Compartir

บทที่ 6

Autor: ชาดจันทร์
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเคยรับปากกับเธอว่าจะรักและทะนุถนอมเธอไปตลอดชีวิต

ภายในห้องไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ อากาศที่อบอ้าวร้อนชื้นเจือด้วยบรรยากาศคลุมเครือชวนให้รู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องบางเรื่องดูเหมือนว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ก็ควรจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ทั้งสองสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกมากมายซุกซ่อนอยู่ในแววตา

หลินชียื่นมืออย่างรอคอย

เวลาผ่านไปทีละวินาที

ทว่าสิ่งที่สวีเป่ยหลานยื่นมาให้กลับเป็นเพียงชาขิงร้อนหนึ่งแก้ว

“ดื่มแล้วก็นอนพักให้เต็มที่ ในตู้ติดผนังห้องน้ำมีของใช้สำหรับช่วงมีประจำเดือนอยู่ ถ้ายังปวดหนักก็ไปโรงพยาบาล”

สวีเป่ยหลานเอ่ยพลางถอนหายใจ “หลินชี เธออย่าดื้อให้มากนักเลย”

เอ่ยจบ เขาก็หันหลังเดินออกไป

“สวีเป่ยหลาน...” หลินชีลุกขึ้นนั่งตัวตรงด้วยความขุ่นเคือง

เธอมองแผ่นหลังของเขาที่หยุดชะงัก ก่อนจะแค่นยิ้มเย็นชา “ทำไมล่ะ? พอบอกว่านายเป็นคนมีเมียแล้ว นายก็คิดจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้สูงส่งขึ้นมาจริง ๆ เลยหรือไง?”

แผ่นหลังของสวีเป่ยหลานแข็งเกร็งไปทันที เขาหันกลับมามองเธอพร้อมขมวดคิ้วมุ่น

หลินชีมีท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งทะนง

“สวีเป่ยหลาน ตกลงนายต้องการให้ฉันทำยังไงกันแน่?”

สุดท้ายสวีเป่ยหลานก็ไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินออกไปด้วยใบหน้าเย็นชา ก่อนจะปิดประตูให้เธอเรียบร้อย

“สวีเป่ยหลาน!”

-

สวีเป่ยหลานย้ายกลับไปอยู่บ้านตระกูลสวีแล้ว

นับตั้งแต่แต่งงาน เขาก็ย้ายออกไปอยู่กับเฉิงเหยียนตามลำพัง ทำให้พ่อแม่สวี รวมถึงปู่กับย่าของเขาปรับตัวกันไม่ค่อยได้อยู่พักใหญ่

ครั้งนี้เมื่อเขาย้ายกลับมา คนในครอบครัวต่างก็ดีอกดีใจกันมาก

สวีซีช่านกลับมาถึงบ้านในวันที่ไม่มีเรียน พอเห็นเขาก็อดถามขึ้นมาไม่ได้

“พี่หลินชีปวดประจำเดือนอยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมพี่ไม่อยู่บ้านคอยดูแลเธอล่ะ?”

สวีเป่ยหลานอ่านวารสารทางการแพทย์ไปพลางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ปกติเธอจะปวดหนักแค่วันแรก พอผ่านไปก็หายแล้ว”

“ถึงอย่างนั้นพี่ก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนเธอสิ คุณหมอสวีผู้ยิ่งใหญ่ไม่รู้เหรอว่าช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ผู้หญิงอ่อนแอที่สุดน่ะ? รีบกลับไปเลย...”

สวีเป่ยหลานปรายตามองเธออย่างไม่พอใจ ก่อนจะถือวารสารลุกจากโซฟาแล้วเดินขึ้นชั้นบน

“พี่! พี่นี่มันแข็งทื่อจริง ๆ เลย!”

สวีซีช่านรู้สึกโมโหที่พี่ชายช่างไม่เอาไหนเสียเลย

เธอทนเห็นหลินชีต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดประจำเดือนอยู่คนเดียวไม่ได้ จึงรีบวิ่งไปเอาใจ ‘ว่าที่พี่สะใภ้’ แทนสวีเป่ยหลาน

ตอนแรกหลินชีนึกว่าสวีเป่ยหลานกลับมาแล้ว

แต่พอเปิดประตูเห็นว่าเป็นสวีซีช่าน เธอก็กลับไปนอนบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง

สวีซีช่านถามด้วยความลังเล “พี่หลินชี พี่กับพี่ชายหนูเป็นอะไรกันเหรอ?”

หลินชีกอดหมอนพลางถามกลับ “พี่ชายเธอพูดอะไรหรือเปล่า?”

“ก็ไม่ได้พูดอะไรหรอก แต่พวกพี่สองคนทำตัวอึดอัดใส่กันแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ ๆ”

สวีซีช่านรู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี และรู้ด้วยว่าหลินชีเป็นคนที่ทนเห็นอะไรขัดหูขัดตาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

เธอขยับเข้าไปนั่งชิดหลินชีแล้วเกลี้ยกล่อมว่า

“พี่หลินชี ความจริงเมื่อหนึ่งปีก่อนที่จู่ ๆ พี่ก็จากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว พี่ชายหนูเสียใจมากนะ เขาแค่โมโหชั่ววูบถึงได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”

“เพราะฉะนั้น พี่อย่าโกรธพี่ชายหนูเพียงเพราะเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเลยนะ อย่าทำหน้าบึ้งใส่เขาเลย ยังไงพวกเขาสองคนก็ใกล้จะหย่ากันแล้ว”

หลินชีรู้สึกขุ่นเคืองใจ

เพียงแค่เธอกระดิกนิ้วเรียก ก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในวงการแพทย์กับคุณชายตระกูลร่ำรวยมากมายแค่ไหนที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาหาเธอ

แต่สวีเป่ยหลานกลับเป็นข้อยกเว้น เขาทั้งเจ้าคิดเจ้าแค้นและเอาใจยากเสียเหลือเกิน

“ซีช่าน พี่ชายเธอจะหย่าจริงเหรอ?”

สวีซีช่านตอบอย่างมั่นใจ “จริงสิ หนังสือข้อตกลงหย่าก็เซ็นกันเรียบร้อยแล้ว เซ็นต่อหน้าคนทั้งครอบครัวเราเลยนะ”

หลินชีถาม “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยังไม่ไปดำเนินการหย่าล่ะ?”

“ผู้หญิงคนนั้นอยากยื้อพี่ชายหนูเอาไว้ ตัดใจหย่าไม่ได้ ก็เลยพาแม่ไปเที่ยวลี่ชวน เห็นไหมว่าเธอมีแผนการมากแค่ไหน?”

สวีซีช่านเอ่ยอย่างเคียดแค้น

“คอยดูเถอะ พี่คิดว่าพี่ชายหนูไม่รีบเหรอ? รอให้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาก่อน พี่ชายหนูจะหย่ากับเธอทันที”

หลินชีพยักหน้า “หล่อนเอาแต่โทรหาพี่ชายเธออยู่เรื่อย ก็ไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่”

ทันทีที่สวีซีช่านได้ยิน ดวงตาสุกใสของเธอก็ลุกวาวด้วยความโกรธ

“เธอจงใจทำให้พี่ชายหนูนึกถึงตัวเองอยู่ตลอดนั่นแหละ ต่อหน้าก็รับปากอย่างง่ายดาย แต่ลับหลังกลับยังตามตื๊อพี่ชายหนูไม่เลิก”

หลินชีมองดูเธอระบายอารมณ์โกรธอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้อธิบายเลยว่า ความจริงแล้วสวีเป่ยหลานต่างหากที่เป็นฝ่ายโทรหาเฉิงเหยียนก่อนทุกครั้ง

ดังนั้นในคืนนั้น เฉิงเหยียนจึงได้เห็นโพสต์ในหน้าอินสตาแกรมที่สวีซีช่านโพสต์เอาไว้

ซ่งฉงโจวกดถูกใจและแสดงความคิดเห็นว่า: สองสาวสวย

สวีซีช่านกับหลินชีถ่ายรูปคู่กันอย่างสนิทสนมหลายภาพ

ฉากหลังเป็นสถานที่ที่เฉิงเหยียนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือห้องของเธอ บนเตียงของเธอ และผ้าปูที่นอนที่เธอปูด้วยมือตัวเอง

เสื้อผ้าที่หลินชีสวมอยู่ก็ดูคุ้นตาเช่นกัน มันคือเสื้อเชิ้ตสีขาวของสวีเป่ยหลาน

เสื้อเชิ้ตของเขาทุกตัวเป็นเสื้อสั่งตัดพิเศษ ราคาแพงและมีค่าอย่างมาก แต่ละตัวล้วนเป็นเฉิงเหยียนที่ค่อย ๆ ใช้มือตั้งใจขยี้ซักอย่างระมัดระวังทีละนิด

ส่วนเสื้อผ้าและข้าวของบางอย่างที่เธอทิ้งเอาไว้ในบ้านของสวีเป่ยหลานกลับถูกเก็บใส่ถุงราวกับขยะแล้วนำไปโยนทิ้งไว้หน้าประตู

สวีซีช่านเขียนข้อความประกอบว่า:

ขอให้ความโชคร้ายไสหัวไปซะ ขอให้คนรักได้ครองคู่กันสักที ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวเรา! พี่หลินชี ครั้งนี้เราจะไม่มีวันพูดคำว่าลาก่อนอีกแล้วนะ~จุ๊บ ๆ~

เฉิงเหยียนยิ้มออกมา เห็นได้ชัดว่าจงใจให้เธอเห็นโพสต์นี้

เธอกับสวีเป่ยหลานยังไม่ได้หย่ากันเลย แต่คนตระกูลสวีกลับกล้าประกาศกันอย่างเอิกเกริกขนาดนี้เชียวเหรอ?

ไม่เป็นไร เธอบันทึกรูปภาพเอาไว้ พอกลับไปจะเรียกค่าเสียหายจากสวีซีช่าน ของหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่ได้

เธออยากจะรู้นักว่าคนตระกูลสวีจะกล้าเบี้ยวไม่ชดใช้หรือเปล่า?

สวีเป่ยหลานไม่ค่อยเลื่อนดูหน้าอินสตาแกรมเท่าไรนัก กว่าเขาจะเห็นโพสต์ของสวีซีช่านก็เป็นตอนเย็นของวันถัดไปแล้ว

เขาตำหนิสวีซีช่านเสียยกใหญ่และสั่งให้เธอลบโพสต์นั้นทิ้ง

สวีซีช่านไม่ยอม “ตอนนี้พี่ปกป้องผู้หญิงคนนั้นแล้วเหรอ? มิน่าพี่หลินชีถึงได้รู้สึกไม่มั่นคงขนาดนั้น พี่ไม่รู้สึกผิดต่อพี่หลินชีบ้างหรือไง?”

สวีเป่ยหลานเอ่ยอย่างเย็นชา “ถ้าเธอยังทำตัวไม่รู้ความแบบนี้อีก พี่ก็จะไม่ถือว่าเธอเป็นน้องสาวอีกต่อไป”

“พี่บ้าไปแล้วเหรอ? พี่จะตัดพี่ตัดน้องกับหนูเพราะผู้หญิงคนนั้นเนี่ยนะ?”

เสียงทะเลาะกันของสองพี่น้องทำให้เหอหมิ่นเจินเดินเข้ามา

“ปู่สุขภาพไม่ดี ตอนนี้ทั้งปู่กับย่าก็หลับกันหมดแล้ว พวกแกสองคนทะเลาะอะไรกัน?”

ปู่ของสวีเป่ยหลานเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาครึ่งปีแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้อาการหนักจนถึงขั้นวิกฤต เพิ่งจะรับกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้เมื่อสองสามวันนี้เอง

สวีซีช่านเป็นคนเอาแต่ใจมาตลอด เธอชี้หน้าสวีเป่ยหลานแล้วตะโกนเสียงต่ำด้วยความโกรธ “แม่ก็ถามเขาเองสิ!”

สวีเป่ยหลานยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา ริมฝีปากบางเม้มแน่น หางตาฉายแววคมกริบดุดัน

เหอหมิ่นเจินมองเห็นโพสต์ในหน้าอินสตาแกรมที่สวีซีช่านโพสต์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็เข้าใจทันที

ความจริงตอนที่เธอเห็นโพสต์นั้น เธอเองก็คิดจะพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

เธอพาสวีซีช่านกลับไปที่ห้องนอน ก่อนจะเอ่ยเตือนอย่างจริงจังและหวังดี

“พี่ชายลูกยังไม่ได้หย่า ลูกอย่าทำอะไรเอิกเกริกขนาดนี้สิ วงการแพทย์แข่งขันกันดุเดือด ถ้ามีคนอื่นจับจุดอ่อนได้ ต่อไปพี่ชายลูกจะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปได้ยังไง?”

“ถึงยังไงหลินชีก็ยังไม่ได้แต่งงานเข้าบ้านเรา ลูกโพสต์อะไรแบบนี้มันก็ไม่ดีต่อชื่อเสียงของเธอเหมือนกัน”

เมื่อสวีซีช่านได้ฟังคำพูดของแม่ เธอลองคิดดูแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล

เธอเบ้ปากพลางเอ่ยอย่างอัดอั้น “หนูก็ไม่ได้พูดตรง ๆ เสียหน่อยว่าพี่หลินชีเป็นพี่สะใภ้หนู อีกอย่างพี่หลินชีเองก็เห็นด้วยที่จะให้โพสต์นะ”

เหอหมิ่นเจินเอ่ยว่า “รีบลบโพสต์ซะ ถ้าพ่อลูกเห็นเข้าได้ด่าลูกแน่”

“โอ๊ย หนูบล็อกไม่ให้พ่อเห็นโพสต์ไปตั้งนานแล้ว พ่อน่ะเรื่องเยอะจะตาย”

เหอหมิ่นเจินถลึงตาใส่เธอ “ลูกอย่าไปยั่วโมโหเฉิงเหยียนอีก ถ้าบีบคั้นจนเธอหมดความอดทนแล้วไม่ยอมหย่ากับพี่ชายลูกขึ้นมาจะยุ่งยากเอาได้นะ ปู่ของลูกยังไม่รู้เรื่องน่าปวดหัวในบ้านพวกนี้เลย”

สวีซีช่านยกโทรศัพท์ขึ้นให้แม่ดู “รู้แล้ว ๆ ลบแล้ว”

เหอหมิ่นเจินเดินออกจากห้องลูกสาว แล้วเห็นว่าสวีเป่ยหลานยังอยู่ชั้นล่าง

เธอสังเกตความเคลื่อนไหวภายในบ้าน ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชายแล้วถามเสียงเบา

“ทำไมเฉิงเหยียนยังไม่กลับมาอีก?”

เธอบ่นให้สวีเป่ยหลานฟังอยู่สองสามประโยค แสดงความไม่พอใจอย่างมากที่เฉิงเหยียนพาแม่ไปเที่ยวลี่ชวน

สวีเป่ยหลานปรายตามองเหอหมิ่นเจิน ก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบเฉย “เธอพาแม่ออกไปเที่ยวพักผ่อน นั่นก็เป็นผลดีต่ออาการป่วย พวกแม่ไม่ต้องไปยุ่งหรอก”

“แต่ปู่โจวของลูกบอกว่าเธอขอลางานแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น ลองนับวันดู ตอนนี้ก็น่าจะครบกำหนดแล้วนะ”

ยิ่งคิดเหอหมิ่นเจินก็ยิ่งไม่สบายใจ หรือว่าเฉิงเหยียนจะเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก จงใจยื้อเวลาเอาไว้กันแน่

ถ้าหล่อนคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้จริงละก็ ตระกูลสวีก็มีวิธีจัดการมากมายเหมือนกัน อย่าหาว่าเธอที่เป็นแม่สามีไม่เกรงใจก็แล้วกัน

ไม่ว่ายังไง จะปล่อยให้หล่อนมาขัดขวางความสุขในชีวิตครึ่งหลังของลูกชายเธอไม่ได้เด็ดขาด

เธอถามว่า “เฉิงเหยียนบอกลูกแล้วใช่ไหมว่าจะไปดำเนินการเรื่องเอกสารกันเมื่อไหร่?”

เอกสารงั้นเหรอ? สวีเป่ยหลานขมวดคิ้ว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 30

    “สวีเป่ยหลาน...”“ฉันนึกว่าเธอเป็นใบ้ไปแล้วเสียอีก”คำพูดร้ายกาจของเขากระทบกระเทือนจิตใจจนเฉิงเหยียนชะงักไปครึ่งวินาที เธอรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมากผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมีดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหันมาทำร้ายเธออีกเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีการศึกษาสูงอย่างเขาถึงได้มอบความร้ายกาจทั้งหมดให้เธอเพียงคนเดียวพวกเขาก็ใกล้จะหย่ากันอยู่แล้ว จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ?ชีวิตแต่งงานที่กำลังจะสิ้นสุดลง ไม่สามารถจากกันด้วยดีได้เลยหรือไง?สวีเป่ยหลานผลักเธอขึ้นรถปัง!เสียงปิดประตูรถดังสนั่นจนเฉิงเหยียนรู้สึกเจ็บหู แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัวอย่างไร้จังหวะสวีเป่ยหลานขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องทำความร้อนเมื่อร่างกายเผชิญกับอากาศหนาวเย็นสลับกับความร้อนอย่างกะทันหัน เฉิงเหยียนก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ผิวหนังทั่วร่างร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารถขับออกห่างจากโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ เธอก็รีบถามเขาว่า“คุณจะพาฉันไปไหน? ฉันจะกลับโรงพยาบาล”สวีเป่ยหลานจับพวงมาลัยแน่น ใบหน้าเคร่งเครียด โครงหน้าด้านข้างคมชัดราวกับรูปปั้นเขาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“กล

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 29

    “เห็นท่าทางที่รุ่นพี่โจวปกป้องเธอแล้ว ฉันนึกว่าเป็นแฟนสาวหรือไม่ก็คนรักคนโปรดของเขาเสียอีก”คนหนึ่งเสนอขึ้นว่า “เรื่องนี้ควรบอกเป่ยหลานสักหน่อยไหม?”เฉิงเหยียนหิวจนแทบทนไม่ไหว เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารร้อน ๆ เธอก็เริ่มกินคำโตต่อหน้าโจวซีเหยาอย่างไม่เกรงใจโจวซีเหยาแทบไม่ได้ขยับตะเกียบ เขามองเธออย่างสนอกสนใจท่าทางกินอย่างตะกละตะกลามที่ยังแฝงความไร้เดียงสา ดูน่ารักราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังกินอาหารเฉิงเหยียนรู้ตัวว่าตัวเองเสียกิริยาแล้ว จึงยิ้มอย่างเขินอาย“พี่ซีเหยา ฉันทำตัวไม่ค่อยสำรวมเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”โจวซีเหยาตักซุปไข่ใส่ถ้วยแล้ววางไว้ข้างมือเธอ“เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยดี ระวังติดคอนะ”เฉิงเหยียนแก้มป่อง ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว“พี่ซีเหยา อาหารจีนทางเหนือของร้านนี้รสชาติเหมือนที่บ้านเกิดฉันทำเลยค่ะ เป็นรสชาติต้นตำรับจริง ๆ”“อย่างนั้นเหรอ? สงสัยพ่อครัวก็คงเป็นคนทางเหนือเหมือนกัน”พอพูดถึงบ้านเกิด เฉิงเหยียนก็เริ่มพูดคุยอย่างออกรส เธอนึกถึงเรื่องสนุก ๆ ขึ้นมาได้มากมายโจวซีเหยาบอกเธอว่า “พี่เคยไปแถวบ้านเธอด้วยนะ เป็นเมืองชายแดนที่หนาวมาก ฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 28

    สวีเป่ยหลานรู้ว่าเธอเห็นแล้วแต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร“ตอนเฝ้าติดตามคลื่นไฟฟ้าสมอง ญาติผู้ป่วยไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนได้ เธอกลับโรงแรมไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยมารับแม่”เฉิงเหยียนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ฉันจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแม่”สวีเป่ยหลานไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนล่ะ”“ไปเถอะ”เฉิงเหยียนมองแผ่นหลังของเขาที่รีบร้อนรับโทรศัพท์พร้อมกับเรียกชื่อ “หลินชี” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะกระตุกมุมปากเล็กน้อยเธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวในทางเดิน สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงรสขมปร่าในปากเขาสามารถพูดจาอ่อนโยนกับหลินชี กับคนไข้ หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านกัน เขาก็ยังสุภาพมีมารยาทมีเพียงกับเธอเท่านั้นที่เขาพูดจาเย็นชา ทำให้เธอรับรู้ถึงความรังเกียจที่เขามีต่อเธอใครจะชอบให้คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองแบบนี้กัน? เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครเสียหน่อย สู้ไม่ต้องพบหน้ากันอีกจะดีกว่าประตูห้องตรวจไม่ได้ปิดสนิท เธอจึงได้ยินเสียงแพทย์ที่อยู่ข้างในเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า“นายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของสวีเป่ยหลานเหรอ? แล้วคนไข้ที่อยู่ในห้องเฝ้าติ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 27

    “ได้สิ พรุ่งนี้ตอนเย็นพี่จะมารับเธอไปด้วยกัน”เฉิงเหยียนพยักหน้า “แล้วเจอกันนะคะ”ทั้งสองนัดหมายกันเรียบร้อย โดยลืมสวีเป่ยหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปเสียสนิทขณะที่กำลังปิดประตู โจวซีเหยาหันไปมองสวีเป่ยหลานในสายตาของสวีเป่ยหลาน ดูเหมือนแววตาของอีกฝ่ายจะแฝงการยั่วยุท้าทายหลังจากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วอย่างเลือนรางระหว่างทางไปโรงพยาบาล สวีเป่ยหลานเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงมีเพียงตอนที่เฉินเฟินอวี้พูดกับเขาเท่านั้น เขาถึงจะตอบกลับมาสักสองสามคำ แต่เฉินเฟินอวี้กลับชอบพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับลูกเขยของเธอเป็นพิเศษเฉิงเหยียนนั่งอยู่ข้างสวีเป่ยหลานโดยเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้มากทีเดียวเธออยากบอกแม่เหลือเกินว่า แม่คะ เขาไม่อยากคุยกับแม่ด้วยซ้ำ แม่เลิกชวนเขาคุยสักทีได้ไหม?หลังลงจากรถ เฉินเฟินอวี้ก็กางร่มสำหรับคนเดียวให้ตัวเอง แล้วส่งร่มขนาดใหญ่สำหรับสองคนให้เฉิงเหยียน เพื่อให้เธอใช้ร่วมกับสวีเป่ยหลานเฉิงเหยียนพยายามคว้าตัวแม่เอาไว้ แต่กลับคว้าไม่ทัน“แม่คะ แม่เอาร่มของแม่ให้เป่ยหลานเถอะ หนูกับแม่ใช้ร่มคันเดียวกัน”เสียงฝนดังซู่ซ่าไม่หยุด เฉินเฟินอวี้ทำราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะเดิน

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 26

    เขาขยับตัวมาบังเฉิงเหยียนเอาไว้ครึ่งหนึ่ง “พี่เหยา มาแต่เช้าขนาดนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?”โจวซีเหยายื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้“ของใหม่ ฉันยังไม่เคยใส่”ช่างรอบคอบและเข้าใจอีกฝ่ายดีเหลือเกินหางตาของสวีเป่ยหลานราวกับมีชั้นน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับเฉิงเหยียนคิดว่าเขาคงถือตัวไม่อยากเสียหน้า จึงยื่นมือไปรับแทน“ขอบคุณค่ะพี่ซีเหยา”“เรื่องเล็กน้อย”เฉิงเหยียนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก คราวนี้สวีเป่ยหลานก็มีเสื้อผ้าสะอาดแห้งสนิทใส่แล้ว คงไม่ทำหน้าบึ้งตึงอีกแล้วใช่ไหม?เธอรู้สึกขอบคุณโจวซีเหยาอยู่ในใจต่างจากโจวซีเหยาที่คอยคำนึงถึงความรู้สึกของเธอกับแม่ในทุกเรื่อง สวีเป่ยหลานเป็นคนที่ค่อนข้างยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ทุกคนกลับชอบประคบประหงมบุรุษผู้สูงส่งเย็นชาราวกับดอกไม้บนยอดเขาคนนี้เฉิงเหยียนใช้ชีวิตร่วมกับเขามาหนึ่งปี จึงได้รับผลกระทบจากนิสัยนี้อย่างเต็มที่โชคดีที่อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นแล้วเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าลมหายใจของสวีเป่ยหลานเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆโจวซีเหยาตอบรับ ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหยุดอยู่บนมือของเฉิงเหยียน รอยยิ้มของเขาชะงักไปทันทีเฉิงเหยียนก้มลง

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 25

    เธอหยิบเสื้อขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆประตูเปิดออกพร้อมกับไอร้อนชื้นที่ลอยออกมาเป็นระลอกเฉิงเหยียนยื่นมือไปตรงประตูแต่กลับไม่มีใครรับไป“เอาไปสิ”“เธอเข้ามาข้างใน”เฉิงเหยียนแสดงท่าทีรักษาระยะห่างอย่างชัดเจน “สวีเป่ยหลาน ถ้าคุณไม่ใส่ ฉันจะเก็บแล้วนะ”ฝ่ามือใหญ่ขาวผ่องที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนของชายหนุ่มยื่นออกมา เธอโยนเสื้อยืดใส่มือเขาทันทีโดยไม่แตะโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อยประตูห้องน้ำไม่ได้ปิดลง มีเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเบา ๆ จากด้านในขณะเขากำลังแต่งตัวเฉิงเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก จึงรีบเดินออกจากห้องแล้วกลับไปนอน......ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ขณะที่เธอกำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่แต่เธอง่วงมากจริง ๆ จึงนึกว่าตัวเองกำลังฝันไปผ่านไปอีกพักหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาของเฉินเฟินอวี้ถามขึ้นมาอย่างเลือนราง“เป่ยหลาน ลูกกับเหยียนเหยียนทะเลาะกันเหรอ?”ชายหนุ่มตอบว่า “เปล่าครับแม่ แม่อย่าคิดมากเลย”“เหยียนเหยียนพาแม่ออกมาเที่ยว ไม่ได้อยู่บ้านมาตั้งเดือนกว่าแล้ว ลูกคงโกรธสินะ? ถ้าจะโทษก็โทษแม่เถอะ อย่าโทษเหยียนเหยียน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status