LOGINปัจจุบัน
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามายังมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วสูง ก่อนจะค่อยๆ ชะลอและหยุดลงตรงข้างตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผิงผิงเปิดประตูก้าวลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในตัวอาคารด้วยท่าทางมั่นใจ ทันทีที่เธอเดินไปถึงโต๊ะประจำ ช็อปเปอร์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาแนบเนื้อ เสื้อรัดแน่นจนกระดุมแทบปริ หนำซ้ำยังสวมกระโปรงทรงเอสั้นเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น “กระโปรงมึงนี่สั้นลงทุกปีเลยเนอะ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ สายตาคมฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ผิงผิงไหวไหล่เล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงข้างเขา แล้วตอบกลับเสียงเรียบ “สงสัยมันหดมั้ง” “กูซื้อใหม่ให้เอาไหม?” เขาเลิกคิ้วถามขึ้น คนตัวเล็กยิ้มบางๆ พลางตอบออกไปอย่างไม่คิดมาก “เอาดิ! แต่ขอสั้นกว่าเดิมนะ นี่ยาวตั้งสิบสองนิ้วแน่ะ” สิ้นเสียงหวาน ช็อปเปอร์ก็ยื่นมือมาดีดหน้าผากของเธอ จนเกิดเสียงดัง แป๊ะ! “โอ๊ยย!! กูเจ็บนะ” ผิงผิงอุทานเสียงดังลั่นทันที พลางยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ “เหอะ…ถ้าใส่สั้นกว่านี้ มึงก็ไม่ต้องใส่แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ คำพูดและท่าทางของช็อปเปอร์ในตอนนี้ ทำเอาเธออดแกล้งหยอกไม่ได้ “งั้นกูถอด…” ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบประโยคดี อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ผิงผิง อย่ากวนตีน” “มึงหวงกูเหรอ?” เธอเลิกคิ้วถามกลับ ดวงตาคู่สวยจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุ้นทุกวินาทีกับคำตอบของเขา “….” ช็อปเปอร์นั่งมองเธอเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ จากนั้น คนตัวเล็กจึงหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “กูล้อเล่นน่า เพื่อนที่ไหนจะหวงกัน ใช่ปะ?” “….” เขายังคงนั่งนิ่ง ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม ไต้ฝุ่นที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่นานจึงพูดขึ้นเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ “มึงเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มไง พวกกูก็เลยดูแลเป็นพิเศษ” ผิงผิงหันไปมองอีกฝ่ายทันที ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “อือ กูก็คิดอย่างนั้นแหละ” สิ้นเสียงหวาน ดวงตาคู่สวยกลับหม่นลงเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เป็นความรู้สึกที่เธอไม่กล้าพูดออกมา และเลือกจะเก็บมันไว้เพียงลำพัง บรรยากาศภายในโต๊ะเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เพลิงกัลป์จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง “ปะ! พวกมึง ถึงเวลาเรียนแล้ว” “อืม” กลุ่มเพื่อนรับคำสั้นๆ พลางเก็บข้าวของ แล้วสะพายกระเป๋าพาดบ่าทันที ในระหว่างที่พวกเขากำลังยืนรอลิฟต์อยู่นั้น นักศึกษาคนอื่นๆ ก็ทยอยเดินเข้ามาซ้อนด้านหลัง จนพื้นที่เริ่มคับแคบลงทีละน้อย ไม่นานนัก ประตูลิฟต์ก็เปิดอ้าออกกว้างพร้อมเสียงสัญญาณเตือน ติ๊ง!! ผิงผิงรีบก้าวเข้าไปด้านในทันที ก่อนที่กลุ่มเพื่อนจะเดินตามเข้ามาติดๆ เมื่อจำนวนคนในลิฟต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กก็ถูกเบียดจนต้องขยับถอยไปยืนด้านหลังสุดของลิฟต์ ทันใดนั้น คนข้างหน้าก็เบียดเข้ามาจนเธอเสียหลักเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้แน่น ก่อนจะดึงรั้งให้มายืนอยู่ด้านหลังเขาแทน ผิงผิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มบางๆ เมื่อรับรู้ว่าเป็นเพื่อนสนิท อีกฝ่ายยืนขวางอยู่ตรงหน้าราวกับกำแพงเล็กๆ ที่คอยกันผู้คนไม่ให้เบียดเธอ “คนเยอะฉิบ” เพลิงกัลป์บ่นขึ้น ช็อปเปอร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมาถามเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มึงอึดอัดไหม” “ไม่นะ” เธอตอบกลับทันควัน รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นตุบตับไปพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างเงียบสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







