เข้าสู่ระบบจังหวะการขยับสะโพกที่ร่อนวนอย่างพริ้วไหวของรสรินในตอนนี้ คือภาพสะท้อนชั้นดีว่า 'หนูริน' เด็กฝากของป๋าไกรคนเดิมได้กลับมาทวงบัลลังก์เมียเด็กอย่างเต็มตัวแล้ว ใบหน้าสวยหวานที่เคยเรียบร้อยบัดนี้หงายเชิด เส้นผมสยายปัดป่ายไปตามแผ่นหลังแกร่งของเกรียงไกร ผิวเนื้อนวลเนียนอาบไปด้วยหยาดเหงื่อจนวาวระยับจับแสงไฟ
"อูยยย... ป๋าขา... รินเสียวหีจัง ควยป๋ากระแทกมดลูกหนูแรงสะใจที่สุดเลยค่ะป๋าขา!"
เสียงครางที่เคยกระเส่าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสบถเรียกหาความกระสันตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เอวบางโยกคลึงเป็นจังหวะเร็วระรัวจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องโถงห้องพัก เกรียงไกรกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความซ่านเสียวที่รุนแรงเกินจะต้านทาน
"อาาา... ซี้ดดด... หนูจ๋า... ยังร่อนได้สุดยอดเหมือนเดิมเลยนะคนดีของป๋า... ซี้ดดด... อาาา..."
เกรียงไกรครางขานรับพลางสอดมือหนาเข้าไปบีบขยำบั้นท้ายงอนงามที่กำลังทำหน้าที่ควบขี่เขาอย่างบ้าคลั่ง รสรินหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงรัวเร็ว เธอรู้ดีว่าจังหวะสุดท้ายกำลังจะมาถึง
"รินไม่ไหวแล้วนะคะป๋าขา... โอ๊ยยย... จะไปแล้ว!"
รสรินชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นกางออกกว้างกว่าเดิม โหย่งตัวขึ้นสูงจนท่อนเอ็นยักษ์แปดนิ้วเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางที่บวมแดง ก่อนจะทิ้งสะโพกงามลงกระทบโหนกหน้าขาของป๋าไกรอย่างสุดแรงเกิด
ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!
เสียงปะทะที่ดุดันและหยาบโลนดังระงมสวนทางกับลมหายใจที่หอบฟืดฟาดของคนทั้งคู่ น้ำเงี่ยนที่เอ่อล้นออกมาจนเปียกโชกกระเซ็นไปตามจังหวะการกระแทกกระทั้นที่รุนแรง
"ป๋าขา... หนูจะ... โอ๊ยยย แตก... แตกแล้ว! โอ๊ยยย แตกแล้วป๋าขาาาาาา!"
รสรินหวีดร้องสุดเสียง ร่างระหงกระตุกเกร็งจนหลังแอ่น ดวงตาหลับปี๋ในขณะที่ความสุขสมพุ่งทะลักออกมาทุกหยดหยาด เธอฟุบหน้าลงซบกับอกกว้างของเกรียงไกรอย่างหมดแรง ทว่าท่อนควยยักษ์ของเขายังคงฝังจมอยู่ในรูรักของเธอจนมิดโคน
แคมสีสดที่อ้าอมรัดลำเอ็นยักษ์ไว้นั้นยังคงตอดขมิบระริกอย่างรุนแรงเป็นจังหวะตามแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา
"ป๋าขา... หนูคิดถึงมันจังเลยค่ะ..." เธอพร่ำบอกข้างหูเขาอย่างหมดเปลือก ชื่นชมในความใหญ่โตที่ยังคงคับแน่นอยู่ภายในกาย เกรียงไกรกระชับอ้อมแขนรัดร่างบางไว้แน่น ปล่อยให้ความอุ่นร้อนซ่านไปทั่วสรรพางค์
"ของหนูยังแน่น... ยังตอดดีเหมือนเดิมเลยนะ เด็กร่านของป๋า" เขาประทับจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อ เป็นรางวัลให้แก่ความเร่าร้อนที่เธอเพิ่งปรนเปรอให้
รสรินปรือตาที่ฉ่ำเยิ้มขึ้นมองหน้าเขาด้วยสายตาออดอ้อน จริตมายาที่เคยใช้มัดใจหนุ่มใหญ่ถูกนำมาใช้ระลอกแล้วระลอกเล่า เธอเริ่มบดสะโพกวนเป็นวงกลมช้าๆ ทั้งที่ควยยังคาอยู่ในรู พร้อมกับขมิบตอดหยอกเย้าแก่นกายของเขาอย่างขี้เล่น
"เมียเด็กร่านคนนี้ยังร่านถึงใจป๋าอยู่มั้ยคะ?" เธอถามเสียงพร่าพลางส่งยิ้มยั่วยวน "ดูสิ... ขมิบหีแกล้งเก่งเหมือนเดิมด้วยนะคะป๋าขา"
เกรียงไกรหัวเราะในลำคอก่อนจะกระเด้าสวนเบาๆ เข้าหาจุดกระสันอย่างรู้ทางกัน
"อูยยย... ป๋าขา ทำแบบนี้เดี๋ยวรินก็ต้องไปทำรีแพร์ก่อนเข้าห้องหอพอดีหรอกค่ะ" เธอแกล้งต่อว่าเสียงหวานแต่กลับบดสะโพกเน้นหนักขึ้นไปอีก
คำพุดที่หยาบโลนและไร้ยางอายเหล่านั้นกลับกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้เกมรักเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองลืมสิ้นซึ่งพันธนาการภายนอก ลืมลูกชาย ลืมว่าที่สามี ลืมศีลธรรมที่ค้ำคอ เหลือเพียงความโหยหาที่ต้องตักตวงให้ถึงที่สุด
บทสนทนาที่ปลุกเร้าและจังหวะการสมสู่ที่รุนแรงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับจะชดเชยช่วงเวลาหลายปีที่ขาดหายไป
จนกระทั่งความเหนื่อยอ่อนเข้าครอบคลุม ร่างเปลือยเปล่าสองร่างนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงที่ยับยู่ยี่ ท่ามกลางกลิ่นคาวกามที่ตลบอบอวล รสรินซบหน้าอยู่กับอกกว้างที่ชื้นเหงื่อของเกรียงไกร ความสุขสมที่ได้รับมันช่างท่วมท้นจนเธอหลับตาลงอย่างเป็นสุขภายใต้อ้อมกอดของชายที่เธอถวิลหาที่สุดในชีวิต... ป๋าไกรของเธอเพียงคนเดียว….
ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องพักหรู มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่วสลับกับเสียงลมหายใจที่ยังหอบเหนื่อย รสรินนอนระทวยซบหน้าอยู่บนแผงอกกว้างที่ชื้นเหงื่อของเกรียงไกร ความร้อนผ่าวจากร่างกายกำยำของเขายังคงแผ่ซ่านซึมลึกเข้าสู่ผิวกายเนียนละเอียด
มือหยาบใหญ่ของหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอำนาจลูบไล้ปอยผมที่เปียกชื้นของเธออย่างรักใคร่หลงใหล สัมผัสที่ปลุกเร้าความทรงจำอันแสนหวานและขมขื่นให้ย้อนกลับมาเด่นชัด
ในโลกของความจริง... ชายวัยคราวพ่อคนนี้คือ "รักแรก" และเป็นผู้จารึกรสชาติแห่งความเป็นชายลงบนเรือนร่างบริสุทธิ์ของเธอเป็นคนแรก เขาคือผู้สอนให้เธอรู้จักคำว่าสวาท และทำให้เธอเทิดทูนเขาเหนือหัว ทว่าด้วยเส้นทางเกียรติยศและหน้าที่การงานที่แบกไว้บนบ่า ทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจพรากจากกันไปทั้งที่สายใยเสน่หายังพันผูก
แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ร้ายกาจยิ่งกว่านิยายบทไหนๆ เมื่อโลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาหาเขาในฐานะ "ว่าที่ลูกสะใภ้" ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปะทะกับแรงตัณหาจนสติสัมปชัญญะที่เพิ่งฟื้นคืนมาเริ่มสั่นคลอน
"ป๋าขา... หนูจะทำยังไงดี" รสรินพึมพำเบาๆ มืองามลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าอกของเขาอย่างโหยหา
"เราคงต้องเก็บเรื่องของเรา... ให้เป็นความลับตายไปกับเราสองคน" เกรียงไกรเอ่ยขึ้น สายตาคมดุเหม่อมองเพดานห้องอย่างใช้ความคิด มือยังคงลูบไล้เส้นผมสลวยของเมียเด็กในอดีตอย่างทะนุถนอม
"หนูรักพี่วิน... แต่หนูก็ยังลืมป๋าไม่ได้" น้ำตาคลอดวงตาที่ฉ่ำปรือ
"ป๋าคือผัวคนแรกของหนู... ถ้าหนูรินแต่งงานกับพี่วิน เราจะทำแบบนี้กันไม่ได้อีกแล้วนะคะ" เธอกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าความสุขนี้จะมลายหายไปในพริบตา
"หนูอยากเป็นเมียที่ดีของพี่วิน อยากให้เขาภูมิใจในตัวหนู..."
ความสับสนฉายชัดในน้ำเสียงและแววตา เกรียงไกรก้มลงประทับจูบหนักๆ ลงบนกลุ่มผมหอมกรุ่น เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยคำที่กรีดลึกเข้าไปในใจ
"งั้น... เรามาทำให้ครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายของเราดีมั้ยจ๊ะ? เราจะฝังทั้งหมดไว้ที่นี่ ให้มันตายไปกับอดีตที่ห้องนี้"
รสรินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าทั้งน้ำตา
"ค่ะ... เราต้องร่วมมือกัน เราต้องไม่ทำแบบนี้อีก"
ทว่า... กิเลสหนานักเมื่อมันถูกปลุกให้ตื่น เกรียงไกรเชยคางสวยขึ้นมาสบตา แววตาสีเหล็กคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่มอดดับ
"แต่ก่อนจะจบ... วันนี้เรามาจัดหนักกันเป็นครั้งสุดท้ายดีมั้ย 'เด็กร่านของป๋า'?"
คำว่า "เด็กร่าน" เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง รสรินผงกหัวขึ้นไปจุ๊บที่แก้มสากของเขาเบาๆ แววตาเปลี่ยนเป็นยั่วยวนกระหายสวาทอย่างไม่ปิดบัง
"วันนี้หนูจะเป็นเด็กร่านของป๋าให้เต็มที่ไปเลยค่ะ... เป็นการขอบคุณที่ป๋าเข้าใจหนู"
สิ้นคำ… เกมสวาทรอบใหม่ก็ระเบิดขึ้นอย่างมูมมามและป่าเถื่อนยิ่งกว่าเดิม!
เกรียงไกรพลิกตัวขึ้นทาบทับร่างระหงอย่างรวดเร็ว เขาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างตะกรุมตะกราม มือหนาบีบขยำทรวงอกอิ่มจนล้นมือ รสรินครางลั่นห้องพลางแอ่นกายรับสัมผัสที่ดุดัน ขาเรียวทั้งสองข้างกางออกกว้างขยับร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเนื้อยักษ์ที่แข็งเปรี๊ยะขึ้นมาอีกครั้งอย่างรู้งาน
ในวินาทีนั้น... ทั้งคู่ลืมสิ้นซึ่งพันธสัญญาที่จะหยุด ลืมสิ้นซึ่งหน้าตาของกวินที่รออยู่ข้างนอก มีเพียงความหิวกระหายที่จะตักตวงกามารมณ์จากกันและกันให้ถึงหยดสุดท้าย รสรินร่ายรำเพลงสวาทอย่างร่านร้อน ยอมให้ป๋าไกรย่ำยีเรือนร่างอย่างสุขสม
เป็นการร่ำลา "รักแรก" และ "ผัวคนแรก" ด้วยพายุเสน่หาที่เผาผลาญทุกลมหายใจจนมืดบอดไปกับรสกามที่ไม่มีวันลืมเลือน!
เสียง "ปึก" จากการปิดประตูท้ายรถอัลพาร์ตสีขาวดังก้องสะท้อนไปในอากาศที่นิ่งสนิท กลิ่นยางรถยนต์ใหม่และกลิ่นอายแดดจาง ๆ ยามสายลอยอบอวลอยู่รอบตัว กวินลดมือลงข้างลำตัว ฝ่ามือของเขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาง ๆ จากตัวรถ แต่หัวใจกลับเบาโหวงอย่างประหลาด เขาค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าท้าทายแสงตะวันภาพตรงหน้าคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นจนเข่าถลอก กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วยังคงโชยมาแตะจมูกเหมือนวันวาน ภาพความทรงจำสีจาง ๆ ในห้องโถงกว้างที่เขาเคยนั่งล้อมวงกินข้าวกับแม่ผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฟองอากาศที่ลอยเด่นก่อนจะแตกสลาย เขาพยายามจะแย้มยิ้มให้กับอดีตเหล่านั้น ทว่ามันกลับเป็นเพียงเงาแห่งความเศร้าที่พาดผ่านริมฝีปาก เพราะในวินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและภาพร่างไร้วิญญาณบนเตียงสีขาวกลับแทรกซึมเข้ามาบดบังทุกสิ่งจนมืดมิด“ขอโทษนะครับหม่ามี้...” เขาพึมพำกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ผู้ล่วงลับที่เคยฝากฝังให้เขาดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด “ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างของที
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังกะพริบถี่รัวจนกวินรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เขาละสายตาจากใบหน้าพ่ายแพ้ของพ่อ แววตาคมกริบกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานประหนึ่งเลือด ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจประหนึ่งถูกแช่แข็ง"ริน!"ชื่อของหญิงสาวหลุดจากปากอย่างแผ่วเบาแต่สั่นเครือ กวินเงยหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ตำแหน่งที่เป็นห้องนอนอันมืดมิดของเมียรัก สมองของเขาฉายภาพขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง—ทางออกเดียวที่เธอใช้ดับความทรมานในใจมาตลอดหลายอาทิตย์ เขาไม่รอช้า รวบร่างหนูกาเหว่าเข้าแนบอกแล้วโผทะยานขึ้นบันไดไม้ไปทีละสองขั้น เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นบันไดดังหนักแน่นสลับกับลมหายใจที่หอบพร่าเขากระชากบานประตูห้องนอนออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดัง ปัง! ทว่าความเงียบงัดที่สวนกลับมานั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่ากวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดวิญญาณออกไปในวินาทีที่เห็นร่างของรสรินพาดอยู่บนขอบฟูกหนา กระปุกยานอนหลับสีขาวนอนนิ่งสนิทโดยไร้ฝาปิดและไร้สิ่งใดหลงเหลืออยู่ข้างใน ใกล้กันนั้นคือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าสดที่ล้มตะแคง น้ำยาสีขุ่นข้นไหลนองอาบพื้นไม้จนเ
เกรียงไกรพุ่งตัวออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นไม้สักดังสนั่นรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบที่บ้าคลั่ง สายตาของเขาตวัดส่ายไปมาดั่งเสือที่กำลังคลั่งเลือด มองหากวิน... ไอ้ลูกในไส้ที่เขาตราหน้าว่าเป็นต้นตอของหายนะที่กำลังแผดเผาเกียรติยศของเขาอยู่ในขณะนี้ความร้อนรนทำให้เขาเกือบจะถลำผ่านโถงทางเดินไป ทว่าหางตากลับสะดุดเข้ากับภาพภายในห้องนั่งเล่น เกรียงไกรชะงักเท้าจนร่างโยน ก่อนจะถอยกลับมาเผชิญหน้ากับภาพที่ทำให้เขายิ่งเดือดดาล กวินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนประคองร่างป้อมของหนูกาเหว่าไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาชี้ไปตามภาพในหนังสือนิทานอย่างใจเย็น“แกทำใช่ไหมไอ้วิน!”เสียงตวาดลั่นปานฟ้าผ่าฉีกกระชากความเงียบสงบในบ้านจนพังพินาศ หนูกาเหว่าสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือนิทานร่วงหลุดจากมือ กวินเงยหน้าขึ้นทันควัน คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขามีเพียงความฉงนและสับสน“ป๊าพูดเรื่องอะไร? ผมทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความมึนงงอย่างที่สุด“อย่ามาทำเป็นไขสือ! ข่าวในเน็ต... เรื่องของป๊ากับหนูริน มันจะหลุดออกไปได้ยังไงถ้าไม่ใช่ฝีมือแก แกโกรธป๊า แกอยากเห็นฉันฉิบหายมากนักใช่มั้ย!”เกรียงไกรถลา
รัตติกาลอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าของคฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตร แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดวงเขื่องสะท้อนวาบวับบนตัวถังรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่จอดเรียงรายจนเต็มลานหินอ่อน กลิ่นควันท่อไอเสียจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตทั่วทั้งงานชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบหลายสิบชีวิต ต่างประคองกระเช้าผลไม้นอกและรังนกสีทองเกรดพรีเมียม เดินสลับข้ามไปมาเพื่อแย่งชิงโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีในการเข้าถึงตัว "เจ้าภาพ" ผู้กุมชะตาในบอร์ดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง“ท่านเกี๊ยง... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านในงานนี้”กรณ์ คู่แข่งคนสำคัญที่มีบารมีสูสีกัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเกรียงไกรสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ซิการ์จางๆ ที่ติดมากับปกเสื้อสูท กรณ์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่าง“งานสำคัญของท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะท่านกรณ์”เกรียงไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเนือยๆ ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฉายประกายแห่งความถื
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบา ไหล่หนากว้างของกวินยังคงสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากแทบจรดซอกเข่า ฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้สั่นเทาประหนึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวในอกกำลังจะระเบิด ทว่าเสียงสะอื้นที่เขาเพียรสะกดกั้นไว้กลับหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะที่ขาดห้วง ราวกับไม่สามารถจะอดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไปในนาทีที่น้ำตาอุ่นจัดไหลนองง่ามนิ้ว กวินเพิ่งตระหนักได้ด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า นรกที่เขาเพียรสร้างขึ้นเพื่อแผดเผาคนบาปทั้งสอง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่โหมกระหน่ำใส่ตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และที่ร้ายไปกว่านั้น ประกายไฟแห่งความแค้นที่เขาจุดขึ้น มันได้ลุกลามไปรั้งดึงเอาดวงใจบริสุทธิ์อย่าง 'หนูกาเหว่า' ให้เข้ามาจมอยู่ในกองเพลิงนี้ไปพวกเขาด้วยความสะใจที่เขาเคยถวิลหา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชตัวเองที่มันตีกลับเข้าหาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ล้มเหลว ไม่ต่างไปจาก เกรียงไกร ชายที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังจะเป็นคนที่ขุดหลุมฝังอนาคตของลูกสาวด้วยมือของตัวเองเพียงเพื่อดับไฟแค้นส่วนตัว ภาพดวงตาที่
"หนูริน... เป็นยังไงบ้าง?"เสียงของเกรียงไกรสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายในชุดสูทเนื้อดีขยับเข้าใกล้ขอบเตียงคนไข้อย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรูหราที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องโถมเข้าใส่รสรินจนเธอรู้สึกอึดอัด แผ่นหลังของเธอลีบติดกับพนักเตียงพยายามถดหนีสัมผัสที่ไม่ได้ร้องขอ ชายชราเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงกำแพงล่องหนที่กั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ ขยับถอยห่างออกมาทีละก้าว ทว่าดวงตายังคงจ้องมองสะใภ้ด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า"รินเขาไม่เป็นไรแล้วครับป๊า... โชคดีที่หมอล้างท้องทัน"คำว่า 'ล้างท้อง' จากปากกวินกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีด บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้งและตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าเล็กที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนออกซิเจนกำลังจะหมดไปจากห้องนี้ เธอขยับผ้ากันเปื้อนในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย"เดี๋ยวป้าออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ... เห็นหนูรินปลอดภัย ป้าก็โล่งใจแล้ว"ป้าเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก แววตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองคนทั้งสามด้วยความรู้สึกประหลาด แฝงไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด หญิงชราขยับตัวเข้าไปใกล้กวินอย่างรู้งาน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ดูฝืนธรรมชาต







