LOGIN[ราเชนน์]
หลังจากวางสายจากนิตา ผมก็เดินกลับมาที่ห้อง VIP ของผับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ผับของไอ้ออกัส หลังจากที่ผมต้องแยกกับนิตาที่งานเลี้ยงกระทันหัน ทั้ง ๆที่ผมยังคุยกับเธอไม่จบ ผมก็มานั่งดื่มอยู่กับไอ้พวกนี้ได้สักพัก จนทนความคิดถึงของตัวเองไม่ไหว ก็เลยออกไปโทรหานิตาในห้องทำงานของไอ้กัสมัน
ผมแปลกใจนิดหน่อยที่นิตาชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ช่างเถอะนิตาอาจจะอยากเปิดตัวผมมากขึ้นแล้วก็ได้ นิตาบอกผมว่าอยากไปเที่ยวทะเลสวยๆ บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะ มีแค่เราสองคนยิ่งดี เพราะอยากมองไปทางไหนก็เจอแค่ผม ผมก็เลยเลือกเกาะส่วนตัวของผมที่ซื้อไว้ทางภาคใต้ตั้งนานแล้ว
จริงๆแล้วผมตั้งใจอยากพานิตาไปที่นี่ตั้งนานแล้ว และตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าเมื่อไหร่ที่นิตาเปิดตัวผม ผมจะขอเธอแต่งงาน และยกเกาะนี้ให้เธอทันที ผมซื้อมันมาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ นึกอยู่สักพักผมก็ยิ้มเหมือนคนบ้า นี่ผมเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ชักเริ่มคิดว่าตัวเองไม่ปกติซะแล้วสิ นิสัยเดิมของผมเป็นคนยิ้มยากแท้ๆ แต่กลับยิ้มไม่หยุด และยิ้มเหมือนคนบ้าทุกทีเวลาอยู่กับนิตา
กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกรักมากที่สุด แฟนคนก่อนๆที่ผ่านมาถึงผมให้สถานะ ผมยังไม่เคยใส่ใจมากเท่านี้เลยด้วยซ้ำ ออกจะเลวเจ้าชู้ไปทั่ว จนไอ้พวกนี้คิดว่าผมโดนของ ฮ่าๆๆ พวกมันน่ะสิที่บ้าคิดว่านิตาจะทำเสน่ห์ใส่ผม
“ยิ้มไรของมึงวะ หรือว่ามึงไปโดนตัวไหนมา” ไอ้แทนมันคงมองหน้าผมอยู่นาน เลยถามออกมา
“นิตาชวนกูไปเที่ยวต่างจังหวัด” ทุกคนต่างโห่แซวผมกันหมด ยกเว้นก็แต่ไอ้เหี้ยนี่แหละ แม่งนิ่งได้ทุกสถานะการณ์ ผมที่หันไปมองไอ้เจย์กระดกเหล้าเข้าปากไม่มีหยุดนั้นก็นึกสงสัยขึ้นมา
“อกหัก? เมียทิ้ง?”
“มึงหมายถึงใครวะไอ้เชนน์”
“ก็เพื่อนมึงนี่ไง กูเห็นตั้งแต่กูกลับเข้ามาหลังจากไปคุยกับนิตาละ หมดแก้วไม่หยุดจนน้องเค้าชงให้มึงไม่ทันแล้วไอ้เวร”
“อย่างไอ้เจย์เนี่ยนะจะอกหัก กูเอาเด็กๆมายั่วมันขนาดไหน หึ! มันไม่เคยเล่นด้วยเลยสักครั้ง” ออกัสส่ายหัวพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม
“กูกลับละ” พูดจบเจย์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูงและเดินออกไปโดยไม่สนใจเพื่อนเลยสักนิดเดียว ทำเอาทุกคนต้องส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
[เจย์]
พอได้ยินเพื่อนรักพูดว่าคนที่มันกำลังให้สถานะว่าแฟน ชวนมันไปเที่ยวต่างจังหวัดกันสองคน อารมณ์ผมมันก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ใช่ครับผมชอบแฟนเพื่อน แต่จะบอกว่าชอบแฟนเพื่อนซะทีเดียวก็ไม่ถูกเพราะผมเจอนิตามาก่อนมัน ผมเคยเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเดียวกับเธอ ตอนที่เธอไปเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก สมัยช่วงมัธยมต้นและผมเรียนใกล้จะจบจากโรงเรียนเพราะอยู่ปีท้ายๆ
ผมที่เห็นเธอเดินเข้ามาในโรงเรียนก็ต้องหยุดมองและพยายามเข้าหาเธอทุกครั้งที่มีโอกาส พยายามเข้าหาและจีบเธอสักพัก แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กมากเลยคิดว่าผมที่มาเจอเธอบ่อยๆเพียงเพราะอยากเป็นเพื่อนกับเธอเพราะกลัวว่าเธอจะเหงา และแน่นอนผมแยกออกได้ว่าคนไหนคือมนิตาคนไหนคือมธุสร นิตามีเสน่ห์ในตัวเอง ชอบปกป้องคนอื่นอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆปกป้องผมจนเธอเองต้องเจ็บตัว แต่แทนที่เธอจะร้องไห้งอแงเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ
เธอกลับถามผมขึ้นมาก่อนว่าผมเจ็บหรือมีแผลตรงไหนหรือเปล่า เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าที่แขนเธอมีแผลจนเลือดไหลออกมาเยอะมากๆ มันทำให้ผมยิ่งอยากได้เธอมาเป็นของผมให้ได้ ผมอยากจะปกป้องเธอบ้าง แต่ก็ต้องอกหัก เพราะอยู่ดีๆเธอก็หายไป ผมไม่สามารถติดต่อเธอได้อีกเลย และผมก็ได้เจอเธออีกครั้งในฐานะ ‘แฟนของเพื่อน’ ที่สำคัญเธอจำผมไม่ได้เลย มันเศร้าตรงที่ผมเจอเธอแค่แว๊บเดียวผมก็จำเธอได้ในทันที
“โถ่เว้ยยย!!! ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ” เจย์ระบายอารมณ์โดยการทุบพวงมาลัยแรงๆ พร้อมกับตะโกนออกมาดังๆภายในรถหรูของตัวเอง
“ทำไมต้องเป็นไอ้เชนน์ด้วยนิตา ทั้ง ๆที่พี่เจอเธอก่อนแท้ๆ” น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาช้าๆ เจย์เอามือกุมหน้าผากตัวเอง พลางนึกโทษตัวเองที่ไม่คิดตามหานิตาตั้งแต่ตอนนั้น เมื่ออารมณ์เย็นลงได้สักพักเขาจึงเหยียบคันเร่งรถและขับออกไปด้วยความเร็ว เพื่ออยากให้ถึงคอนโดให้เร็วที่สุด แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขาต้องการจะไปอีกที่หนึ่งก่อน
เจย์ขับรถหรูเข้ามาจอดเทียบกับกำแพงบ้านหรูได้สักพัก สายตาทอดมองไปยังห้องๆหนึ่งที่อยู่ทางปีกขวาของบ้าน ไฟในห้องยังเปิดอยู่แบบสลัวๆ ระเบียงห้องมีผู้หญิงตัวเล็กๆยืนเหม่อมองหน้าตาเศร้าๆอยู่ เจย์มาคอยมองนิตาจากตรงนี้เป็นประจำ ทุกครั้งที่เขาเห็นเธอยิ้มเขาก็มีความสุขไปด้วย แต่วันนี้สีหน้าของเธอดูไม่ดีเอาเสียเลยจนนึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา
[มนิตา]
ฉันที่กำลังมองออกไปแบบไร้จุดหมายตรงระเบียงห้องส่วนตัว มองเห็นรถสปอร์ตหรูสีแดงคันหนึ่งจอดอยู่ด้านนอกของตัวบ้าน ถ้าเธอจำไม่ผิดนั่นมันรถของเพื่อนพี่เชนน์หนิ คนที่เธอไม่กล้ามองหน้าหรือคุยด้วยเลย เขามาทำอะไรอยู่หน้าบ้านของเธอเวลานี้ ฉันจ้องมองจนคิ้วขมวด จนต้องสดุ้งตัวโย่งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นทำให้ต้องเดินเข้ามาหยิบดูว่าใครโทรมา
“เสียงริงโทน…...ครืดดดดด”
“สวัสดีค่ะ” หน้าจอโชว์รายชื่อคนที่โทรเข้ามาก็ยิ่งแปลกใจ เรามีเบอร์ติดต่อกันเพราะพี่เชนน์ให้ไว้เผื่อฉุกเฉินติดต่อเขาไม่ได้กะทันหัน แต่ฉันก็ไม่เคยแม้แต่จะโทรออกไปหาเพื่อนเขาเลยสักครั้ง ติดต่อไม่ได้ก็แค่รอการติดต่อกลับ
(เอ่อออ…พี่ขอโทษนะที่โทรมาหานิเวลานี้) เจย์ตอบปลายสายด้วยเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
“ค่ะ พี่เจย์มีธุระอะไรกับนิเหรอคะ แล้วที่อยู่ด้านนอกนั่น คือพี่เจย์ใช่ไหมคะ” นิตาเดินออกมาที่ระเบียงเหมือนเดิมและมองไปยังรถหรูสีแดงที่จอดอยู่ตอนนี้ พี่เจย์ยืนพิงรถตัวเองและมองมาทางฉัน
(พี่ผ่านมาแถวนี้น่ะเลยเห็นนิไกลๆ แต่แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจมองนินะอย่าพึ่งคิดว่าพี่เป็นพวกถ้ำมองนะ) เจย์รีบแก้ตัวก่อนคนตัวเล็กจะเข้าใจตัวเองผิด พลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน
“.....” นิตาได้แต่เงียบและงง เธอไม่รู้จะพูดออกไปอย่างไรดี
(พี่เห็นนิเศร้าๆน่ะ ถ้านิมีปัญหาอะไรปรึกษาพี่ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจนึกซะว่าพี่เป็นพี่ชายนิคนหนึ่ง วันนี้พี่คงรบกวนนิเยอะแล้ว รีบเข้านอนได้แล้วนะ)
“เอ่อออ…ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ถึงจะงงกับการกระทำของเพื่อนแฟนคนนี้แต่ก็ยังยิ้มและกล่าวขอบคุณกลับไป ไม่นานหลังจากวางสาย เจย์ก็ขับรถออกไปจากตรงที่จอดอยู่
ฉันยืนคิดอะไรอยู่อีกสักพักเลยตัดสินใจเดินกลับเข้ามานอนหลับตาอยู่บนเตียง ด้วยความเพลียมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไป
[ราเชนน์]หลังจากวางสายจากนิตา ผมก็เดินกลับมาที่ห้อง VIP ของผับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ผับของไอ้ออกัส หลังจากที่ผมต้องแยกกับนิตาที่งานเลี้ยงกระทันหัน ทั้ง ๆที่ผมยังคุยกับเธอไม่จบ ผมก็มานั่งดื่มอยู่กับไอ้พวกนี้ได้สักพัก จนทนความคิดถึงของตัวเองไม่ไหว ก็เลยออกไปโทรหานิตาในห้องทำงานของไอ้กัสมันผมแปลกใจนิดหน่อยที่นิตาชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ช่างเถอะนิตาอาจจะอยากเปิดตัวผมมากขึ้นแล้วก็ได้ นิตาบอกผมว่าอยากไปเที่ยวทะเลสวยๆ บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะ มีแค่เราสองคนยิ่งดี เพราะอยากมองไปทางไหนก็เจอแค่ผม ผมก็เลยเลือกเกาะส่วนตัวของผมที่ซื้อไว้ทางภาคใต้ตั้งนานแล้วจริงๆแล้วผมตั้งใจอยากพานิตาไปที่นี่ตั้งนานแล้ว และตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าเมื่อไหร่ที่นิตาเปิดตัวผม ผมจะขอเธอแต่งงาน และยกเกาะนี้ให้เธอทันที ผมซื้อมันมาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ นึกอยู่สักพักผมก็ยิ้มเหมือนคนบ้า นี่ผมเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ชักเริ่มคิดว่าตัวเองไม่ปกติซะแล้วสิ นิสัยเดิมของผมเป็นคนยิ้มยากแท้ๆ แต่กลับยิ้มไม่หยุด และยิ้มเหมือนคนบ้าทุกทีเวลาอยู่กับนิตากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกรักมากที่สุด แฟนคนก่อนๆที่ผ่านมาถึงผมใ
บ้านศรีการไชยตุ้บบบบ!! มนิตากลับมาจากงานเลี้ยงก็ทิ้งตัวลงเตียงนอนนุ่มๆในห้องของเธอทันที แต่สายตาก็ต้องมองไปทางประตูอย่างสงสัยก๊อก….ก๊อก…ก๊อก!! ใครมาเคาะห้องเธอตอนนี้แต่คงจะเป็นมธุสรแน่นอน เพราะไม่มีใครแล้วนอกจากเธอ คนอื่นๆไม่ค่อยมาหาฉันที่ห้องเท่าไหร่ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ “นอนหรือยังนิ” “ยัง สรมีอะไรหรือเปล่า” “คือ…นิรู้จักคุณราเชนน์ มานานแล้วหรอ” มธุสรพูดพร้อมกับเดินมานั่งตรงปลายเตียง “ก็ต้องรู้จักสิ เขาดังจะตายใครบ้างจะไม่รู้จัก รองประธานสายการบิน SS airline เชียวนะ” มนิตาเอ่ยออกมา แต่ก็ยังหลับตาไปด้วย เธอรู้สึกเหนื่อยมากๆ งานเลี้ยงอะไรไม่สนุกเลยสักนิด ต้องคุยกับคนนู้นคนนี้ตลอดทั้งงาน น่าเบื่อสุดๆ “คืออ…. ถ้านิรู้จักคุณราเชนน์เป็นการส่วนตัว สรอยากให้นิช่วยสรหน่อยน่ะ” พูดไปเขินไป ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม พวงแก้มสองข้าง แดงยิ่งกว่าลูกเชอรี่ “คืออ...สรแอบชอบคุณราเชนน์มานานมากๆแล้วน่ะ ไม่คิดว่าจะได้เข้าใกล้เขาขนาดนี้” “......” มนิตาลืมตาขึ้นมากระพริบตามองออกไปแบบไร้ทิศทาง หากมีคนมองอยู่
มนิตาเดินออกมาในสวนด้านนอกของอาคาร รีบหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าขึ้นมาและกดเข้าไปที่แชตของราเชนน์ทันที โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งเดินตามเธอมาตั้งแต่เห็นเธอเดินออกจากงานแล้ว“ว๊ายยยย….” เสียงมนิตากรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อมีแขนของใครไม่รู้มารั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง“เสียงดังทำไม นิคงยังไม่อยากเปิดตัวพี่หรอกนะ” ราเชนน์ว่าพลางรั้งอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“พี่เชนน์เล่นอะไรคะเนี่ย นิตกใจหมด ปล่อยนิเดี๋ยวนี้เลยนะ”“พี่หวงนะ ไม่ชอบให้นิคุยกับผู้ชายคนไหนเลย”มนิตาแกะแขนของราเชนน์ออกและหันหน้ากลับมายืนคุยกับเขา ใจของเธอมันเต้นแรงจนเหมือนจะออกมาจากอก พึ่งเคยได้ยินแฟนหนุ่มพูดคำนี้เหมือนกันแฮะ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเธอก็มั่นใจขึ้นมาอีกนิด ว่าราเชนน์ผู้ชายเพลย์บอยคนนี้รักเธอจริงๆ“หืมมม จะให้นิทำหน้าตึงใส่เขาแทนเหรอคะ เสียมารยาทหมด”“ก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนเวลาคุยกับพี่ขนาดนั้นก็ได้ พี่อยากเห็นมันคนเดียว”“ฮ่าๆๆ คนอะไรหวงได้แม้กระทั่งรอยยิ้ม” พี่เชนน์นี่จะยิ่งทำให้ฉันหลงไปถึงไหนกันนะ แค่นี้ฉันก็รักเขาจนหาทางออกไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดหลอกให้ฉันรักขึ้นมา ฉันจะทำอย่างไงเนี
“สรแต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเราต้องออกแล้วนะ”คืนนี้บ้านของเธอต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบปะผู้คนที่อยู่ในแวดวงนักธุรกิจ บิดาและมารดาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะต้องไปรับหน้าที่เป็นประธานในงานประมูลช่วงบ่าย ส่วนเธอสองคนตามไปในส่วนของงานเลี้ยงรอบเย็น“เสร็จแล้วๆ นิช่วยพี่ดูหน่อยสิ ชุดนี้โป๊ไปไหมพี่ไม่ชินเลยต้องเปิดไหล่กว้างขนาดนี้”มนิตามองไปที่มธุสรแล้วขำออกมาเบาๆ พี่สาวของเธอนี่ช่างเรียบร้อยเสียจริง ชุดนี้เธอเป็นคนเลือกให้เองแหละ ออกงานครั้งแรกจะให้แต่งตัวเฉิ่มๆ ไปได้ยังไง คนอื่นจะได้ซุบซิบกันทั้งงาน ไม่แน่คืนนี้พี่สาวของเธออาจจะเจอคู่หมั้นในอนาคตก็ได้“โป๊อะไร แค่เปิดไหล่เนี่ยนะส่วนอื่นก็ไม่มีเปิด ชายกระโปรงยาวเลยเข่าอีก”“ก็ไม่ชินนี่นา เดินๆ ไปหลุดมาอยู่ตรงเอวจะทำอย่างไง”“ฮ่า ๆ เว่อร์ละสรไม่หลุดหรอก เดี๋ยวถ้าหลุดนิจะถอดลงมาให้เอง ไม่แน่น้าา คืนนี้นิอาจจะได้เจอหน้าว่าที่พี่เขยก็ได้ ต้องสวยไว้ก่อนสิ”“บ้าเหรอนิ พี่ก็โป๊น่ะสิ อายคนอื่นเค้า แล้วว่าที่พี่เขยอะไรเดี๋ยวเถอะ”“ฮ่าๆๆๆ ….” มนิตาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยก เหนื่อยใจกับพี่สาวของเธอจริงๆ“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา” พู
08.00 น.มนิตากำลังนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนในบ้าน ไม่นานทุกคนก็พร้อมและขึ้นรถเพื่อเดินทางไปบริษัท MP ทันที นพนิตและมนธิชา บิดาและมารดาของเธอ นั่งอยู่ที่รถคันหน้า ส่วนเธอและมธุสรนั่งรถคันหลัง สองคันขับตามกันมาจนมาจอดหน้าประตูบริษัท เหล่าพนักงานต่างก็วิ่งมาต้อนรับเจ้านายของพวกเขาเป็นอย่างดี ลูกสาวทั้งสองก็ต่างเป็นที่รักของพนักงานทุกคน เวลาที่เธอสองคนตามผู้เป็นบิดามาที่ทำงานทีไร เธอมักจะชอบทักทายและเรียนรู้การทำงานจากพนักงานในทุกๆ ตำแหน่ง พนักงานจึงมองว่าพวกเธอสองคนนั้นช่างไม่เหมือนเด็กทั่วไปที่ไม่ต้องมาสนใจงานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทำกันยาก แต่เด็กสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันนี้ไม่ใช่เลย เธอกลับเข้าใจมันเป็นอย่างดี และสามารถทำมันได้ตั้งแต่ยังเล็กเลยด้วยซ้ำทุกคนเดินเข้ามาในห้องประชุมและนั่งที่เก้าอี้ในตำแหน่งของตัวเอง มนิตาและมธุสร นั่งถัดจาก นพนิตทางด้านขวา โดยที่มนิตานั่งติดกับบิดา และตามด้วย มธุสร ส่วนมนธิชาก็นั่งอยู่ด้านซ้ายถัดจากนพนิตอีกที“เอาล่ะที่ผมนัดทุกท่านมาประชุมกันในวันนี้ เพื่อที่จะแนะนำลูกสาวของผมทั้งสองให้ได้รู้จัก” เมื่อเห็นทุกคนพร้อม นพนิตไม่รอช้ากล่าวประเด็นที่ตั้งใจเอ
“มึงดูผู้หญิงคนนั้นดิวะ มึงว่าน่ารักปะ” แทนไท เอ่ยถามเพื่อนขณะกำลังมองสาวคนหนึ่งอยู่ในผับ“น่ารักดิวะ ผับกูคัดหน้าตาลูกค้านะครับ” ออกัสพูดไปด้วยพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกออกัสเพื่อนสนิทของราเชนน์ บ้านรวยจากการที่ครอบครัวเป็นนักการเมือง และมีตำแหน่งสูงอยู่ในวงการทนายและผู้พิพากษา แต่เขาเองกลับไม่ได้เดินตามรอยครอบครัวของเขาเลยสักนิด และการที่เขาเปิดผับนี้ขึ้นมา ก็เพื่อสนองความต้องการของเขาเอง เพราะเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเสียงเพลง และชอบที่จะควงผู้หญิงกลับไปที่คอนโดทุกวัน เขามักจะเลือกผู้หญิงที่ชอบเข้าหาเขามากกว่า ไม่เคยจริงจังกับใคร"เออกูรู้ แต่ถึงจะสวยขนาดไหน ก็ไม่ทำให้เพื่อนมึงออกจากจำศีลเลยสักนิด" แทนไท ทำหน้ายื่นไปทางเจย์ที่นั่งเงียบๆ มองคนเดินไปเดินมาด้านล่าง ห้อง VIP เป็นห้องประจำของพวกเขาจะเป็นห้องกระจกใหญ่เพื่อไว้คอยสังเกตเหตุการณ์ด้านล่าง"กูถามหน่อยเถอะว่ะไอ้เจย์ มึงไม่อยากมีสาวๆ มาไว้แก้เหงาหน่อยเหรอวะ แล้วนี่มึงไม่อึดอัดบ้างเหรอ กูต้องปล่อยทุกคืน คืนไหนไม่ปล่อยออกกูนี่อึดอัดจนนอนไม่หลับ" ออกัสพูดพลางมองหน้าเจย์อย่างไม่เข้าใจ"เสือก...กูไม่ใช่พวกมึงเอาคนอื่นไปทั่ว" เจย์ตอบก







