LOGINวันต่อมา
หลังจากที่ผิงผิงทำความสะอาดห้องเสร็จเรียบร้อย เธอก็คว้าถุงขยะที่มัดปากถุงแน่นแล้วเปิดประตูออกจากห้อง เพื่อเตรียมลงไปทิ้งด้านล่าง ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้น ดวงตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยซึ่งพักอยู่ห้องข้างๆ กำลังเปิดประตูเข้าห้องพอดี เธอยิ้มบางๆ พลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “อ้าว! ป้องไปไหนมาเนี่ย แต่งตัวหล่อเชียว” อีกฝ่ายหันขวับมามองเธอทันที ก่อนจะตอบกลับอย่างอารมณ์ดี “ยังไม่ได้ไปไหนเลยครับพี่ ลืมกุญแจรถไว้ในห้อง ฮ่าฮ่า” ผิงผิงกวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยแซวออกไป “แต่งหล่อขนาดนี้ นัดสาวไว้อะดิ” ป้องหัวเราะในลำคอเบาๆ พร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เดาเก่งจัง พี่เป็นหมอดูได้เลยนะเนี่ย” สิ้นเสียงนั้น เธอก็ยิ้มกว้าง พลางส่ายหน้าไปมาช้าๆ “ฮ่าฮ่า ขอให้สมหวังนะ เดี๋ยวพี่เอาขยะไปทิ้งก่อน เหม็นมาก” เธอพูด ก่อนจะก้มมองถุงขยะที่ถืออยู่ในมือ “โอเคครับ” ป้องตอบสั้นๆ พร้อมยิ้มกว้าง จากนั้นคนตัวเล็กจึงหมุนตัวเดินลงไปทิ้งขยะด้านล่างคอนโดทันที เมื่อผิงผิงกลับขึ้นมาบนห้อง เธอก็เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโซฟาขึ้นมากดเล่นตามปกติเหมือนเช่นเคย ทันใดนั้น เสียงข้อความแจ้งเตือนจากเพื่อนสาวต่างคณะก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ติ๊ง! เลย์ : กูเลิกกับกับพี่สิงแล้ว มึงไปดื่มเป็นเพื่อนหน่อยดิ คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมาช้าๆ พลางกดพิมพ์ตอบกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผิงผิง : เลิกครั้งที่ร้อย เดี๋ยวก็คืนดีกัน มึงจะไปเปลืองค่าเหล้าทำไม? เลย์ : กูอยากดื่ม สามทุ่มเจอกันที่เดิม มาช้าขอให้ไม่มีผัว เมื่ออ่านจบ เธอก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะรีบลุกไปแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ไม่นานนัก ผิงผิงก็จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย เธอจึงมุ่งหน้าไปยังผับชื่อดังที่เลย์ได้นัดหมายเอาไว้ทันที @ผับ Smile ย่านมหาวิทยาลัยชื่อดัง คนตัวเล็กก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรู พลางเดินเข้าไปภายในผับอย่างไม่รีรอ ดวงตาคู่สวยกวาดไปบริเวณรอบๆ เพื่อมองหาเพื่อนสาว ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นเลย์นั่งอยู่ไม่ไกลนัก จึงรีบเดินตรงไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล เมื่อเดินไปถึงโต๊ะ ผิงผิงก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย พลางจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “สภาพ! มึงเมาหรือยังเนี่ย” เลย์ที่กำลังก้มมองแก้วเหล้าในมือค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเธอ แล้วตอบกลับเสียงยานคาง “ไม่เมา...กูคอแข็งจะตาย” หญิงสาวส่ายหน้าไปมาช้าๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดเล็กน้อย “แข็งก็แข็ง” หลังจากนั้น เธอก็นั่งฟังเลย์ระบายเรื่องราวของแฟนหนุ่มอย่างเงียบๆ คอยพยักหน้าและพูดปลอบประโลมจนอีกฝ่ายเริ่มหายเศร้าลง แต่ระหว่างที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเลย์ก็ดังขึ้น “พี่สิงโทรมาอะมึง” “ถ้ารักเขา มึงก็รับเลย มีอะไรก็พูดกันตรงๆ อย่าหนีปัญหา” ผิงผิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังปนห่วงใย “อือ” เลย์พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะพยุงตัวเองลุกออกไปรับสายโทรศัพท์ด้านนอกผับ ไม่นานนัก อีกฝ่ายก็เดินกลับมานั่งที่เดิม พร้อมรอยยิ้มกว้างที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ยังมาไม่ถึงโต๊ะ “ยิ้มมาแต่ไกล ดีกันแล้วดิ” เธอเอ่ยถาม พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เลย์พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามากอดเธอแนบแน่น “อือ ขอบใจมึงมากนะเพื่อนรัก” ผิงผิงยิ้มบางๆ พลางมองเพื่อนสาวด้วยสายตาเอ็นดู ความโล่งใจค่อยๆ แผ่ซ่านอยู่ในอกอย่างเงียบงัน ทันใดนั้น เลย์ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “แล้วเรื่องของมึงไปถึงไหนแล้ว เลื่อนสถานะยัง?” คำพูดนั้น ทำเอาร่างบางชะงักไปชั่วขณะ เธอเม้มริมฝีปากแน่น พลางส่ายหน้าไปมาช้าๆ แล้วตอบกลับตามความจริง “ปีหนึ่งสถานะยังไง...ปีสี่ก็ยังคงสถานะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” สิ้นเสียงหวาน เลย์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย พร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่มันทำเหมือนชอบมึงเลยนะ” “กูเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มอะ มันเลยดูแลดีเป็นพิเศษ” ผิงผิงตอบเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยจ้องมองแก้วเหล้าที่ถืออยู่ในมือ ความทรงจำเก่าๆ ค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา...มักจะมีเพื่อนคนหนึ่งที่คอยอยู่ข้างเธอเสมอ ดูแลเอาใจใส่ แม้จะชอบขัดใจบ้าง แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจเธอทุกครั้ง ความใกล้ชิดค่อยๆ ทำให้เธอเผลอคิดเกินคำว่าเพื่อนกับเขา และเกือบจะสารภาพความรู้สึกนั้นออกไปตั้งแต่ปีหนึ่ง ตอนวันวาเลนไทน์ เธอถือดอกไม้เดินไปหาเขาตรงโต๊ะประจำ กลับได้ยินเขาพูดปฏิเสธเพื่อนอีกคณะที่คบกันมาตั้งแต่มัธยม “กูไม่เล่นเพื่อน ไม่เอาเพื่อนเป็นเมีย จบนะ!” คำพูดนั้นยังคงย้ำเตือนเธออยู่เสมอ ว่าสำหรับเขา...เธอคงเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น เลย์มองสบตาผิงผิงตรงๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น “งั้นมึงลองเปิดใจคุยกับคนอื่นไหมล่ะ” “เวลามีคนทักมากูก็คุยอยู่นะ แต่มันไม่ใช่อะ” เธอตอบตามตรง ไม่ใช่ว่าไม่เคยเปิดใจให้ใครสักหน่อย เธอเคยลองแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องจบลงกลางทางทุกครั้ง จากนั้นเลย์จึงนั่งเงียบอย่างพยายามใช้ความคิด ก่อนจะเสนอความคิดเห็นขึ้นมา “กูว่า มึงต้องลองห่างมันดูบ้างอะ” สิ้นเสียงของเพื่อนสาว ผิงผิงก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่อะ กูชอบที่มีมันอยู่ในชีวิต” “แล้วเมื่อไหร่มึงจะตัดใจได้เนี่ย” เลย์เอ่ยถามอย่างเหนื่อยใจ “เรียนจบกูก็คงไม่ได้เจอมันแล้ว ถึงตอนนั้นกูคงมูฟออนได้แหละมึง” เธอตอบเสียงเรียบ เลย์ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ตามใจ มีอะไรก็ปรึกษากูได้เสมอ” คนตัวเล็กยิ้มบางๆ พลางพยักหน้ารับ “อือ...กูโอเคกับสถานะนี้ มึงไม่ต้องห่วงนะ” “อืม ชนกัน” หลังจากนั้น ทั้งสองสาวก็ชนแก้วกันต่ออีกสักพักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับคอนโดของตนเองสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







