Compartir

บทที่ 3

Autor: ชาดจันทร์
แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฉิงเหยียนกับคนในครอบครัวของเขาแล้ว ต่อให้ถามไปก็คงไม่ได้อะไร

ขณะนั้นเอง ที่ปลายสุดของทางเดิน หลินชีกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังเดินพูดคุยกันเข้ามา

เมื่อสวมเสื้อกาวน์สีขาว เธอก็ดูสง่าผ่าเผยและคล่องแคล่ว สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมองเธอด้วยแววตาชื่นชมอย่างเต็มเปี่ยม

สวีซีช่านผลักสวีเป่ยหลานออก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าโบกมือให้หลินชี “พี่หลินชี!”

หลินชีหันมามองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้ว เธอจึงยิ้มและเดินเข้ามาหา

ความหยิ่งทะนงและความดื้อรั้นอย่างเป็นธรรมชาติในตัวเธอ นอกจากจะทำให้ผู้คนเกลียดไม่ลงแล้ว กลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาที่จะพิชิตใจเธออีกด้วย

ในใจของสวีซีช่าน มีเพียงผู้หญิงอย่างหลินชีที่มีชาติตระกูลระดับสูงสุด รูปร่างหน้าตาโดดเด่น และความสามารถเป็นเลิศเท่านั้น ถึงจะคู่ควรกับการเป็นพี่สะใภ้ของเธอ

เธอเข้าไปกอดแขนหลินชี ก่อนจะออดอ้อนว่า

“พี่หลินชี ในที่สุดพี่ก็กลับมาสักที การกลับมาของพี่ทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยของพวกเราฮือฮากันหมดเลย พี่ไม่รู้หรอกว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา พี่ชายหนูคิดถึงพี่มากแค่ไหน...”

สวีเป่ยหลานเอ่ยว่า “อย่าพูดเรื่องพวกนี้ตอนอยู่ในโรงพยาบาล”

สวีซีช่านถลึงตาใส่เขา

“หรือที่หนูพูดมันไม่จริง? พี่เอาแต่อยู่โรงพยาบาลทั้งวัน ไม่ยอมกลับบ้านตัวเอง เอาแต่เย็นชาใส่ผู้หญิงคนนั้น ก็เพราะคนที่อยู่ในใจพี่มาตลอดยังคงเป็นพี่หลินชีไม่เคยเปลี่ยนไปเลยไม่ใช่หรือไง!”

หลินชีสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ สายตาลุ่มลึกของเธอจับจ้องสวีเป่ยหลานอยู่หลายวินาที ก่อนจะเอ่ยปากช่วยเขาแก้สถานการณ์

“เอาละ ซีช่าน พี่ชายเธอเป็นคนขี้อายมาตั้งแต่เด็กแล้ว อย่าไปแซวเขาเลย คืนนี้พี่จะพาเธอไปกินของอร่อย ๆ เอง”

สวีซีช่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้ออย่างมีเลศนัย “แหม ๆ ปกป้องกันแล้วเหรอ? พวกพี่สองคนนี่หวานกันจริง ๆ เลยนะ”

สวีเป่ยหลานมีสีหน้าเรียบเฉย เขาถือแฟ้มประวัติการรักษาแล้วเดินเข้าไปในแผนก

หลินชีมองแผ่นหลังสูงสง่าที่ดูหยิ่งทะนงของเขา ก่อนจะเอ่ยกับสวีซีช่านอย่างเข้าอกเข้าใจว่า

“เรื่องระหว่างพี่กับพี่ชายเธอมันจบไปนานแล้ว ตอนนี้พี่ชายเธอเป็นคนมีภรรยาแล้ว ในโรงพยาบาลมีคนมากมาย ปากต่อปากแพร่ข่าวกันง่าย เธออย่าพูดอะไรส่งเดชสิ”

ทว่าสวีซีช่านกลับไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ “คนมีภรรยาอะไรกัน? พี่ชายหนูไม่ได้บอกพี่เหรอว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นกำลังจะหย่ากันแล้ว”

“อะไรนะ หย่าเหรอ?” หลินชีชะงักไปเล็กน้อย

“พี่ชายหนูก็ไปรับพี่กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ? อีกอย่าง ผู้หญิงคนนั้นมีลูกไม่ได้ ใครจะต้องการล่ะ? ตอนนั้นพี่ชายหนูแค่เสียใจจนขาดสติ ถึงได้แต่งงานกับเธอไป”

“มีลูกไม่ได้เหรอ?” หลินชีพึมพำพลางหรี่ตาลง

“ก็ใช่น่ะสิ ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ร่างกายมีความบกพร่องคนหนึ่ง เธอทำให้พี่ชายหนูเดือดร้อนหนักเลย พี่หลินชี? พี่หลินชี?”

หลินชีได้สติกลับมา ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ซีช่าน พี่มีของฝากมาให้เธอด้วยนะ”

“จริงเหรอ? ยังไงก็ต้องพี่หลินชีจริง ๆ นั่นแหละ เมื่อไหร่หนูจะได้เรียกพี่ว่าพี่สะใภ้สักทีนะ?”

“พูดอะไรของเธอน่ะ?” หลินชีเลิกคิ้วเรียวสวย ดวงตาคู่งามเปล่งประกายเย้ายวน ก่อนจะเอ่ยทีเล่นทีจริงว่า

“อยากรู้เหรอ? ไปถามพี่ชายเธอสิ”

......

ตอนเย็นมีงานเลี้ยงสังสรรค์ของแผนก เมื่อสวีเป่ยหลานกลับถึงบ้าน เฉิงเหยียนก็ยังไม่กลับมา

เขาที่ดื่มเหล้ามาก็รู้สึกหงุดหงิด จึงหยิบโทรศัพท์สำรองที่มีฝุ่นจับอยู่ชั้นหนึ่งออกมาชาร์จแบตเตอรี่

ที่ผ่านมาเขาใช้โทรศัพท์เครื่องนี้ติดต่อกับเฉิงเหยียนมาโดยตลอด

หลังจากเปิดเครื่อง ข้อความและสายโทรเข้าก็หลั่งไหลเข้ามาราวกับหิมะโปรยปราย

เขาไม่แม้แต่จะเปิดดู แต่กดค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของเฉิงเหยียนโดยตรง

เมื่อโทรติด สัญญาณกลับไม่ค่อยดีนัก เสียงของหญิงสาวจากปลายสายฟังดูนุ่มนวลอ่อนโยน

“ฮัลโหล?”

สวีเป่ยหลานปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ต ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ลมหายใจของเขาเจือกลิ่นสุรา

ทางฝั่งนั้นมีทั้งเสียงร้องเพลงและเต้นรำ บรรยากาศครึกครื้นเป็นพิเศษ

เขาถามอย่างไม่พอใจ “เธอไปไหนมา ทำไมเสียงดังขนาดนี้?”

เฉิงเหยียนรู้ว่าสวีเป่ยหลานชอบความเงียบสงบมาโดยตลอด เธอจึงเดินออกห่างจากกองไฟและฝูงชน

“คุณกลับมาแล้วเหรอ?”

“อืม ตอนนั้นต้องรีบเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เลยไม่มีเวลาบอกเธอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ตอนที่เฉิงเหยียนเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงของเธอฟังดูราวกับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเลย

สวีเป่ยหลานเม้มริมฝีปาก ก่อนจะถามซ้ำอีกครั้ง “เธออยู่ที่ไหน?”

เฉิงเหยียนตอบว่า “ลี่ชวนค่ะ พาแม่ออกมาเที่ยว”

“ไปลี่ชวนทำไม? ตอนฉันกลับมาบ้านสกปรกมากจนต้องหาคนมาทำความสะอาด เธอพาแม่ออกไปหลายวันแล้วสินะ?”

น้ำเสียงตำหนิของเขาทำให้เฉิงเหยียนถึงกับพูดไม่ออก สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นเรื่องบ้านสกปรก

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกว่า ชีวิตแต่งงานครั้งนี้ไม่มีอะไรให้อาลัยอาวรณ์อีกแล้ว

เมื่อก่อนแม่ของเธอมักถูกพ่อทำร้ายร่างกายจนหัวแตกเลือดอาบอยู่บ่อยครั้ง กว่าจะหย่าร้างกันได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หลังจากนั้นกลับมาป่วยเป็นเนื้องอกในสมองอีก

ตอนนั้นเธอเคยคิดว่า เมื่อมีลูกเขยอย่างสวีเป่ยหลานอยู่ด้วย การผ่าตัดคงจะผ่านไปได้ด้วยดี

คิดไม่ถึงเลยว่าทั้งที่สวีเป่ยหลานรับปากว่าจะเป็นคนผ่าตัดให้แม่ของเธอ แต่เพียงเพราะข้อความหนึ่งจากหลินชี เขากลับโยนหน้าที่ให้ซ่งฉงโจวในตอนที่แม่ของเธอกำลังจะเข้าห้องผ่าตัด

ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะเธอต้องเฝ้ารออยู่หน้าห้องผ่าตัด เธอคงทะเลาะกับเขาไปแล้ว

สุดท้ายต่อให้ระวังป้องกันมากแค่ไหนก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้ เนื่องจากพวกเขาส่งต่องานกันไม่ดี ทำให้พยาบาลเกิดความผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลให้แม่ของเธอติดเชื้อหลังผ่าตัดและมีอาการแทรกซ้อนหลงเหลืออยู่มากมาย

เธอตั้งใจเลือกคนที่ตัวเองไว้วางใจมากที่สุด แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง นี่คือสิ่งที่เฉิงเหยียนไม่อาจให้อภัยได้มากที่สุด

เขาว่ากันว่าลูกเขยก็เปรียบเสมือนลูกชายครึ่งหนึ่ง แต่เธอกลับผิดหวังในตัวสามีที่ตัวเองเลือกมาเป็นอย่างมาก

บทสนทนาเงียบลง เธอจึงถามขึ้นมาลอย ๆ ว่า “คุณดื่มเหล้ามาเหรอ?”

น้ำเสียงของสวีเป่ยหลานอ่อนโยนขึ้นอย่างหาได้ยาก “อืม วันนี้มีความสุขน่ะ”

เฉิงเหยียนยิ้มออกมาอย่างไร้เสียง

คนที่ควรไปก็ไปแล้ว ส่วนคนที่ควรกลับมาก็กลับมาแล้ว ย่อมต้องมีความสุขอยู่แล้วสิ

“อีกหนึ่งสัปดาห์ฉันก็จะกลับไปแล้วค่ะ พอกลับไปเราก็ไปจัดการเรื่องเอกสารกันเถอะ”

เอกสารงั้นเหรอ?

สวีเป่ยหลานเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่ต้องรีบ”

เฉิงเหยียนตอบว่า “ค่ะ”

-

หลังจากคุยโทรศัพท์กับสวีเป่ยหลานแล้ว ก้อนหินหนักอึ้งที่ทับอยู่ในใจเฉิงเหยียนก็เหมือนกลายเป็นปุยนุ่นที่ค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา

แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย

ความจริงแล้ว หลายวันที่อยู่ลี่ชวน เธอไม่ได้มีความสุขเท่าไรนัก

ใครบ้างที่เพิ่งแต่งงานเป็นครั้งแรกแล้วไม่อยากใช้ชีวิตคู่ให้ดี?

เธออดสงสัยไม่ได้ว่าสวีเป่ยหลานจะมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องหย่า เขาจะพูดอะไรกับเธอบ้าง

เธอเคยคิดว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะพูดขอโทษอะไรบ้างสิ?

อย่างเช่น เขาดูแลเธอได้ไม่ดี ไม่เคยใส่ใจแม่ของเธอ การที่เธอมีลูกไม่ได้ไม่ใช่ความผิดของเธอ และหากในอนาคตมีปัญหาอะไร ก็ยังสามารถมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้ เป็นต้น

ด้วยการอบรมเลี้ยงดูของคนตระกูลสวี พวกเขามักชอบทำอะไรเพื่อรักษาหน้าตาแบบนี้อยู่แล้ว

แต่สุดท้าย สิ่งที่เขาพูดกลับมีเพียงแค่ ‘ไม่ต้องรีบ’

ปฏิกิริยาของเขาช่างสมกับเป็น ‘สวีเป่ยหลาน’ จริง ๆ เธอคงประเมินความสำคัญของตัวเองสูงเกินไป

“เหยียนเหยียน...”

เธอหันไปมอง “มีอะไรเหรอคะแม่?”

“ถ่ายรูปให้แม่หน่อย”

“โอเค แม่ยืนตรงนี้นะ แบบนี้ เอาเท้าไว้แบบนี้ ใช่แล้ว...”

เฉิงเหยียนมองแม่ที่ยืนถ่ายรูปอยู่หน้ากำแพงดอกไม้อย่างมีความสุข แม้บนศีรษะจะยังมีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด จมูกของเธอก็พลันแสบร้อนขึ้นมาเล็กน้อย

เธอแต่งงานและยังไว้ใจคนผิด จนทำให้แม่ต้องพลอยทุกข์ทรมานไปด้วย

ช่วงบ่าย สองแม่ลูกไปชมการแสดงร้องรำขนาดใหญ่ของชนเผ่าน่าซีเรื่อง ‘กลับบ้าน’ ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

เฉินเฟินอวี้สวมหมวกสีแดงใบเล็กนั่งอยู่ท่ามกลางผู้ชม ปรบมืออย่างตื่นเต้นราวกับเด็กน้อย

ด้านหลังมีนักท่องเที่ยวสองคนกระซิบกระซาบกันว่า “ป้าคนข้างหน้านั่นทำไมดูเหมือนคนปัญญาอ่อนเลยล่ะ สติปัญญาไม่ปกติเหรอ?”

คำพูดนั้นบาดหูเฉิงเหยียนอย่างมาก

สีหน้าเธอบึ้งตึง ก่อนจะหันขวับไปถลึงตาใส่คนทั้งสอง ทำเอาพวกเขาสะดุ้งตกใจ

เธอหันกลับมามองเฉินเฟินอวี้ ยื่นมือไปลูบแก้มด้านข้างของแม่เบา ๆ ก่อนจะถ่ายภาพรอยยิ้มอันไร้เดียงสาของแม่เก็บไว้ แล้วโพสต์ลงในหน้าอินสตาแกรม

ตอนกลางคืนที่โรงแรม เฉินเฟินอวี้หลับไปแล้ว

เฉิงเหยียนรู้สึกเบื่อ จึงนั่งเลื่อนดูหน้าอินสตาแกรมเงียบ ๆ แล้วก็เห็นว่าสวีเป่ยหลานกดถูกใจโพสต์ของอาจารย์โจวที่เกี่ยวกับการจิบชาและชมดอกไม้

ซ่งฉงโจวเองก็กดถูกใจเช่นกัน

ปลายนิ้วของเธอชะงักค้างอยู่บนหน้าจอโดยไม่รู้ตัว

รูปถ่ายของแม่เธอบังเอิญอยู่คั่นกลางระหว่างโพสต์ทั้งสองของอาจารย์โจวพอดี แต่พวกเขากลับเลื่อนผ่านมันไป

เมื่อเลื่อนลงไปอีก เธอก็เห็นรูปถ่ายหมู่ใบใหญ่ที่ซ่งฉงโจวโพสต์ไว้เมื่อเช้าวานนี้ พร้อมข้อความประกอบว่า

เทพธิดาแห่งแผนกศัลยกรรมประสาทกลับมาแล้ว! โปรยดอกไม้ต้อนรับ!

ไม่เพียงแต่คนในแผนกของพวกเขาจะมากันครบ แม้แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้บริหารระดับสูงอีกหลายคนก็มาร่วมด้วย คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สวีซีช่านก็ยังอยู่ในภาพด้วย ช่างเป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย

ทุกคนต่างยิ้มแย้มขณะช่วยกันยกหญิงสาวผู้เย็นชางดงามและมีบุคลิกโดดเด่นคนหนึ่งขึ้นในแนวนอน

ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นมีร่างสูงสง่างามของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและท่าทางเย็นชายืนอยู่ตรงกลาง เขาจับมือหลินชีเอาไว้แน่น แสดงออกถึงความต้องการปกป้องเธออย่างเต็มเปี่ยม

สวีเป่ยหลานเองก็กดถูกใจโพสต์นี้เช่นกัน

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 30

    “สวีเป่ยหลาน...”“ฉันนึกว่าเธอเป็นใบ้ไปแล้วเสียอีก”คำพูดร้ายกาจของเขากระทบกระเทือนจิตใจจนเฉิงเหยียนชะงักไปครึ่งวินาที เธอรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมากผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมีดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหันมาทำร้ายเธออีกเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีการศึกษาสูงอย่างเขาถึงได้มอบความร้ายกาจทั้งหมดให้เธอเพียงคนเดียวพวกเขาก็ใกล้จะหย่ากันอยู่แล้ว จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ?ชีวิตแต่งงานที่กำลังจะสิ้นสุดลง ไม่สามารถจากกันด้วยดีได้เลยหรือไง?สวีเป่ยหลานผลักเธอขึ้นรถปัง!เสียงปิดประตูรถดังสนั่นจนเฉิงเหยียนรู้สึกเจ็บหู แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัวอย่างไร้จังหวะสวีเป่ยหลานขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องทำความร้อนเมื่อร่างกายเผชิญกับอากาศหนาวเย็นสลับกับความร้อนอย่างกะทันหัน เฉิงเหยียนก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ผิวหนังทั่วร่างร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารถขับออกห่างจากโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ เธอก็รีบถามเขาว่า“คุณจะพาฉันไปไหน? ฉันจะกลับโรงพยาบาล”สวีเป่ยหลานจับพวงมาลัยแน่น ใบหน้าเคร่งเครียด โครงหน้าด้านข้างคมชัดราวกับรูปปั้นเขาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“กล

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 29

    “เห็นท่าทางที่รุ่นพี่โจวปกป้องเธอแล้ว ฉันนึกว่าเป็นแฟนสาวหรือไม่ก็คนรักคนโปรดของเขาเสียอีก”คนหนึ่งเสนอขึ้นว่า “เรื่องนี้ควรบอกเป่ยหลานสักหน่อยไหม?”เฉิงเหยียนหิวจนแทบทนไม่ไหว เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารร้อน ๆ เธอก็เริ่มกินคำโตต่อหน้าโจวซีเหยาอย่างไม่เกรงใจโจวซีเหยาแทบไม่ได้ขยับตะเกียบ เขามองเธออย่างสนอกสนใจท่าทางกินอย่างตะกละตะกลามที่ยังแฝงความไร้เดียงสา ดูน่ารักราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังกินอาหารเฉิงเหยียนรู้ตัวว่าตัวเองเสียกิริยาแล้ว จึงยิ้มอย่างเขินอาย“พี่ซีเหยา ฉันทำตัวไม่ค่อยสำรวมเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”โจวซีเหยาตักซุปไข่ใส่ถ้วยแล้ววางไว้ข้างมือเธอ“เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยดี ระวังติดคอนะ”เฉิงเหยียนแก้มป่อง ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว“พี่ซีเหยา อาหารจีนทางเหนือของร้านนี้รสชาติเหมือนที่บ้านเกิดฉันทำเลยค่ะ เป็นรสชาติต้นตำรับจริง ๆ”“อย่างนั้นเหรอ? สงสัยพ่อครัวก็คงเป็นคนทางเหนือเหมือนกัน”พอพูดถึงบ้านเกิด เฉิงเหยียนก็เริ่มพูดคุยอย่างออกรส เธอนึกถึงเรื่องสนุก ๆ ขึ้นมาได้มากมายโจวซีเหยาบอกเธอว่า “พี่เคยไปแถวบ้านเธอด้วยนะ เป็นเมืองชายแดนที่หนาวมาก ฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 28

    สวีเป่ยหลานรู้ว่าเธอเห็นแล้วแต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร“ตอนเฝ้าติดตามคลื่นไฟฟ้าสมอง ญาติผู้ป่วยไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนได้ เธอกลับโรงแรมไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยมารับแม่”เฉิงเหยียนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ฉันจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแม่”สวีเป่ยหลานไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนล่ะ”“ไปเถอะ”เฉิงเหยียนมองแผ่นหลังของเขาที่รีบร้อนรับโทรศัพท์พร้อมกับเรียกชื่อ “หลินชี” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะกระตุกมุมปากเล็กน้อยเธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวในทางเดิน สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงรสขมปร่าในปากเขาสามารถพูดจาอ่อนโยนกับหลินชี กับคนไข้ หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านกัน เขาก็ยังสุภาพมีมารยาทมีเพียงกับเธอเท่านั้นที่เขาพูดจาเย็นชา ทำให้เธอรับรู้ถึงความรังเกียจที่เขามีต่อเธอใครจะชอบให้คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองแบบนี้กัน? เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครเสียหน่อย สู้ไม่ต้องพบหน้ากันอีกจะดีกว่าประตูห้องตรวจไม่ได้ปิดสนิท เธอจึงได้ยินเสียงแพทย์ที่อยู่ข้างในเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า“นายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของสวีเป่ยหลานเหรอ? แล้วคนไข้ที่อยู่ในห้องเฝ้าติ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 27

    “ได้สิ พรุ่งนี้ตอนเย็นพี่จะมารับเธอไปด้วยกัน”เฉิงเหยียนพยักหน้า “แล้วเจอกันนะคะ”ทั้งสองนัดหมายกันเรียบร้อย โดยลืมสวีเป่ยหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปเสียสนิทขณะที่กำลังปิดประตู โจวซีเหยาหันไปมองสวีเป่ยหลานในสายตาของสวีเป่ยหลาน ดูเหมือนแววตาของอีกฝ่ายจะแฝงการยั่วยุท้าทายหลังจากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วอย่างเลือนรางระหว่างทางไปโรงพยาบาล สวีเป่ยหลานเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงมีเพียงตอนที่เฉินเฟินอวี้พูดกับเขาเท่านั้น เขาถึงจะตอบกลับมาสักสองสามคำ แต่เฉินเฟินอวี้กลับชอบพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับลูกเขยของเธอเป็นพิเศษเฉิงเหยียนนั่งอยู่ข้างสวีเป่ยหลานโดยเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้มากทีเดียวเธออยากบอกแม่เหลือเกินว่า แม่คะ เขาไม่อยากคุยกับแม่ด้วยซ้ำ แม่เลิกชวนเขาคุยสักทีได้ไหม?หลังลงจากรถ เฉินเฟินอวี้ก็กางร่มสำหรับคนเดียวให้ตัวเอง แล้วส่งร่มขนาดใหญ่สำหรับสองคนให้เฉิงเหยียน เพื่อให้เธอใช้ร่วมกับสวีเป่ยหลานเฉิงเหยียนพยายามคว้าตัวแม่เอาไว้ แต่กลับคว้าไม่ทัน“แม่คะ แม่เอาร่มของแม่ให้เป่ยหลานเถอะ หนูกับแม่ใช้ร่มคันเดียวกัน”เสียงฝนดังซู่ซ่าไม่หยุด เฉินเฟินอวี้ทำราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะเดิน

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 26

    เขาขยับตัวมาบังเฉิงเหยียนเอาไว้ครึ่งหนึ่ง “พี่เหยา มาแต่เช้าขนาดนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?”โจวซีเหยายื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้“ของใหม่ ฉันยังไม่เคยใส่”ช่างรอบคอบและเข้าใจอีกฝ่ายดีเหลือเกินหางตาของสวีเป่ยหลานราวกับมีชั้นน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับเฉิงเหยียนคิดว่าเขาคงถือตัวไม่อยากเสียหน้า จึงยื่นมือไปรับแทน“ขอบคุณค่ะพี่ซีเหยา”“เรื่องเล็กน้อย”เฉิงเหยียนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก คราวนี้สวีเป่ยหลานก็มีเสื้อผ้าสะอาดแห้งสนิทใส่แล้ว คงไม่ทำหน้าบึ้งตึงอีกแล้วใช่ไหม?เธอรู้สึกขอบคุณโจวซีเหยาอยู่ในใจต่างจากโจวซีเหยาที่คอยคำนึงถึงความรู้สึกของเธอกับแม่ในทุกเรื่อง สวีเป่ยหลานเป็นคนที่ค่อนข้างยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ทุกคนกลับชอบประคบประหงมบุรุษผู้สูงส่งเย็นชาราวกับดอกไม้บนยอดเขาคนนี้เฉิงเหยียนใช้ชีวิตร่วมกับเขามาหนึ่งปี จึงได้รับผลกระทบจากนิสัยนี้อย่างเต็มที่โชคดีที่อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นแล้วเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าลมหายใจของสวีเป่ยหลานเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆโจวซีเหยาตอบรับ ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหยุดอยู่บนมือของเฉิงเหยียน รอยยิ้มของเขาชะงักไปทันทีเฉิงเหยียนก้มลง

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 25

    เธอหยิบเสื้อขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆประตูเปิดออกพร้อมกับไอร้อนชื้นที่ลอยออกมาเป็นระลอกเฉิงเหยียนยื่นมือไปตรงประตูแต่กลับไม่มีใครรับไป“เอาไปสิ”“เธอเข้ามาข้างใน”เฉิงเหยียนแสดงท่าทีรักษาระยะห่างอย่างชัดเจน “สวีเป่ยหลาน ถ้าคุณไม่ใส่ ฉันจะเก็บแล้วนะ”ฝ่ามือใหญ่ขาวผ่องที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนของชายหนุ่มยื่นออกมา เธอโยนเสื้อยืดใส่มือเขาทันทีโดยไม่แตะโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อยประตูห้องน้ำไม่ได้ปิดลง มีเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเบา ๆ จากด้านในขณะเขากำลังแต่งตัวเฉิงเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก จึงรีบเดินออกจากห้องแล้วกลับไปนอน......ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ขณะที่เธอกำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่แต่เธอง่วงมากจริง ๆ จึงนึกว่าตัวเองกำลังฝันไปผ่านไปอีกพักหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาของเฉินเฟินอวี้ถามขึ้นมาอย่างเลือนราง“เป่ยหลาน ลูกกับเหยียนเหยียนทะเลาะกันเหรอ?”ชายหนุ่มตอบว่า “เปล่าครับแม่ แม่อย่าคิดมากเลย”“เหยียนเหยียนพาแม่ออกมาเที่ยว ไม่ได้อยู่บ้านมาตั้งเดือนกว่าแล้ว ลูกคงโกรธสินะ? ถ้าจะโทษก็โทษแม่เถอะ อย่าโทษเหยียนเหยียน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status