LOGIN“สรแต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเราต้องออกแล้วนะ”
คืนนี้บ้านของเธอต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบปะผู้คนที่อยู่ในแวดวงนักธุรกิจ บิดาและมารดาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะต้องไปรับหน้าที่เป็นประธานในงานประมูลช่วงบ่าย ส่วนเธอสองคนตามไปในส่วนของงานเลี้ยงรอบเย็น
“เสร็จแล้วๆ นิช่วยพี่ดูหน่อยสิ ชุดนี้โป๊ไปไหมพี่ไม่ชินเลยต้องเปิดไหล่กว้างขนาดนี้”
มนิตามองไปที่มธุสรแล้วขำออกมาเบาๆ พี่สาวของเธอนี่ช่างเรียบร้อยเสียจริง ชุดนี้เธอเป็นคนเลือกให้เองแหละ ออกงานครั้งแรกจะให้แต่งตัวเฉิ่มๆ ไปได้ยังไง คนอื่นจะได้ซุบซิบกันทั้งงาน ไม่แน่คืนนี้พี่สาวของเธออาจจะเจอคู่หมั้นในอนาคตก็ได้
“โป๊อะไร แค่เปิดไหล่เนี่ยนะส่วนอื่นก็ไม่มีเปิด ชายกระโปรงยาวเลยเข่าอีก”
“ก็ไม่ชินนี่นา เดินๆ ไปหลุดมาอยู่ตรงเอวจะทำอย่างไง”
“ฮ่า ๆ เว่อร์ละสรไม่หลุดหรอก เดี๋ยวถ้าหลุดนิจะถอดลงมาให้เอง ไม่แน่น้าา คืนนี้นิอาจจะได้เจอหน้าว่าที่พี่เขยก็ได้ ต้องสวยไว้ก่อนสิ”
“บ้าเหรอนิ พี่ก็โป๊น่ะสิ อายคนอื่นเค้า แล้วว่าที่พี่เขยอะไรเดี๋ยวเถอะ”
“ฮ่าๆๆๆ ….” มนิตาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยก เหนื่อยใจกับพี่สาวของเธอจริงๆ
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา” พูดจาหยอกล้อกันเสร็จแล้ว มธุสรก็ชวนน้องสาวออกมาทันที จริงๆ แล้วเธอไม่ได้กลัวชุดจะหลุดหรอก กลัวจะเดินๆ ไปแล้วเผลอสะดุดล้มมากกว่า
งานเลี้ยงคนเยอะมากๆ มองไปทางไหนก็ตาลายไปหมด คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจต่างก็พาครอบครัวมางานนี้กันหมด เป็นงานใหญ่ประจำปีเลยก็ว่าได้ หรือเรียกอีกอย่างก็คือ งานหาคอนเนคชั่นนั่นแหละ บ้างก็ต้องการสนิทกับนักธุรกิจใหญ่ๆ เพื่อให้ช่วยดันธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง บ้างก็รู้ว่าบ้านนั้นบ้านนี้มีลูกสาวลูกชายที่ยังไม่แต่งงาน ก็จะพาลูกตัวเองมาแนะนำให้รู้จัก และอยากให้สนิทกันไว้ เพื่อได้ใช้คำว่าครอบครัวเดียวกัน หึหึ หวังจะรวยทางลัดน่ะสิไม่ว่า หรือก็ต้องการอำนาจเพิ่มจะได้ไม่มีใครกล้ามาแทงข้างหลังตัวเอง เพราะมีแบล็กดีคอยคุ้มกะลาหัว ราเชนน์มองคนเดินไปเดินมาอย่างเบื่อหน่าย เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านี้ ที่ต้องมาคอยปั้นหน้าทักทายคนที่เข้ามาคุยด้วยทุกคน
และตอนนี้ก็มีพวกคุณหญิงคุณนายจากบริษัทอะไรก็ไม่รู้พยายามยัดเยียด ลูกสาวตัวเองให้กับพ่อของผมอยู่ ลูกสาวเธอมองผมเหมือนกับอยากจะลองชิมผมอยู่เหมือนกัน แต่ขอโทษทีถ้าเมื่อไหร่ที่ผมใช้สถานะแฟนกับใคร ผมจะไม่หาเศษหาเลยข้างทางกินแน่นอน เพราะผมรักแฟนของผมมาก อย่างตอนนี้ที่ผมเองมีนิตาอยู่ เราคบกันมาได้ 1 ปีกว่าแล้วแต่ผมไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักนิด อย่างมากก็แค่จุ๊บปาก หอมแก้ม กอดกัน ส่วนจูบแบบดูดดื่มจนต้องฉกชิงน้ำหวานของกันและกันก็ไม่เคยทำกับนิตาเลยสักครั้ง ก็นะผมไม่ต้องการบังคับหรือรุกหาเธอแบบที่เธอไม่เต็มใจ กลัวว่าเธอจะมองว่าผมแค่ต้องการตัวเธอไม่ได้อยากได้ใจเธอจริงๆ ตอนนี้ผมแค่รอเธอพร้อมที่จะเปิดตัวผมกับที่บ้านของเธอเท่านั้น ผมกะจะขอเธอแต่งงานหลังจากนั้นเลย ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลงอะไรนิตาเหมือนกัน รู้แค่ว่าผมรักนิตามากๆ ยอมเธอทุกอย่างและทำได้ทุกอย่างหากเธอต้องการอะไร
หลังจากที่พยายามยัดเยียดลูกสาวตัวเองให้จนพอใจแล้ว สองแม่ลูกก็เดินออกไปตัวลูกสาวไม่วายหันมามองผมเป็นการสื่อสารว่าอยากรู้จักมากกว่านี้ ผมที่เริ่มจะขยะแขยงสายตาของผู้หญิงแบบนี้ได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น พรางมองไปรอบๆ งาน แต่ต้องไปสะดุดกับมุมมุมหนึ่งที่มีผู้คนจับกลุ่มคุยกันอยู่ ครอบครัวที่มีลูกสาวฝาแฝดกำลังยืนคุยกับครอบครัวที่มีหนุ่มหล่อ แต่งตัวดี โปรไฟล์ก็น่าจะดีในระดับหนึ่ง และเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอยู่พอสมควร สองครอบครัวยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเลือดขึ้นหน้าก็ไอ้หน้าหล่อคนนั้น มันยืนมองแต่นิตาอยู่น่ะสิ เหอะ!! ผมไม่รู้เลยว่าเธอเองก็มางานนี้ด้วย แต่ก็ลืมนึกไปว่าบ้านเธอก็อยู่อันดับต้นๆ ของวงการนี้ ไม่มาน่ะสิแปลก อยากจะเข้าไปดึงเธอออกมาชะมัด
“นายครับ คุณนิตามางานนี้กับครอบครัวด้วยครับ” ธันวา ลูกน้องคนสนิทกระซิบข้างหูคนเป็นนายเมื่อมองเห็นผู้หญิงของนายไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่นัก
ราเชนน์มองไปยังมนิตาราวกับว่าสายตานี้หากใครมองก็สามารถตายได้เลย มนิตาที่รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองอยู่ก็มองไปยังสายตาพิฆาตทันที เธอสดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอาการตกใจออกมาเท่าไหร่ เธอขยับตัวเองให้ยืนออกห่างจากหนุ่มหล่อที่อยู่ด้านข้างเมื่อสักครู่แทน จนเห็นว่าราเชนน์ยังไม่เลิกมอง เลยแกล้งขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำทันที เผื่อหวังว่าจะได้คุยกับราเชนน์สักหน่อย เห็นสายตาเมื่อสักครู่ รู้สึกขนลุกแปลกๆ เหมือนกัน เหมือนเขากำลังหึงเธออย่างหนัก เป็นครั้งแรกที่มนิตาและราเชนน์เจอกันในงานเกี่ยวกับธุรกิจ ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ เธอเลยทำเป็นยิ้มให้กับทุกคนที่เข้ามาทักทาย เพราะคิดว่าการที่ผูกมิตรไว้ดีกว่ามีศัตรู
“คุณพ่อคะนิขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“สรไปด้วยไหมนิ”
“ไม่เป็นไรๆ นิไปแป๊บเดียวแค่ตรงนี้เอง เดี๋ยวนิมานะ”
เมื่อบอกทุกคนเสร็จฉันรีบสาวเท้าออกมาด้านนอกงานทันที ป่านนี้คนตัวโตคงจะงอนฉันแล้วมั้งยิ่งขี้หึง ขี้น้อยใจอยู่ เฮ้อออ!! ความจริงฉันแอบเห็นลูกน้องของเขาเองผ่านๆ ตาเหมือนกัน แต่คิดว่าตัวราเชนน์เองก็คงไม่ได้มางานแบบนี้ ก็งานแบบนี้มันน่าเบื่อและเขาเคยบอกว่าไม่ชอบมางานเลี้ยงที่มีแต่ผู้ใหญ่เต็มไปหมด แต่ดันมาเจอกันงานนี้ซะได้ แล้วมาเจอตอนเธอกำลังคุยกับผู้ชายที่ไหนอีกก็ไม่รู้
ชายหนุ่มได้แต่มองร่างบางนอนหลับไปในอ้อมกอดของตัวเอง พลางคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงหลายปีมานี้ การเดินทางของทุกคนล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เขาพยายามสร้างครอบครัวของตัวเองในแบบที่เขาอยากจะให้เป็น มนิตาเป็นภรรยาที่ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องไหนเลย เป็นทั้งประธานบริษัทและแม่ที่ดีเสมอ และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าอาการที่เขาเป็นในตอนเช้าทุกวันก็คือ แพ้ท้องแทนเมีย พอรู้แบบนี้เขารู้สึกดีใจขึ้นมาเฉยๆ ตอนท้องแรกมนิตาแพ้หนักจนเขาเองยังแอบสงสาร ตอนนี้ลูกคงรู้ว่าพ่อเป็นห่วงแม่มากขนาดไหน ก็เลยให้คนที่แพ้เป็นพ่อไปซะเลย “ฝันดีนะครับ...ที่รัก” เขากระซิบข้างๆหูของเธอเบาๆ พร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นเช้าวันต่อมา หลังจากที่ผ่านเรื่องน่ายินดีมาแล้ว เช้านี้ทุกคนตื่นและออกมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมกัน แพลนเที่ยวของพวกเขาไม่ได้มีไปไหน เพราะแค่อยากมาพักผ่อนและสังสรรค์กันเท่านั้น มนิตาพาลูกชายออกไปเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดตั้งแต่ก่อนทุกคนจะออกมานั่งแล้ว พอเห็นว่าทุกคนอยู่ด้วยกันทั้งหมด จึงชวนลูกชายจอมดื้อเดินเข้ามาด้านใน “ไงครับเรนน์สุดหล่อของป้า รู
ข้าวหอมมีท่าทีลุกลนจนออกัสเริ่มจะสงสัย และทุกคนก็มีอาการไม่ต่างกัน คนที่ยิ้มอย่างสะใจมีแค่แทนไทคนเดียวเท่านั้น ที่เขาแอบเห็นข้าวหอมพูดเรื่องนี้ตอนเช้าที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับใครอยู่ “ไม่ตอบก็ต้องกินหมดแก้ว” แทนไทยื่นแก้วไปให้ข้าวหอมที่ไม่ยอมตอบคำถาม แต่ดันถูกออกัสจับมือเอาไว้เพราะรู้สึกถึงความแปลก ทุกคนเงียบจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร มนิตาเห็นท่าไม่ดีเลยต้องหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน “พี่หอมเข้าบ้านกันไหมคะ” “อื้ม” แล้วก็ลุกขึ้นไปเลยไม่รอให้ใครรั้ง มนิตาและดารินรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว สามสาวเลือกที่จะมานั่งเล่นกันที่หลังบ้านอีกฝั่ง เพราะคงมีเรื่องที่ต้องคุยกันยาว ข้าวหอมถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าคงต้องพูดแล้วจริงๆสินะ “นิตา ดาริน พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ตอนนี้พี่...พี่ท้อง” “ก็ดีแล้วนี่คะ บอกพี่ออกัสหรือยังคะรินว่าพี่เขาต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าพี่หอมมีน้องแล้ว” ดารินพูดออกมาอย่างดีใจ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที “ไม่หรอก เขาคงไม่เป็นแบบนั้น พี่ไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแทนไทถึงถาม” หญ
วันและเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ บริษัทของมนิตาและราเชนน์ มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นด้วยการบริหารคนเก่งของคู่สามีภรรยา วันนี้ในช่วงเช้าราเชนน์ต้องเดินทางไปคุยงานที่ต่างจังหวัด ปกติแล้วเรื่องคุยงานนอกสถานที่จะเป็นหน้าที่ของธันวา ที่ตอนนี้ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งสูงของบริษัท และให้ลูกน้องคนอื่นเข้ามาดูแลใกล้ชิดราเชนน์แทน “ไม่อยากไปเลย” ชายหนุ่มเดินเข้ามากอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง คนตัวเล็กเพียงมองการกระทำของเขาผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้าเท่านั้น “ผู้ใหญ่ที่นู่นเขาอยากเจอพี่ จะขัดก็ไม่ได้เพราะว่ากว่าจะได้ลงเส้นนี้ต้องจ่ายหนักไปเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเป็นเรื่องสำคัญพี่เชนน์ไปเองดีแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนิกับลูกนะคะ” ยิ้มตอบสามีที่ต้องห่างกันเป็นครั้งแรกนับจากที่แต่งงานและลูกชายโตจนเข้าโรงเรียน “พี่ไปตั้งสามวันคิดถึงเมียแย่” “คิดถึงก็รีบกลับมานะคะ” เธอหันหน้ามาหาเขาก่อนจะยกมือขึ้นประคองแก้มของสามี แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อสามีหนุ่มมีอาการแปลกๆ “นิเปลี่ยนน้ำหอมเหรอ ทำไมกลิ่นเหม็นจัง” ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ร่างบางฉีดวันนี้ มันท
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองกันอย่างเนืองแน่น มนิตาและราเชนน์เป็นหนึ่งในผู้ถูกเชิญ หากไม่ถูกเชิญคงจะน้อยใจแย่ “พี่ข้าวหอมสวยจังเลยค่ะวันนี้” “ไงมึง มึงนี่ไม่เบาแอบไปได้เลขาเมียกูไม่บอกกูเลยนะ” เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เห็นมนิตาและราเชนน์เดินเข้ามา จึงได้เข้ามาทักทาย พร้อมกับเอ่ยแซว งานที่เธอมาในวันนี้คืองานแต่งงานของข้าวหอมกับออกัสเพื่อนของเขาเองนั่นแหละ พูดก็พูดเถอะเธอเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าสองคนนี้แอบไปกุ๊กกิ๊กกันตอนไหน รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่บอกว่ากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ร้ายจริงๆ “แล้วนี่จะไม่บอกหน่อยเหรอคะ ว่าไปแอบคบกันตอนไหนทำไมนิกับพี่เชนน์ไม่รู้เลย” แววตาจ้องมองข้าวหอมอย่างต้องการคำตอบ “พี่เมาน่ะ” “...” ข้าวหอมหันไปมองหน้าเจ้าบ่าวข้างๆ ด้วยแววตาที่ดูเศร้าลง “แต่ก็ยังดีนะที่ยังเข้าถูกห้อง” “นี่หมายถึงตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกันทั้งหมดตอนนั้นเหรอคะ” ย้อนกลับไปได้สักประมาณสองปีที่แล้ว เธอและราเชนน์ไปเที่ยวกันแบบกลุ่มเพื่อน เธอเลยชวนเข้าหอมไปด้วยเพราะนอกจากดาริ
หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆมาทั้งหมดแล้ว ครอบครัวของเขาและเธอได้ใช้ชีวิตที่สงบสุข และมีเรนน์ เด็กน้อยที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ มาคอยเป็นกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายๆคน ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ว่าใครที่เห็นหน้าตาโหดๆ เจอพ่อเรนน์ของมนิตาเข้าไปเป็นต้องหลงหนุ่มน้อยกันเลยทีเดียว “แดดดี้คะ มามี๊ว่าเปลี่ยนเนคไทน์เป็นสีนี้ดีกว่านะคะ เวลาที่แดดดี้ใช้สีนี้แดดดี้ดูหล่อขึ้นมาเยอะเลยค่ะ” หญิงสาวช่วยสามีเลือกสีเนคไทน์ พร้อมกับเดินเข้าไปผูกให้กับเขาด้วยรอยยิ้ม “ชมผัวแบบนี้อยากได้อะไร หื้มม” แม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปากขอ แต่เขาก็สรรหาทุกสิ่งทุกสิ่งให้เธอจนหมด เรียกได้ว่าหลงแม่ของลูกจนโงหัวไม่ขึ้นเลยแหละ “จะไปอยากได้อะไรล่ะคะ ทุกวันนี้ไม่มีที่จะเก็บแล้วนะคะ แล้วก็เลิกซื้อได้แล้วนิไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น นิแค่อยากให้พี่เชนน์มีความสุขแล้วก็รักนิกับเรนน์ให้มากๆ แค่นั้นก็พอค่ะ” ส่งยิ้มหวานจนตาหยีให้กับเขา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปด้านนอกเพื่อเตรียมตัว แต่อยู่ๆก็รู้สึกตัวลอยเพราะมีคนอุ้มร่างของเธอขึ้นจากทางด้านหลัง ด้วยความกลัวตกแขนทั้งสองข้างของร่างบางจึงยกขึ้นไปคล้องเขาไว้ทัน
ราเชนน์นั่งเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานที่บริษัท เมื่อเช้านี้เขาทำเป็นเมินเธอทั้งๆที่อยากจะกอดอยากจะจุ๊บก่อนไปทำงานเหมือนแบบทุกวัน แต่ด้วยความน้อยใจจากเมื่อคืนเขาเลยอยากทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าเขาเสียใจกับการกระทำของเธอมากแค่ไหน “นายทะเลาะกับคุณนิตาเหรอครับ” ธันวาเดินเข้ามาถามผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเขา แต่สายตามองแต่โทรศัพท์ในมือ จนคนเป็นนายขมวดคิ้วมองกลับ “มึงถามทำไม คุยกับกูแต่ตามองโทรศัพท์ในมือ” “ก็คุณนิตาเธอทักมาถามผมไม่หยุดเลยครับ นี่ครับ” บอกผู้เป็นนายพร้อมกับยกหน้าจอให้ดู ทำเอาคนหน้าเข้มเมื่อกี้เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มและหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า “ไอ้ธันกูมีเรื่องให้มึงช่วย” คงจะให้เขาช่วยเรื่องเมียอีกแล้วสินะ เห้อทุกวันนี้นายเขาเปลี่ยนไปจนทำตัวไม่ถูก จากที่เคยจับปืนบ่อยๆตอนนี้เปลี่ยนเป็นถือไอแพดโหลดการ์ตูนมาไว้ให้เจ้านายตัวน้อยแทน22.00 น. มนิตานั่งรอสามีอยู่ที่ห้องรับแขกจนรู้สึกง่วง เธอเลยเงยหน้ามองดูนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่เห็นคนตัวโตกลับมา มันทำให้เธอนั่งไม่ติดกลัวว่าจะเกิดเรื่องเหม
[คาริสา (ย้อนวันเกิดเรื่อง)] บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เงียบเหงาจนเธอไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว พ่อที่โดนคดีพยายามฆ่าและฉ้อโกง ตอนนี้ยังอยู่ในคุกเพื่อรอศาลตัดสิน ส่วนแม่ก็หนีกลับประเทศตัวเองไปแล้ว เหลือแค่เธอเท่านั้นที่ยังรอดอยู่ มนิตาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนสั่งให้ซันรถชน
ไม่กี่เดือนก่อนเขาและเธอนั่งอยู่ตรงนี้ ตอนนั้นเขาบังคับให้เธอเซ็นใบทะเบียนสมรส เพื่อขังให้เธออยู่กับเขา แต่ครั้งนี้เป็นเธอเองที่กำลังบังคับให้เขาปล่อยเธอไป ด้วยการเซ็นใบหย่า ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่เขานอกกาย และตอนนั้นเธอจะเป็นคนพูดเองว่าเธอสามารถแบ่งเขาให้คาริสาได้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย มันเจ็บ
มนิตาพยุงตัวเองลุกขึ้นหวังจะเดินออกไปห้องนี้ เธออยากกลับไปอยู่ในที่ที่เธอควรจะอยู่ ไม่อยากอยู่กับคนเลวอย่างเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกำลังจะก้าวขาออกจากห้องราเชนน์ก็เข้ามารั้งแขนเธอเอาไว้“นิ พี่ขอโทษพี่พาไปโรงพยาบาลนะ” เธอสะบัดมือของเขาทิ้ง ไม่เอ่ยคำใดออกมาในเวลานี้เธอไม่อยากจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่แล้วรา
ประเทศไทย บนทางด่วนที่รถติดมากๆของวันในช่วงเช้า รถหรูพยายามขับแซงขับเบียดรถคันอื่น เพื่อให้เจ้านายด้านหลังไปเข้าเรียนได้ทันเวลา สาวสวยฝาแฝดนั่งอยู่ด้านหลังทอดมองรถบนท้องถนน ที่ต้องเจอแบบนี้แทบจะทุกเช้า อีกไม่กี่เดือนเธอทั้งสองก็จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยกันแล้ว และคณะที่เธอสองคนเลือกเรียนน







