LOGINตอนนี้เป็นเวลาน่าจะดึกแล้วเหมือนกัน เพราะนักท่องราตรีในยัวร์โซนดูกำลังได้ที่ โดยเฉพาะเพื่อนฉัน ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกวาดลวดลายแบบเซ็กซี่ของมันอยู่
ส่วนฉันก็จิบเหล้าพลางมองบรรยากาศแสงสีที่แสนจะคุ้นตา "ขอโทษนะครับ" ฉันหันไปมองคนที่เดินเข้ามายืนข้างฉัน เขาเป็นผู้ชายหน้าตี๋ ตัวสูง ก็ถือว่าหน้าตาดีจากที่ฉันเห็นๆมาในผับวันนี้ล่ะนะ "มากันสองคนเหรอครับ?" ฉันหันไปมองยัยวีวี่พลางยื่นแขนไปดึงแขนมันที่กำลังจะเซไปชนโต๊ะชาวบ้านเขาให้ขยับเข้ามาใกล้ๆฉันก่อนจะหันไปมองเขา "พูดว่าอะไรนะคะ?" ก็พอดีว่าเสียงเพลงมันดังมาก ไหนจะเสียงกรีดร้องของยัยวีวี่ที่มีอารมณ์มันส์ไปกับเพลงอีกล่ะ ผู้ชายหน้าตี๋ยิ้มให้ฉันพลางก้มลงมาเพื่อจะกระซิบใกล้ๆ ฉันเลิ่กคิ้วนิดหน่อยและฟังเสียงของเขา "มากันสองคนเหรอครับ" แล้วเห็นมากี่คนล่ะคะ? "อ้อ ค่ะ" ฉันตอบพลางยิ้มให้เขาบ้าง เขาพยักหน้าพลางยื่นแก้วเหล้าใบหนึ่งส่งมาให้ฉัน "ชนแก้วกันดีมั้ยครับ" ฉันหลุบตาลงมองแก้วใบนั้น ก่อนจะช้อนสายตามองเขาที่ตัวสูงกว่า "ได้สิค๊าาา" แล้วก็เป็นยัยวี่ที่แทรกเสียงเข้ามาพร้อมกับถลาจะมาคว้าแก้วเหล้าใบนั้นแต่ฉันก็รั้งไว้ บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่ารับแก้วจากคนแปลกหน้า ยัยนี่เมาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที อย่างนี้ไงเล่า ฉันถึงต้องคอยตามมาคุมมันตลอด คอยดูเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะบ่นมันให้หูชาเลย "วีวี่!" "เพื่อนคุณน่าจะเมาแล้วนะครับ" "อายเขามั้ยเนี่ย ยืนดีๆ" "ไม่หรอกครับน่ารักดี ฮ่ะๆ" มีผู้ชายกี่คนกันนะ ชมผู้หญิงเมาเละเทะว่าน่ารัก แล้วกี่คนกันที่จะชมออกมาจากใจจริงๆโดยที่ไม่ได้หวังอะไรเลย...หึ "ว้าย เค้าชมฉานนน" "วี่" พรึ่บ~ ในจังหวะที่ยัยวีวี่จะถลาเข้าไปกอดผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ฉันก็รีบคว้าเอาไว้ก่อน และมันเมาไง น้ำหนักทั้งหมดมันเลยทิ้งมาที่ฉัน และฉันก็ดันใส่รองเท้ามีส้นก็เลยเซจนเกือบจะพากันล้ม จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่าไม่รู้ที่ผู้ชายหน้าตี๋คนนี้ช่วยพยุงฉันเอาไว้ได้ทัน แต่ก็นะ...มือเขาโอบรอบเอวฉันเอาไว้อย่างแน่นหนาเลยล่ะ "เป็นอะไรมั้ยครับ?" "อ่า ไม่ค่ะ" ฉันดันยัยวีวี่ให้ยืนตัวตรงๆก่อนจะขยับตัวออกจากอ้อมแขนเขา เขาเองก็คลายอ้อมแขนปล่อยฉันเป็นอิสระ ฉันหันไปก้มหัวเป็นการขอบคุณที่ช่วยพยุงเอาไว้ ถึงมันจะดูถึงเนื้อถึงตัวไปหน่อยแต่ฉันจะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยแล้วกัน "ขอตัวพาเพื่อนไปห้องน้ำก่อนนะคะ" "ให้ช่วยมั้ยครับ" "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ" ฉันส่ายหน้าพลางยิ้มทิ้งท้ายตามมารยาทและดึงยัยวีวี่ออกมาจากตรงนั้น ถามว่าฉันจะไปห้องน้ำจริงๆไหม แน่นอนว่าไม่หรอก ฉันจะกลับเลยต่างหาก สวบ~ ฉันพาวีวี่เดินฝ่ากลุ่มคนออกมาจนถึงด้านหน้าผับ ฉันปล่อยให้วีวี่นั่งลงในจุดนั่งพักก่อนจะควานหามือถือในกระเป๋าสะพายเพื่อที่จะโทรหาลุงแท็กซี่ แต่ทว่า... มือถือฉันอยู่ไหน!? "บ้าจริง!" ฉันชะงักและนึกย้อนกลับไปทันทีว่าตัวเองทำมือถือตกเอาไว้ตรงไหนหรือเปล่า ทำไมถึงไม่มีในกระเป๋า พอคิดไปชั่วครู่ถึงได้นึกออก ว่าก่อนหน้านี้ฉันหยิบเอามาถ่ายแสงสีในผับเล่นแล้วก็วางเอาไว้บนโต๊ะนี่นา หมายความว่าฉันจะต้องกลับไปข้างในอีกสินะ--' "แก๊" "อะไรของแก" ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงกับยัยวี่ดีถ้าหากว่าฉันจะกลับเข้าไปเอามือถือ หรือว่าฉันจะต้องลากมันกลับเข้าไปด้วย "เป็นแกเนี่ยดีน๊าาา ฉานเต้นเอวแทบหลุด ไม่มีคนมาเจ๊าะแจ๊ะเบยยย แกนี่ยืนจิบเหล้าสวยๆ มีคนมาขอโชนแก้วซะง้านนน" วีวี่เกาะแขนฉันพร้อมกับแนบหน้าลงบนแขนฉันก่อนจะหยิกแขนฉันจนฉันสะดุ้งเฮือก "หมั่นไส้" "โอ้ย ไอ้วี่ มันเจ็บนะเนี่ย ยัยบ้า!" "ฮ่าๆๆ สวยดีนัก" "พอเลย ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเมา แกจะให้ฉันทิ้งแกไว้ข้างทางจริงๆใช่มั้ย" "ไม่อาววว" "วี่ ฉันจะกลับเข้าไปเอามือถือ แกจะนั่งรอฉันตรงนี้ได้มั้ย" ฉันจับไหล่เพื่อนพลางพยายามเขย่าให้มันตั้งสติ "ม่าย แกอย่าทิ้งฉัน" "ฉันแค่จะเข้าไปเอามือถือ แป่บเดียว" "ม่ายยย" ฉันส่ายหน้ากับยัยวีวี่ที่เกาะแขนเกาะขาฉันเป็นลูกลิงไม่ยอมปล่อย เห้ย แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย เพื่อนก็ทิ้งไม่ได้ แต่มือถือก็หายไม่ได้เหมือนกันนะเว้ย! "เจ๊ลิส?" ขวับ~ ฉันชะงักและหันไปมองตามต้นเสียงที่ใครคนใดคนหนึ่งเรียกชื่อฉัน และฉันก็เห็นว่าเป็นตอง เขาคือคนที่ฉันรู้จักน่ะ เป็นน้องคนที่พาเพื่อนมาจะสักกับฉันเมื่อเย็นไง "มองข้างในตั้งนาน ใช่จริงๆด้วย" "อ่า อืม" ฉันพยักหน้าพลางหันไปกดไหล่ยัยวีวี่ให้นั่งลงบนเก้าอี้ดีๆ "แล้วไหนบอกมาร้องเพลง ผมอุตส่าห์พาเฮียผมไปสักด้วย นี่เจ๊โกหกเจ๊อัญหนีมาเที่ยวเหรอเนี่ย" "ใช่ที่ไหนล่ะ แต่เรื่องมันยาว ฉันขี้เกียจเล่า" "อ้าวแล้ว..." "มาก็ดีแล้ว ฉันฝากดูเพื่อนฉันแป่บนึงได้มั้ย จะเข้าไปเอามือถือที่โต๊ะ" "ใช่เปล่า ผมเห็นนะเมื่อกี้อ่ะ มีไอ้หน้าตี๋มาหยอดอยู่นา กลับเข้าไปแจกเบอร์รึเปล่า" "วันหลังถ้าแกมาสักเพิ่มฉันว่าจะลองทำเข็มหักใส่เนื้อคนดู อยากรู้ว่ามันจะเป็นไง" "โห่เจ๊ โหดเกินไปแล้ว" "งั้นก็อย่าพูดมาก ดูเพื่อนฉันให้ดีด้วย" "อ่าแต่..." สวบ~ "เครื่องนี้มั้ยครับ?" ฉันหันไปตามต้นเสียงด้านหลังอีกรอบ เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากผับ ฉันชะงักทันทีตอนเห็นหน้าเขา... "..." "เจ๊!" แล้วเสียงดังๆของตองก็ดังขึ้นทำให้ฉันดึงสติตัวเองกลับมาได้ "ใช่มั้ยเอ่ย" เสียงเขาเอ่ยออกมาอีกครั้ง ฉันกระพริบตาและเบนสายตาจากใบหน้าเขามามองมือถือในมือที่เขากำลังโบกไปมาอยู่ ใช่ มือถือฉันอยู่ในมือเขา... ฉันพยักหน้าพลางจะยื่นมือไปจับมือถือของตัวเองแต่เขาดันเอามือไขว้หลังพร้อมกับมือถือของฉันด้วย นั่นทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองหน้าเขา เขายิ้มมุมปากให้ฉัน "มือถือฉัน...ไปอยู่ที่คุณได้ยังไงคะ?" ฉันอดที่จะเอ่ยถามเขาไม่ได้ "พอดีว่าพวกเราอยู่ในผับเหมือนกัน บังเอิญเห็นเจ๊เดินออกมาแล้วเฮียผมเขาตาดีเห็นว่าเจ๊วางมือถือไว้บนโต๊ะ เฮียก็เลยให้ผมตามออกมาเรียกเจ๊ไว้ก่อนอ่ะ" แต่ตองเป็นคนตอบออกมาแทน "อ้อ ขอบคุณนะคะ แล้วก็...ขอมือถือให้ฉันด้วยค่ะ" ฉันเอ่ยความต้องการออกไป เขาหลุบตามองหน้าฉัน แววตาเขาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ด้วย "ถ้าผมไม่เห็น รับรองว่าหายแน่นอนเลยครับ" "ก็ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่เก็บมาให้" ฉันเอ่ยพลางเบนสายตามองไปด้านหลังเขา "ตอนนี้ฉันขอคือค่ะ จะพาเพื่อนกลับบ้าน" "โอเคครับ" เขาพูดพลางเอามือที่ไขว้หลังออกมาและยื่นมือถือให้ฉัน ฉันรีบจับมือถือเอาไว้ในมือและจะดึงมาแต่เขากลับยังจับเอาไว้ นั่นทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง "พรุ่งนี้พี่ว่างมั้ยครับ?" เขาเอ่ยถามฉันพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ฉันเบนสายตาไปมองหน้าไอ้เด็กตองที่ยืนมองฉันกับเฮียของมันไปมาและยิ้มกรุ้มกริ่มให้ "พอจะมีเวลาสักให้ผมได้หรือเปล่า" และใช่ เขาก็คือคนที่จะมาสักกับฉันไง จริงๆฉันกะจะปฏิเสธอยู่แล้วล่ะ กะเอาไว้อยู่แล้ว "ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ" "แต่เจ๊มีเวลาแอบหนีเที่ยวอยู่นาาา" "ฉันไม่ได้หนี!" ฉันหันไปดุตองแต่มันก็ไม่ได้สลดหรอก "อีกอย่าง ถ้าคุณอยากสักจริงๆ คุณสักกับเฮียโจพี่เขยฉันก็ได้นะคะ เขาเก่งกว่าฉันเยอะเลย" "แต่ผมชอบแบบพี่" "ห้ะ?" "ฮ่ะๆ หมายถึง...ผมชอบฝีมือแบบพี่ที่สักให้ตองน่ะครับ" "..." "ถ้างั้น...เก็บมือถือไว้กับผม จนกว่าพี่จะมีเวลาสักให้ดีกว่า" "เอ๊ะ มีสิทธิ์อะไรกันล่ะ" "สิทธิ์ที่เก็บได้ ถ้าผมเก็บเอาไว้และไม่ตามออกมาบอกพี่ ป่านนี้พี่ก็ไม่รู้ว่ามือถือหายไปไหนใช่มั้ยล่ะ" หัวหมอนัก ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์ "ถือว่าตอบแทนที่ผมเก็บได้" "ทวงบุญคุณ?" "ผมถือเป็นค่ามัดจำครับ" เขาพูดพลางดึงมือถือฉันไปเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็วจนฉันตามคว้าไม่ทัน โอ้โห เขานี่มัน... ทำไมพักนี้ฉันจะต้องเจอเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียแบบนี้ด้วยนะ หรือมันจะเป็นพิษเบญจเพศใช่ไหม แต่อีกไม่กี่เดือนฉันก็จะยี่สิบหกแล้วนะ เพิ่งจะมาออกฤทธิ์ให้ฉันซวยซ้ำซ้อนอะไรเอาตอนนี้เนี่ย ________ พี่ลลิสคนสวยอายุ 25 ย่าง 26 แล้วนะคะ แน่นอนว่าพี่เรย์ก็ 23 ย่าง 24 เป็นรุ่นน้องงง*โรงเรียนXXX “มาแล้วๆ” ผม เมียผมแล้วก็ลูกสาวทั้งสองคนเดินตรงมาหาไอ้เกียร์กับของขวัญและลูกๆที่ยืนรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว “ทำไมช้า?” ไอ้เกียร์เอ่ยถามทันที ส่วนกวินกับกันต์ก็ยกมือไหว้ทักทายผมกับลิส “รถติดไงมึง” “ตลอดมึงอ่ะ” “น่าาา อย่าทำหน้าดุ เดี๋ยวลูกกูกลัว” ผมพูดพลางมองหน้าลลินที่ผมอุ้มอยู่และไลลาที่ลิสจับมือยืนอยู่ข้างๆ “ลุงจ๋าาา ลินขอโทษ” ลลินลูกสาววัยสองขวบครึ่งจอมขี้อ้อนของผมพูดขึ้นทันทีอย่างรู้งาน “ลุงเกียร์อย่าโกรธน๊าาา” แล้วไลลาที่สนิทกับไอ้เกียร์พอสมควรก็เข้าไปเกาะแขนมันพลางเงยหน้าส่งสายคาอ้อนวอนอีกคน ไอ้เกียร์น่ะ เห็นแบบนี้มันก็แพ้ลูกอ้อนเจ้าหญิงน้อยของผมเหมือนกันแหละ เพราะตอนนี้มันยังไม่มีลูกสาว ต่างจากผมที่มีถึงสองคน มันเอ็นดูลูกผมจะตายไป “ลุงไม่โกรธหลานสาวลุงหรอก” มันยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยพลางลูบผมทั้งไลลาและลลินก่อนจะตวัดสายตามามองผม ผมกระตุกยิ้มใส่มัน “พ่อครับ วินจะไปเรียนแล้วนะ” เสียงกวินพูดขึ้นทำให้เราหยุดการสนทนากันเอาไว้ เพราะตอนนี้พวกเรามาส่งลูกๆที่โรงเรียน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมแรก กวินตอนนี้ก็แปดขวบแล้ว ส่วนไลลาสี่ขวบ และกันต์กับลลินก็สองข
หลายปีต่อมา… สวบ~ “พ่อ ลูก ทำอะไรกันอยู่คะ?” ฉันเดินเข้ามาหาเรย์กับลูกๆที่กำลังนั่งทำอะไรกันอยู่บริเวณใต้ต้นไม้แถวๆชายหาดสีขาวสะอาด วันนี้ครอบครัวของเรามาเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลแห่งหนึ่งน่ะ “แม่จ๋า อันนี้สวยมั้ยคะ” ไลลาเงยหน้ามายิ้มกว้างพลางชูสิ่งของที่อยู่ในมือขึ้นมาให้ฉันดู มันเป็นมงกุฎดอกไม้ที่ดอกไม้ดูช้ำนิดหน่อย “สวยค่ะ ไลลาทำเองหรอคะ?” ฉันนั่งลงข้างๆเรย์ เขายิ้มให้ฉัน “ค่ะ พ่อจ๋าสอน” ไลลาบอกกับฉัน ฉันหันไปยิ้มให้เรย์ ที่ดอกไม้ดูช้ำหน่อยๆก็คงเพราะสองพ่อลูกกุมทำให้มันกลายเป็นมงกุฎสินะ น่ารักกันจริงๆเลย “แม่ใส่มงกุฎของไลลาหน่อยน๊า” ไลลาอ้อนให้ฉันใส่มงกุฎที่ตั้งใจทำ ฉันยิ้มและพยักหน้าอย่างไม่ปฏิเสธ “พ่อจ๋า ใส่ให้แม่สิคะ” “รู้งานจริงๆเลยลูกสาวพ่อ” เรย์หัวเราะในลำคอพลางลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะรับมงกุฎมาใส่ให้ฉัน ฟุ่บ~ “สวยจริงๆ” แล้วก็เอ่ยชมฉัน “เว่อร์แล้ว” “ไม่เว่อร์นะ ใช่มั้ยไลลา ใช่มั้ยลลิน” “ค่าาา แม่จ๋าของหนูสวยที่สุดในโลก” “แม่จ๋า” “หืม?” ฉันหันไปมองลลิน ลูกสาวคนเล็กของฉันน่ะ เรย์เป็นคนตั้งชื่อให้เค้าว่าลัลณ์ลลิน แปลว่าเด็กผู้หญิงผู้
10 นาทีผ่านไป… ฟลุ่บ~ “อุ๊ย!” ระหว่างที่ฉันกำลังทำกับข้าวอยู่ จู่ๆฉันก็ถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง ฉันตกใจนิดหน่อยเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็รู้นั่นแหละว่าใครเป็นคนเข้ามากอดฉัน “ยังไม่…อื้อ” ฉันเฮี้ยวหน้าไปมองเรย์และเห็นว่าเขายังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำก็เลยกำลังจะพูดแต่เรย์ดันล็อกต้นคอฉันไว้พร้อมกับกดจูบลงมาทันที “เรย์ อื้อ” ฉันส่งเสียงออกมาเมื่อเรย์ถอนจูบออกและดันไหล่ฉันให้หันไปหาเขา แต่ก็ทำได้แค่เรียกชื่อเพราะหลังจากนั้นเขาก็จําปิดปากฉันต่อ ขะ เขานี่! ปึ้ก~ ฉันทุบอกเรย์เพื่อบอกให้เขารู้ว่าควรเลิกจูบฉันก่อน เรย์ค่อยๆถอนริมฝีปากออกและมองหน้าฉัน “ลิสทำกับข้าวอยู่เห็นมั้ย” ฉันดุเขานิดหน่อย เรย์เลิกคิ้วแล่วกระตุกยิ้ม “ไม่ยาก” เขาเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สทันที ฉันมองตามการกระทำของเขา “มันยังไม่เสร็จเรย์” “เดี๋ยวค่อยทำต่อ ไปอาบน้ำกัน” “เรย์ อ๊ะ!” ฟลุ่บ~ ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทำอะไร เรย์ก็อุ้มฉันขึ้นพร้อมกับพาเดินเข้าห้องทันที สวบ~ อื้อ~ เขาพาฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำและวางฉันลงบนพื้นจากนั้นก็ดันตัวฉันเข้าหาผนังห้องน้ำ ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้าฉันขึ้นและจูบล
*GR อู่ คาร์แคร์ อะไหล่รถยนต์ “พ่อจ๋าาา” ฟลุ่บ~ “ว่าไงคะ?” ผมหันไปมองลูกสาวตัวเล็กของผมที่วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับเรียกผมเจื้อยแจ้ว ผมอ้าแขนรับอ้อมกอดเล็กๆของลูกก่อนจะอุ้มไลลาขึ้นมา “ไลลา แม่บอกอย่าวิ่งไงคะ” พร้อมกับหันไปมองลลิสที่เดินตามลูกมาติดๆ “อย่าดุลูกเลย” ผมพูดพลางยิ้มให้เมียรักของตัวเอง “ก็ตามใจกันแบบนี้…” “แม่จ๋าาา ไลลาขอโทดดด” ไลลาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางกางแขนและโผเข้าหาพี่ลิส “ไลลารักแม่จ๋าน๊าาา” “จริงๆเลยลูกคนนี้” พี่ลิสส่ายหน้าเพราะแพ้ลูกอ้อนของลูก ผมเข้าใจนะที่เมียผมดุลูกเพราะไลลาวิ่งมาหาผมที่กำลังยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ ก็กลัวลูกจะล้มนั่นแหละ ตอนนี้ลูกสาวผมสองขวบกว่าแล้ว แต่ว่าพูดเก่งมาก อ้อนก็เก่งด้วย อีกไม่กี่เกือนก็จะได้เข้าเรียนเตรียมอนุบาลแล้วล่ะ “ไหนคะ บอกพ่อซิ ไปหาน้าขวัญได้กินขนมอะไรบ้าง?” “เค้ก ไลลาชอบเค้ก” ไลลาหันมากอดคอผม “พ่อจ๋าๆ” “ครับ?” ผมเลิกคิ้วถามไลลา เพราะลูกเรียกแบบนี้ ดูแล้วมีอะไรจะพูดแน่ “มะกี้พี่วินบอกหนู” “บอกว่าไงครับ?” ผมถามเพราะกวินหลานรักของผมก็อยู่ที่ร้านกับแม่เขา ส่วนไอ้เกียร์รายนั้นก็ไปอยู่ที่ร้านเ
05.10 น. แอ้~ “ชู่ว คนเก่งของพ่อ อย่าร้องนะครับ” ฉันปรือเปลือกตาขึ้นมาและมองแผ่นหลังของเรย์ที่ขยับลุกขึ้นไปอุ้มลูกสาวของเราเพราะเค้าน่าจะเพิ่งตื่นเลนส่งเสียงร้องออกมา ฟลุ่บ~ “ตื่นแล้วเหรอ หืม ตื่นแต่เช้าเลยตัวเล็ก” ฉันมองเรย์ที่อุ้มลูกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนและโยกเค้าไปมาเบาๆพร้อมกับพูดกับลูกอย่างเงียบเชียบ แอ้~ “ชู่ว หิวนมแล้วเหรอ แม่หลับอยู่นะ ไม่เอาไม่ร้อง เดี๋ยวพ่อเอานมให้กินน๊า” เขาพูดไปพลางพยายามปลอมโยนลูกให้หยุดร้อง ส่วนฉันก็นอนมองการกระทำของเขา เพราะตอนนี้ฉันกับลูกออกมาอยู่บ้านได้ประมาณเกือบเดือนแล้ว ไลลาลูกสาวของเรามักจะตื่นเวลานี้ประจำ และฉันกับเรย์ก็มักจะตื่นทันทีที่ลูกส่งเสียงร้องออกมา ตอนนี้ฉันก็ตื่นแล้วแต่ดูเหมือนว่าเรย์จะอยากให้ฉันได้นอนต่อเขาถึงได้เด้งตัวลุกไปอุ้มลูกที่ส่งเสียงร้องออกไปจากห้องทันที คือว่าเมื่อคืนลูกดูไม่ค่อยสบายตัวก็เลยร้องไห้โยเย ฉันต้องดูเค้าจนดีขึ้น กว่าจะโอเคได้ฉันก็เพิ่งจะได้นอนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ส่วนเรย์ตอนแรกเขาก็ดูลูกเป็นเพื่อนฉันแต่คงเหนื่อยกับงานมากๆเขาก็เลยหลับไปก่อน ฉันเองก็ไม่ได้ปลุกเขานะ ก็ดูลูกคนเดียวจนเห็นว่าลูกไม่ได้เป
บรื้น~ และผมก็ให้มันขับรถให้ บนรถมีของขวัญเมียมันมากับเราด้วย ผมเหมือนจะสั่นไปหมดทั้งตัวเลยว่ะ “พี่เรย์ ทำไมเงียบล่ะคะ” ของขวัญหันมาถามผมที่เอาแต่ดูมือถือ ผมยื่นมือถือไปตรงหน้าน้องทันที “พี่จะให้ลูกชื่ออะไรดีอ่ะ พี่คิดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้” “โอ้โห” ของขวัญร้องออกมาทันทีที่เห็นรายชื่อของลูกผมที่ผมเลือกเอาไว้ “คงคิดได้หรอก มีเป็นร้อยชื่อ” ไอ้เกียร์ที่ขับรถอยู่พูดขึ้น “แค่สี่สิบเก้าเถอะ” “มันก็เยอะนะพี่เรย์ พี่ชอบชื่อไหนอ่ะ” “พี่คัดที่พี่ชอบทั้งหมดมานี่แหละ” ของขวัญหลุบตามองลิสลายชื่อทั้งหมดอีกครั้งพลางส่ายหัว “เลือกไม่ได้หรอกตอนนี้” น้องหันมามองหน้าผม “แต่ขวัญเชื่อว่า ถ้าพี่ได้เห็นหน้าลูก พี่ก็จะได้ชื่อที่ดีที่สุดของเค้าเองค่ะ” *โรงพยาบาล ตึก ตึก ตึก~ “แฮ่ก แม่ พ่อ ลูกเมียผมล่ะ?” ผมวิ่งมาที่หน้าห้องคลอดตรงจุดที่พ่อกับแม่ผมนั่งอยู่พอดี ผมถามถึงพี่ลิสและลูกพลางหอบหายใจไปด้วย “อยู่ในห้องคลอด หมอกำลังทำคลอดให้อยู่” แม่ตอบผม “แต่จริงๆ นี่มันยังไม่ถึงกำหนดเลยนะครับ” “น้ำคร่ำแตกแล้ว หมอก็เลยต้องทำคลอดให้จะได้ไม่อันตรายทั้งคู่” “ลูกเมียผมจะปลอดภัยใช







