Compartir

บทที่ 5

Autor: ชาดจันทร์
สวีเป่ยหลาน: “...”

“ผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว นายไม่โพสต์แม้แต่รูปแต่งงานด้วยซ้ำ ทำไมล่ะ อายจนไม่กล้าเอามาอวดใครเหรอ?”

“...”

“ในเมื่อนายเลือกแต่งงานกับเธอแล้ว เธอก็ต้องสวยบ้างแหละใช่ไหม? เมียนายหรือฉันสวยกว่าล่ะ?”

หญิงสาวในห้องนั่งเล่นเอ่ยหยอกเย้าอย่างสนอกสนใจ

“ออกมาสิ เมียนายหรือฉันสวยกว่า? ตอบมาให้ชัด ๆ”

สวีเป่ยหลานกำหมัดแน่น ก่อนจะถอนหายใจยาวอยู่ในห้องนอนใหญ่

“เธอออกมาหาอะไร?”

หลินชี: “เอาเถอะ ไม่แกล้งแล้ว เครื่องเพิ่มความชื้นน่ะ อากาศแห้งจนฉันจะตายอยู่แล้ว เลือดกำเดาไหลด้วยเนี่ย”

สวีเป่ยหลาน: “อืม เดี๋ยวฉันหาให้เอง เธออย่าไปรื้อของมั่วซั่วล่ะ”

หลินชีหัวเราะพลางแซวว่า: “กลัวเมียนายกลับมาแล้วจะโกรธเหรอ?”

ภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาเย้ายวนของเธอมีประกายบางอย่างที่ชวนให้ขบคิดวูบไหวอยู่ภายใน

สวีซีช่านบอกว่าเขากำลังจะหย่ากับภรรยาแล้ว

สวีเป่ยหลานกำชับว่า “เธอกลับเข้าห้องไปเถอะ เดี๋ยวฉันหาเครื่องเพิ่มความชื้นเอง ระวังหน่อยล่ะ อย่าเดินชนอะไรเข้า”

หลินชีเดินกลับไปทางห้องพัก แต่จู่ ๆ เธอก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มทื่อ ๆ

“สวีเป่ยหลาน นายไม่ชอบให้พูดถึงเมียนายขนาดนั้นเลยเหรอ? เธอเป็นคนที่นายเลือกเองไม่ใช่เหรอ?”

ในที่สุดชายหนุ่มที่อยู่ในห้องนอนใหญ่ก็มีปฏิกิริยาขึ้นมา

เขาเน้นน้ำเสียงหนักขึ้น “หลินชี”

หลินชีกระตุกมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินเข้าห้องแล้วปิดประตู

สวีเป่ยหลานถอนหายใจหนัก ก่อนจะโทรหาเฉิงเหยียน

โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกดื่นแค่ไหนแล้ว

เฉินเฟินอวี้รู้สึกไม่ค่อยสบายมาตั้งแต่กลางวัน พอตกกลางคืนก็ยังนอนไม่คุ้นที่ กว่าจะหลับลงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังแหลมบาดหูกลับทำให้สองแม่ลูกสะดุ้งตื่นขึ้นมา

เฉิงเหยียนปลอบแม่จนสงบลงแล้ว จึงหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก

“มีอะไรคะ?”

สวีเป่ยหลานตอบว่า “ที่บ้านอากาศแห้งเกินไป หลินชีเลือดกำเดาไหล เครื่องเพิ่มความชื้นวางไว้ไหน?”

เฉิงเหยียนพูดไม่ออก ได้แต่ข่มความโกรธเอาไว้

“อยู่ชั้นที่สามจากด้านบนของตู้เก็บของในห้องเก็บของค่ะ”

“อืม”

เฉิงเหยียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ต่อไปอย่าโทรมาหาฉันดึกขนาดนี้อีก ถ้าทำให้แม่ฉันตกใจจนเกิดอะไรขึ้นมา คุณรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”

เอ่ยจบ เธอก็ปิดเครื่องทันที

เหอะ เธอแค่นหัวเราะ ความง่วงงุนหายไปจนหมดสิ้น

ที่แท้ตลอดมาเขาก็เห็นเธอเป็นแค่แม่บ้านฟรี ๆ คนหนึ่งเท่านั้น

-

แสงแดดยามเช้าของลี่ชวนอบอุ่นและอ่อนโยน นกน้อยเกาะอยู่บนกิ่งไม้ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ด้านนอกหน้าต่างโฮมสเตย์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยโชยเข้ามาภายในห้อง

คนในตระกูลสวีทรมานเฉิงเหยียนจนอาการฮอร์โมนแปรปรวน เธอตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด

ประจำเดือนที่เลื่อนมานาน ในที่สุดก็มาเสียที ปวดท้องแทบตายเลยทีเดียว

เฉิงเหยียนกลัวว่าเฉินเฟินอวี้จะเป็นห่วงและไม่อยากทำให้แม่หมดสนุก จึงฝืนทนความเจ็บปวดพาแม่ไปเที่ยวเมืองโบราณและถ่ายรูปให้แม่ตลอดทั้งวัน

เมื่อกลับถึงโฮมสเตย์ตอนเย็น เธอปวดจนใบหน้าซีดเผือด แม้แต่อาหารเย็นก็ยังต้องสั่งเดลิเวอรี่มากิน

เฉินเฟินอวี้เองก็ไม่ยอมกินข้าว เธอนั่งอยู่ข้างเตียงมองลูกสาวอย่างทำอะไรไม่ถูก

“เหยียนเหยียน ลูกเป็นอะไรไป?”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่”

“แม่เห็นลูกทรมานขนาดนี้ แม่ก็ทรมานไปด้วย”

“หนูไม่ได้ทรมานอะไรเลยค่ะ”

ขณะที่เธอกำลังปวดจนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง โทรศัพท์จากสวีเป่ยหลานก็ดังขึ้นราวกับเสียงยมทูต

ตอนนี้จำนวนครั้งที่พวกเขาติดต่อกันแทบจะเท่ากับช่วงครึ่งปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาแล้ว

เฉิงเหยียนไม่อยากรับสาย แต่เขากลับดื้อดึงโทรมาไม่หยุด

“ฮัลโหล?” เสียงของเธออ่อนระโหยโรยแรง

สวีเป่ยหลานชะงักไป ก่อนจะถามว่า “เธอเป็นอะไร? ทำไมเสียงฟังดูแปลก ๆ”

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“ลี่ชวนอยู่บนพื้นที่สูง เธอมีอาการแพ้ความสูงหรือเปล่า? ได้วัดระดับออกซิเจนในเลือดบ้างไหม?”

สัญชาตญาณความเป็นแพทย์ของเขาทำงานขึ้นมาทันที น้ำเสียงจึงฟังดูจริงจังเป็นพิเศษ

เฉิงเหยียนถามอย่างหงุดหงิด “คุณโทรมาหาฉันอีกทำไม?”

“ไม่มีธุระแล้วโทรหาเธอไม่ได้หรือไง? ตอนนี้เพิ่งหนึ่งทุ่มเอง แม่ยังไม่นอนใช่ไหม?”

เฉิงเหยียนพูดประชดประชัน “ฉันกับแม่สบายดีค่ะ คุณต้องมีธุระอะไรแน่ ๆ เลยใช่ไหม?”

สวีเป่ยหลานรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อความหวังดีของเขาไม่ได้รับการตอบรับ

เขาพยายามควบคุมอารมณ์แล้วถามว่า “หลินชีมีประจำเดือน ฉันจำได้ว่าที่บ้านมีชาขิงน้ำตาลทรายแดง เธอเก็บไว้ตรงไหน?”

จู่ ๆ ความเจ็บปวดหน่วงก็แล่นวูบลงไปที่ท้องน้อย เฉิงเหยียนรีบกุมท้องแน่นแล้วขดตัวงอ

“เฉิงเหยียน?”

เฉิงเหยียนไม่อยากสนใจเขา เรื่องแบบนี้ก็ยังต้องโทรมาถามเธออีกเหรอ?

“อยู่ในตู้เก็บของในครัวค่ะ”

“ในตู้ไม่มี”

“ลองหาอีกทีสิ”

“หาไม่เจอ”

“คุณตาบอดหรือไง?”

“สวีเป่ยหลาน เจอหรือยังเนี่ย ปวดมากเลย!” ดูเหมือนจะมีเสียงของหลินชีดังมาจากในห้อง

เฉิงเหยียนนึกชื่นชมผู้หญิงคนนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอเจ็บจนไม่มีแรงแม้แต่จะร้องออกมาแล้ว

เสียงยังดังฟังชัดมีเรี่ยวแรงขนาดนั้น คงเป็นคนที่มีลูกง่ายน่าดู

สวีเป่ยหลานที่อยู่ปลายสายเริ่มร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ

“ยี่ห้อที่เธอเคยซื้อก่อนหน้านี้ใช้ได้ดี ช่วยสั่งให้มาส่งที่บ้านหน่อยสิ หลินชีปวดประจำเดือนรุนแรงมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

เป็นหมอแท้ ๆ แต่แม้แต่อาการปวดประจำเดือนก็ยังรักษาไม่ได้ ถึงขั้นต้องให้อดีตคนรักซื้อชาขิงน้ำตาลทรายแดงให้คนรักปัจจุบันเลยเหรอ?

เฉิงเหยียนสวนกลับ “สวีเป่ยหลาน ต่อให้คุณมีความต้องการทางเพศที่ไม่ได้รับการตอบสนองแค่ไหน ฉันก็ไม่ใช่แม่คุณที่จะต้องคอยจัดการทุกเรื่องให้หรอกนะ!”

เอ่ยจบ เธอก็เหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งไปด้านข้าง ก่อนจะซุกใบหน้าซีดเผือดลงกับหมอน

เฉินเฟินอวี้ถามเสียงเบา “เหยียนเหยียน ลูกทะเลาะกับเป่ยหลานเหรอ?”

“เปล่าค่ะแม่”

เฉิงเหยียนพลิกตัวหันหลังให้ ไม่ยอมให้เฉินเฟินอวี้เห็นน้ำตาของตัวเอง

เมื่อสองเดือนก่อน มีอยู่หลายครั้งที่สวีเป่ยหลานไม่ได้ป้องกันตอนมีความสัมพันธ์กัน เธอเองก็ไม่มีประจำเดือนมานาน จึงนึกว่าตัวเองตั้งครรภ์

แต่พอไปตรวจที่โรงพยาบาล นอกจากผลจะออกมาว่าเธอไม่ได้ตั้งครรภ์แล้ว ยังตรวจพบว่าชาตินี้เธออาจจะมีลูกได้ยากมากอีกด้วย

เธอเข้าใจดีว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในฤดูหนาวปีที่เธออายุสิบสี่ที่ถูกพ่อเตะจนตกลงไปในโพรงน้ำแข็ง

แม้แต่ประจำเดือนของเธอก็ยังต้องรักษาอยู่นานถึงสองปี กว่าจะกลับมามีได้อย่างยากลำบาก

สวีเป่ยหลานเป็นห่วงหลินชีที่ปวดประจำเดือน แต่เธอเป็นภรรยาของเขามาตั้งหนึ่งปี ทุกครั้งที่เธอปวดท้องจนไม่สามารถไปทำงานได้ เขากลับไม่เคยอยู่บ้านเลย

เธอรู้ว่าเขารังเกียจเธอ ยอมอยู่โรงพยาบาลสูดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังดีกว่ากลับบ้าน

บ้านหลังใหญ่พื้นที่สองร้อยตารางเมตรแทบจะมีเพียงเธออาศัยอยู่คนเดียว ทุกวันเงียบเหงาและเย็นเยียบไร้ชีวิตชีวา

อีกด้านหนึ่ง

สวีเป่ยหลานสั่งชาขิงน้ำตาลทรายแดงด้วยตัวเองแล้ว

เขาจ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาเย็นเยียบ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ก่อนจะกดโทรหาเฉิงเหยียนอีกครั้ง

“เธอหมายความว่ายังไง?”

เฉิงเหยียน: “หมายถึงอะไร?”

“ความต้องการทางเพศที่ไม่ได้รับการตอบสนอง...”

ขณะนั้นเอง เฉินเฟินอวี้ก็ขยับเข้ามาใกล้ “เป่ยหลานใช่ไหม? เอามาให้แม่หน่อย แม่อยากคุยกับลูกเขยสักสองสามคำ”

เฉินเฟินอวี้อยากช่วยเกลี้ยกล่อมลูกเขยอย่างเงอะงะว่าสามีภรรยาไม่ควรทะเลาะกัน

เฉิงเหยียนเงยหน้ามองแม่พลางคิดในใจว่า ขนาดรูปถ่ายของแม่เขายังเลื่อนผ่านไม่ยอมกดถูกใจเลย ยังจะเรียกว่า ‘ลูกเขยของแม่’ อีกเหรอ

ช่วยไม่ได้จริง ๆ ในสายตาแม่ยาย ยิ่งมองลูกเขยก็ยิ่งถูกใจ

ทุกครั้งที่เฉินเฟินอวี้เห็นสวีเป่ยหลาน เธอก็จะเหมือนเด็กน้อยที่อยากได้ขนม เอาแต่วิ่งตามเรียก ‘ลูกเขยฉัน ลูกเขยฉัน’ ไม่หยุด เธอรักใคร่เอ็นดูสวีเป่ยหลานมาก

ก็ใครใช้ให้เขาหน้าตาดีขนาดนั้นกันล่ะ ทั้งหล่อเหลา สง่างาม มีบุคลิกเย็นชา ใบหน้าคมคาย รูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน เครื่องหน้าราวกับถูกบรรจงแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต

ทั้งยังมีชาติตระกูลสูงส่ง อายุยังน้อยก็ได้เป็นแพทย์อาวุโสประจำแผนกศัลยกรรมประสาทแล้ว ไม่ว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแค่ไหนก็โดดเด่นเหนือใคร แม่ยายคนไหนบ้างจะไม่ชอบ?

“แม่ฉันอยาก...”

ทว่าเฉิงเหยียนยังพูดไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปเสียก่อน

เธอกุมท้องพลางคิดว่า เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตเลยว่าผู้ชายคนนี้จะทำตัวแย่ได้ถึงขนาดนี้

เธอเอ่ยกับเฉินเฟินอวี้อย่างรู้สึกผิด “แม่คะ เป่ยหลานยุ่งอยู่ค่ะ”

เฉินเฟินอวี้เดินกลับไปที่เตียงของตัวเองอย่างผิดหวัง

เฉิงเหยียนถอนหายใจ ความจริงแล้วแม่ของเธอก็ไม่ใช่คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยเสียทีเดียว

เธอเริ่มกลุ้มใจขึ้นมาบ้างว่า เมื่อกลับไปแล้วจะบอกแม่เรื่องที่เธอกับสวีเป่ยหลานหย่ากันอย่างไรดี?

สวีเป่ยหลานรับอาหารเดลิเวอรี่แล้วปิดประตู ก่อนจะไปชงชาขิงน้ำตาลทรายแดงแล้วนำไปให้หลินชี

หญิงสาวบนเตียงมีใบหน้าซีดเซียว เรือนผมยุ่งเหยิง เธอห่มผ้าห่มพลางกุมท้องเอาไว้

ท่าทางอ่อนแอบอบบางของเธอแตกต่างจากปกติราวกับเป็นคนละคน ชวนให้รู้สึกสงสารจับใจ

“ดื่มหน่อยสิ จะช่วยบรรเทาอาการได้”

หลินชีลืมตาขึ้น ก่อนจะยื่นมือออกมาจากใต้ผ้าห่ม เปลี่ยนจากท่าทางแข็งกร้าวและมั่นใจในตัวเองตามปกติมาเป็นท่าทางอ่อนแอบอบบาง

“สวีเป่ยหลาน ฉันปวดมากเลย นายช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 30

    “สวีเป่ยหลาน...”“ฉันนึกว่าเธอเป็นใบ้ไปแล้วเสียอีก”คำพูดร้ายกาจของเขากระทบกระเทือนจิตใจจนเฉิงเหยียนชะงักไปครึ่งวินาที เธอรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมากผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมีดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหันมาทำร้ายเธออีกเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีการศึกษาสูงอย่างเขาถึงได้มอบความร้ายกาจทั้งหมดให้เธอเพียงคนเดียวพวกเขาก็ใกล้จะหย่ากันอยู่แล้ว จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ?ชีวิตแต่งงานที่กำลังจะสิ้นสุดลง ไม่สามารถจากกันด้วยดีได้เลยหรือไง?สวีเป่ยหลานผลักเธอขึ้นรถปัง!เสียงปิดประตูรถดังสนั่นจนเฉิงเหยียนรู้สึกเจ็บหู แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัวอย่างไร้จังหวะสวีเป่ยหลานขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องทำความร้อนเมื่อร่างกายเผชิญกับอากาศหนาวเย็นสลับกับความร้อนอย่างกะทันหัน เฉิงเหยียนก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ผิวหนังทั่วร่างร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารถขับออกห่างจากโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ เธอก็รีบถามเขาว่า“คุณจะพาฉันไปไหน? ฉันจะกลับโรงพยาบาล”สวีเป่ยหลานจับพวงมาลัยแน่น ใบหน้าเคร่งเครียด โครงหน้าด้านข้างคมชัดราวกับรูปปั้นเขาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“กล

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 29

    “เห็นท่าทางที่รุ่นพี่โจวปกป้องเธอแล้ว ฉันนึกว่าเป็นแฟนสาวหรือไม่ก็คนรักคนโปรดของเขาเสียอีก”คนหนึ่งเสนอขึ้นว่า “เรื่องนี้ควรบอกเป่ยหลานสักหน่อยไหม?”เฉิงเหยียนหิวจนแทบทนไม่ไหว เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารร้อน ๆ เธอก็เริ่มกินคำโตต่อหน้าโจวซีเหยาอย่างไม่เกรงใจโจวซีเหยาแทบไม่ได้ขยับตะเกียบ เขามองเธออย่างสนอกสนใจท่าทางกินอย่างตะกละตะกลามที่ยังแฝงความไร้เดียงสา ดูน่ารักราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังกินอาหารเฉิงเหยียนรู้ตัวว่าตัวเองเสียกิริยาแล้ว จึงยิ้มอย่างเขินอาย“พี่ซีเหยา ฉันทำตัวไม่ค่อยสำรวมเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”โจวซีเหยาตักซุปไข่ใส่ถ้วยแล้ววางไว้ข้างมือเธอ“เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยดี ระวังติดคอนะ”เฉิงเหยียนแก้มป่อง ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว“พี่ซีเหยา อาหารจีนทางเหนือของร้านนี้รสชาติเหมือนที่บ้านเกิดฉันทำเลยค่ะ เป็นรสชาติต้นตำรับจริง ๆ”“อย่างนั้นเหรอ? สงสัยพ่อครัวก็คงเป็นคนทางเหนือเหมือนกัน”พอพูดถึงบ้านเกิด เฉิงเหยียนก็เริ่มพูดคุยอย่างออกรส เธอนึกถึงเรื่องสนุก ๆ ขึ้นมาได้มากมายโจวซีเหยาบอกเธอว่า “พี่เคยไปแถวบ้านเธอด้วยนะ เป็นเมืองชายแดนที่หนาวมาก ฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 28

    สวีเป่ยหลานรู้ว่าเธอเห็นแล้วแต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร“ตอนเฝ้าติดตามคลื่นไฟฟ้าสมอง ญาติผู้ป่วยไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนได้ เธอกลับโรงแรมไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยมารับแม่”เฉิงเหยียนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ฉันจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแม่”สวีเป่ยหลานไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนล่ะ”“ไปเถอะ”เฉิงเหยียนมองแผ่นหลังของเขาที่รีบร้อนรับโทรศัพท์พร้อมกับเรียกชื่อ “หลินชี” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะกระตุกมุมปากเล็กน้อยเธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวในทางเดิน สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงรสขมปร่าในปากเขาสามารถพูดจาอ่อนโยนกับหลินชี กับคนไข้ หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านกัน เขาก็ยังสุภาพมีมารยาทมีเพียงกับเธอเท่านั้นที่เขาพูดจาเย็นชา ทำให้เธอรับรู้ถึงความรังเกียจที่เขามีต่อเธอใครจะชอบให้คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองแบบนี้กัน? เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครเสียหน่อย สู้ไม่ต้องพบหน้ากันอีกจะดีกว่าประตูห้องตรวจไม่ได้ปิดสนิท เธอจึงได้ยินเสียงแพทย์ที่อยู่ข้างในเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า“นายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของสวีเป่ยหลานเหรอ? แล้วคนไข้ที่อยู่ในห้องเฝ้าติ

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 27

    “ได้สิ พรุ่งนี้ตอนเย็นพี่จะมารับเธอไปด้วยกัน”เฉิงเหยียนพยักหน้า “แล้วเจอกันนะคะ”ทั้งสองนัดหมายกันเรียบร้อย โดยลืมสวีเป่ยหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปเสียสนิทขณะที่กำลังปิดประตู โจวซีเหยาหันไปมองสวีเป่ยหลานในสายตาของสวีเป่ยหลาน ดูเหมือนแววตาของอีกฝ่ายจะแฝงการยั่วยุท้าทายหลังจากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วอย่างเลือนรางระหว่างทางไปโรงพยาบาล สวีเป่ยหลานเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงมีเพียงตอนที่เฉินเฟินอวี้พูดกับเขาเท่านั้น เขาถึงจะตอบกลับมาสักสองสามคำ แต่เฉินเฟินอวี้กลับชอบพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับลูกเขยของเธอเป็นพิเศษเฉิงเหยียนนั่งอยู่ข้างสวีเป่ยหลานโดยเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้มากทีเดียวเธออยากบอกแม่เหลือเกินว่า แม่คะ เขาไม่อยากคุยกับแม่ด้วยซ้ำ แม่เลิกชวนเขาคุยสักทีได้ไหม?หลังลงจากรถ เฉินเฟินอวี้ก็กางร่มสำหรับคนเดียวให้ตัวเอง แล้วส่งร่มขนาดใหญ่สำหรับสองคนให้เฉิงเหยียน เพื่อให้เธอใช้ร่วมกับสวีเป่ยหลานเฉิงเหยียนพยายามคว้าตัวแม่เอาไว้ แต่กลับคว้าไม่ทัน“แม่คะ แม่เอาร่มของแม่ให้เป่ยหลานเถอะ หนูกับแม่ใช้ร่มคันเดียวกัน”เสียงฝนดังซู่ซ่าไม่หยุด เฉินเฟินอวี้ทำราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะเดิน

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 26

    เขาขยับตัวมาบังเฉิงเหยียนเอาไว้ครึ่งหนึ่ง “พี่เหยา มาแต่เช้าขนาดนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?”โจวซีเหยายื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้“ของใหม่ ฉันยังไม่เคยใส่”ช่างรอบคอบและเข้าใจอีกฝ่ายดีเหลือเกินหางตาของสวีเป่ยหลานราวกับมีชั้นน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับเฉิงเหยียนคิดว่าเขาคงถือตัวไม่อยากเสียหน้า จึงยื่นมือไปรับแทน“ขอบคุณค่ะพี่ซีเหยา”“เรื่องเล็กน้อย”เฉิงเหยียนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก คราวนี้สวีเป่ยหลานก็มีเสื้อผ้าสะอาดแห้งสนิทใส่แล้ว คงไม่ทำหน้าบึ้งตึงอีกแล้วใช่ไหม?เธอรู้สึกขอบคุณโจวซีเหยาอยู่ในใจต่างจากโจวซีเหยาที่คอยคำนึงถึงความรู้สึกของเธอกับแม่ในทุกเรื่อง สวีเป่ยหลานเป็นคนที่ค่อนข้างยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ทุกคนกลับชอบประคบประหงมบุรุษผู้สูงส่งเย็นชาราวกับดอกไม้บนยอดเขาคนนี้เฉิงเหยียนใช้ชีวิตร่วมกับเขามาหนึ่งปี จึงได้รับผลกระทบจากนิสัยนี้อย่างเต็มที่โชคดีที่อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นแล้วเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าลมหายใจของสวีเป่ยหลานเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆโจวซีเหยาตอบรับ ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหยุดอยู่บนมือของเฉิงเหยียน รอยยิ้มของเขาชะงักไปทันทีเฉิงเหยียนก้มลง

  • พ่ายรักกลางเหมันต์   บทที่ 25

    เธอหยิบเสื้อขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆประตูเปิดออกพร้อมกับไอร้อนชื้นที่ลอยออกมาเป็นระลอกเฉิงเหยียนยื่นมือไปตรงประตูแต่กลับไม่มีใครรับไป“เอาไปสิ”“เธอเข้ามาข้างใน”เฉิงเหยียนแสดงท่าทีรักษาระยะห่างอย่างชัดเจน “สวีเป่ยหลาน ถ้าคุณไม่ใส่ ฉันจะเก็บแล้วนะ”ฝ่ามือใหญ่ขาวผ่องที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนของชายหนุ่มยื่นออกมา เธอโยนเสื้อยืดใส่มือเขาทันทีโดยไม่แตะโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อยประตูห้องน้ำไม่ได้ปิดลง มีเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเบา ๆ จากด้านในขณะเขากำลังแต่งตัวเฉิงเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก จึงรีบเดินออกจากห้องแล้วกลับไปนอน......ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ขณะที่เธอกำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่แต่เธอง่วงมากจริง ๆ จึงนึกว่าตัวเองกำลังฝันไปผ่านไปอีกพักหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาของเฉินเฟินอวี้ถามขึ้นมาอย่างเลือนราง“เป่ยหลาน ลูกกับเหยียนเหยียนทะเลาะกันเหรอ?”ชายหนุ่มตอบว่า “เปล่าครับแม่ แม่อย่าคิดมากเลย”“เหยียนเหยียนพาแม่ออกมาเที่ยว ไม่ได้อยู่บ้านมาตั้งเดือนกว่าแล้ว ลูกคงโกรธสินะ? ถ้าจะโทษก็โทษแม่เถอะ อย่าโทษเหยียนเหยียน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status