LOGINหนูนาตื่นแต่เช้าแม้วันนี้จะเป็นเช้าวันเสาร์ก็ตาม เพราะวันนี้ทางศูนย์เด็กเล็กมีโครงการไปเยี่ยมเยือนบ้านของนักเรียน เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเธอก็ควบเวฟ 100 สีแดงมุ่งตรงไปที่ศูนย์เด็กเล็กเพราะนัดกับครูฟ้าและหัวหน้าศูนย์ที่นั่น
"สวัสดีค่ะ พี่ติ๋ว สวัสดีค่ะพี่ฟ้า" หัวหน้าศูนย์เด็กเล็กมีชื่อว่า 'พี่ติ๋ว' อายุราว ๆ 40 แต่ก็ยังสวยสมวัย พี่ติ๋วแต่งงานแล้วแต่เธอไม่มีลูก จึงรักเด็ก ๆ ทุกคนเหมือนลูกของตัวเอง ส่วนพี่ฟ้านั้นเป็นสาวสวยที่มีครอบครัวแล้วและมีลูกสาววัยหนึ่งขวบ สามีของครูฟ้าเป็นทหารที่ประจำการอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นาน ๆ ถึงจะกลับมาบ้านทีแต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์และความเชื่อใจ ส่วนลูกสาวของครูฟ้านั้นคุณปู่คุณย่าและคุณตาคุณยายช่วยเลี้ยง "เด็ก ๆ ของเราทุกคนเป็นคนในตำบลนี้ ตำบลเรามีแปดหมู่บ้านดังนั้นวันนี้เราจะแบ่งเยี่ยมสี่หมู่บ้านแรกก่อน" พี่ติ๋วบอกเล่าแผนการคร่าว ๆ ให้ครูทั้งสองคนฟัง ซึ่งครูฟ้าและหนูนาก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ การเดินทางก็ไปรถยนต์ของหัวหน้าศูนย์เพราะสะดวกกว่า ครูฟ้ากับหนูนาจึงจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ศูนย์เด็กเล็ก "ถ้าเราเจอปัญหาอะไร หรือว่าเด็กขาดเหลืออะไรเราก็จะรายงานไปยังเทศบาลตำบลเพื่อที่จะได้หาทางช่วยกันแก้ปัญหาต่อไป" สองครูสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ บ้านหลังแรกที่คุณครูทั้งสามไปเยี่ยมก็คือบ้านของน้องข้าวหอม น้องอยู่กับยาย พ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพ ฯ ส่งเงินมาให้ทุกเดือน ความเป็นอยู่ก็ไม่ขัดสนอะไร แต่คุณยายมักจะให้น้องดูโทรศัพท์มากเกินไป ส่งผลให้น้องข้าวหอมแม้จะสามขวบแล้วก็ยังพูดได้ไม่กี่คำ "คุณยายคะ คุณยายต้องงดโทรศัพท์น้องนะคะ" ครูฟ้าบอกกับคุณยาย "ทำไมเหรอครู ?เด็กคนอื่นเขาก็ดูโทรศัพท์กันนะ ไม่เห็นว่ามันจะผิดปกติอะไรตรงใหน" "แต่ว่าน้องข้าวหอมสามขวบแล้วยังพูดได้ไม่กี่คำเลยนะคะยาย" "เออ..ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวยายจะเอาเขียดตีปากมัน ขี้คร้านมันจะพูดป๋อเชียวล่ะ" ครูทั้งสามมองบน การใช้เขียดตีปากมันไม่ช่วยในด้านพัฒนาการของน้องเลยนะ ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการสมวัยก็คือคนเลี้ยงจะต้องช่วยฝึก "ครูเป็นครูของข้าวหอมมัน ครูก็ต้องสอนมันสิ" เมื่อคุณยายพูดมาแบบนี้ครูทั้งสามจึงส่ายหัว ยังไงก็คงต้องช่วยประคับประคองกันไป ถ้าหากน้องหนักหนาจริง ๆ จนส่งผลให้พัฒนาการล่าช้ากว่านี้อาจจะต้องพูดคุยกับพ่อและแม่ของน้อง อยู่คุยต่ออีกสักพักครูทั้งสามก็ขอลาคุณยาย เพื่อไปเยี่ยมเยือนบ้านนักเรียนคนต่อไป จนครบทั้งสี่หมู่บ้านแล้วนั่นแหละครูทั้งสามจึงได้กลับมาที่ศูนย์เด็กเล็กอีกครั้ง เพื่อสรุปปัญหาต่าง ๆ ที่เจอมา "เป็นยังไงบ้าง ?" พี่ติ๋วถามครูสาวทั้งสอง ครูฟ้ากับหนูนามองหน้ากัน "เด็กคนอื่น ๆ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะพี่ ยกเว้นน้องข้าวหอมคนเดียว" หนูนาเป็นคนบอกเล่าถึงปัญหาของเด็กแต่ละคนที่เจอมา "อืม..เรายังเหลืออีกสี่หมู่บ้าน ถ้าเยี่ยมเด็กครบทุกคนแล้วเดี๋ยวค่อยมาสรุปอีกทีพรุ่งนี้" เมื่อพี่ติ๋วกล่าวจบ ครูฟ้ากับหนูนาจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน หนูนาควบมอเตอร์ไซค์ตรงไปบ้านเช่าหลังน้อยของเธอ กะว่าจะดูซีรี่ย์สักหน่อยแต่เนื่องจากบรรยากาศแดดล่มลมตกแบบนี้เหมาะแก่การไปเดินเล่นมาก เธอจึงหยิบมือถือและเดินลงไปทุ่งนาหลังบ้าน ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนมิถุนายน ชาวนากำลังเริ่มหว่านข้าว ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจึงมีน้ำขังอยู่ตามทุ่งนา "ลุงคะขออนุญาติถ่ายรูปหน่อยนะคะ" เธอพูดกับคนขับรถไถนาที่เขาจอดพักรถอยู่ใต้ร่มข่อย เนื่องจากเขาห่อหน้าห่อตาและสวมเสื้อที่แถมมากับปุ๋ยยี่ห้อหนึ่งจึงไม่เห็นหน้าค่าตาแต่เธอเดาเอาว่าเขาน่าจะอายุเยอะแล้วแน่ ๆ จึงเรียกเขาว่าลุง ชายคนนั้นไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาติ หนูนาจึงถ่ายรูปรัว ๆ เพื่อนำไปอัพลงเฟชบุค ไอจีและติ๊กต็อก "สวยมากกก" ดูรูปในโทรศัพท์ไปด้วยและดูของจริงไปด้วย บรรยากาศท้องทุ่งนาตอนใกล้ค่ำนี่น่าหลงใหลจริง ๆ สีส้มแดงของแสงแดดตัดกับสีเขียวขจีของต้นกล้า ช่างลงตัวแบบแปลก ๆ "อ๊ะ..นั่น" ชายคนนั้นเริ่มลงมือไถนาแล้ว คงจะหายเหนื่อยแล้วล่ะมั้ง รถไถเคลื่อนตัวไปตามแปลงนา หนูนาจึงเริ่มถ่ายรูปของเขา ทั้งภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอ เธอถ่ายรูปเขาไว้หลายใบจนพอใจนั่นแหละจึงคิดจะกลับบ้าน แต่แล้ว "เดี๋ยวก่อน !" ชายคนนั้นกระโดดลงจากรถไถมายืนขวางหน้าเธอไว้ เมื่อเผชิญหน้ากันหนูนาแหงนหน้าขึ้นแทบคอตั้งบ่าจึงจะสามารถสบตากับเขาได้ "มะมีอะไรคะลุง ?" "รูปในมือถือ ส่งมาให้ฉันด้วย" "ละแล้วจะส่งยังไงล่ะ ?" เขาจึงส่งมือถือของเขาให้เธอ "ทางไลน์" เธอไม่รับโทรศัพท์ของเขามา แต่เธอส่งโทรศัพท์ของเธอให้เขาแทน เขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์สองเครื่องอยู่สักครู่ก็ส่งเครื่องของเธอคืนให้เธอ "ขอบใจมาก" แล้วก็หันหลังเดินกลับไป กระโดดขึ้นรถไถและไถนาต่อ หนูนาใจหายใจคว่ำรีบเดินกลับบ้านทันที "ตกใจหมดเลย" ระหว่างเดินกลับก็พึมพำกับตัวเอง มาถึงบ้านก็จัดการอาบน้ำอาบท่า ต้มมาม่ากินและดูซีรี่ย์ไปด้วย นึกได้ถึงรูปถ่ายที่ถ่ายมาเมื่อตอนเย็น จึงนำมาเปิดดู เลือกรูปถ่ายสวย ๆ ได้หลายใบจึงอัพรูปลงทุกแพล็ตฟอร์มที่เธอเล่นอยู่ สิงห์แอดไลน์ของเธอมาและจัดการส่งรูปที่เธอถ่ายตอนที่เขาขับรถไถส่งให้ตัวเอง เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้น รู้แค่ว่าเธอหน้าตาเหมือนกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จัก จึงอยากจะรู้จักกับเธอ แต่เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงจึงใช้วิธีนี้ ป่านนี้คงกลัวหัวหดไปแล้วมั้ง เขานอนมองรูปตัวเองในมือถืออย่างชื่นชม ฝีมือถ่ายรูปของเธอก็ถือว่าใช้ได้ เขาจึงโพสต์ทุกรูปลงในเฟสบุคส่วนตัวของเขาเอง เขาย้อนคิดถึงอดีตเมื่อยี่สิบสี่ปีที่แล้ว ตอนที่เขามีอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น เป็นหนุ่มน้อยที่ฮ็อตที่สุดของ ม.สอง และคบหาเป็นแฟนกับ 'หนึ่งฤทัย' สาวน้อยที่เรียนห้องเดียวกัน ตอนนั้นโลกทั้งใบของเขาเป็นสีชมพู จนกระทั่ง"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"หนูนารีบกล่าวขอโทษคนที่เธอเดินชนทันที พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดกาแฟเย็นที่หกเลอะเทอะชุดข้าราชการสีกากีตรงบริเวณหน้าอกของเขาคนนั้น วันนี้เธอมีธุระต้องเข้ามาที่ว่าการอำเภอ เพราะบัตรประชาชนของเธอหาย"ไม่เป็นไรครับ"เสียงทุ้มกล่าวกับหนูนา พร้อมกับคว้าแขนของเธอให้หลบผู้คนไปยังมุมหนึ่งของทางขึ้นที่ว่าการอำเภอ เพราะตอนนี้ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางบันได"เสื้อคุณเลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ""ไม่เป็นไรหรอกคุณ"ปลัดอัคนีกล่าวออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน ปกติเขาก็ใจดีกับประชาชนทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งประชาชนคนนั้นสวยน่ารักเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ความใจดีของเขาก็พุ่งกระฉูด"แล้วมาทำอะไรที่อำเภอครับ ?"เห็นหน้าเธอชัด ๆ แล้วอยากรู้จักเขาจึงชวนคุย"มาทำบัตรประชาชนค่ะ กระเป๋าสตางค์หาย บัตรทุกอย่างหายหมดเลย"เขาพยักหน้าน้อย ๆ"ถ้างั้นเชิญครับ พวกเราทุกคนยินดีรับใช้ประชาชน""ขอบคุณค่ะ"หนูนายิ้มกว้างออกมา ถ้าข้าราชการทุกคนเต็มใจทำงานเพื่อประชาชนประเทศชาติของเราก็คงเจริญก้าวหน้า หนูนายัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือของเขา"เช็ดเสื้อคุณให้สะอาดก่อนค่ะ ฉันขอตัวไปทำบัตรก่อนนะคะ"แล้วเธอก็ร
วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้หนูนากลับไปที่หมู่บ้านเดิมของเธอ เพื่อไปไหว้กระดูกพ่อ แม่ ปู่ ย่า และตากับยาย เธอจึงถือโอกาสนี้แวะเที่ยวบ้านเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตอนมัธยม เพื่อนของหนูนาคนนี้เรียนจบบริหารแต่เพราะที่บ้านมีกิจการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ควายเธอจึงต้องกลับมารับช่วงต่อ"ว้าววว นกควายของแกตัวใหญ่มากกก"หนูนาอุทานด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นควายที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน"เจ้าสวยน่ะ ตอนนี้มันกำลังท้องอยู่"'นก' หรือนิภาพร นันทชัยญา ตอบเพื่อนสาวไป"มิน่าล่ะมันถึงได้ดูท้องป่อง ๆ""อือ..ท้องแรกของมันน่ะ"แล้วทั้งหนูนาและนกก็เดินเข้าไปในบ้าน"งานสอนเป็นไงบ้าง ?""ก็ดี เด็ก ๆ น่ารักทุกคน""พ่อกับแม่ถามหาแกอยู่พอดีเลย ไปวัดมาแล้วใช่ไหม ?"หนูนาพยักหน้าแทนคำตอบ "อย่าทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ดิ เดี๋ยววันนี้พากินหมูกะทะ"นกปลอบใจเพื่อนสาวเพราะรู้เรื่องของหนูนาดี ทั้งสองสนิทกันมากแม้จะเรียนกันคนละคณะแต่ก็ยังติดต่อและไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ"อือ..ฝากท้องแล้วก็ฝากตัวด้วยนะวันนี้"เพราะวันนี้หนูนาจะค้างที่บ้านของนกพรุ่งนี้ตอนสาย ๆ ค่อยกลับ"เราไปไหว้พ่อกับแม่กันดีกว่า"นกเอ่ยปากชวนหนูนาซึ่งเธอก็ไม่
เลิกเรียนเย็นนี้หนูนาก็ยังแวะไปหาปอร์เช่เช่นเคย วันนี้อาการของเจ้าหนูดีขึ้นมาก ดูท่าทางก็สดใสขึ้นเยอะ เธออยู่เล่นกับปอร์เช่สักพักและคุยกับย่าน้อยนิดหน่อยก็ขอตัวกลับที่ร้านคาราโอเกะในตัวอำเภอ วันนี้สิงห์มีนัดกับเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันซึ่งเรียนด้วยกันตอน ม.ปลาย ทุกคนต่างก็มีหน้าที่การงานที่ดีฐานะก็ร่ำรวยเพราะคอยช่วยเหลือ ปรึกษาหารือ และแนะนำช่องทางทำมาหากินให้กันตลอดเวลา ส่วนใหญ่ก็แต่งงานมีลูกมีเมียกันหมดทุกคนแล้วยกเว้นเขากับปลัด 'อัคนี' เท่านั้น เพื่อน ๆ ทุกคนมากันครบแล้วสิงห์มาถึงเป็นคนสุดท้าย"เฮ้ย ! ทางนี้ ๆ"เขาจึงเดินเข้าไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่ง เด็กเสิร์ฟรีบหาเก้าอี้และแก้วมาเพิ่ม "มาช้าจังวะ ?"อัคนีหรือไอ้หินเอ่ยปากถาม"ก็บ้านข้าไกล"พูดจบก็นั่งลงและรับแก้วเหล้ามาจากเด็กเสิร์ฟ "มากันครบทุกคนแล้วใช่ไหม ?""อือ"เพื่อน ๆ ในกลุ่มของเขามีกันทั้งหมดห้าคน 'เอกภพ' เป็นเจ้าของตลาดสดในอำเภอแต่งงานแล้ว 'สายชล' มีสวนยางสองร้อยไร่และเปิดร้านรับซื้อขี้ยางจากชาวบ้านใกล้เคียง แต่งงานแล้ว'คิมหันต์' มีฟาร์มวัวเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด แต่งงานแล้วเช่นกัน'อัคนี' เป็นปลัดอำเภอที่หล่อและร
โรงเรียนเลิกแล้วหนูนาตรงไปที่บ้านของสิงห์เลยเพื่อจะไปเยี่ยมหนูน้อยปอร์เช่ เมื่อไปถึงบ้านของเขาก็ปรากฎว่ามีคนอยู่ที่นั่นกันหลายคน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่เพราะว่าคนเฒ่าคนแก่ตามชนบทนั้นหากได้ยินข่าวว่ามีเด็กน้อยไม่สบายก็จะไปเยี่ยมยามถามข่าวและนำฝ้ายไปผูกแขนให้ด้วยเพื่อเป็นการเอิ้นขวัญหนูนาเก้ ๆ กัง ๆ ไม่กล้าเข้าไปในบ้านเพราะเห็นว่ามีคนเยอะ ในจังหวะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้นสิงห์ก็ขับรถมาพอดี เห็นเธอทำท่าลังเลไม่กล้าเข้าไปเขาจึงจอดรถและรีบเดินไปหาเธอ"ครู..ทำไมไม่เข้าไปล่ะ ?""คุณสิงห์"หันไปตามเสียงของเขา"คนเยอะ หนูนาไม่เข้าไปดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยมาเยี่ยมปอร์เช่ใหม่"เธอทำท่าจะเดินออกไปแต่สิงห์ก็คว้าแขนของเธอเอาไว้"เข้าไปเถอะ ปอร์เช่ถามหาครู"เธอก้มมองมือของเขาที่กุมแขนของเธอเอาไว้เขาจึงปล่อย"ก็ได้ค่ะ"เธอจึงเดินเข้าไปพร้อมเขา และทันทีที่คนเฒ่าคนแก่เห็นว่านายกเทศมนตรีสิงห์เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็กลายเป็นจุดสนใจทันที"พุสาวนายกติ้น้อย ?" ( แฟนของนายกเหรอน้อย )คุณย่าคนหนึ่งถามย่าน้อย"บ่แม่นดอก ครูของปอร์เช่น่ะ" ( ไม่ใช่ ครูของปอร์เช่ )เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงแค
วันนี้หนูนาตื่นสายนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนแล้ว รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเจ็ดโมงเพราะเผลอปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อ รีบกระโดดลงจากเตียงอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เกือบแปดโมง ต้มน้ำชงกาแฟกำลังจะกิน ก็พอดีกับที่สิงห์มาถึง"คุณสิงห์เข้ามาก่อนค่ะ"สิงห์จึงเดินเข้าไปในบ้านของเธอ และนั่งลงที่โต๊ะไม้หน้าบ้านซึ่งมีแก้วกาแฟวางอยู่"สักแก้วไหมคะ ?"เขาพยักหน้า"มีแต่กาแฟทรีอินวันนะ"พูดจบก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟให้เขา ระหว่างที่นั่งรอสิงห์ก็สำรวจบ้านของเธอไปด้วย เมื่อเธอออกมาจากในครัวพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟให้"หญ้าเริ่มยาวแล้ว เดี๋ยวผมให้คนมาตัดให้เอาไหม ?"รับแก้วกาแฟมาแล้วก็เอ่ยปากถามเธอ"ดีเลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า"ทานกาแฟและขนมแล้วทั้งคู่ก็ไปที่โรงพยาบาล หนูนาแวะซื้อกับข้าวไปฝากย่าน้อยด้วย"หมอบอกว่าอาการของปอร์เช่ดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้น่าจะได้กลับบ้าน"เมื่อเห็นหน้าลูกชายกับคุณครูย่าน้อยจึงบอกเล่าอาการของปอร์เช่ให้คนทั้งคู่ฟัง"ดีจังเลย คุณย่าทานข้าวหรือยังคะ ? หนูมีไก่ย่างกับปลาร้าสับมาฝากด้วย""ยังเลยครู ขอบใจมากนะ""ถ้างั้นแม่ทานข้าวก่อนเถอะครับ"สิงห์บอกกับแม่ด้วยความเป็น
"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"สิงห์พยุงเอวของเธอไว้กลิ่นกายหอม ๆ ปะทะจมูกเขาเข้าเต็มเปา "ไม่เป็นไร กลับกันเถอะ"ปล่อยมือจากเอวบางของเธออย่างนึกเสียดาย หนูนาเองก็หน้าแดงไปยันใบหู เกิดมายังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใหนมากขนาดนี้ใจเธอจึงกระตุกแปลก ๆหนูนาเดินตามเขาไปขึ้นรถ แดดร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอมองบรรยากาศรอบ ๆ ตัวอย่างทึ่ง ๆ สวนของนายกสิงห์มีพื้นที่เยอะมากและเขาแบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนด้วย มีสวนยาง มีสวนผลไม้ มีนาข้าว มีบ่อน้ำ มีผักสวนครัว และแบ่งพื้นที่ไว้เลี้ยงวัวชัดเจน มีวัวหลายสิบตัวเดินเลาะเล็มหญ้าท่าทางมีความสุข"คุณสิงห์มีวัวกี่ตัว ?"เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกมา"น่าจะสักร้อยกว่าได้ล่ะมั้ง""ว้าววว เป็นร้อยเลย""อยากได้สักตัวไหมล่ะ ? จะขายให้ถูก ๆ""หึ..ไม่เอาหรอก หนูนาขี้เกียจเลี้ยง"เขายิ้มกับคำตอบของเธอ ดูท่าทางแล้วเธอไม่น่าจะใช่คนขี้เกียจ แค่อาจจะไม่ชอบวิถีชีวิตเกษตรกร"จะไปที่โรงพยาบาลด้วยไหม ?"เขาถามเธอ หนูนาคิดอยู่ครู่หนึงจึงพยักหน้า เมื่อมาถึงบ้าน สิงห์ก็เปลี่ยนเป็นรถคันที่เขาขับไปทำงาน เธอเข็นมอเตอร์ไซค์เวฟ 100 ของตัวเองไปจอดไว้ที่ใต้ร่มมะขามภายในบริเวณบ้านของเขามาถึงโรงพยาบ







