LOGINมนิตาเดินออกมาในสวนด้านนอกของอาคาร รีบหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าขึ้นมาและกดเข้าไปที่แชตของราเชนน์ทันที โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งเดินตามเธอมาตั้งแต่เห็นเธอเดินออกจากงานแล้ว
“ว๊ายยยย….” เสียงมนิตากรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อมีแขนของใครไม่รู้มารั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง
“เสียงดังทำไม นิคงยังไม่อยากเปิดตัวพี่หรอกนะ” ราเชนน์ว่าพลางรั้งอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“พี่เชนน์เล่นอะไรคะเนี่ย นิตกใจหมด ปล่อยนิเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“พี่หวงนะ ไม่ชอบให้นิคุยกับผู้ชายคนไหนเลย”
มนิตาแกะแขนของราเชนน์ออกและหันหน้ากลับมายืนคุยกับเขา ใจของเธอมันเต้นแรงจนเหมือนจะออกมาจากอก พึ่งเคยได้ยินแฟนหนุ่มพูดคำนี้เหมือนกันแฮะ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเธอก็มั่นใจขึ้นมาอีกนิด ว่าราเชนน์ผู้ชายเพลย์บอยคนนี้รักเธอจริงๆ
“หืมมม จะให้นิทำหน้าตึงใส่เขาแทนเหรอคะ เสียมารยาทหมด”
“ก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนเวลาคุยกับพี่ขนาดนั้นก็ได้ พี่อยากเห็นมันคนเดียว”
“ฮ่าๆๆ คนอะไรหวงได้แม้กระทั่งรอยยิ้ม” พี่เชนน์นี่จะยิ่งทำให้ฉันหลงไปถึงไหนกันนะ แค่นี้ฉันก็รักเขาจนหาทางออกไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดหลอกให้ฉันรักขึ้นมา ฉันจะทำอย่างไงเนี่ย
มนิตาได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกไป ในช่วงแรกที่คุยกับราเชนน์เธอเองก็สืบประวัติของเขาเหมือนกัน เรื่องราวแต่ละอย่างที่รู้มานี่ คบไม่ได้ทั้งนั้น ควงผู้หญิงเข้าโรงแรมไม่ซ้ำหน้าบ้างแหละ ผู้หญิงเข้าหาไม่เว้นบ้างล่ะ เลี้ยงเด็กบ้างล่ะ แต่เขาก็ทำให้เธอเห็นว่าเขาจริงใจกับเธอ พร้อมจะหยุดทุกอย่างและจะไม่บังคับเธอ ถ้าหากเธอไม่เต็มใจ คงไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องอะไร นอกซะจากเรื่องบนเตียง และเขาก็ยังไม่เคยล่วงเกินฉันตามที่เขาสัญญาไว้ มันเลยทำให้มนิตารักราเชนน์ในที่สุด และคิดเอาไว้ว่าวันที่เรียนจบ เธอจะยอมพาเขาไปเจอพ่อกับแม่ที่บ้านและยอมเป็นของเขาวันนั้นแหละ
[มธุสร]
“ยายนิหายไปไหนนะ บอกว่ามาเข้าห้องน้ำแต่ไม่เจอในห้องน้ำสักที่ เป็นอะไรหรือเปล่านะ” มธุสรออกมาตามน้องสาว เพราะเห็นออกมานาน และโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย เธอกลัวว่าจะมีใครทำอะไรน้องสาว หรือน้องสาวอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เธอเดินตามหาตามทางเดินออกมาเรื่อย ๆ จนเดินออกมาทางด้านหลังที่มีสวนอยู่ด้านนอก พอมองออกไปเห็นเหมือนมีผู้หญิงที่คล้ายกับมนิตาเหลือเกิน แต่กำลังยืนคุยกับใครอยู่นะ เป็นผู้ชายด้วย ออกมาคุยกันแค่สองคนแบบนี้ในที่ลับตาคน ถ้าเขาคนนั้นคิดอะไรไม่ดีกับเธอใครจะช่วยได้ มธุสรที่คิดเป็นห่วงน้องสาวต่างๆ นานา รีบจ้ำเท้าเดินเข้าไปหาทันที จนเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นคือมนิตาจริงๆ แต่ผู้ชายคนนั้นยืนหันหลังอยู่เลยไม่แน่ใจว่าเขาคือใครกัน แถมยังคุยกันเหมือนสนิทสนมกันมากๆ เหมือนรู้จักกันอยู่แล้วอย่างไรอย่างนั้น
“ยายนิมาทำอะไรตรงนี้”
“0_0” มนิตามองไปทางด้านหลังของคนตัวสูงกว่า ก็ต้องตาโตขึ้นมาทันที มธุสรกำลังเดินมาหาเธอ และตอนนี้เธออยู่ด้านหลังของราเชนน์แล้ว
“แล้วนี่คุยกับใคร ยะ..อยู่…..เอ่ออ” มธุสรที่กำลังจะกล่าวต่อแต่ก็ต้องชงักเมื่อผู้ชายคนนั้นหันมามองเธอ เธอใจเต้นแรงมากเหมือนเจอผู้ชายที่ฝันอยากจะเจอและอยู่ใกล้ๆ ทุกวัน ใช่เธอแอบชอบราเชนน์มานานแล้ว เธอเคยเจอเขาครั้งหนึ่งเมื่อตอนยังเรียนอยู่ปีหนึ่ง ครั้งเมื่อเธอกำลังจะข้ามถนน แต่เธอเป็นคนที่ข้ามถนนไม่เป็น วันนั้นมนิตาก็ป่วยและลุงโจก็ดันส่งเธอที่ฝั่งตรงข้าม เพราะถนนปิดเลยข้ามไปอีกฝั่งไม่ได้ เธอกำลังมองซ้ายมองขวาหาจังหวะ รวบรวมความกล้าที่จะข้ามถนน 4 เลนนี้ไป แต่แล้วก็มีมือของใครคนหนึ่งจับมือเธอและดึงเธอให้ข้ามถนนไปด้วยกัน เขาคงรำคาญท่าทางของเธอละมั้งจนคิดว่าน่าจะข้ามถนนไม่เป็นแน่ ๆ เธอได้แต่มองมือที่จับกันอยู่ และเงยหน้ากล่าวขอบคุณเขาเมื่อถึงฝั่งตรงข้ามเรียบร้อย เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เธอตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นทันที ไม่นานก็เห็นเขาในข่าวธุรกิจเลยรู้ว่าเขาก็ไม่ธรรมดา เธอเฝ้าคอยติดตามโซเชียลเขาทุกๆ ช่องทาง อ่านข่าวทุกข่าวที่มีชื่อราเชนน์อยู่ แต่วันนี้เธอได้เจอเขาอีกครั้งแล้ว เขาอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
“เอ่ออ…สรคือ….” มนิตามองหน้ามธุสรกับราเชนน์สลับกันไปมา ราเชนน์ที่เห็นว่ามนิตาอ้ำ ๆ อึ้งๆ อยู่นั้น เลยช่วยแก้สถานการณ์ให้
“สวัสดีครับผม ราเชนน์ พัฒนวิเศษ รองประธานกรรมการบริษัท SS Airlines คุณ…” พูดพร้อมยื่นมือไปหามธุสรเป็นเชิงว่าจะเช็คแฮนด์ เพื่อเป็นการทำความรู้จักแต่ก็พูดทิ้งช่วงไว้แกล้งว่าไม่รู้จักคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่เขารู้ทั้งชื่อและสถานะของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้เป็นอย่างดี“ส…สวัสดีค่ะ ฉัน…มธุสรค่ะ พี่สาวของมนิตาค่ะ” มธุสรเองก็ยื่นมือออกไปจับมือเขาอย่างเก้ๆ กังๆ พยายามไม่แสดงความเขินออกมาให้เห็น
“ผมเจอคุณมนิตาโดยบังเอิญน่ะครับ เลยทักทายกันนิดหน่อย คุณสองคนเหมือนกันมากอย่างที่เขาพูดกันจริงด้วยสินะครับ ถ้าไม่สนิทจริงคงแยกไม่ออก”
“เอ่อออ…สรออกมาทำไมเหรอ มาตามนิเหรอ” มนิตาที่เห็นว่าควรทำอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่ามธุสรจะได้ยินอะไรไปบ้าง ความลับของเธอจะหลุดออกไปหรือยัง ความจริงเธอไม่อยากปิดบังมธุสรเลย แต่ถ้าหากว่าวันหนึ่งความลับของเธอแตกขึ้นมา พ่อเธอรู้เรื่องว่าเธอมีแฟนเข้า จะทำให้มธุสรกลายเป็นคนที่รู้เรื่องแต่ช่วยเธอปิดบัง จะทำให้มธุสรต้องโดนตำหนิไปด้วยเปล่าๆ
“คุณพ่อเห็นนิออกมานานน่ะ เลยให้พี่ออกมาตามกลัวจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดี” มธุสรพูดกับมนิตา แต่ตายังคงแอบมองราเชนน์อยู่
“นิอึดอัดน่ะ เลยอยากออกมาสูดอากาศนิดหน่อย เราเข้าไปกันเลยก็ได้…ขอตัวก่อนนะคะคุณราเชนน์” มนิตายิ้มกล่าวกับราเชนน์ก่อนจะรีบเดินไปดึงมธุสรให้รีบออกไป ก่อนที่ราเชนน์จะหลุดปากความสัมพันธ์ของเธอทั้งสองคนเสียก่อน
ราเชนน์มองตามหลังสองสาวที่เดินออกไป พลางยิ้มและหัวเราะในความลนของมนิตา บทจะเป็นสาวแก่นไม่ยอมใครเธอก็เป็นได้สุด พอมาสถานการณ์นี้ก็เหมือนคนละคนไปเลยเหมือนกัน มนิตามีเสน่ห์ในตัวเองแบบนี้ เธอมีเรื่องให้น่าค้นหาตลอด เขาถึงได้สนใจเธอและอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอมากขึ้น
“ขอโทษครับนาย ผมไม่ทันมองว่ามีคนเดินมาเลยไม่ได้ห้ามไว้ครับ” ธันวารีบเข้ามาขอโทษผู้เป็นนายทันที กลัวว่านายจะโกรธที่เขาทำงานได้ไม่ดี
“เรื่องแค่นี้มึงไม่น่าพลาด” หันไปมองหน้าลูกน้องอย่างตำหนิเล็กน้อย ถึงจะไม่เป็นอะไรแต่ถ้าหากเรื่องไหนที่คนของเขาทำพลาด เขาจะต้องตำหนิลูกน้องด้วยเหมือนกัน ถึงจะเป็นลูกน้องคนสนิท แต่เขาเองก็ต้องดูแลลูกน้องอีกหลายคนให้อยู่ใต้คำสั่ง
[ราเชนน์]หลังจากวางสายจากนิตา ผมก็เดินกลับมาที่ห้อง VIP ของผับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ผับของไอ้ออกัส หลังจากที่ผมต้องแยกกับนิตาที่งานเลี้ยงกระทันหัน ทั้ง ๆที่ผมยังคุยกับเธอไม่จบ ผมก็มานั่งดื่มอยู่กับไอ้พวกนี้ได้สักพัก จนทนความคิดถึงของตัวเองไม่ไหว ก็เลยออกไปโทรหานิตาในห้องทำงานของไอ้กัสมันผมแปลกใจนิดหน่อยที่นิตาชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ช่างเถอะนิตาอาจจะอยากเปิดตัวผมมากขึ้นแล้วก็ได้ นิตาบอกผมว่าอยากไปเที่ยวทะเลสวยๆ บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะ มีแค่เราสองคนยิ่งดี เพราะอยากมองไปทางไหนก็เจอแค่ผม ผมก็เลยเลือกเกาะส่วนตัวของผมที่ซื้อไว้ทางภาคใต้ตั้งนานแล้วจริงๆแล้วผมตั้งใจอยากพานิตาไปที่นี่ตั้งนานแล้ว และตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าเมื่อไหร่ที่นิตาเปิดตัวผม ผมจะขอเธอแต่งงาน และยกเกาะนี้ให้เธอทันที ผมซื้อมันมาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ นึกอยู่สักพักผมก็ยิ้มเหมือนคนบ้า นี่ผมเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ชักเริ่มคิดว่าตัวเองไม่ปกติซะแล้วสิ นิสัยเดิมของผมเป็นคนยิ้มยากแท้ๆ แต่กลับยิ้มไม่หยุด และยิ้มเหมือนคนบ้าทุกทีเวลาอยู่กับนิตากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกรักมากที่สุด แฟนคนก่อนๆที่ผ่านมาถึงผมใ
บ้านศรีการไชยตุ้บบบบ!! มนิตากลับมาจากงานเลี้ยงก็ทิ้งตัวลงเตียงนอนนุ่มๆในห้องของเธอทันที แต่สายตาก็ต้องมองไปทางประตูอย่างสงสัยก๊อก….ก๊อก…ก๊อก!! ใครมาเคาะห้องเธอตอนนี้แต่คงจะเป็นมธุสรแน่นอน เพราะไม่มีใครแล้วนอกจากเธอ คนอื่นๆไม่ค่อยมาหาฉันที่ห้องเท่าไหร่ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ “นอนหรือยังนิ” “ยัง สรมีอะไรหรือเปล่า” “คือ…นิรู้จักคุณราเชนน์ มานานแล้วหรอ” มธุสรพูดพร้อมกับเดินมานั่งตรงปลายเตียง “ก็ต้องรู้จักสิ เขาดังจะตายใครบ้างจะไม่รู้จัก รองประธานสายการบิน SS airline เชียวนะ” มนิตาเอ่ยออกมา แต่ก็ยังหลับตาไปด้วย เธอรู้สึกเหนื่อยมากๆ งานเลี้ยงอะไรไม่สนุกเลยสักนิด ต้องคุยกับคนนู้นคนนี้ตลอดทั้งงาน น่าเบื่อสุดๆ “คืออ…. ถ้านิรู้จักคุณราเชนน์เป็นการส่วนตัว สรอยากให้นิช่วยสรหน่อยน่ะ” พูดไปเขินไป ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม พวงแก้มสองข้าง แดงยิ่งกว่าลูกเชอรี่ “คืออ...สรแอบชอบคุณราเชนน์มานานมากๆแล้วน่ะ ไม่คิดว่าจะได้เข้าใกล้เขาขนาดนี้” “......” มนิตาลืมตาขึ้นมากระพริบตามองออกไปแบบไร้ทิศทาง หากมีคนมองอยู่
มนิตาเดินออกมาในสวนด้านนอกของอาคาร รีบหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าขึ้นมาและกดเข้าไปที่แชตของราเชนน์ทันที โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งเดินตามเธอมาตั้งแต่เห็นเธอเดินออกจากงานแล้ว“ว๊ายยยย….” เสียงมนิตากรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อมีแขนของใครไม่รู้มารั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง“เสียงดังทำไม นิคงยังไม่อยากเปิดตัวพี่หรอกนะ” ราเชนน์ว่าพลางรั้งอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“พี่เชนน์เล่นอะไรคะเนี่ย นิตกใจหมด ปล่อยนิเดี๋ยวนี้เลยนะ”“พี่หวงนะ ไม่ชอบให้นิคุยกับผู้ชายคนไหนเลย”มนิตาแกะแขนของราเชนน์ออกและหันหน้ากลับมายืนคุยกับเขา ใจของเธอมันเต้นแรงจนเหมือนจะออกมาจากอก พึ่งเคยได้ยินแฟนหนุ่มพูดคำนี้เหมือนกันแฮะ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเธอก็มั่นใจขึ้นมาอีกนิด ว่าราเชนน์ผู้ชายเพลย์บอยคนนี้รักเธอจริงๆ“หืมมม จะให้นิทำหน้าตึงใส่เขาแทนเหรอคะ เสียมารยาทหมด”“ก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนเวลาคุยกับพี่ขนาดนั้นก็ได้ พี่อยากเห็นมันคนเดียว”“ฮ่าๆๆ คนอะไรหวงได้แม้กระทั่งรอยยิ้ม” พี่เชนน์นี่จะยิ่งทำให้ฉันหลงไปถึงไหนกันนะ แค่นี้ฉันก็รักเขาจนหาทางออกไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดหลอกให้ฉันรักขึ้นมา ฉันจะทำอย่างไงเนี
“สรแต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเราต้องออกแล้วนะ”คืนนี้บ้านของเธอต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบปะผู้คนที่อยู่ในแวดวงนักธุรกิจ บิดาและมารดาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะต้องไปรับหน้าที่เป็นประธานในงานประมูลช่วงบ่าย ส่วนเธอสองคนตามไปในส่วนของงานเลี้ยงรอบเย็น“เสร็จแล้วๆ นิช่วยพี่ดูหน่อยสิ ชุดนี้โป๊ไปไหมพี่ไม่ชินเลยต้องเปิดไหล่กว้างขนาดนี้”มนิตามองไปที่มธุสรแล้วขำออกมาเบาๆ พี่สาวของเธอนี่ช่างเรียบร้อยเสียจริง ชุดนี้เธอเป็นคนเลือกให้เองแหละ ออกงานครั้งแรกจะให้แต่งตัวเฉิ่มๆ ไปได้ยังไง คนอื่นจะได้ซุบซิบกันทั้งงาน ไม่แน่คืนนี้พี่สาวของเธออาจจะเจอคู่หมั้นในอนาคตก็ได้“โป๊อะไร แค่เปิดไหล่เนี่ยนะส่วนอื่นก็ไม่มีเปิด ชายกระโปรงยาวเลยเข่าอีก”“ก็ไม่ชินนี่นา เดินๆ ไปหลุดมาอยู่ตรงเอวจะทำอย่างไง”“ฮ่า ๆ เว่อร์ละสรไม่หลุดหรอก เดี๋ยวถ้าหลุดนิจะถอดลงมาให้เอง ไม่แน่น้าา คืนนี้นิอาจจะได้เจอหน้าว่าที่พี่เขยก็ได้ ต้องสวยไว้ก่อนสิ”“บ้าเหรอนิ พี่ก็โป๊น่ะสิ อายคนอื่นเค้า แล้วว่าที่พี่เขยอะไรเดี๋ยวเถอะ”“ฮ่าๆๆๆ ….” มนิตาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยก เหนื่อยใจกับพี่สาวของเธอจริงๆ“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา” พู
08.00 น.มนิตากำลังนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนในบ้าน ไม่นานทุกคนก็พร้อมและขึ้นรถเพื่อเดินทางไปบริษัท MP ทันที นพนิตและมนธิชา บิดาและมารดาของเธอ นั่งอยู่ที่รถคันหน้า ส่วนเธอและมธุสรนั่งรถคันหลัง สองคันขับตามกันมาจนมาจอดหน้าประตูบริษัท เหล่าพนักงานต่างก็วิ่งมาต้อนรับเจ้านายของพวกเขาเป็นอย่างดี ลูกสาวทั้งสองก็ต่างเป็นที่รักของพนักงานทุกคน เวลาที่เธอสองคนตามผู้เป็นบิดามาที่ทำงานทีไร เธอมักจะชอบทักทายและเรียนรู้การทำงานจากพนักงานในทุกๆ ตำแหน่ง พนักงานจึงมองว่าพวกเธอสองคนนั้นช่างไม่เหมือนเด็กทั่วไปที่ไม่ต้องมาสนใจงานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทำกันยาก แต่เด็กสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันนี้ไม่ใช่เลย เธอกลับเข้าใจมันเป็นอย่างดี และสามารถทำมันได้ตั้งแต่ยังเล็กเลยด้วยซ้ำทุกคนเดินเข้ามาในห้องประชุมและนั่งที่เก้าอี้ในตำแหน่งของตัวเอง มนิตาและมธุสร นั่งถัดจาก นพนิตทางด้านขวา โดยที่มนิตานั่งติดกับบิดา และตามด้วย มธุสร ส่วนมนธิชาก็นั่งอยู่ด้านซ้ายถัดจากนพนิตอีกที“เอาล่ะที่ผมนัดทุกท่านมาประชุมกันในวันนี้ เพื่อที่จะแนะนำลูกสาวของผมทั้งสองให้ได้รู้จัก” เมื่อเห็นทุกคนพร้อม นพนิตไม่รอช้ากล่าวประเด็นที่ตั้งใจเอ
“มึงดูผู้หญิงคนนั้นดิวะ มึงว่าน่ารักปะ” แทนไท เอ่ยถามเพื่อนขณะกำลังมองสาวคนหนึ่งอยู่ในผับ“น่ารักดิวะ ผับกูคัดหน้าตาลูกค้านะครับ” ออกัสพูดไปด้วยพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกออกัสเพื่อนสนิทของราเชนน์ บ้านรวยจากการที่ครอบครัวเป็นนักการเมือง และมีตำแหน่งสูงอยู่ในวงการทนายและผู้พิพากษา แต่เขาเองกลับไม่ได้เดินตามรอยครอบครัวของเขาเลยสักนิด และการที่เขาเปิดผับนี้ขึ้นมา ก็เพื่อสนองความต้องการของเขาเอง เพราะเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเสียงเพลง และชอบที่จะควงผู้หญิงกลับไปที่คอนโดทุกวัน เขามักจะเลือกผู้หญิงที่ชอบเข้าหาเขามากกว่า ไม่เคยจริงจังกับใคร"เออกูรู้ แต่ถึงจะสวยขนาดไหน ก็ไม่ทำให้เพื่อนมึงออกจากจำศีลเลยสักนิด" แทนไท ทำหน้ายื่นไปทางเจย์ที่นั่งเงียบๆ มองคนเดินไปเดินมาด้านล่าง ห้อง VIP เป็นห้องประจำของพวกเขาจะเป็นห้องกระจกใหญ่เพื่อไว้คอยสังเกตเหตุการณ์ด้านล่าง"กูถามหน่อยเถอะว่ะไอ้เจย์ มึงไม่อยากมีสาวๆ มาไว้แก้เหงาหน่อยเหรอวะ แล้วนี่มึงไม่อึดอัดบ้างเหรอ กูต้องปล่อยทุกคืน คืนไหนไม่ปล่อยออกกูนี่อึดอัดจนนอนไม่หลับ" ออกัสพูดพลางมองหน้าเจย์อย่างไม่เข้าใจ"เสือก...กูไม่ใช่พวกมึงเอาคนอื่นไปทั่ว" เจย์ตอบก







