LOGIN“นันท์เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน พี่ไม่เคยคิดอะไรกับเขา หนูไม่ต้องคิดมากนะ พี่รักหนูคนเดียว ช่วงนี้พี่ทำงานหนักก็เพื่อหนูกับลูก...”
ช่วงหลัง เขากับผู้หญิงคนนั้นทำงานด้วยกันตลอด ออกไปพบลูกค้าด้วยกันบ่อย ๆ เธอคิดมากตามประสาคนที่กลัวสามีจะแอบมีใจให้คนอื่น พอพูดเรื่องนี้กับเขาบ่อยเข้าทำให้ทะเลาะกัน
“พี่มีหนูคนเดียว ตอนนี้เรามีลูกของเราแล้ว ทำไมไม่เชื่อใจพี่ พี่รักน้ำค้างคนเดียวนะ”
“แล้วถ้าไม่มีลูกคนนี้ พี่จะรักหนูอยู่ไหม”
“น้ำค้าง! ทำไมพูดแบบนั้น รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไร”
“ก็ถ้าพี่รักหนูเพราะหนูมีลูก หนูก็ไม่ต้องการเด็กคนนี้”
“อย่าพูดบ้า ๆ เอาไว้หนูใจเย็นก่อนแล้วเราค่อยคุยกันดีกว่า คุยตอนนี้ก็คงไม่รู้เรื่อง พี่ยืนยันเลยนะ พี่ไม่เคยคิดอะไรกับนันท์เลย”
“ถ้าพี่ลันไม่รักหนูแล้ว เด็กคนนี้หนูก็ไม่ต้องการเหมือนกัน”
“อย่างคิดบ้า ๆ แบบนั้น”
พอทะเลาะ เขาเลือกออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก ก่อนที่วันต่อมาจะกลับมาง้อ พอเธอหายโกรธ เขาก็หายหัวอีก
“นี่เหรองานของพี่...”
มือที่จับโทรศัพท์เผลอบีบแรง ขอบตาเธอร้อนผ่าวและเจ็บแสบ ก้อนแข็ง ๆ วิ่งขึ้นมากลางอกจนต้องพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ เลื่อนหน้าจอลงไป ได้เจอคลิปวิดีโอที่ถ่ายบรรยากาศในร้าน โดยมีคนอื่นถ่ายให้ ผู้หญิงคนนั้นกับดรัณพูดคุยยิ้มหัวเราะกัน
ศิศิราร้อนวูบวาบและปวดแสบกระบอกตา น้ำตาพานจะไหล แต่ไม่อาจหยุดดูคลิปนั้นได้ กดซ้ำไปซ้ำมาให้ทุกรายละเอียดบาดตาที่เห็นตอกย้ำความหวั่นไหวในอก
ลันเบื่อเธอแล้วใช่ไหม... เขาถึงเอางานมาอ้าง เธอเคยได้ยินคนพูดเรื่องพวกนี้หลายครั้ง ผู้ชายมักจะเบื่อเวลาเมียท้องแล้วออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน บางคนติดใจของใหม่ถึงขั้นเลิกกับเมียเลยก็มี
ดรัณเป็นแบบนั้นหรือเปล่า...
ทุกคำถามไร้คำตอบ ยิ่งทำให้หัวใจรุ่มร้อน กระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข
ความรักความหลังผุดขึ้นมาในหัว
เธอรู้จักกับลันเมื่อตอนเข้าเรียนเทอมหนึ่งได้สองเดือน เขาเป็นนักศึกษาปริญญาโทคณะสถาปัตย์ คณะเดียวกับที่เธอเรียน เธอกับเพื่อนถูกอาจารย์เรียกให้ช่วยยกของตามไปยังห้องเรียนนิสิตปริญญาโท ดรัณที่เข้าห้องเรียนหลังอาจารย์เล็กน้อยตกเป็นเป้าสายตาพวกเธอทันที กลุ่มเพื่อนเธอกรี๊ดเขามาก หาทางทำความรู้จักกันจนได้
พอรู้จักกัน จึงรู้ว่า เขาทำงานในบริษัทรับออกแบบเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเป็นบริษัทที่เขากับเพื่อนร่วมกันเปิดขึ้นมา ดรัณไม่ได้ร่ำรวยอะไร เขาเป็นเด็กจากต่างจังหวัดที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ต่างกับเธอที่ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ อบอุ่น ใจดี ทำให้เธอตกหลุมรักเขาเต็มเปา เขาเองก็สารภาพว่ารักเธอเช่นกัน
ความรักเรียบง่ายที่ก่อตัวขึ้นกลายเป็นความร้อนแรง โหยหา ทำให้เธอย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดเพื่อจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่สนคำคัดค้านของพ่อแม่ เธอคิดว่าเลือกถูก ดรัณทำให้เธอมีความสุขมาก กระทั่งเข้าสู่เทอมสอง...
ศิศิราพบว่าเธอตั้งครรภ์
“นะ น้ำค้างกินยาคุมตลอด ทำไมถึงเป็นแบบนี้...ฮึก ฮือ...”
เธอร้องไห้เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอเพิ่งอายุแค่สิบเก้า ยังเรียนปีหนึ่ง คิดว่าดูแลตัวเองดีมาตลอดถึงขั้นพูดกับพ่อแม่ตอนที่พวกท่านคัดค้านเรื่องเธอกับดรัณว่าต่อให้มีแฟน เธอก็จะเรียนจนจบไม่ทำให้พวกท่านต้องผิดหวังมากไปกว่านี้แน่นอน
“พี่ลัน...เราจะทำยังไงกันดี”
ดรัณกอดเธอแนบอก ปลอบเสียงนุ่ม
“ไม่ต้องกลัวนะน้ำค้าง พี่จะรับผิดชอบหนูกับลูกเอง ไม่ต้องกลัวคนดี อย่าร้องไห้...”
“พี่ลัน...”
“พี่ขอโทษนะ หนูต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เพราะพี่” เขาจูบแก้มซับน้ำตา หอมหัวหอมขมับด้วยความนุ่มนวลรักใคร่
นับแต่ตอนที่รู้ว่าเธอท้อง พ่อกับแม่ของเธอยิ่งไม่ชอบใจดรัณมากขึ้น ถึงขั้นคิดว่าเขาเข้าหาเธอเพราะอยากเป็นหนูตกถังข้าวสาร เขากลับเป็นฝ่ายปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก
“เราจะเก็บลูกไว้ หนูคลอดเมื่อไหร่ พี่จะแต่งงานกับหนูทันที จะทำงานหาเงินให้ได้เยอะ ๆ พี่จะดูแลหนูกับลูกอย่างดี พี่สัญญา...”
คำพูดคำสัญญาพวกนั้นยังก้องในหูของเธอ แต่ผ่านไปไม่กี่เดือน เขากลับเปลี่ยนไป แล้วตอนนี้...เขายังไปใกล้ชิดกับผู้หญิงคนใหม่อีก
ศิศิราจมปลักอยู่กับความหวาดหวั่นชั่วโมงแล้วชั่วโมงแล้ว กระทั่งมีข้อความจากดรัณส่งมาอีกครั้ง
“วันนี้พี่ค้างที่บริษัทนะครับ รักหนูกับลูกนะ”
ที่สุดน้ำตาไหลรินออกมา...
เธอมองเวลาจึงพบว่าเที่ยงคืนครึ่ง อาการกระวนกระวายเพิ่มมากขึ้น ไม่สบายตัวไม่สบายใจทนรอไม่ไหวอีกต่อไป เธอจะไปดูให้เห็นกับตา
เขากลับห้องคนเดียว หรือมีใครไปด้วย
คิดได้แบบนั้น เธอคว้ากุญแจรถพุ่งออกจากห้องทันที
“อ้าว น้ำค้างจะไปไหน เอ๊ะ! ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น หรือว่าปวดท้วง”
“นิด...” เห็นหน้าเพื่อนรักซึ่งพักอยู่ในชั้นนี้ด้วย ศิศิราน้ำตาไหลพราก พลางส่ายหน้าสะอื้น
“ฉันอยากไปบริษัทพี่ลัน...”
“พี่ลันเป็นอะไร”
เธอได้แต่ส่ายหน้าน้ำตาร่วง พูดไม่ออก
นิชกานต์ สิริธีร์ เห็นท่าทางเพื่อนแล้วจึงตัดสินใจเอง
“ฉันขับรถพาแกไปเอง”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
ศิศิราแอบเบ้ปาก หมั่นไส้คนหน้าตายที่ตีหน้าเคร่งขรึมและส่งสายตาเย็นชาใส่เธอตลอดเวลา ก็ใช่ว่าเธอจะสนใจ ถ้าไม่ติดเรื่องงาน เธอไม่มีทางเหยียบสวนปรารุษก์ซ้ำสองซ้ำสามแน่นอน เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับเจ้าของสวน“คุณจะเริ่มงานเมื่อไหร่”“เดี๋ยวเก็บของเสร็จก็ว่าจะเริ่มเลยค่ะ ดิฉันจะพยายามทำให้เสร็จเร็ว ๆ จะไ
“หนูรู้ค่ะ” เด็กหญิงยิ้มแป้นสดใส ก่อนความสนใจทั้งหมดจะเปลี่ยนไปเมื่อเตชิตกลับมาพร้อมทิพยาและเค้กชิ้นโตมาให้“น่ากินจัง”“เค้กแครอทจ้ะคุณหนูน้ำเพชร” ทิพยาบอกยิ้ม ๆ“อาเตชิมแล้วอร่อยมากเลยล่ะ”“จริงเหรอคะพี่ทิพย์ หนูอยากกินด้วย”“ได้เลยจ้ะ พี่เอามาชิ้นโตเลย”ปรารุษก์ลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู ได้เค้ก
ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรงศิศิราผุดลุกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าช่องท้องปั่นป่วนจนทนไม่ไหว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ โก่งคอเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด เดินอ่อนแรงออกมา ตาฝ้าฟางจนชนกับใครคนหนึ่ง“ขะ ขอโทษค่ะ”“น้ำค้าง เป็นอะไรไป!”เสียงคุ้นเคยกับลำแขนแข็งแรงเกี่ยวร่างเล็กเอาไว้“พี่กุล
“แก...แกไม่คิดจะลองปรับความเข้าใจกับพี่ลันดูหน่อยเหรอ บางทีเรื่องมันอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้นะ”คำถามของเพื่อนรักที่แวะมาเล่นด้วยทำให้ศิศิราชะงักมือที่กำลังไถฟีดติ๊กต็อก แค่ไม่กี่วินาที เธอไถฟีดต่อ ไม่ได้มองเพื่อน“ทำไมแกคิดงั้น”“ก็...ฉันเห็นเขากลับห้องตลอดนะช่วงนี้ ไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นไปด้วย







