LOGINแสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลภายในห้องสวีทสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว ขับเน้นให้ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบลูกไม้ฝรั่งเศสที่ รสริน สวมใส่อยู่ดูระยิบระยับปานนางอัปสร เธอยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองภาพสะท้อนของตัวเองที่เป็น "เจ้าสาว" ที่สวยที่สุดและโดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้ งานวิวาห์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้นยิ่งใหญ่อลังการสมเกียรติยศของตระกูล เตชะเกรียงไกร และสมฐานะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ ท่านเกรียงไกร ผู้เป็นพ่อสามี
เสียงชื่นชมของแขกเหรื่อยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท "ลูกสะใภ้ท่านเกี๊ยงสวยเหลือเกิน... เหมาะสมกับคุณกวินราวกับกิ่งทองใบหยก" คำพูดเหล่านั้นทำให้รสรินรู้สึกภาคภูมิใจจนหัวใจพองโต เธอเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมหวังของกวินตลอดทั้งงาน และนั่นคือชัยชนะที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต
รสรินทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสดเป็นรูปหัวใจ สายตามองกองซองของขวัญและกล่องเครื่องเพชรที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างอิ่มเอมใจ แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากพิธีการที่ยาวนาน แต่ความสำเร็จในชีวิตที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นกลับเติมเต็มความสุขลึกๆ ในใจจนลืมความอ่อนเพลียไปสิ้น
ซ่า... ซ่า...
เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำบอกให้รู้ว่ากวินกำลังจัดการชำระล้างร่างกาย อีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้า ภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเทียนอโรม่าและมนต์ขลังของคืนวันส่งตัว เธอจะเป็น "เมีย" ของกวินอย่างสมบูรณ์แบบตามกฎหมายและพฤตินัย
เมื่อนึกถึงกวิน หัวใจของรสรินก็วูบไหวด้วยความตื้นตัน ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่คบหาดูใจกันมา กวินคือสุภาพบุรุษที่หาตัวจับยากอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิด เขาให้เกียรติเธอเสมอมา ไม่เคยล่วงเกินเกินเลยไปกว่าการโอบกอดหรือจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา
"รินครับ... พี่อยากถนอมสิ่งที่มีค่าที่สุดของรินไว้จนถึงคืนวันแต่งงานของเรา พี่อยากให้คืนแรกของเราเป็นความทรงจำที่บริสุทธิ์และสวยงามที่สุด"
คำพูดนั้นของเขาช่างหนักแน่นและจริงใจ กวินทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาอดทนและรอคอยค่ำคืนนี้อย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการพิสูจน์ว่ารักของเขานั้นอยู่เหนือตัณหาและกามารมณ์ใดๆ
รสรินค่อยๆ เอื้อมมือไปลูบไล้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว (Veil) ที่วางอยู่ข้างกาย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก เมื่อนึกถึงความลับดำมืดที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ชุดขาวบริสุทธิ์ชุดนี้... ความลับที่มีเพียงเธอและ 'ป๋าไกร' พ่อของชายหนุ่มในห้องน้ำเท่านั้นที่รู้ กวินช่างเป็นชายที่แสนดีและบริสุทธิ์ผุดผ่องจนเธอรู้สึกใจหายที่ต้องเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยรอยด่างพร้อยที่ไม่มีวันลบเลือน
แต่ในวินาทีนี้ รสรินเลือกที่จะสลัดภาพหลอนในอดีตทิ้งไป เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งมั่นในใจว่าจะทำหน้าที่ "ภรรยาที่ดี" และมอบ "ความรักที่จริงใจ" ให้กับกวินเป็นการไถ่โทษ เธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสะใภ้ตระกูลเตชะเกรียงไกรอย่างสง่างาม
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของกวินที่เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาด กลิ่นสบู่อ่อนๆ โชยมาเตะจมูก เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาที่ถูกเก็บกักมานานสี่ปี... คืนแรกที่รอคอยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และรสรินพร้อมแล้วที่จะโผเข้าสู่อ้อมกอดของชายที่เขารักเธอด้วยหัวใจที่แท้จริง
กวินเดินตรงเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยแววตาที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ครอบครองของขวัญชิ้นล้ำค่าที่สุดในชีวิต อ้อมแขนแกร่งสวมกอดร่างระหงในชุดลูกไม้สีขาวจากด้านหลัง สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนผมและซอกคออย่างโหยหา ความอดทนตลอดสี่ปีที่เขาเพียรพยายามรักษาเกียรติให้เธอนั้น กำลังจะสิ้นสุดลงในค่ำคืนนี้
"เดี๋ยวสิคะ... รินยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ" รสรินพลิกตัวกลับมาประจันหน้า พลางยกนิ้วเรียวงามแตะริมฝีปากเขาไว้เบาๆ อย่างน่ารักน่าเอ็นดู สายตาของเธอที่มองเขานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อปรนเปรอสามีผู้แสนดี
"ไม่อาบก็ได้ครับ... รินของพี่ตัวหอมจะแย่ ฮึ่มมม" กวินอ้อนตอบเสียงพร่า พลางซุกไซ้จมูกโด่งลงที่ซอกคอระหง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นกายสาวทำให้เขาแทบคลั่ง "พี่รอวันนี้มานานมากนะริน รู้ไหมว่าพี่ต้องใช้ความอดทนแค่ไหน"
"แต่รินเหนียวตัวไปหมดเลยนะคะ เหนื่อยมาทั้งวันเลย รินขอเวลาอาบน้ำขัดตัวให้สะอาดก่อนนะคะคนดีของริน" รสรินออเซาะพลางลูบไล้แผงอกของเขาผ่านชุดคลุมอาบน้ำ
ลึกๆ ในใจของรสริน เธออยากให้ค่ำคืนแรกกับกวินออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ เธออยากลบเลือนกลิ่นอายและสัมผัสจาก 'คนอื่น' ที่อาจยังตกค้างอยู่ในมโนสำนึกให้หมดสิ้นไปพร้อมกับหยาดน้ำ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่รักเธอด้วยจิตใจบริสุทธิ์คนนี้
"งั้นพี่อาบให้มั้ย? จะได้เสร็จเร็วๆ ไงครับ" กวินรุกต่อด้วยสีหน้าจริงจังแต่แฝงแววขี้เล่น มือหนาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของชุดเจ้าสาว
"ไม่อาววว... รินเขิน…" เธอทำเสียงออเซาะ บิดกายไปมาอย่างมีจริตจะก้านที่ดูไร้เดียงสาในสายตาของกวิน แต่กลับเย้ายวนใจจนคนมองใจสั่น "รอรินแป๊บเดียวนะคะคนดี พี่วินนั่งรอนิ่งๆ บนเตียงนะคะ ห้ามดื้อด้วย"
รสรินเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บที่แก้มสากของเขาเบาๆ เป็นการเอาใจครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินบิดสะโพกอย่างงดงามมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ กวินมองตามแผ่นหลังของเจ้าสาวด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ เขาหย่อนกายลงนั่งบนเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ พลางถอนหายใจออกมาด้วยความสุขที่ล้นปรี่
ขณะที่เสียงน้ำจากฝักบัวเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง กวินไม่รู้เลยว่าภายใต้ความอ่อนหวานและจริตที่แสนเย้ายวนนั้น รสรินกำลังก้าวเข้าสู่ห้องน้ำเพื่อชำระล้างอดีตที่หนักอึ้ง และเตรียมตัวกลับออกมาเป็น "ของขวัญ" ที่สวยงามที่สุดให้แก่เขา... ผู้เป็นลูกชายของชายที่เพิ่งจะฝากรอยสวาทไว้บนกายเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
เสียงสายน้ำจากฝักบัวหยุดชะงักลง รสรินยืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกที่พร่าเลือนด้วยไอระเหยของน้ำอุ่น เธอหยิบชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวมุกเนื้อบางเบาขึ้นมาสวมใส่ สัมผัสของผ้าที่พริ้วไหวไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายทำให้เธอรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด
รสรินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสลัดภาพ "หนูริน" ที่แสนร่านร้อนทิ้งไป ให้เหลือเพียง "รสริน" ภรรยาที่แสนดีของกวิน
ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องน้ำออกมา กวินที่นั่งรออยู่บนขอบเตียงก็แทบจะหยุดหายใจ เขามองเจ้าสาวที่เดินนวลนาดออกมาด้วยผมที่เปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมละมุนโชยมาปะทะจมูก แสงไฟสีส้มสลัวขับให้ผิวพรรณของเธอผุดผ่องจนเขาสั่นสะท้าน
"ริน... รินสวยเหลือเกิน" กวินพึมพำพลางลุกขึ้นยืน เขาเดินเข้าประชิดตัวและรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม
กวินเริ่มต้นบทรักด้วยความอ่อนโยนประดุจไข่ในหิน เขาประคองใบหน้าสวยหวานขึ้นมาสบตา ก่อนจะโน้มลงประทับจูบที่หน้าผาก เปลือกตา และปลายจมูกอย่างแสนรัก สัมผัสของเขาช่างนุ่มนวลและให้เกียรติจนรสรินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ มือนุ่มของกวินลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเธออย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา
"พี่จะรักและดูแลรินให้ดีที่สุด... พี่สัญญา" เขาซิบชิดใบหู
ทว่า... เมื่อริมฝีปากของทั้งคู่ประกบเข้าหากัน ความอ่อนโยนในคราแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่อัดอั้นมานานถึง 4 ปี จูบที่เคยเนิบนาบเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้น
กวินเริ่มควบคุมความต้องการของตัวเองไม่อยู่ เขาอุ้มรสรินขึ้นไปวางลงบนกองกลีบกุหลาบสีแดงสดบนเตียงกว้างอย่างนุ่มนวลแต่รวดเร็ว
"พี่รอไม่ไหวแล้วริน... 4 ปีที่ผ่านมามันกำลังจะทำให้พี่ระเบิด…"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นพร่าสั่น แววตาของสุภาพบุรุษเลือนหายไป แทนที่ด้วยความปรารถนาที่รุนแรง กวินโถมตัวเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่ง สัมผัสที่เคยแผ่วเบากลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่รสรินไม่เคยคาดคิดว่าชายที่แสนดีอย่างกวินจะมีมุมนี้ซ่อนอยู่ เขาซุกไซ้ซอกคอและนวลปรางอย่างตะกรุมตะกราม มือหนาที่เคยสั่นเทาด้วยความเกรงใจบัดนี้กลับรุกรานไปทั่วเรือนร่างระหงอย่างถือสิทธิ์
รสรินสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงพละกำลังและความต้องการที่พุ่งพล่านของสามี กวินระเบิดความใคร่ที่สะสมมาตลอดเวลาที่คบกันออกมาอย่างหนักหน่วง
เขาประพรมจูบไปทั่วร่างของเธอราวกับจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของในทุกอณูผิว รสรินได้แต่หลับตาพริ้ม โอบกอดร่างของเขาไว้แน่น เธอตกใจในความเร่าร้อนที่คาดไม่ถึงของเขา
แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปในใจก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยรสสวาทที่กวินมอบให้... รสรักที่เต็มไปด้วยความรักและความกระหายที่บริสุทธิ์ของชายที่เป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายกำฃังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดบาปที่ค่อยๆก่อเกิดขึ้น…
เสียง "ปึก" จากการปิดประตูท้ายรถอัลพาร์ตสีขาวดังก้องสะท้อนไปในอากาศที่นิ่งสนิท กลิ่นยางรถยนต์ใหม่และกลิ่นอายแดดจาง ๆ ยามสายลอยอบอวลอยู่รอบตัว กวินลดมือลงข้างลำตัว ฝ่ามือของเขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาง ๆ จากตัวรถ แต่หัวใจกลับเบาโหวงอย่างประหลาด เขาค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าท้าทายแสงตะวันภาพตรงหน้าคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นจนเข่าถลอก กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วยังคงโชยมาแตะจมูกเหมือนวันวาน ภาพความทรงจำสีจาง ๆ ในห้องโถงกว้างที่เขาเคยนั่งล้อมวงกินข้าวกับแม่ผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฟองอากาศที่ลอยเด่นก่อนจะแตกสลาย เขาพยายามจะแย้มยิ้มให้กับอดีตเหล่านั้น ทว่ามันกลับเป็นเพียงเงาแห่งความเศร้าที่พาดผ่านริมฝีปาก เพราะในวินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและภาพร่างไร้วิญญาณบนเตียงสีขาวกลับแทรกซึมเข้ามาบดบังทุกสิ่งจนมืดมิด“ขอโทษนะครับหม่ามี้...” เขาพึมพำกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ผู้ล่วงลับที่เคยฝากฝังให้เขาดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด “ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างของที
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังกะพริบถี่รัวจนกวินรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เขาละสายตาจากใบหน้าพ่ายแพ้ของพ่อ แววตาคมกริบกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานประหนึ่งเลือด ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจประหนึ่งถูกแช่แข็ง"ริน!"ชื่อของหญิงสาวหลุดจากปากอย่างแผ่วเบาแต่สั่นเครือ กวินเงยหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ตำแหน่งที่เป็นห้องนอนอันมืดมิดของเมียรัก สมองของเขาฉายภาพขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง—ทางออกเดียวที่เธอใช้ดับความทรมานในใจมาตลอดหลายอาทิตย์ เขาไม่รอช้า รวบร่างหนูกาเหว่าเข้าแนบอกแล้วโผทะยานขึ้นบันไดไม้ไปทีละสองขั้น เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นบันไดดังหนักแน่นสลับกับลมหายใจที่หอบพร่าเขากระชากบานประตูห้องนอนออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดัง ปัง! ทว่าความเงียบงัดที่สวนกลับมานั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่ากวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดวิญญาณออกไปในวินาทีที่เห็นร่างของรสรินพาดอยู่บนขอบฟูกหนา กระปุกยานอนหลับสีขาวนอนนิ่งสนิทโดยไร้ฝาปิดและไร้สิ่งใดหลงเหลืออยู่ข้างใน ใกล้กันนั้นคือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าสดที่ล้มตะแคง น้ำยาสีขุ่นข้นไหลนองอาบพื้นไม้จนเ
เกรียงไกรพุ่งตัวออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นไม้สักดังสนั่นรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบที่บ้าคลั่ง สายตาของเขาตวัดส่ายไปมาดั่งเสือที่กำลังคลั่งเลือด มองหากวิน... ไอ้ลูกในไส้ที่เขาตราหน้าว่าเป็นต้นตอของหายนะที่กำลังแผดเผาเกียรติยศของเขาอยู่ในขณะนี้ความร้อนรนทำให้เขาเกือบจะถลำผ่านโถงทางเดินไป ทว่าหางตากลับสะดุดเข้ากับภาพภายในห้องนั่งเล่น เกรียงไกรชะงักเท้าจนร่างโยน ก่อนจะถอยกลับมาเผชิญหน้ากับภาพที่ทำให้เขายิ่งเดือดดาล กวินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนประคองร่างป้อมของหนูกาเหว่าไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาชี้ไปตามภาพในหนังสือนิทานอย่างใจเย็น“แกทำใช่ไหมไอ้วิน!”เสียงตวาดลั่นปานฟ้าผ่าฉีกกระชากความเงียบสงบในบ้านจนพังพินาศ หนูกาเหว่าสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือนิทานร่วงหลุดจากมือ กวินเงยหน้าขึ้นทันควัน คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขามีเพียงความฉงนและสับสน“ป๊าพูดเรื่องอะไร? ผมทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความมึนงงอย่างที่สุด“อย่ามาทำเป็นไขสือ! ข่าวในเน็ต... เรื่องของป๊ากับหนูริน มันจะหลุดออกไปได้ยังไงถ้าไม่ใช่ฝีมือแก แกโกรธป๊า แกอยากเห็นฉันฉิบหายมากนักใช่มั้ย!”เกรียงไกรถลา
รัตติกาลอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าของคฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตร แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดวงเขื่องสะท้อนวาบวับบนตัวถังรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่จอดเรียงรายจนเต็มลานหินอ่อน กลิ่นควันท่อไอเสียจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตทั่วทั้งงานชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบหลายสิบชีวิต ต่างประคองกระเช้าผลไม้นอกและรังนกสีทองเกรดพรีเมียม เดินสลับข้ามไปมาเพื่อแย่งชิงโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีในการเข้าถึงตัว "เจ้าภาพ" ผู้กุมชะตาในบอร์ดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง“ท่านเกี๊ยง... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านในงานนี้”กรณ์ คู่แข่งคนสำคัญที่มีบารมีสูสีกัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเกรียงไกรสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ซิการ์จางๆ ที่ติดมากับปกเสื้อสูท กรณ์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่าง“งานสำคัญของท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะท่านกรณ์”เกรียงไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเนือยๆ ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฉายประกายแห่งความถื
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบา ไหล่หนากว้างของกวินยังคงสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากแทบจรดซอกเข่า ฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้สั่นเทาประหนึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวในอกกำลังจะระเบิด ทว่าเสียงสะอื้นที่เขาเพียรสะกดกั้นไว้กลับหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะที่ขาดห้วง ราวกับไม่สามารถจะอดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไปในนาทีที่น้ำตาอุ่นจัดไหลนองง่ามนิ้ว กวินเพิ่งตระหนักได้ด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า นรกที่เขาเพียรสร้างขึ้นเพื่อแผดเผาคนบาปทั้งสอง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่โหมกระหน่ำใส่ตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และที่ร้ายไปกว่านั้น ประกายไฟแห่งความแค้นที่เขาจุดขึ้น มันได้ลุกลามไปรั้งดึงเอาดวงใจบริสุทธิ์อย่าง 'หนูกาเหว่า' ให้เข้ามาจมอยู่ในกองเพลิงนี้ไปพวกเขาด้วยความสะใจที่เขาเคยถวิลหา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชตัวเองที่มันตีกลับเข้าหาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ล้มเหลว ไม่ต่างไปจาก เกรียงไกร ชายที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังจะเป็นคนที่ขุดหลุมฝังอนาคตของลูกสาวด้วยมือของตัวเองเพียงเพื่อดับไฟแค้นส่วนตัว ภาพดวงตาที่
"หนูริน... เป็นยังไงบ้าง?"เสียงของเกรียงไกรสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายในชุดสูทเนื้อดีขยับเข้าใกล้ขอบเตียงคนไข้อย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรูหราที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องโถมเข้าใส่รสรินจนเธอรู้สึกอึดอัด แผ่นหลังของเธอลีบติดกับพนักเตียงพยายามถดหนีสัมผัสที่ไม่ได้ร้องขอ ชายชราเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงกำแพงล่องหนที่กั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ ขยับถอยห่างออกมาทีละก้าว ทว่าดวงตายังคงจ้องมองสะใภ้ด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า"รินเขาไม่เป็นไรแล้วครับป๊า... โชคดีที่หมอล้างท้องทัน"คำว่า 'ล้างท้อง' จากปากกวินกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีด บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้งและตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าเล็กที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนออกซิเจนกำลังจะหมดไปจากห้องนี้ เธอขยับผ้ากันเปื้อนในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย"เดี๋ยวป้าออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ... เห็นหนูรินปลอดภัย ป้าก็โล่งใจแล้ว"ป้าเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก แววตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองคนทั้งสามด้วยความรู้สึกประหลาด แฝงไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด หญิงชราขยับตัวเข้าไปใกล้กวินอย่างรู้งาน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ดูฝืนธรรมชาต







