตอนนี้ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าโปเกม่อนอวบใหญ่ของหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอด้วยความคิดถึง“ขอฉันกินโปเกม่อนของเธอ
คนโดนสัมภาษณ์ร้องอุทธรณ์ หลังจากปล่อยให้คนสัมภาษณ์ดูดนมอยู่นานจนพอใจ“ช่วงบนผ่านฉลุย... งั้นขอทดสอบช่วงล่าง”เขาคลายริมฝีปากพร้อมๆ กับกระตุกยิ้มย่ามใจ เมื่อเห็นหญิงสาวพริ้มตาซ่านสยิว แหม... ก็โดนดูดนมขนาดนั้น เป็นใครก็คงอ่อนระทวยไม่ต่างจากหล่อน“ขอตรวจช่วงล่างนะ... ว่าคุณสมบัติพร้อมจะเป็นเลขาของฉันไหม...”หญิงสาวรู้ว่าอดัมส์กำลังมีอารมณ์จัด ยืนยันด้วยสะโพกของหล่อนที่กำลังบดคลึงอยู่กับดุ้นเนื้ออุ่นๆ แข็งตัวเป็นลำอยู่ตรงหว่างขาของเขา.....“อุ๊ย... ”ร่างเอิบอิ่มที่ขดตัวอยู่บนตักของอดัมสะดุ้ง ในทันทีที่มือซุกซนของเขาล้วงเข้าใต้ชายกระโปรง ลูบลึกเข้ามาระหว่างหน้าขาตึงเต็ม ลูบล้วงเนินเนื้ออุ่นจัดอวบใหญ่เต็มไม้เต็มมือ.....“โอ้ว… ใหญ่... เยิ้มแล้วนี่นา”นิ้วของเขาสัมผัสเมือกลื่น คัดหลั่งออกมาจากกลีบอวบน่าบีบขยำ เบียดกันอยู่ระหว่างซอกขาหนีบแน่นของหญิงสาว “ขอดูให้ชัดๆ นะจ๊ะว่าจะสวยแค่ไหน… ”เขาเลิกชายกระโปรงของหล่อนขึ้นมากองเอาไว้ที่หน้าท้อง และทันใดนั้นเองดวงตาของอดัมส์ก็วาวโรจน์ตื่นตะลึงกับโปเกม่อนตัวสีชมพูอวบใหญ่ ประกบกันแน่นอยู่ระหว่างง่ามขาของหญิงสาว ล้อมไปด้วยพุ่มแพรไหมสีดำ แฉะ
เมื่อโดนกอด โดนจูบแรงๆ ร่างของสาวเจ้าก็อ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนข้างหนึ่งของอดัมส์ที่สอดรองแผ่นหลังของหล่อนเอาไว้แน่น“ขอดูนมหน่อย... อยากรู้ว่าใหญ่พอที่จะเป็นเลขาของฉันได้ไหม”หญิงสาวปล่อยให้เขาแกะกระดุมเสื้อของหล่อนออกทีละเม็ด หัวใจเต้นแรง ตื่นเต้น กระทั่งกระดุมเม็ดสุดท้ายที่แนวสาบเสื้อถูกแกะออกแคว่ก...อดัมส์แหวกเสื้อของหล่อนจนแบะออกจากกัน“ว้าว... ใหญ่”เขาทำราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตากระหายวาบวาวเมื่อเห็นว่าสาวเจ้าโนบรา เต้าทรวงอวบใหญ่อะร้าอร่ามผุดเผยออกมาอวดความงดงามจนอดัมส์เผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากกินนม “ขาวเหลือเกิน” ฝ่ามือใหญ่ลูบโลมตะโบมบีบสองเต้าอย่างแรง หนั่นเนื้อของหล่อนขาวเนียนจนแลเห็นเส้นเลือดสีเขียวๆ กระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ผิวบอบบางของสองเต้าเต่งตึง ขนาดที่เห็นนั้นอวบใหญ่เสียจนฝ่ามือของเขาที่ว่าใหญ่ก็ยังทาบไม่มิด“เป็นไงคะ... เห็นสองเต้าเต็มตาขนาดนี้... ผ่านไหมคะ”หล่อนหมายถึงคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นเลขาของเขา“ความใหญ่น่ะเกินผ่านด้วยซ้ำ... แต่ขอทดสอบก่อนว่าอร่อยหรือเปล่า”อดัมส์ลูบไล้ฝ่ามือลงบนความอวบใหญ่ของเต้านม“อ๊อย... ”คนโดนสัมภาษณ์ตัวอ่อนตัวงอ เม
อดัมส์สงสัยว่าคนที่มาสมัครงานในวันนี้ต้องเป็นปานจันทร์อย่างแน่นอน แต่ที่เขาไม่รู้ล่วงหน้าก็เพราะว่าหล่อนอยากเซอร์ไพรส์เขา“โอเค... รีบให้เข้ามา”เสียงของอดัมส์ตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด.....ก็อกๆ ๆสิ้นเสียงเคาะประตู อดัมส์ตะลึงกับเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้อง“ดิฉันมาสมัครงานค่ะ”หญิงสาวทำสุ้มเสียงและวางมาดว่าเพิ่งเคยเห็นหน้าเขาครั้งแรก ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่มาสมัครงาน และอดัมส์ก็เล่นด้วย“ตำแหน่งเลขาใช่ไหม?”เขาถามเสียงเข้ม ตาวาวมองเรือนร่างเซ็กซี่......“ค่ะ”“เข้ามาใกล้ๆ... รู้ใช่ไหมว่าเลขาส่วนตัวของฉันนั้นงานหนักนะ... แน่ใจนะว่าเธอจะรับไหว”“ไหวค่ะ”“งั้นมานั่งตรงนี้”เขาชี้ลงมาที่ตัก ความเซ็กซี่ของหญิงสาวผู้มาเยือนทำให้โปเกมอนสายพันธุ์ดำ ดุ ทั้งยาว ทั้งใหญ่พองขยายขึ้นมาคับแน่นอยู่ในเป้ากางเกงของอดัมส์ หญิงสาวก้าวเนิบช้าเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ด้วยแววตาซึ่งอดัมส์อ่านออกว่าหล่อนคงกำลังคิดถึงเขาเช่นกัน เมื่อสาวสวยหุ่นเซ็กซี่สุดจะบรรยายเดินนวยนาดเข้ามาถึงระยะเอื้อมคว้า อดัมส์ก็รวบเอวหล่อนมานั่งลงบนตัก“อุ๊ย… ”คนที่นั่งทับดุ้นแข็งเต็มแรง อุทานออกมาด้วยคว
สิ่งที่ได้ยินทำให้คนเป็นบิดาถอนใจออกมาเบาๆ ถ้าเป็นแบบนี้เขารู้แล้วว่าเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่มาเที่ยวเมืองไทย ปานจันทร์คงไปพักอยู่บ้านพ่อเลี้ยงมาแน่ๆ “ตอนไปเที่ยวเมืองไทย... แสดงว่าหนูไปพักที่บ้านของอดัมส์ใช่ไหม” “ค่ะ... ” ปานจันทร์สารภาพ “เสร็จมันละสิ” โทนี่พอจะเดาเรื่องราวได้รางๆ ปานจันทร์นั่งอึ้งเมื่อบิดารู้ทัน “หนูรักอาดำค่ะ” การที่โทนี่เลี้ยงดูลูกสาวอย่างให้เสรีภาพทางความคิด ทำให้ปานจันทร์กล้าพูดกล้าตัดสินใจ... ไม่เคยมีความลับระหว่างสองพ่อลูกคู่นี้ “ว้าว... แบบนี้หลงมันเข้าแล้ว... พ่ออยากรู้นักว่าไอ้ผู้ชายดำๆ คนนี้มันมีอะไรดีนักหนา... นอกจากจะได้แม่แกไปครอบครอง... ตอนนี้ยังได้แกไปอีกคน... พับผ่าสิ” โทนี่ทำหน้าเศร้า“ที่แม่ทิ้งพ่อไปอยู่กับอาดำก็ว่าเพราะพ่อไม่ชอบผู้หญิงไม่ใช่หรือคะ?”หญิงสาวเถียงแทนมารดา“เอ่อน่ะ... พ่อรู้... ไม่ต้องย้ำ”โทนี่ว่า“ก็อาดำน่ารักค่ะ... แล้วอาดำก็รักหนู... ดีกับหนูทุกอย่าง”ท่าทางชื่นชมพ่อเลี้ยงจนออกนอกหน้าถึงขั้นนี้... พ่อจริงๆ จะขัดอะไรได้ล่ะ“ถ้าหนูแน่ใจว่ารักกั
คนขี้หึงแสดงอาการแหนหวงออกมาชัด“แล้วคุณอาอยากให้ปานทำงานในตำแหน่งอะไรล่ะคะ”หล่อนเหลือบขึ้นมองตาเขา“เลขาส่วนตัวของอา... ช่วยดูแลอา... ดีม๊ะ”พ่อเลี้ยงตอบยิ้มๆ“ค่ะ... ดีที่สุดค่ะ”หญิงสาวยิ้มพลางซบหน้าแนบอกเขา“แล้วปานต้องทำอะไรบ้างคะ”คนในอ้อมกอดนึกสงสัย“ก็ดูแลอา... ทั้งเรื่องงานและเรื่องบนเตียง... แต่เน้นหนักในเรื่องบนเตียง... ได้มั้ย”อดัมส์บอกพลางลูบฝ่ามือขึ้นมาบีบก้นหล่อนให้รู้ว่าเขาหื่น“ได้สิคะ”เพราะหลงรักพ่อเลี้ยงจนหมดใจ งานอะไรปานจันทร์ก็ยอมทั้งนั้น เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดเขาอีกหนึ่งเดือนต่อมา“คุณพ่อคะ”ภายในบ้านที่อเมริกา ปานจันทร์เอื้อมมือไปผลักบานประตูห้องนอนของบิดาเบาๆ เมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคเอาไว้ หล่อนจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปเต็มแรงอย่างถือวิสาสะ“อุ๊ย... ” โอ้แม่เจ้า... ปานจันทร์ยกมือขึ้นปิดปากอุทานเบาๆ กับภาพที่เห็น แม้จะมีผ้าห่มคลุมบั้นท้ายเอาไว้ แต่ก็เดาได้ว่าร่างล่อนจ้อนของผู้ชายที่นอนกอดก่ายอยู่กับบิดานั้นคงเป็นลุงวิลเลี่ยมที่อยู่ข้างบ้านนั่นเองลุงวิลเลี่ยมไม่ได้ปิดบังว่าตัวเองเป็นเกย์ ปานจันทร์รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคบหากับโทนี่บิดาของหล่อน แ







