로그인“ชู่ว์...” ภากรส่งเสียงปรามแล้วเริ่มถอดกระดุมเสื้อของริษาออก หล่อนเอามือมากุมมือเขาไว้ แต่เขาส่งตาขวางๆ โต้คืน
“เดี๋ยวอดใจไม่ไหวนะคะ คุณไม่เคยทำแบบนี้”
“ก็ตอนนี้ฉันจะทำ ผู้หญิงตัวผอมๆ อย่างเธอไม่ทำให้ฉัน...สะดุ้งสะเทือน...หรอก...น่า...” ท้ายประโยคเอ่ยด้วยเสียงขาดห้วง ด้วยว่ายามที่กระดุมเสื้อหลุดออกจากรัง พุ่มทรวงขนาดเหมาะมือที่เบียดอยู่ในบราลูกไม้สีนิล ก็ทำให้เขาตื่นตะลึง จากที่เคยได้กอด เขานึกว่าพุ่มทรวงนี้เป็นส่วนเสริมของบราที่หล่อนสวม แต่ไม่ใช่เลย มันคือของจริง
“คุณกร...พอเถอะ ริษาขอ...”
“ฉันจะช่วยเธอไง จะได้อาบน้ำเร็วๆ”
แม้เจตนาคล้ายหวังดี แต่มือเริ่มลูบไล้ที่เนินทรวงขาวสะอาด ริษาหลับตาแน่น ราวกับไม่อยากเห็นสิ่งที่เขาทำ แล้วในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว โน้มหน้าลงไปเพื่อวางจมูกคมๆ ดอมดมที่เนินทรวง กลิ่นชื้นของหยาดฝนผสมกลิ่นผิวหล่อนช่างหอมเหลือเกิน เขาสูดดมซ้ำๆ สูดกลิ่นหล่อนเข้าเต็มปอด ก่อนจะวางปลายลิ้นเพื่อไล้เลียความหมาดชื้นที่ติดอยู่ตรงนั้น ไม่หนำใจก็ดูดดึงแรงๆ จนปรากฎรอยช้ำจากการดูดชิมลิ้มรส ในขณะที่กายส่วนล่างเริ่มมีปฏิกิริยา ความแข็งขึงก่อเกิดจนคับแน่นที่เป้ากางเกง เลือดลมก็สูบฉีดเร่งเร้าอย่างที่เขารู้ดีว่าตอนนี้ร่างกายต้องการสิ่งใด
“ฉันต้องการเธอ เดี๋ยวนี้!”
“ไม่...ไม่ได้ ปล่อยเถอะคุณกร ได้โปรด...” ปากเอ่ยคำร้องขอ แต่ดวงตากลับหวานเยิ้มเชิญชวน ร่างกายของเธอเหมือนโดนยาพิษที่ชื่อภากรพร่างพรมใส่ร่างมานานปี พิษร้ายอย่างเขาแทรกซึมอยู่ในหัวใจของเธอ มันออกอาการในทันทีที่เขาแตะต้องสัมผัส ร่างกายเธอพร้อมกระโจนเข้าหา แต่สมองกลับสั่งว่า อย่า...และอย่า!
“เธอกำลังยั่วฉันโดยไม่รู้ตัว”
“ริษาขอโทษ คุณกร...ปล่อยริษาไปเถอะ ริษา...มีแฟนแล้ว”
“หา!?”
เสียงอันดังของภากรกระแทกเข้ารูหูของริษา นั่นเขาโกรธหรือว่าตกใจกันแน่นะ เธออาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ปัดมือเขาทิ้งแล้วรวบสาบเสื้อเข้าหากัน
“ริษามีแฟนแล้วจริงๆ นะคะ เพิ่งจะ...ตกลงคบกัน”
“นี่เธอ!? เธอมีแฟนอย่างนั้นเหรอ กล้าดียังไงฮะ!”
ริษาเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่ม หัวคิ้วมนๆ ขมวดเข้าหากันแน่นหนึบ
“แล้วทำไมจะมีไม่ได้คะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
“ก็...ก็...” ภากรพูดไม่ออก หล่อนพูดถูกแต่ทำไมแทงใจเขานักก็ไม่รู้
“รู้อย่างนี้แล้วก็เลิกยุ่งกับริษาเถอะค่ะ ริษา...ไม่อยากทำผิดต่อเขา เขาเป็นคนดีมาก ไม่อยากทำให้เขาเสียใจ”
“หยุดพูดถึงไอ้บ้านั่นต่อหน้าฉันนะ!”
ริษาติดกระดุมเสื้อเข้าหากัน เธอไม่อยากคุยกับคนไม่มีเหตุผล อยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามากกว่า
“ถ้าโมโหไม่คุยนะคะ”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่!”
“คะ?”
“คบกับไอ้บ้านั่นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สะ...สอง เอ่อ...สามค่ะ สามอาทิตย์ที่แล้วค่ะ”
ความโกรธฉายชัดในดวงตาของภากรในทันทีที่ได้ยิน กล้ามาพูดได้อย่างไรว่ามีแฟนแล้ว กล้าเอาความจริงมาสาดใส่หน้าเขาโดยไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร!
“เธอ...ต้องโดนลงโทษ!”
หมับ!
มือแกร่งกระชากริษาเข้าหาตัวอีกครา เขาจัดการดึงทึ้งเสื้อเชิ้ตเปียกๆ ทิ้งเสีย จนเหลือเพียงบราตะขอหน้า ก่อนจะตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่อ้อมแขน ขณะที่ปากส่งเรียวลิ้นไปลงโทษคนดื้อ เขาพาหล่อนเดินสู่ห้องน้ำ วางหล่อนลงในอ่างที่ไม่มีน้ำสักหยด สองมือวนเวียนอยู่กับกางเกงแบบสาวออฟฟิศของหล่อน ปลดตะขอมันออกแล้วดึงลงด้านล่าง ในท่าที่จำต้องก้มลงไป พอเงยหน้าขึ้นมาจึงปรากฎว่าความอวบอูมที่เบียดอยู่ระหว่างซอกขาดันมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดี กางเกงชั้นในหล่อนเปียกลู่ด้วยหยดน้ำ มันเข้ารูปรัดรึงจนแลเห็นกลีบร่องชัดเจน เขาวางปลายนิ้วแตะลงยังส่วนนั้น หล่อนขยับร่างเบาๆ วางมือบนบ่าเขาแล้วพูดบางอย่างที่แสลงหูยิ่งนัก
“บอกว่า...มีแฟนแล้ว ยังจะทำอีก”
“ต่อให้มีผัวก็จะทำ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากเป็นผู้หญิงเลวๆ ก็อย่ามีใคร ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่นอน!”
ฟึ่บ!
กางเกงชั้นในถูกดึงลงจนม้วนพันกัน มันถูกกระชากออกจากปลายเท้าของริษาอย่างกระแทกกระทั้น หัวใจเธอเต้นถี่ระรัว ยิ่งยามที่เขาจับเท้าของเธอยกวางที่ขอบอ่างเสียข้างหนึ่ง หัวใจเธอก็แทบหลุดจากอก เขาเริ่มต้นด้วยการขยับหน้าเข้ามาช้าๆ วางปลายลิ้นปาดชิมส่วนนั้นของเธออย่างยั่วเย้า ไม่สาแก่ใจก็พาปลายนิ้วไปแหวกกลีบผกาแห่งความสาวให้แบะอ้าเพื่อชื่นชม
“โอ...ริษา? เธอนี่มันแม่มดชัดๆ อืม...” ว่าหล่อนแต่กลับซุกหน้าเข้าหาโหนกเนื้อนุ่มนูน แพรไหมสีน้ำตาลอ่อนที่คลี่คลุมเพียงบางเบามิได้เป็นอุปสรรคต่อการลิ้มรสราคะ หล่อนเริ่มส่งเสียงคราง สองมือเริ่มกดศีรษะเขาเข้าหา ให้เขาบดริมฝีปากลากปลายลิ้นยังชิ้นส่วนอันชื้นแฉะด้วยแรงปรารถนานั่น
มีแฟนอย่างนั้นหรือ แล้วไงล่ะ ถ้าเขาต้องการละก็ ต่อให้มีลูกมีผัวก็ไม่สนหรอก ยิ่งหล่อนโอนอ่อนผ่อนตามอย่างนี้ อย่าหวังเลยว่าเขาจะหยุด
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“คงดีกว่าถ้าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อย ผมจะได้เป็นพยานได้ว่าฝีมือของเจ้านายผมไม่ได้ทำให้คุณถึงแก่ชีวิต”ปิ่นมุกเม้มปาก ปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด“เพราะผลประโยชน์สินะ ช่างเป็นเลขาที่เลอค่าเหลือเกิน”“อือฮึ เชิญ...ผมจะไปส่งคุณที่
สารภาพออกมาอย่างเหลืออด ก็ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปจดทะเบียนสมรส จนถึงวันนี้ก็เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จดสักที ยุริญดาบ่ายเบี่ยงตลอด“พี่อ่า...”ยุริญดาหน้าเง้าหน้างอ อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้ยุ่งยากเลย“พ่อๆ แม่ๆ ถามพี่ไม่เว้น
“เขาควรได้เจอผู้หญิงดีๆ ที่คู่ควรกับเขาสิ ทำไมเธอต้องมาขวางด้วย ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงตัดใจแล้วคบหาคนอื่นได้ เธอรักเขาจริงเหรอ หรืออยู่กับเขาเพราะไม่มีที่ไป เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ ให้ฉันจ่ายให้ไหม”น้ำตาของริษาร่วงเผาะ แค่คำพูดทำไมถึงกรีดหัวใจได้มากขนาดนี้นะ เธอทำผิดอะไรนักหนา แ
“เชอะ! กลับมาแล้วยังไงล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงสั่งให้ใครไปหาก็ได้” บ่นๆๆ แล้วดึงเสื้อตัวสวยออกมาจากไม้แขวน วันนี้เธอแต่งหน้าจัดเต็มมาก สวยแหละ สวยเลิศเลอเอาให้ตะลึงตาค้าง แต่ว่า...เธอจะใส่ชุดไหนดี ให้ตายเถอะ! เสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ไม่มีตัวจะใส่!“จะบ้าตาย!” ร้องดังๆ







