เข้าสู่ระบบ“โอ๊ะ!”
มิอาจทราบได้ว่านางหลับไปนานเท่าใดแต่เพราะฝันร้ายนางจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ความฝันที่กล่าวมันร้ายนั้นก็คือนางฝันไปว่าอู๋หลิงเซียวขับไล่นางออกจากจวนแต่เขากลับยึดเอาเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสองของนางไว้แต่กลับขับไล่ให้นางจากไป!
‘ข้าต้องการเพียงบุตรทั้งสอง ส่วนสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าจะไสหัวไปตายที่ใดก็ไป!’
ขนาดตื่นขึ้นมานางยังจดจำทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างติดตาและติดหู บัดนี้เหงื่อกาฬจึงชุ่มโชกไปทั้งกาย หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะทะลักออกมาจากภายในหน้าอกเพราะเชื่อว่าหากเป็นความจริงอู๋หลิงเซียวก็คงเลือกลูกแต่ไม่เลือกนางเช่นกัน
…เจ้าก้อนแป้งทั้งสองของนางเล่า? …
“หรั่นจี!…หรั่นจี…หรั่นจีเจ้าอยู่ที่ใด”
รวบรวมสติกลับมาจนครบถ้วนคนแรกที่นางเรียกหาย่อมเป็นสาวใช้คนสนิทที่มิเคยทอดทิ้งกันแม้ในยามที่นางตกยากถูกบิดาลงโทษถูกมารดาทอดทิ้งและถูกพี่น้องหมางเมินเช่นฉู่หรั่นจีทันทีในใจนั้นหวาดกลัวเหลือเกินไปหมด
“ท่านหญิงห้าตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
นอกจากฉู่หรั่นจีแล้วยังมีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มอีกนางเดินตามหลังคนสนิทของนางมาพร้อมกับห่อผ้าซึ่งคาดจะต้องเป็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองของนางเป็นแน่
“ส่งพวกเขามาให้ข้า”
ความหวงแหนสายเลือดกึ่งหนึ่งของตนเองพุ่งพล่านไปหมดยิ่งมีสาวใช้แปลกหน้ามาแตะต้องบุตรของนาง เซี่ยผิงหลัวยิ่งคิดถึงความฝันนั้นไม่เลิก นางยอมรับจากใจว่าเทใจเชื่อความฝันนั้นไปเก้าในสิบส่วนเสียแล้วก็อู๋หลิงเซียวชิงชังยิ่งกว่าขยะเปียกบัดนี้คลอดลูกออกมาแล้วเขาคิดขับไล่นางออกจากจวนสตรีตัวคนเดียวเช่นนางจะทำอันใดได้อีก
“ผู้นี้คือจื่อเว่ยเจ้าค่ะ เป็นท่านโหวส่งมาเพราะเห็นว่าเรือนนี้มีเพียงหรั่นจีอยู่เพียงผู้เดียวท่านหญิงคงลำบากเจ้าค่ะ”
ฉู่หรั่นจีรายงานสีหน้าสดใสเพราะท่านป้าเฉียวแจ้งกับนางว่าท่านหญิงห้านั้นปลอดภัยแล้วถึงแปดส่วนร่างกายถึงจะเสียเลือดไปมาก ทว่าก็ยังแข็งแรงดีพักเข้ากระโจมอบสมุนไพรไปสักเดือนครึ่งก็คงกลับมาดีเช่นเดิมได้ไม่ยากแล้ว
“ส่งนางกลับไป”
ไม่ต้องคิดนานเซี่ยผิงหลัวก็ตัดบทฉับทันทีเพราะคิดถึงในยามที่ตนต้องทนเจ็บปวดอยู่เพียงผู้เดียวกว่าสองชั่วยามเขากลับไม่เคยส่งผู้ใดมา ในยามที่นางต้องการทั้งคนและความช่วยเหลือเขาไปอยู่ที่ใด ถึงเข้าใจได้ว่าอดีตเซี่ยผิงหลัวนั้นทั้งเลวและร้าย ทว่าชีวิตของเด็กสองคนมันไม่มีค่าอันใดกับคนเป็นบิดาบ้างเลยหรือ?
“แต่…”
ฉู่หรั่นจีถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของท่านหญิงห้านั้นจริงจังอย่างที่ไม่เคยพบพานถึงหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ท่านหญิงห้าจะเปลี่ยนไปมากจนแทบคล้ายจะใช่ท่านหญิงร้ายกาจและเอาแต่ใจคนเดิมก็ตามหากแต่สีหน้ากับแววตาในวันนี้กลับดูมุ่งมั่นเสียยิ่งกว่าวันที่ท่านหญิงห้าตัดสินใจลงมือเด็ดขาดลงมือวางยาท่านหญิงสามและวางยาท่านโหวในอดีตเกินแปดส่วน!
“ไม่มีแต่ ในเมื่อพวกเราก็อยู่เช่นนี้มาได้ตลอดหลายเดือนแล้วนับจากนี้ก็ต้องอยู่กันได้ต่อไปเช่นกัน!”
จากที่เฉยชากับอู๋หลิงเซียวมาตลอดร่วมเจ็ดเดือนแต่เมื่อวานนี้เขาทำให้นางชิงชังรังเกียจอีกฝ่ายหมดหัวใจ เพราะสิ่งที่เขากระทำกับนางมองว่ามันเกินไป ชิงชังนางก็สมควรแก้แค้นกับนางมิใช่ล้อเล่นกับชีวิตเด็กผู้ขาวสะอาดทั้งสองไปด้วยมันเกินไปจริงๆ
‘ผู้ใดดีมาข้าย่อมดีตอบคืนกลับไป แต่หากร้ายกาจเกินทนส่งมาให้ข้าก็พร้อมจะสนองคืนมิแตกต่าง!’
“ส่งนางกลับไป อ้อ เจ้าน่ะ บอกแก่เยี่ยเฉิงโหวด้วยว่าข้าซาบซึ้งน้ำใจของเขาที่มอบให้มาตลอดหลายเดือนยิ่งนัก!”
อยากให้นางร้ายกาจเพียงอรุณผู้นี้หาได้คิดมิติดขัดอันใดไม่ ตรงกันข้าม เขาอยากจะเป็นเชื้อเพลิงนางยินดีที่จะเป็นดินระเบิด พบพานกันยามใดล้วนบรรลัยไปทั่วปฐพี ให้สาแก่ใจกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
“ท่านหญิงทำเช่นนี้จะดีจริงหรือเจ้าคะ?”
พอกายของสาวใช้จากเรือนหลักลาลับไปจากสายตาฉู่หรั่นจีที่ช่วยอุ้มคุณชายน้อยเอาไว้ก่อนรอให้ ท่านหญิงห้าได้ป้อนน้ำนมจากเต้าอวบให้แก่คุณหนูตัวน้อยจนอิ่มหนำเอ่ยปากขึ้นมาเพราะรู้สึกไม่สบายใจหวาดกลัวไปหมดที่ท่านหญิงห้าทำเหมือนไปท้าทายอำนาจของเยี่ยเฉิงโหวเช่นนี้
“ยังจะมีสิ่งใดไม่สมควรกัน การคลอดลูกหาใช่ล้อเล่นตัวข้าเองหากตายลงไปไม่คิดเสียดายชีวิตแต่เจ้าก่อนแป้งทั้งสองนี้เป็นเลือดเนื้อของเขาเช่นกัน แต่เป็นเขาอีกมิใช่หรือที่ทอดทิ้งพวกเขาเมื่อวานที่ผ่านมา ในเมื่อไม่ต้องการก็อย่ามาฝืนใจดูแลกันต่อไปจะดีกว่า”
กล่าวไปพลางนางก็พยายามนึกถึงวิธีเข้าเต้าจากในอดีตสมัยยังเป็นเพียงอรุณที่ชอบอ่านนวนิยายแล้วผ่านตาในยามนางเอกต้องให้นมลูกเพราะสมัยนี้ยุคนี้คงไม่มีคู่มือเลี้ยงลูกวางขาย คิดจะพึ่งพาคนมากวัยกว่าเช่นมารดาหรือญาติผู้ใหญ่ เซี่ยผิงหลัวก็ไม่มีเสียด้วยเช่นนี้ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตนเองเท่านั้นจะจ้างแม่นมมาช่วยนั้นย่อมได้แต่นางไม่วางใจผู้ใดทั้งสิ้น
ตอนที่3เซี่ยผิงหลัวมองตามแผนหลังกว้างของอู๋หลิงเซียวจนหายลับไปจากสายตาจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกโล่งใจแต่ไม่ทั้งหมดเพราะยากจะคาดเดาได้ว่าบุรุษผู้นั้นคิดสิ่งใดอยู่กันแน่วันนี้เขาจากไปก็ไม่มีใครรับรองกับนางได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ย้อนคืนกลับมาเพราะที่แห่งนี้คือจวนของเขาเรือนนี้และของภายในเรือนก็ล้วนเป็นของคนใจร้ายแซ่อู๋ทั้งหมดนางจึงยากจะหลีกหนีไปไหนได้พ้นจากคนใจเหี้ยมไปได้จริงๆ“บิดาไม่ดีก็อย่าได้มีจะดีกว่านะ” เอ่ยกับลูกน้อยทั้งสองที่กินอิ่มก็หลับสนิทไปเรียบร้อยอดจะยื่นนิ้วอวบอิ่มไปแตะแก้มนุ่มของบุตรชายและบุตรสาวเสียมิได้ในยามมีทั้งสองอยู่ในครรภ์นางก็คิดว่ารักใคร่เจ้าสองแฝดมากแล้ว แต่พอได้เห็นหน้าบุตรเมื่อยามแรกคลอดนางจึงพบว่าที่คิดว่ารักมากอยู่แล้วจะยังรักได้มากขึ้นไปอีกหลายสิบส่วนเช่นนี้ส่วนบุรุษผู้นั้นนับจากทราบว่านางตั้งครรภ์หากมิใช่ฮ่องเต้ออกหน้าเพราะไม่ต้องการให้ขายหน้าไปถึงราชวงศ์เซี่ยที่นางเกิดตั้งครรภ์โดยไร้บิดาและยังไม่ทันได้แต่งงานหาไม่คนเช่นอู๋หลิงเซียวคงไม่ยอมแต่งกับนางเป็นแน่ พอแต่งนางเข้าจวนก็ส่งมาอยู่เสียห่างไกลจากเรือนใหญ่ไม่เห็นจะคิดจะใส่ใจบุตรที่อยู่ในครรภ
ที่คิดเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อตัวของนางเท่านั้น แต่ทุกสิ่งนางคิดเผื่ออีกสองชีวิตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเพียงอรุณหรือเซี่ยผิงหลัวก็ตาม นับจากนี้นางจะมีชีวิตเพื่อก้อนแป้งน้อยทั้งสองส่วน ‘ความรัก’ ระหว่างชายหญิงนางล้วนไม่ใส่ใจให้ค่าอีก ในอดีตเซี่ยผิงหลัวผู้นั้นโง่เขลานักที่คิดยื้อแย่งคนที่ไม่มีใจรักมาครอบครองโดยไม่สนใจถึงความถูกผิดสุดท้ายนอกจากความว่างเปล่าและสูญเสียนางก็ไม่เห็นว่าจวบจนสิ้นใจสตรีนางนั้นจะสมหวังอันใดสักสิ่งและร่วมหนึ่งหนาวนางถือว่าตนเองอดทนให้อู๋หลิงเซียวชำระแค้นมามากพอแล้ว“เฟยหมิง เฟยเมี่ยว"ในที่สุดนางก็ได้ชื่อของเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสองแล้ว ลูกของนาง โอบอุ้มเฝ้าถนอมมาร่วมสิบเดือนด้วยตัวคนเดียวไม่พอ นางยังคลอดออกมาอย่างยากลำบาก แล้วคนผู้นั้นมีสิทธิ์อันใดจะมาตั้งชื่อให้กับเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาทำท่าไม่ต้องการมาตั้งแต่แรกเล่า?“นับจากนี้คุณชายและคุณหนูมีนามว่า เฟยหมิง และเฟยเมี่ยวพวกเจ้าทั้งสองจงจดจำเอาไว้ให้มั่นนะ หรั่นจี จื่อเว่ย” ใบหน้าที่ยังคงซีดเผือดเพราะเสียเลือดมากเนื่องจากการคลอดกระจ่างไปด้วยรอยยิ้มในยามหันไปพูดคุยกับสองสาวให้ที่นับจากนี้คงต้องร่วมทุกข์และสุขกันอีกนานแส
นางทำความสะอาดเต้านมก่อนเป็นอันใดแรก จากนั้นจึงอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้าเต้านมด้วยกิริยาเก้งก้างไปหมด แต่เพราะสัญญาณของคนเป็นแม่สุดท้ายการให้นมลูกครั้งแรกในชีวิตก็สำเร็จ ปากน้อยๆ อ้าออกรับเอาเต้าอวบเข้าไปดูดกลืนวูบแรกคือนางเจ็บจี๊ด เพราะยังไม่คุ้นเคยแต่หัวใจของมารดาอีกนั่นแหละที่นำพาให้นางอดทน ปากเล็กๆ ดูดหนุบหนับก่อนที่คิวน้อยๆ นั้นจะขมวดเป็นปม ก่อนจะคายออกแล้วเริ่มกรีดร้อง ทั้งฉู่หรั่นจีและเซี่ยผิงหลัวนิ่งอึ้งไปเป็นครู่ก่อนที่จะเป็นเซี่ยผิงหลัวที่คิดขึ้นมาได้ก่อนถึงกิริยาดังกล่าวของบุตรสาว‘น้ำนมคงยังไม่ไหลกระมัง?’เพราะที่นางเคยอ่านผ่านตาบางคนน้ำนมอาจจะยังไม่ไหลในทันทีต้องกระตุ้นด้วยการให้ลูกดูดต่อไปจนร่างกายของนางคุ้นเคยก็จะผลิตน้ำนมออกมาในที่สุด และนางจะต้องนวดเต้านมของตนเองเป็นการกระตุ้นอีกทางด้วย…เลี้ยงดูคนหนึ่งคนก็ไม่ง่ายเลยแล้วนี่นางมีถึงสองคาดว่าคงไม่ธรรมดาเป็นแน่…แล้วก็เป็นจริงตามนั้นเพราะถึงน้ำนมจะเริ่มมาบ้างแล้ว ทว่าพอเปลี่ยนจากบุตรสาวเป็นบุตรชายเจ้าตัวน้อยของนางกลับทำฤทธิ์เกินหน้าเกินตาน้องสาวไปหลายส่วนทั้งดูดแรงจนนางเจ็บไปหมด พอน้ำนมออกมาไม่ทันใจก็ร้องเอะอะโวยวานทันที เ
ตอนที่2“โอ๊ะ!” มิอาจทราบได้ว่านางหลับไปนานเท่าใดแต่เพราะฝันร้ายนางจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ความฝันที่กล่าวมันร้ายนั้นก็คือนางฝันไปว่าอู๋หลิงเซียวขับไล่นางออกจากจวนแต่เขากลับยึดเอาเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสองของนางไว้แต่กลับขับไล่ให้นางจากไป!‘ข้าต้องการเพียงบุตรทั้งสอง ส่วนสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าจะไสหัวไปตายที่ใดก็ไป!’ ขนาดตื่นขึ้นมานางยังจดจำทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างติดตาและติดหู บัดนี้เหงื่อกาฬจึงชุ่มโชกไปทั้งกาย หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะทะลักออกมาจากภายในหน้าอกเพราะเชื่อว่าหากเป็นความจริงอู๋หลิงเซียวก็คงเลือกลูกแต่ไม่เลือกนางเช่นกัน…เจ้าก้อนแป้งทั้งสองของนางเล่า? …“หรั่นจี!…หรั่นจี…หรั่นจีเจ้าอยู่ที่ใด” รวบรวมสติกลับมาจนครบถ้วนคนแรกที่นางเรียกหาย่อมเป็นสาวใช้คนสนิทที่มิเคยทอดทิ้งกันแม้ในยามที่นางตกยากถูกบิดาลงโทษถูกมารดาทอดทิ้งและถูกพี่น้องหมางเมินเช่นฉู่หรั่นจีทันทีในใจนั้นหวาดกลัวเหลือเกินไปหมด“ท่านหญิงห้าตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นอกจากฉู่หรั่นจีแล้วยังมีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มอีกนางเดินตามหลังคนสนิทของนางมาพร้อมกับห่อผ้าซึ่งคาดจะต้องเป็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองของนางเป็นแน่“ส่งพวกเขามาให
“ปลอดภัยทั้งสองขอรับท่านโหว” เป็นเกาเฟยที่ไปคอยจับตาดูที่เรือนหลังน้อยตลอดทั้งราตรีที่ผ่านมาหลังจากจัดรถม้าไปส่งท่านหมอตำแยฝีมือดีที่สุดของมหานคร ‘สี่เฉิง’ กลับไปแล้วเขาจึงมารายงานแก่ผู้เป็นนายท่านทันที“เจ้าไปพักเถอะ” เอ่ยเพียงเท่านั้น ‘ท่านโหว' ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้าต่อไปเคยเย็นชาเช่นไรวันนี้เขาก็ยังเย็นชาไม่เปลี่ยน หากผู้ใดมาเจอเช่นที่เขาถูกสตรีไร้ยางอายใจเหี้ยมทำร้ายและทำลายอาจไม่ใจดียอมรับนางมาเป็นฮูหยินเช่นเขาเป็นแน่ แต่เพราะเขาเห็นแก่เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์จึงจำทนให้นางมาอยู่ในจวนเดียวกันเช่นทุกวันนี้นึกไปถึงภาพบอบช้ำของสตรีที่เขารักยามใดเขาก็อยากสังหารนางเสียให้สาสมกับสิ่งที่นางกระทำ ใจจริงก็อยากไปเห็นหน้าบุตรทั้งสองของตนอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายพอนึกไปถึงภาพของเซี่ยหมิงหลันเมื่อเก้าเดือนเศษที่ผ่านมา ความอยากจะไปพบหน้าสองฝาแฝดก็ลดน้อยถอยลงทันทีทันใดต่อให้อีกใจจะบอกแก่เขาว่าบุตรนั้นไม่เกี่ยวอันใดกับบุญคุณความแค้นระหว่างเขากับเซี่ยผิงหลัวก็ตามหากแต่ใจก็ยังยากจะให้อภัยกันโดยง่ายจริงๆ‘ขอเวลาให้ท่านพ่ออีกสักนิดนะเจ้าสองแฝด’ บาดแผลภายในใจของเขามันยังสดใหม่เกินไปให้มองหน้าของสตรีไร้
ตอนที่1ฉู่หรั่นจีตรงไปยังคอกม้าเพราะกำลังเร่งรีบ ต่อให้หากเยี่ยเฉิงโหวได้ทราบความจริงในวันนี้แล้วสั่งโบยนางก็ยินดี บัดนี้ขอเพียงได้ท่านหมอตำแยกลับมาให้โทษโบยสักร้อยไม่นางผู้นี้ก็ล้วนยินดีไม่คิดวิงวอนลดโทษแม้เพียงครึ่งคำ!“ขึ้นไป” ทว่ายังไม่ทันไปถึงคอกม้ากลับพบเข้ากับเกาเฟยดักรออยู่ก่อนแล้วหัวคิ้วเรียวงามถูกดึงมาแทบชนกันเพราะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายเอ่ยปากให้นางขึ้นไปบนรถม้าคันโตด้วยเหตุอันใดกันแน่“ยืนนิ่งอยู่ไย หรือไม่ห่วงท่านหญิงห้าของเจ้าแล้วเช่นนั้นหรือ?” คนหน้านิ่งดังหินสลักเอ่ยสำทับขึ้นมาอีกครั้งฉู่หรั่นจีจึงค่อยมีสติ คิดได้ว่าสิ่งอื่นสมควรช่างหัวมันไปก่อนเพราะในยามนี้มีเพียงเรื่องไปรับท่านหมอตำแยในเขตเมืองหลวงเท่านั้นที่สำคัญต่อนางเป็นที่สุดนางจะสนใจสิ่งอื่นมิได้เพราะชีวิตของท่านหญิงห้ากับคุณหนูหรือไม่ก็อาจเป็นคุณชายนั้นสำคัญที่สุดผ่านไปร่วมสองชั่วยามที่เซี่ยผิงหลัวต้องกัดฟันอดทนต่อสู้กับความเจ็บปวด พาลให้ซาบซึ้งในบุญคุณของบุพการีขึ้นมาก็วันนี้ ยิ่งปวดมากนางก็ยิ่งนึกถึงมารดาในชาติภพของเพียงอรุณมากเท่านั้นเพราะต่อให้นางในอดีตสูญเสียทรงจำไปไม่อาจจดจำบิดาและมารดาแท้จริงได้ หากแต่มา







