Masukวันต่อมา...
08.45 น. "ไม่กลับบ้านเหรอ?" กึก~ ฉันชะงักเมื่อก้าวขาเข้ามาในบ้านและถูกใครคนหนึ่งทักขึ้น ฉันหันไปมองเห็นว่าเป็นผู้ชายร่างสูงใส่แว่นสไตล์แฟชั่นและมีรอยสักตามตัวแบบแมนๆ เขาเป็นผู้ชายที่ถึงแม้จะใส่แต่ก็ไม่ได้ดูเนิร์ด แถมยังถูกมองว่าเท่มากๆอีกต่างหาก ฉันก้าวขาเข้ามาในบ้านและกำลังจะเดินผ่านเขาไป "ไปนอนที่ไหนมาลลิส?" แต่เขาก็ก้าวขามาอีกก้าว ทำให้ฉันต้องชะงักปลายเท้าและเบนสายตาไปมองเขา "บ้านวีวี่" ฉันตอบ เขามองฉัน สายตาคมของเขาเหมือนไล่แสกนตัวฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า "ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ" "วีวี่เมาหนัก ลิสก็เลยไปส่งและมันดึกมากแล้วก็เลยนอนที่นั่นเลย" "อัญชันบอกเฮียว่าลิสไปร้องเพลง ไหนว่าเลิกทำแล้ว" เขาพยักหน้าพลางยิงคำถามฉันมาอีก "พี่หนึ่งเขาขอให้ไปช่วย" "ถ้าไม่ว่างไม่ต้องไปก็ได้หนิ เห็นว่าเมื่อวานมีคนมาสักด้วยไม่ใช่เหรอ" "ลิสนัดเขาใหม่วันนี้ตอนเย็นแล้ว" ฉันตอบอีก และใช่ เพราะฉันต้องการมือถือคืน ฉันถึงได้ตกลงจะสักให้เขาจะได้จบๆไป แต่เขาว่างจากงานตอนช่วงเย็นเราก็เลยนัดกันช่วงนั้น อ้อ แล้วสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่าคนที่ซักฉันยิ่งกว่าเครื่องซักผ้าคนนี้เนี่ยเป็นใคร ทำไมมาอยู่บ้านเดียวกับฉัน ฉันเรียกเขาว่าเฮียโจ เขาเป็นพี่เขยฉัน เป็นเจ้าของร้านสัก เป็นเจ้าของบ้าน เป็นคนออกเงินเสียค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายของฉันด้วย...แต่นั่นก็เมื่อก่อนล่ะนะ เพราะตอนนี้ฉันเริ่มทำงานอย่างจริงจังและฉันก็แทบจะไม่ได้ใช้เงินเขาแล้ว ส่วนเรื่องที่ฉันสักได้ ก็เพราะเขานั่นแหละที่สอนฉัน เอาไว้ให้ฉันช่วยงานเขาน่ะ ปกติแล้ว เราจะสักให้กับลูกค้าที่บ้านนี่แหละ เพราะเรามีโซนสำหรับสัก แต่ถ้าเวลาไหนที่มีตลาดนัดและพี่สาวฉันขนเสื้อผ้าไปขาย พี่เขยฉันก็จะตามไปเปิดร้านสักแบบเคลื่อนที่ที่นั่นด้วย "เฮียบอกแล้ว ว่าไม่ต้องไปทำงานกลางคืนแบบนั้นหรอก แค่สักกับขายเสื้อผ้าลิสก็มีรายได้พอใช้แล้ว แต่ถ้าไม่พอลิสก็ขอเฮียได้" "ลิสโตแล้วนะเฮีย จะให้แบมือขอเงินแบบแต่ก่อนได้ยังไง" "หึ" เฮียโจหัวเราะในลำคอพลางขยับเข้ามาหาและวางมือลงบนหัวฉันอย่างรวดเร็ว "โตแล้วจริงๆเหรอ..." เขามองหน้าฉัน ฉันเองก็มองหน้าเขาก่อนจะดันมือเขาออกจากหัวและขยับถอยหนึ่งก้าว "เฮีย ลิสอายุยี่สิบห้าแล้วนะ" "จริงสินะ" เฮียโจมองฉันอีกพลางยกยิ้ม "โตขึ้นเยอะจริงๆ...ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าเฮียจะดูแลลิสมาเจ็ดปีแล้ว" "ก็นะ" ฉันยกยิ้มบ้าง "แล้วพี่อัญไปไหนอ่ะ" ฉันพยายามมองหาพี่สาวของตัวเองที่ตอนนี้ยังไม่โผล่ออกมาเลย "ไปซื้อกับข้าวนั่นแหละ" พี่สาวฉันไม่อยู่สินะ... "ลิสง่วงแล้วอ่ะ ดูแลวีวี่ทั้งคืนเลย ขอตัวไปนอนก่อนนะ" ฉันก็เลยจะปลีกตัวจากขึ้นห้อง ฉันพูดและเดินเลี่ยงเฮียโจที่ยืนขวางอยู่ไปอีกทาง หมับ~ แต่เฮียโจก็คว้าแขนฉันไว้ ทำให้ฉันหันไปหาเขาอีกอย่างช่วยไม่ได้ "ไม่กินอะไรหน่อยเหรอ" "ลิสกินน้ำเต้าหู้มาแล้ว" ฉันตอบพลางหลุบตาลงมองมือหนาที่จับแขนฉันไว้ "ลลิส" "ว่าไงเฮีย" "เฮียพูดจริงๆนะ เฮียไม่อยากให้ไปทำงานกลางคืน เฮียเป็นห่วง อัญชันก็เป็นห่วง ถ้าเป็นไปได้ก็อย่ารับงานอีก" ฉันถอนหายใจเบาๆพลางพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ "อื้อ ถ้าไม่จำเป็นลิสจะไม่รับอีก" "เชื่อฟังแบบนี้แหละ เด็กดีของเฮีย" ฉันคิดว่าเฮียเอ็นดูฉัน เพราะเฮียก็เลี้ยงฉันมาตั้งเจ็ดปีกว่าแล้ว เฮียคงคิดว่าฉันเป็นน้องสาวจริงๆ... "งั้นลิสไปนอนก่อนนะ ตอนเย็นจะได้เตรียมสักงานให้ลูกค้า" ฉันพูดพลางดึงแขนออกมาจากมือเฮียและหันหลังเดินขึ้นห้องของตัวเองทันที ปึ้ง~ แกร่ก~ เมื่อขึ้นมาถึงห้อง ฉันปิดประตูและลงกลอนทันทีพลางเอนหลังพิงบานประตูและพ่นลมหายใจออกมา ฉันไม่ได้อยากจะคิดอะไรแย่ๆ แต่ทำไมกันนะ... ก็อก ก็อก ก็อก~ "ลิส ตื่นรึยัง" "ตื่นแล้วๆ" ฉันตอบพลางเดินไปเปิดประตูเพราะพี่สาวฉันมาเคาะประตูเรียก พี่อัญเดินเข้ามาในห้องฉัน "อาบน้ำเหรอ" พี่อัญถามเพราะฉันใส่ผ้าขนหนูแค่ผืนเดียวพร้อมกับตัวที่ยังคงเปียกอยู่ "เสร็จแล้วล่ะ พี่อัญมีไรเหรอ" "ลูกค้ามาแล้ว" "มาแล้วเหรอ?" ฉันร้องถามพลางเหลือบมองนาฬิกา มาก่อนเวลานัดนี่นา "ไปนัดกันตอนไหนจ๊ะ เมื่อวานเห็นปฏิเสธอยู่นี่นา" พี่อัญเท้าเอวและหรี่ตามองฉัน "ตองมันนัดให้น่า" และฉันก็คงไม่ตอบความจริงไปหรอกว่านัดกันได้ยังไงน่ะ "แต่ลูกค้าคนนี้นะ งานดี๊ดี สูงๆ หล่อๆ หน้าตาเท่ มีรอยสัก มองแล้วดูแบดบอยนิดๆ..." ฉันมองพี่สาวที่พูดลักษณะของคนที่จะมาสักกับฉันด้วยใบหน้าเพ้อฝัน "เหมือนผู้ชายเกาหลีตามภาพตัวอย่างในสมุดลายสักเลยอ่า" "ผัวไม่อยู่เหรอ ถึงได้มาเพ้อเจ้อเนี่ย" "แหม อะไรกันล่ะ นิดหน่อยเอง อย่าไปบอกเฮียนะ" พี่อัญกระซิบกับฉัน "เอ้อ แต่ว่าแกต้องอยู่กับลูกค้าสองคนนะ พี่จะตามไปหาเฮียโจ" "เฮียไปไหนอ่ะ" "ไปกินเหล้าบ้านเฮียเบิ้ลเพื่อนเขานั่นแหละ" "อ้อ..." เฮียก็คงยังไม่เห็นลูกค้าคนนี้ของฉันสินะ "เดี๋ยวพี่จะลงไปบอกให้ลูกค้ารอแกแต่งตัวแป่บนึงแล้วกัน" "อื้ม ฝากบอกที" "แล้วก็นะ...พี่ไม่อยู่ อย่าไปเต๊าะลูกค้าจนเขาติดใจอีกล่ะ" "อะไรของพี่ ลิสเคยทำแบบนั้นหรือไง" "ถ้าไม่เคย จะมีลูกค้าขยันมาสักกับแกจนแทบจะไม่เหลือที่ให้สัก ไหนจะไลน์หา โทรหา ทักส่วนตัวอีกเยอะแยะจนผัวฉันต้องช่วยกันออกไปให้แกตั้งกี่คนแล้ว หืม" "เห้อออ" "น้องสาวฉันนี่เสน่ห์แรงจริงๆเลยน๊าาา" "พอเลย รีบไปหาเฮียเลยไป" ฉันดันพี่สาวของตัวเองออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูและเดินมาแต่งตัว ถ้าพูดกันตามที่พี่สาวฉันแซว มันก็มีส่วนอยู่นิดหน่อย ตรงที่มีคนมาชอบฉันจนเอาการสักมาอ้างจริงๆ ส่วนเรื่องไลน์ เรื่องโทร เรื่องทัก มันก็มีบ้าง แต่ส่วนมากฉันไม่ค่อยตอบหรอก แล้วพักหลังๆที่ฉันไม่ได้ไปร้องเพลงแล้ว ก็ไม่ค่อยมีคนใหม่ๆเข้ามาหรอก ถามว่าฉันให้ข้อมูลการติดต่อไปไหม ก็ใช่ ฉันให้ไปนั่นแหละ ตอนที่ฉันร้องเพลงในผับ ฉันก็ต้องอยู่ให้เป็น และฉันจะหยิ่งยโสมากไม่ได้ อีกอย่างฉันก็รู้ดี ว่าพวกที่มาขอเบอร์แลกไลน์สาวๆในผับแบบนี้ มีกี่คนที่จะจริงจังกันล่ะ ฉันก็ให้ไปแบบนั้นเอง แต่จะสานต่อหรือไม่มันก็เรื่องของฉัน ซึ่งส่วนมาก ฉันไม่ทำแบบนั้น "..." ฉันคิดและเดินไปที่หน้ากระจกและยืนมองตัวเอง... ฉันเห็นใบหน้าของตัวเองที่เปลี่ยนไป เห็นตัวเองที่ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย ก็ใช่ เวลาเปลี่ยน คนก็ต้องเปลี่ยนสิ ฉันเองก็เหมือนกัน! หลังจากรวบรวมสติของตัวเองได้แล้ว ฉันก็แต่งตัวเพราะสภาพก่อนหน้านั้นก็คือเพิ่งอาบน้ำเสร็จ จากนั้นก็เดินลงมา เมื่อลงมาก็ไม่เห็นใครสักคน คาดเดาว่าพี่อัญน่าจะบอกให้เขาเข้าไปรอที่หลังม่านสีดำเพื่อเลือกลายสักไปพลางๆ ซึ่งเป็นจุดที่เตรียมเอาไว้สำหรับลูกค้าที่มาสัก ครืด~ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางยื่นมือไปรูดม่านสีดำให้เปิดออก เห็นว่าเขากำลังนั่งพลิกสมุดเลือกลายอยู่จริงๆ และเขาชะงักพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองฉันทันทีที่ฉันเปิดม่าน "..." "..." เราต่างคนต่างเงียบเมื่อสบตากันพอดี "สวัสดีครับ...พี่" ก่อนที่เขาจะเป็นคนทักทายและยิ้มให้ฉัน "อื้ม สวัสดีค่ะ" ฉันก็เลยเอ่ยคำทักทายกลับไปพร้อมกับเดินเข้ามาหลังผ้าม่านนี้ "เลือกลายได้หรือยัง?" ฉันมองไปที่สมุดลายสักนั่นแทนที่จะมองหน้าเขาพลางถามทันที เห็นสมุดนั่นเปิดค้างอยู่ที่หน้าของลายปีกนกต่างๆ "ลายนี้สวยดีนะครับ" เขาชี้มือไปที่ลายสักลายหนึ่ง ซึ่งดันเป็นลายสักเดียวกับที่สายตาฉันมองไปพอดี มันเป็นลายสักรูปปีกนกตรงช่วงสะบักหลังด้านบน "ลายค่อนข้างใหญ่...ทนเจ็บไหวมั้ย" ฉันถามและมองไปที่ลายสักนั้นอย่างละเอียด "ก็ต้องลองดูครับ" "ถ้างั้น..." ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาในที่สุด เพราะจะบอกว่าให้เขาไปนอนรอบนเตียงสำหรับสักที่มีขนาดพอดีตัวเขา แต่ก็ต้องชะงักเพราะเขามองฉันอยู่ "งั้นไปนอนคว่ำแล้วถอดเสื้อรอเลยค่ะ ขอเตรียมอุปกรณ์แป่บนึง" ฉันพยายามไม่สนใจและรีบเบือนหน้าหน้าไปมองอุปกรณ์สำหรับสักที่ถูกจัดเก็บไว้ในตำแหน่งหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ ได้ยินเสียงเขาขยับตัวลุกขึ้น เหลือบมองด้วยหางตาก็เห็นว่าเขาเดินไปนั่งลงบนเตียง ถอดเสื้อ นอนและคว่ำหน้าลงอย่างว่าง่าย สวบ~ เมื่อหยิบอุปกรณ์ต่างๆมาเสร็จสรรพ ฉันก็หันหลังกลับมาที่เตียง แล้วก็ต้องชะงักอีกครั้งกับสายตาเขา "มีอะไรหรือเปล่า?" ฉันก็เลยถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดห้วนนิดหน่อย จ้องอยู่ได้ ฉันยิ่งทำอะไรไม่ค่อยสะดวกอยู่ "ก็...มีครับ" "อะไร" "ก็เห็นว่าตองมันเรียกพี่ว่าเจ๊" "แล้วยังไงคะ?" "ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมถึงเรียกแบบนั้น แล้วผมต้องเรียกพี่ว่าเจ๊ด้วยมั้ย" "แล้วแต่เลย สะดวกแบบไหนก็เรียกแบบนั้นแหละ" เขาแทน "งั้นผมไม่เรียกพี่ว่าเจ๊นะ" "ตามใจค่ะ" "ว่าแต่...พี่ชื่ออะไรครับ" "..." "ผมชื่อเรย์" เรย์... "ลลิส" ฉันตอบออกไป เขาเอี้ยวตัวมามองหน้าฉันแล้วยิ้มให้ "ครับ พี่ลลิสคนสวย" "อย่าขยับตัวได้มั้ย" ฟึ่บ~ ฉันเลยจัดการเขาด้วยการออกแรงกดไหล่เขาลง นั่นทำให้เขาต้องนอนลงเหมือนเดิม "แล้วก็เรียกแค่ชื่อก็พอ ไม่ต้องมีคำสร้อยอะไรต่อท้ายทั้งนั้น" "รับทราบครับผม" เขาพูดกลั้วหัวเราะออกมานิดหน่อย ตอนนี้เขาไม่ได้หันมามองฉัน แต่ถ้าจะให้เดา ฉันว่าเขากำลังยิ้มอยู่ โอเค ฉันควรรีบสักให้เขา มันจะได้เสร็จๆไป "สรุปเอารูปนี้แน่นะคะ" "ครับ" "เดี๋ยวจะทายาชาให้ แต่อาจจะมีเจ็บบ้างถ้าไม่ไหวก็บอกนะคะ" "พี่ก็เบามือกับผมหน่อยนะครับ" "..." "ผมก็แอบกลัวนิดๆเหมือนกัน ฮ่ะๆ" อย่ามาลูกเล่น รอยสักที่ตัวไม่ใช่น้อยๆเลยนะ จะมากลัวอะไรตอนนี้ ไอ้เด็กบ้า 1 ชั่วโมงผ่านไป... ซี้ด~ "นี่!" ฉันชะงักนิดนิดหน่อยตอนที่ไอ้เด็กบ้านี่ส่งเสียงครวญครางออกมา ตอนนี้ฉันลงมือสักให้เขาแล้ว และเขาก็ส่งเสียงเบาๆมาเป็นระยะ ก็เข้าใจนะว่าถึงจะใส่ยาชาแล้วแต่มันก็เจ็บ และฉันก็สักให้ลูกค้ามาตั้งหลายคนแล้วด้วย จริงๆเรื่องเสียงร้องอะไรแบบนี้ฉันควรชินใช่ไหมล่ะ หึ แต่เสียงหมอนี่มันรบกวนสมาธฉันชะมัดเลยอ่ะ อยากจะเอาอะไรยัดปากเขาจริงๆเลย "ไหวมั้ยเนี่ย" ฉันถามเขา เขาพยักหน้าพลางเอี้ยวมามองหน้าฉัน "พี่ช่วยพูดอะไรกับผมหน่อยสิ จะได้ลืมความเจ็บไปบ้าง" เขายกยิ้มส่งมาให้ฉัน และใช่ ตลอดเวลาที่ฉันสักให้เขามาชั่วโมงนึง เขาพูดกับฉันตลอด ถามนั่นถามนี่ ชวนคุยเยอะแยะ แต่ฉันก็ตอบไปแค่ อืม อือ มั้ง ใช่ แค่นี้เอง "มันรบกวนสมาธิ" ฉันบอกกับเขาแต่เขามองหน้าฉันด้วยสายตาเชิงอ้อน "จะเอาปีกดีๆหรือจะเอาแบบปีกหัก" ฉันถลึงตาใส่เขา แต่เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพยักหน้า "ฮ่ะๆ เข้าใจแล้วครับผม" "หันหน้ากลับไปสิ" "คร้าบบบ" เขายิ้มให้ฉันอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปเหมือนเดิม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางตั้งสติและสมาธิและหันมาจดจ่อกับการสักให้เขาเหมือนเดิม "เมื่อวานที่ผมมา เห็นว่าพี่รีบออกไปทำงาน พี่อัญชันบอกว่าพี่เป็นนักร้องด้วยเหรอครับ" "..." แต่เหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจที่ฉันบอกหรือไงว่าให้อยู่เงียบๆเขาถึงได้พูดขึ้นต่อ แล้วพี่อัญชันที่เขาพูดถึงน่ะ ก็พี่อัญพี่สาวฉันนั่นแหละ จริงๆแล้วเธอชื่ออันชัญน่ะ "แต่เมื่อวานที่เราบังเอิญเจอกันที่ยัวร์โซน ผมไม่เห็นพี่ร้องเพลงเลย ไอ้ตองมันบอกว่าพี่แอบหนีมาเที่ยว" "..." แต่อยากพูดก็พูดไปเถอะ ฉันจะไม่ตอบเขา เดี๋ยวเขาก็คงเงียบไปเองนั่นแหละ "แต่ผมว่าพี่ต้องร้องเพลงเพราะมากแน่ๆเลย" "..." "พี่ครับ" "..." "พี่ลลิสครับ" แต่สุดท้ายเขาก็ทำให้ฉันชะงักและเงยหน้าไปมองเขาอีกไม่ได้ เพราะเขาป่วนฉันไม่เลิกนี่ไง เรียกชื่อฉันอยู่ได้จนฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขาผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหัวเตียงที่เขานอน เขาน่ะไม่ได้เอี้ยวหน้ามาพูดและมองฉัน แต่เขามองฉันผ่านกระจกบานนั้นอยู่แล้วต่างหาก และตอนที่ฉันเงยหน้าขึ้นไป เราสองคนก็สบตากันพอดี... "ให้หาอะไรอุดปากมั้ยคะ" ฉันพูดกับเขาก่อนจะเลื่อนสายตามองไปรอบๆห้องสัก ทำเหมือนมองหาอะไรเพื่อจะมาอุดปากเขาจริงๆ "ผมอยากคลายเจ็บ มันเจ็บกว่าที่คิดนะเนี่ย" เขาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงปนอ้อนอีกแล้ว เขานี่มันอ้อนเก่งจริงๆนะ เอาตรงๆ หน้าตาก็ดีแถมมีรอยสักเท่ๆ ฉันว่าตอนนี้เขาคงมีสาวรุมล้อมเพียบเลยล่ะ "งั้นพอก่อนมั้ย" "พอก็ดีนะ วันหลังผมจะได้มาสักต่ออีก..." เขากำลังทำให้ฉันแอบคิด ว่าเขาก็จะมาแนวเดียวกับคนอื่นๆที่ฉันเคยเจอมา "แต่ฉันไม่ค่อยว่าง อาจไม่ได้รับสักแล้วด้วย" "งั้นก็เรียกว่าผมเป็นคนสุดท้ายของพี่ส่ะสิ" "พูดอะไร ไม่ใช่แน่ๆ เพราะถ้านายไม่เอามือถือฉันไปมัดจำแบบนั้น มันคงไม่จบลงแบบนี้หรอก" "งั้นผมก็ต้องขอบคุณตัวเองสินะ" เขายิ้มให้ฉันผ่านกระจก ฉันเบนสายตาลงมามองแผ่นหลังกว้างของเขาที่มีลายเส้นสีดำที่ฉันกำลังสักตัดกับรอยแดงบนผิวเนื้อที่เกิดจากการสักลายจากฝีมือฉันและฝ่ามือของฉันที่วางนาบสัมผัสกับแผ่นหลังของเรย์ผ่านถุงมือที่ฉันใส่... คำพูดแบบนี้ ฉันไม่เคยได้ยินมันมานานแล้วนะ ฮื้ม ฮืม~ "..." แล้วจู่ๆเขาก็เปิดมือถือขึ้นมาพร้อมกับฮัมเพลงคลอไปด้วย ฉันเหลือบมองเห็นว่าเขากำลังดูคลิปวงดนตรีในผับวงหนึ่ง ซึ่งฉันจะไม่คุ้นอะไรเลยถ้ามันไม่ใช่วงของพี่หนึ่ง และนักร้องหญิงที่กำลังร้องเพลงคือฉันเอง อยากให้ลมหายใจ สุดท้าย ได้หมดไป ในตอนนี้~ "..." ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้ได้ยังไงว่าฉันเคยร้องเพลงอยู่วงนี้ และตอนนี้เสียงร้องเพลงคลอๆของเขาก็เริ่มเข้ามาในโสตประสาทฉัน มันเจ็บจนเกินรับไหว หัวใจ จงหลับไหลไปเสียที~ "..." ในหูฉันได้ยินเสียงของเขาไม่หยุด เขาเป็นคนร้องเพลงเพราะ เขาเล่นกีตาร์เก่ง เขา... มันผิดที่ฉันเอง ที่เฝ้ารัก และทำให้เธอนั้นมองข้ามไป~ มันผิดที่ฉันเอง ที่ง่ายนัก ของตายก็มีความหมายแค่นั้น~ เอนหัวลงซบกับหมอนพลางเอียงคอมาด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นด้านที่ฉันยืนอยู่ ฉันเบนสายตาไปมองเห็นเขาหลับตาลงและร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ มันผิดที่ฉันยอมยกใจให้เธอไป~ มันผิดที่ฉันยอมให้เธอเก็บไว้~ มันผิดที่ฉันมองเห็นเธอด้วยหัวใจ~ ผิดตรงที่ไว้ใจ ฉันมองตัวเธอผิดไป...~ และใช่ ความรักในบางครั้งมันก็ผิด มันผิดที่ตัวเราเอง ผิดที่ไว้ใจ ผิดที่เชื่อใจคนอื่นมากเกินไป เหมือนกับเพลงๆนี้ที่ฉันและเขากำลังร้องออกมาตอนนี้นี่แหละ*โรงเรียนXXX “มาแล้วๆ” ผม เมียผมแล้วก็ลูกสาวทั้งสองคนเดินตรงมาหาไอ้เกียร์กับของขวัญและลูกๆที่ยืนรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว “ทำไมช้า?” ไอ้เกียร์เอ่ยถามทันที ส่วนกวินกับกันต์ก็ยกมือไหว้ทักทายผมกับลิส “รถติดไงมึง” “ตลอดมึงอ่ะ” “น่าาา อย่าทำหน้าดุ เดี๋ยวลูกกูกลัว” ผมพูดพลางมองหน้าลลินที่ผมอุ้มอยู่และไลลาที่ลิสจับมือยืนอยู่ข้างๆ “ลุงจ๋าาา ลินขอโทษ” ลลินลูกสาววัยสองขวบครึ่งจอมขี้อ้อนของผมพูดขึ้นทันทีอย่างรู้งาน “ลุงเกียร์อย่าโกรธน๊าาา” แล้วไลลาที่สนิทกับไอ้เกียร์พอสมควรก็เข้าไปเกาะแขนมันพลางเงยหน้าส่งสายคาอ้อนวอนอีกคน ไอ้เกียร์น่ะ เห็นแบบนี้มันก็แพ้ลูกอ้อนเจ้าหญิงน้อยของผมเหมือนกันแหละ เพราะตอนนี้มันยังไม่มีลูกสาว ต่างจากผมที่มีถึงสองคน มันเอ็นดูลูกผมจะตายไป “ลุงไม่โกรธหลานสาวลุงหรอก” มันยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยพลางลูบผมทั้งไลลาและลลินก่อนจะตวัดสายตามามองผม ผมกระตุกยิ้มใส่มัน “พ่อครับ วินจะไปเรียนแล้วนะ” เสียงกวินพูดขึ้นทำให้เราหยุดการสนทนากันเอาไว้ เพราะตอนนี้พวกเรามาส่งลูกๆที่โรงเรียน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมแรก กวินตอนนี้ก็แปดขวบแล้ว ส่วนไลลาสี่ขวบ และกันต์กับลลินก็สองข
หลายปีต่อมา… สวบ~ “พ่อ ลูก ทำอะไรกันอยู่คะ?” ฉันเดินเข้ามาหาเรย์กับลูกๆที่กำลังนั่งทำอะไรกันอยู่บริเวณใต้ต้นไม้แถวๆชายหาดสีขาวสะอาด วันนี้ครอบครัวของเรามาเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลแห่งหนึ่งน่ะ “แม่จ๋า อันนี้สวยมั้ยคะ” ไลลาเงยหน้ามายิ้มกว้างพลางชูสิ่งของที่อยู่ในมือขึ้นมาให้ฉันดู มันเป็นมงกุฎดอกไม้ที่ดอกไม้ดูช้ำนิดหน่อย “สวยค่ะ ไลลาทำเองหรอคะ?” ฉันนั่งลงข้างๆเรย์ เขายิ้มให้ฉัน “ค่ะ พ่อจ๋าสอน” ไลลาบอกกับฉัน ฉันหันไปยิ้มให้เรย์ ที่ดอกไม้ดูช้ำหน่อยๆก็คงเพราะสองพ่อลูกกุมทำให้มันกลายเป็นมงกุฎสินะ น่ารักกันจริงๆเลย “แม่ใส่มงกุฎของไลลาหน่อยน๊า” ไลลาอ้อนให้ฉันใส่มงกุฎที่ตั้งใจทำ ฉันยิ้มและพยักหน้าอย่างไม่ปฏิเสธ “พ่อจ๋า ใส่ให้แม่สิคะ” “รู้งานจริงๆเลยลูกสาวพ่อ” เรย์หัวเราะในลำคอพลางลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะรับมงกุฎมาใส่ให้ฉัน ฟุ่บ~ “สวยจริงๆ” แล้วก็เอ่ยชมฉัน “เว่อร์แล้ว” “ไม่เว่อร์นะ ใช่มั้ยไลลา ใช่มั้ยลลิน” “ค่าาา แม่จ๋าของหนูสวยที่สุดในโลก” “แม่จ๋า” “หืม?” ฉันหันไปมองลลิน ลูกสาวคนเล็กของฉันน่ะ เรย์เป็นคนตั้งชื่อให้เค้าว่าลัลณ์ลลิน แปลว่าเด็กผู้หญิงผู้
10 นาทีผ่านไป… ฟลุ่บ~ “อุ๊ย!” ระหว่างที่ฉันกำลังทำกับข้าวอยู่ จู่ๆฉันก็ถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง ฉันตกใจนิดหน่อยเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็รู้นั่นแหละว่าใครเป็นคนเข้ามากอดฉัน “ยังไม่…อื้อ” ฉันเฮี้ยวหน้าไปมองเรย์และเห็นว่าเขายังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำก็เลยกำลังจะพูดแต่เรย์ดันล็อกต้นคอฉันไว้พร้อมกับกดจูบลงมาทันที “เรย์ อื้อ” ฉันส่งเสียงออกมาเมื่อเรย์ถอนจูบออกและดันไหล่ฉันให้หันไปหาเขา แต่ก็ทำได้แค่เรียกชื่อเพราะหลังจากนั้นเขาก็จําปิดปากฉันต่อ ขะ เขานี่! ปึ้ก~ ฉันทุบอกเรย์เพื่อบอกให้เขารู้ว่าควรเลิกจูบฉันก่อน เรย์ค่อยๆถอนริมฝีปากออกและมองหน้าฉัน “ลิสทำกับข้าวอยู่เห็นมั้ย” ฉันดุเขานิดหน่อย เรย์เลิกคิ้วแล่วกระตุกยิ้ม “ไม่ยาก” เขาเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สทันที ฉันมองตามการกระทำของเขา “มันยังไม่เสร็จเรย์” “เดี๋ยวค่อยทำต่อ ไปอาบน้ำกัน” “เรย์ อ๊ะ!” ฟลุ่บ~ ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทำอะไร เรย์ก็อุ้มฉันขึ้นพร้อมกับพาเดินเข้าห้องทันที สวบ~ อื้อ~ เขาพาฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำและวางฉันลงบนพื้นจากนั้นก็ดันตัวฉันเข้าหาผนังห้องน้ำ ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้าฉันขึ้นและจูบล
*GR อู่ คาร์แคร์ อะไหล่รถยนต์ “พ่อจ๋าาา” ฟลุ่บ~ “ว่าไงคะ?” ผมหันไปมองลูกสาวตัวเล็กของผมที่วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับเรียกผมเจื้อยแจ้ว ผมอ้าแขนรับอ้อมกอดเล็กๆของลูกก่อนจะอุ้มไลลาขึ้นมา “ไลลา แม่บอกอย่าวิ่งไงคะ” พร้อมกับหันไปมองลลิสที่เดินตามลูกมาติดๆ “อย่าดุลูกเลย” ผมพูดพลางยิ้มให้เมียรักของตัวเอง “ก็ตามใจกันแบบนี้…” “แม่จ๋าาา ไลลาขอโทดดด” ไลลาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางกางแขนและโผเข้าหาพี่ลิส “ไลลารักแม่จ๋าน๊าาา” “จริงๆเลยลูกคนนี้” พี่ลิสส่ายหน้าเพราะแพ้ลูกอ้อนของลูก ผมเข้าใจนะที่เมียผมดุลูกเพราะไลลาวิ่งมาหาผมที่กำลังยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ ก็กลัวลูกจะล้มนั่นแหละ ตอนนี้ลูกสาวผมสองขวบกว่าแล้ว แต่ว่าพูดเก่งมาก อ้อนก็เก่งด้วย อีกไม่กี่เกือนก็จะได้เข้าเรียนเตรียมอนุบาลแล้วล่ะ “ไหนคะ บอกพ่อซิ ไปหาน้าขวัญได้กินขนมอะไรบ้าง?” “เค้ก ไลลาชอบเค้ก” ไลลาหันมากอดคอผม “พ่อจ๋าๆ” “ครับ?” ผมเลิกคิ้วถามไลลา เพราะลูกเรียกแบบนี้ ดูแล้วมีอะไรจะพูดแน่ “มะกี้พี่วินบอกหนู” “บอกว่าไงครับ?” ผมถามเพราะกวินหลานรักของผมก็อยู่ที่ร้านกับแม่เขา ส่วนไอ้เกียร์รายนั้นก็ไปอยู่ที่ร้านเ
05.10 น. แอ้~ “ชู่ว คนเก่งของพ่อ อย่าร้องนะครับ” ฉันปรือเปลือกตาขึ้นมาและมองแผ่นหลังของเรย์ที่ขยับลุกขึ้นไปอุ้มลูกสาวของเราเพราะเค้าน่าจะเพิ่งตื่นเลนส่งเสียงร้องออกมา ฟลุ่บ~ “ตื่นแล้วเหรอ หืม ตื่นแต่เช้าเลยตัวเล็ก” ฉันมองเรย์ที่อุ้มลูกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนและโยกเค้าไปมาเบาๆพร้อมกับพูดกับลูกอย่างเงียบเชียบ แอ้~ “ชู่ว หิวนมแล้วเหรอ แม่หลับอยู่นะ ไม่เอาไม่ร้อง เดี๋ยวพ่อเอานมให้กินน๊า” เขาพูดไปพลางพยายามปลอมโยนลูกให้หยุดร้อง ส่วนฉันก็นอนมองการกระทำของเขา เพราะตอนนี้ฉันกับลูกออกมาอยู่บ้านได้ประมาณเกือบเดือนแล้ว ไลลาลูกสาวของเรามักจะตื่นเวลานี้ประจำ และฉันกับเรย์ก็มักจะตื่นทันทีที่ลูกส่งเสียงร้องออกมา ตอนนี้ฉันก็ตื่นแล้วแต่ดูเหมือนว่าเรย์จะอยากให้ฉันได้นอนต่อเขาถึงได้เด้งตัวลุกไปอุ้มลูกที่ส่งเสียงร้องออกไปจากห้องทันที คือว่าเมื่อคืนลูกดูไม่ค่อยสบายตัวก็เลยร้องไห้โยเย ฉันต้องดูเค้าจนดีขึ้น กว่าจะโอเคได้ฉันก็เพิ่งจะได้นอนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ส่วนเรย์ตอนแรกเขาก็ดูลูกเป็นเพื่อนฉันแต่คงเหนื่อยกับงานมากๆเขาก็เลยหลับไปก่อน ฉันเองก็ไม่ได้ปลุกเขานะ ก็ดูลูกคนเดียวจนเห็นว่าลูกไม่ได้เป
บรื้น~ และผมก็ให้มันขับรถให้ บนรถมีของขวัญเมียมันมากับเราด้วย ผมเหมือนจะสั่นไปหมดทั้งตัวเลยว่ะ “พี่เรย์ ทำไมเงียบล่ะคะ” ของขวัญหันมาถามผมที่เอาแต่ดูมือถือ ผมยื่นมือถือไปตรงหน้าน้องทันที “พี่จะให้ลูกชื่ออะไรดีอ่ะ พี่คิดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้” “โอ้โห” ของขวัญร้องออกมาทันทีที่เห็นรายชื่อของลูกผมที่ผมเลือกเอาไว้ “คงคิดได้หรอก มีเป็นร้อยชื่อ” ไอ้เกียร์ที่ขับรถอยู่พูดขึ้น “แค่สี่สิบเก้าเถอะ” “มันก็เยอะนะพี่เรย์ พี่ชอบชื่อไหนอ่ะ” “พี่คัดที่พี่ชอบทั้งหมดมานี่แหละ” ของขวัญหลุบตามองลิสลายชื่อทั้งหมดอีกครั้งพลางส่ายหัว “เลือกไม่ได้หรอกตอนนี้” น้องหันมามองหน้าผม “แต่ขวัญเชื่อว่า ถ้าพี่ได้เห็นหน้าลูก พี่ก็จะได้ชื่อที่ดีที่สุดของเค้าเองค่ะ” *โรงพยาบาล ตึก ตึก ตึก~ “แฮ่ก แม่ พ่อ ลูกเมียผมล่ะ?” ผมวิ่งมาที่หน้าห้องคลอดตรงจุดที่พ่อกับแม่ผมนั่งอยู่พอดี ผมถามถึงพี่ลิสและลูกพลางหอบหายใจไปด้วย “อยู่ในห้องคลอด หมอกำลังทำคลอดให้อยู่” แม่ตอบผม “แต่จริงๆ นี่มันยังไม่ถึงกำหนดเลยนะครับ” “น้ำคร่ำแตกแล้ว หมอก็เลยต้องทำคลอดให้จะได้ไม่อันตรายทั้งคู่” “ลูกเมียผมจะปลอดภัยใช







