หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...
"ปี่คำเกี๋ยงเจ้า" เสียงเด็กสาวเอ่ยพร้อมกับวิ่งกรูเข้าไปหาคำเกี๋ยงหญิงสาววัยยี่สิบปีที่เป็นผู้ชนะในการประกวดและได้เป็นนางบำเรอของพ่อเลี้ยงหนุ่ม แน่นอนว่าคำเกี๋ยงนั้นมักจะเข้าไปในบ้านหลังใหญ่อยู่บ่อยครั้งเวลาที่ถูกพ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกโดยยิ่งเมื่อได้เป็นนางบำเรอของชินกรณ์ คำเกี๋ยงก็เริ่มแผลงฤทธิ์ทำตัวเหมือนตัวเองสูงส่งกว่าทุกคนตามนิสัยของเธอ
"อย่ามาโดนตัวกู! อี่พวกคนใช้" เหล่าบรรดาคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นพอได้ยินคำพูดของคำเกี๋ยงก็ต่างพากันส่ายหน้าระอาไปกับนิสัยของหญิงสาว
"มึงบ่ะใช่คนใช้ก๊ะ อี่คำเกี๋ยง" จั๋นติ๊บ หญิงสาววัยยี่สิบห้ามองหน้าถามอีกคนออกไปด้วยความหมั้นไส้ไม่คิดเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"อี่จั๋นติ๊บ! กูบ่ะใช่คนใช้แบบพวกมึง!"
"หึ มึงก็คือคนใช้นี่แหละอี่คำเกี๋ยง เป็นแค่นางบำเรอ อย่าทำตัวสูงส่งนักเลย กูจะอ้วก!"
"อี่จั๋นติ๊บ!!" ว่าแล้ว คำเกี๋ยงก็ทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องคนตรงหน้า ซึ่งจั๋นติ๊บเองก็ไม่ยอมจะพุ่งเข้าไปจัดการคำเกี๋ยงเช่นกันทำให้ชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นต้องรีบเข้ามาห้ามปรามทั้งสองไว้
"ปล่อยกู! วันนี้กูจะตบอี่ไพร่ที่บังอาจมาว่ากู" คำเกี๋ยงตะโกนบอก
"งั้นมึงก็ตบตัวเองไปด้วยเน้อ เพราะมึงก็คือไพร่คือกัน!"
"อี่จั๋นติ๊บ!! มึงกล้าดียังไงมาว่ากู หึ! หรือมึงอิจฉาที่ป้อเลี้ยงเลือกกูก๊ะ!?"
"โอ๊ย! กูจะอิจฉามึงทำไม..."
"...ที่ป้อเลี้ยงเขาเลือกมึง ก็เพราะอี่เวียงพิงค์มันบ่ะได้ลงประกวดต่างหาก" สิ้นเสียงจั๋นติ๊บ เวียงพิงค์ที่กำลังจะเดินผ่านเหตุการณ์วุ่นๆก็ชะงักไปก่อนจะตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน ใบหน้าเล็กก็ยืนนิ่งทำหน้าไม่ถูก
"บ่ะใช่!! ยังไงป้อเลี้ยงก็เลือกกู ต่อให้อี่เวียงพิงค์มันลง ป้อเลี้ยงก็จะต้องเลือกกู!" พูดจบ คำเกี๋ยงก็หันมามองหน้าเวียงพิงค์ด้วยสายตาไม่ชอบหน้า เพราะหากไม่มีเวียงพิงค์ เธอก็จะกลายเป็นดาวเด่นแบบไร้ที่ติ แต่เพราะมีเวียงพิงค์อยู่ทำให้หลายครั้งหลายคนจะบอกว่าเวียงพิงค์สวยกว่าเธอ ซึ่งคำเกี๋ยงไม่ชอบ! เธออยากเป็นคนที่สวยที่สุดในหมู่บ้านที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้
"ขะ...ข้าเจ้าขอตัวก่อนเน้อ" แล้วสองเท้าเล็กก็รีบสาวเท้าเดินออกไปทันทีโดยที่มีสายตาของคำเกี๋ยงที่มองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความหมั่นไส้ปนโมโห
ตึก
ตึก
เวียงพิงค์รีบเอาผ้าคลุมหัวเดินออกมาจากเหตุการณ์วุ่นวายก่อนจะเดินตรงไปยังร้านขนมหวานที่หลานตัวเองชอบกิน
"ยายขันคำเจ้า..."
"..."
"ยายขันคำ"
"อ้าว ว่าจะใดอี่เวียงพิงค์"
"ขนมต้มหมดแล้วก๊ะ?"
"เออ ป้อเลี้ยงเขาเพิ่งมาเหมาไปเลี้ยงคนงานในไร่หมด"
"..." เจ้าของใบหน้าเล็กก็นิ่งไปด้วยความรู้สึกเสียดายที่มาช้า ที่เธอตั้งใจมาก็เพื่อจะซื้อขนมที่เอื้องคำชอบไปให้หลานตัวเอง
"จะซื้อไปให้อี่เอื้องคำใช่ก่อ?" หญิงวัยชรามองหน้าถามคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าน่าสงสารอยู่
"ใช่แล้วเจ้า"
"งั้นเอ็งรอข้าก่อนได้ก่อ"
"เจ้า?"
"ข้ามีเก็บไว้ในบ้าน จะเก็บไว้ให้ไอ้คำปุ่น..."
"งั้นยายขันคำเก็บไว้ให้อ้ายคำปุ่นเต๊อะเจ้า เดี๋ยวข้าเจ้า..."
"เอ็งแบ่งไปให้อี่เอื้องคำเต๊อะ ข้าอยากให้" ว่าแล้ว หญิงชราก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบขนมต้มที่เก็บไว้มาแบ่งให้เด็กสาว
"ขอบคุณมากนะเจ้ายายขันคำ นี่เงินเจ้า"
"บ่ะต้องๆ ข้าบ่ะเอา"
"แต่..."
"เอ็งเอาไปให้อี่เอื้องคำกินเต๊อะ แบ่งๆกัน"
"ขอบคุณเจ้ายายขันคำ" เวียงพิงค์ก็ส่งยิ้มหวานไปให้หญิงชราตรงหน้า ก่อนจะยกผ้าขึ้นมาคุลมหัวคลุมตัวอีกครั้งอย่างที่ชอบทำ ซึ่งในขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากร้านขนมเก่าแก่นั้น...
พลั่ก!
"อ๊ะ..."
ริมฝีปากบางร้องออกมาด้วยความเจ็บที่หันไปชนเข้ากับแผงอกหน้าของใครบางคนจนผ้าที่คลุมหัวของเธอนั้นหลุดออก
"...ขอโทษจะ..." แล้วเจ้าของใบหน้าเล็กก็ต้องชะงักไปเมื่อเงยหน้าขึ้นพบกับดวงตาคมของคนตัวสูงที่ยืนมองหน้าเธออยู่
"ป้อเลี้ยง" เสียงผู้คนแถวนั้นพากันพูดขึ้นทำเอาเวียงพิงค์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ คนที่เธอชนด้วยนั้นคือ...
พะ...พ่อเลี้ยงงั้นเหรอ
"ขะ...ขอโทษเจ้าป้อเลี้ยง ขอโทษเจ้า" เด็กสาวรีบก้มหน้าขอโทษขอพายคนตรงหน้าเนื้อตัวสั่นไปด้วยความกลัว พ่อเลี้ยงหนุ่มก็นิ่งไม่ตอบก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือไปจับใบหน้าเล็กของอีกคนให้เงยขึ้นมามองหน้าเขา คนตัวเล็กก็นิ่งตัวสั่นอยู่อย่างนั้น
"ชื่ออะไร" เสียงทุ้มถาม
"จะ...เจ้า?"
"ถามว่าชื่ออะไร ชื่อเธอ"
"วะ...เวียงพิงค์เจ้า"
"เวียงพิงค์งั้นเหรอ..." ทันทีที่พูดจบ รอยยิ้มหนาก็ค่อยๆฉายเข้ามาบนหน้าหล่อทันที
ชื่อเวียงพิงค์เองสินะ
เขาก็...ตามหาอยู่ตั้งนาน