تسجيل الدخول08.00 น.
มนิตากำลังนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนในบ้าน ไม่นานทุกคนก็พร้อมและขึ้นรถเพื่อเดินทางไปบริษัท MP ทันที นพนิตและมนธิชา บิดาและมารดาของเธอ นั่งอยู่ที่รถคันหน้า ส่วนเธอและมธุสรนั่งรถคันหลัง สองคันขับตามกันมาจนมาจอดหน้าประตูบริษัท เหล่าพนักงานต่างก็วิ่งมาต้อนรับเจ้านายของพวกเขาเป็นอย่างดี ลูกสาวทั้งสองก็ต่างเป็นที่รักของพนักงานทุกคน เวลาที่เธอสองคนตามผู้เป็นบิดามาที่ทำงานทีไร เธอมักจะชอบทักทายและเรียนรู้การทำงานจากพนักงานในทุกๆ ตำแหน่ง พนักงานจึงมองว่าพวกเธอสองคนนั้นช่างไม่เหมือนเด็กทั่วไปที่ไม่ต้องมาสนใจงานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทำกันยาก แต่เด็กสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันนี้ไม่ใช่เลย เธอกลับเข้าใจมันเป็นอย่างดี และสามารถทำมันได้ตั้งแต่ยังเล็กเลยด้วยซ้ำ
ทุกคนเดินเข้ามาในห้องประชุมและนั่งที่เก้าอี้ในตำแหน่งของตัวเอง มนิตาและมธุสร นั่งถัดจาก นพนิตทางด้านขวา โดยที่มนิตานั่งติดกับบิดา และตามด้วย มธุสร ส่วนมนธิชาก็นั่งอยู่ด้านซ้ายถัดจากนพนิตอีกที
“เอาล่ะที่ผมนัดทุกท่านมาประชุมกันในวันนี้ เพื่อที่จะแนะนำลูกสาวของผมทั้งสองให้ได้รู้จัก” เมื่อเห็นทุกคนพร้อม นพนิตไม่รอช้ากล่าวประเด็นที่ตั้งใจเอาไว้ทันที
“ต้องแนะนำด้วยหรือครับพี่นพ ทุกคนที่นี่ต่างก็รู้จักหลานทั้งสองกันดีอยู่แล้ว” นรากร น้องชายที่มีศักดิ์เป็นอาของสองสาวพูดขึ้น พลางหัวเราะไปด้วย
“ทุกคนรู้จักมนิตากับมธุสรกันดีอยู่แล้วก็จริง แต่วันนี้ผมจะขอประกาศตำแหน่งของลูกสาวผมอย่างเป็นทางการ”
ทุกคนในห้องประชุมต่างตั้งใจรอฟังสิ่งที่ประธานกรรมการต้องการจะพูดเป็นอย่างดี
“ผมขอประกาศให้มธุสรลูกสาวคนโต ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าผู้จัดการทั่วไปของบริษัท และ มนิตาลูกสาวคนเล็กดำรงตำแหน่ง…รองประธานกรรมการ มีสิทธิ์ในการตัดสินใจแทนผมได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องมีลายเซ็นผมอยู่ในเอกสาร”
“....//”
ทุกคนในที่ประชุมต่างก็อึ้งกันเป็นตาเดียว รวมไปถึงมนิตาเองด้วย เธอยังเรียนไม่จบทำไมบิดาของเธอถึงได้มอบตำแหน่งที่สูงและสำคัญให้กับเธอได้ขนาดนี้ และหนึ่งในที่ประชุมที่เธอเรียกว่าคุณอาก็ได้กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะตำแหน่งนั้นมันควรจะเป็นของเขาไม่ใช่หลานที่ยังไม่มีแม้แต่ใบปริญญาอย่างเธอ
“นี่พี่นพจะให้ยายนิตามารับตำแหน่งที่สำคัญขนาดนี้ได้ยังไง ยายนิตายังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แล้วถ้าเกิดว่าการตัดสินใจของยายนิผิดพลาด บริษัทอาจจะเสียหายได้นะ พี่ไม่คิดบ้างเหรอ” ไม่เพียงแต่นรากรที่คิดแบบนี้ ตัวมนิตาเองก็ต้องการคำตอบจากบิดาของเธอเช่นเดียวกัน เดิมทีแล้วตำแหน่งนี้เป็นของมนธิชาแม่ของเธอ แต่ตอนนี้จะให้เธอมาทำหน้าที่นี้แทนอย่างงั้นเหรอ แล้วทำไมต้องเป็นเธอไม่ใช่มธุสร
“ทุกคนต่างก็รู้จักมนิตากันอย่างดีทุกคน นิตาสามารถทำงานในบริษัทและแก้ปัญหาเรื่องราวในบริษัทได้เกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่เธอยังเรียนแค่ม. ปลายเท่านั้น ทุกท่านคงได้เห็นกันแล้ว ว่ามนิตามีศักยภาพมากพอที่จะดูแลบริษัทและทำงานในตำแหน่งนี้ได้ดีไม่ต่างจากผม”
ทุกคนต่างไม่มีใครกล้าค้านคำของนพนิตสักคน เพราะมนิตาเก่งจริง พวกเขาเองก็เคยเห็นมาแล้ว เธอแก้ปัญหาทุกอย่างได้ดีและรวดเร็ว มีไหวพริบมากกว่าพนักงานหัวกะทิ ที่เขารับเข้ามาทำงานกันเสียด้วยซ้ำ ถึงขั้นต้องอายเด็กกันเลย
“ถ้าหากทุกคนเข้าใจในคำพูดของผมเป็นอย่างดี และไม่มีใครคัดค้านอีก มนิตาและมธุสรจะเริ่มงานเดือนหน้าทันที สำหรับช่วงนี้คุณมนภรรยาของผม จะรักษาการแทนไปก่อน แต่ไม่ต้องห่วงมนิตาจะเข้ามาเรียนรู้งานที่บริษัทเรื่อย ๆ วันนี้ขอจบการประชุมเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้”
นพนิตพูดเพียงเท่านี้ก็ลุกออกจากห้องประชุมทันที มีมนิตาและมธุสรเดินตามออกมาไม่ห่าง เมื่อเข้าไปห้องทำงานของเขาเรียบร้อย มนิตาก็เปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้งทันที
“คุณพ่อทำแบบนี้ทำไมคะ นิไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้หรอกนะคะ”
“พ่อเชื่อว่าแกทำได้ และเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแก ทุกคนเคยเห็นแกทำงานมาแล้วจะไม่มีใครมีปัญหากับแกแน่นอน”
“แล้วสรล่ะคะ คุณพ่อให้สรไปทำตำแหน่งเล็กๆ แบบนั้น สรเองก็เก่งไม่ต่างจากนิเลยนะคะ อีกอย่างสรเป็นพี่นิ สรควรจะได้ตำแหน่งนี้มากกว่า” มนิตาพูดพลางมองหน้าสรสลับกับพ่อของเธอไปด้วย
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่เชื่อใจสรนะ พ่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองของพ่อเก่ง แต่ถ้าให้สรขึ้นเป็นรองประธาน คนที่คิดจะหวังแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเองที่มีอยู่ในบริษัทจะทำร้ายสรเอาได้ พ่อไม่อยากให้ลูกสาวของพ่อมีอันตราย ตัวนิเองพ่อรู้ว่าเราสามารถเอาตัวรอดได้ ถ้าเราเจอใครคิดร้ายกับเรา หรือบริษัทนิต้องจัดการมันแบบมีสติและสืบหาหลักฐานมัดตัวให้ได้เสียก่อน”
นพนิตและเลขาส่วนตัวของเขากำลังตามสืบและอาจจะรู้ตัวแล้วหากแต่ว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจน เขาเองเริ่มระแคะระคายว่าอาจจะมีคนคิดทำลายครอบครัวเขาหลังจากเกิดเรื่องเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่บริษัทเกิดเรื่องจนเป็นข่าวใหญ่โต แย่ขนาดที่ตัวเขาเองเกือบรถคว่ำ และบริษัทเองเกือบจะต้องโดนปิด ถ้าหากว่าไม่ได้มนิตาในตอนนั้น ที่เป็นคนเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาได้ก่อน คงไม่เหลือทั้งบริษัทและชีวิตของเขาเองให้มายืนอยู่ตรงนี้แน่ ๆ
“ดีแล้วค่ะคุณพ่อ ถ้าคุณพ่อให้ตำแหน่งสำคัญขนาดนั้นกับสร สรเองก็คงทำไม่ได้ ตำแหน่งนี้เหมาะกับนิที่สุดแล้วค่ะ”
“คุณพ่อพูดเหมือนว่าทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัท มีคนตั้งใจทำให้มันเกิดเหรอคะ ใครคะแล้วทำไปเพื่ออะไร” มนิตายังคงสงสัยในคำพูดของผู้เป็นพ่อ หากพ่อเขารู้ตัวคนร้ายอยู่แล้ว ทำไมเขาถึงไม่จัดการเองเสียเลย
“พ่อเองก็ยังไม่มีหลักฐาน แต่เรื่องนี้นิต้องจัดการแบบเงียบๆ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด”
“นิจะทำอะไรนิต้องระวังตัวด้วยนะ ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยนิได้นิต้องบอกพี่ทันทีนะ”
“เรื่องนี้ให้ยายนิจัดการจะดีเหรอคะคุณนพ มนว่ามันค่อนข้างจะอันตรายนะคะ ยายนิเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ถึงลูกเราจะเก่งขนาดไหนแต่ถ้าต้องทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ ฉันกลัวว่าลูกจะไม่ปลอดภัย”
มนธิชาที่เงียบมานานนึกเป็นห่วงลูกสาว ยายนิจะทำตัวห้าวขนาดไหนแต่ก็ถือว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิง หากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไง ถ้าหากเป็นผู้ชายอาจจะไม่ต้องห่วงขนาดนี้
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณแม่ ยายนิเป็นคนเก่งยายนิต้องทำเรื่องนี้ได้แน่ ๆ และถ้าน้องมีอันตราย สรจะเป็นคนลุกขึ้นมาปกป้องน้องสาวของสรเองค่ะ”
ทุกคนต่างมองหน้ามธุสรด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างมีความสุข และภูมิใจที่พวกเขาเลี้ยงลูกมาได้ดีขนาดนี้ ได้ยินแต่ว่าพี่น้องบ้านอื่นชอบทะเลาะกันบ่อย แม้แต่พี่น้องในบ้านของนพนิตเองก็ตาม ต่างก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่นัก แต่ลูกสาวฝาแฝดสองคนนี้รักกันมาก ไม่เคยคิดน้อยใจกันเลยเมื่ออีกคนได้รับอะไรที่ดีกว่า มีแต่จะยินดีให้กันและกัน มีเพียงใบหน้าของมนิตาเท่านั้นที่ยังคงกังวลอยู่ เธอแค่คิดว่าเธอจะทำงานในตำแหน่งนี้ให้ดีได้ยังไง และใครที่พ่อของเธอพูดถึง มีคนเลวอยู่ในบริษัทอย่างนั้นเหรอ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบริษัท เป็นฝีมือของคนคนนั้นสินะ คุณพ่อคงอยากให้เธอเข้ามาในตำแหน่งนี้เพราะอยากให้เธอหาคนร้ายให้เจอ และจัดการไปซะ ฉันมองหน้าทุกคนพร้อมกับความคิดในใจมากมาย เอาไว้เธอเข้ามาทำงานแบบเต็มตัวเมื่อไหร่ เธอจะเริ่มสืบหาคนคนนั้นทันที
ชายหนุ่มได้แต่มองร่างบางนอนหลับไปในอ้อมกอดของตัวเอง พลางคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงหลายปีมานี้ การเดินทางของทุกคนล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เขาพยายามสร้างครอบครัวของตัวเองในแบบที่เขาอยากจะให้เป็น มนิตาเป็นภรรยาที่ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องไหนเลย เป็นทั้งประธานบริษัทและแม่ที่ดีเสมอ และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าอาการที่เขาเป็นในตอนเช้าทุกวันก็คือ แพ้ท้องแทนเมีย พอรู้แบบนี้เขารู้สึกดีใจขึ้นมาเฉยๆ ตอนท้องแรกมนิตาแพ้หนักจนเขาเองยังแอบสงสาร ตอนนี้ลูกคงรู้ว่าพ่อเป็นห่วงแม่มากขนาดไหน ก็เลยให้คนที่แพ้เป็นพ่อไปซะเลย “ฝันดีนะครับ...ที่รัก” เขากระซิบข้างๆหูของเธอเบาๆ พร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นเช้าวันต่อมา หลังจากที่ผ่านเรื่องน่ายินดีมาแล้ว เช้านี้ทุกคนตื่นและออกมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมกัน แพลนเที่ยวของพวกเขาไม่ได้มีไปไหน เพราะแค่อยากมาพักผ่อนและสังสรรค์กันเท่านั้น มนิตาพาลูกชายออกไปเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดตั้งแต่ก่อนทุกคนจะออกมานั่งแล้ว พอเห็นว่าทุกคนอยู่ด้วยกันทั้งหมด จึงชวนลูกชายจอมดื้อเดินเข้ามาด้านใน “ไงครับเรนน์สุดหล่อของป้า รู
ข้าวหอมมีท่าทีลุกลนจนออกัสเริ่มจะสงสัย และทุกคนก็มีอาการไม่ต่างกัน คนที่ยิ้มอย่างสะใจมีแค่แทนไทคนเดียวเท่านั้น ที่เขาแอบเห็นข้าวหอมพูดเรื่องนี้ตอนเช้าที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับใครอยู่ “ไม่ตอบก็ต้องกินหมดแก้ว” แทนไทยื่นแก้วไปให้ข้าวหอมที่ไม่ยอมตอบคำถาม แต่ดันถูกออกัสจับมือเอาไว้เพราะรู้สึกถึงความแปลก ทุกคนเงียบจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร มนิตาเห็นท่าไม่ดีเลยต้องหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน “พี่หอมเข้าบ้านกันไหมคะ” “อื้ม” แล้วก็ลุกขึ้นไปเลยไม่รอให้ใครรั้ง มนิตาและดารินรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว สามสาวเลือกที่จะมานั่งเล่นกันที่หลังบ้านอีกฝั่ง เพราะคงมีเรื่องที่ต้องคุยกันยาว ข้าวหอมถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าคงต้องพูดแล้วจริงๆสินะ “นิตา ดาริน พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ตอนนี้พี่...พี่ท้อง” “ก็ดีแล้วนี่คะ บอกพี่ออกัสหรือยังคะรินว่าพี่เขาต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าพี่หอมมีน้องแล้ว” ดารินพูดออกมาอย่างดีใจ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที “ไม่หรอก เขาคงไม่เป็นแบบนั้น พี่ไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแทนไทถึงถาม” หญ
วันและเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ บริษัทของมนิตาและราเชนน์ มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นด้วยการบริหารคนเก่งของคู่สามีภรรยา วันนี้ในช่วงเช้าราเชนน์ต้องเดินทางไปคุยงานที่ต่างจังหวัด ปกติแล้วเรื่องคุยงานนอกสถานที่จะเป็นหน้าที่ของธันวา ที่ตอนนี้ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งสูงของบริษัท และให้ลูกน้องคนอื่นเข้ามาดูแลใกล้ชิดราเชนน์แทน “ไม่อยากไปเลย” ชายหนุ่มเดินเข้ามากอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง คนตัวเล็กเพียงมองการกระทำของเขาผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้าเท่านั้น “ผู้ใหญ่ที่นู่นเขาอยากเจอพี่ จะขัดก็ไม่ได้เพราะว่ากว่าจะได้ลงเส้นนี้ต้องจ่ายหนักไปเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเป็นเรื่องสำคัญพี่เชนน์ไปเองดีแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนิกับลูกนะคะ” ยิ้มตอบสามีที่ต้องห่างกันเป็นครั้งแรกนับจากที่แต่งงานและลูกชายโตจนเข้าโรงเรียน “พี่ไปตั้งสามวันคิดถึงเมียแย่” “คิดถึงก็รีบกลับมานะคะ” เธอหันหน้ามาหาเขาก่อนจะยกมือขึ้นประคองแก้มของสามี แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อสามีหนุ่มมีอาการแปลกๆ “นิเปลี่ยนน้ำหอมเหรอ ทำไมกลิ่นเหม็นจัง” ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ร่างบางฉีดวันนี้ มันท
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองกันอย่างเนืองแน่น มนิตาและราเชนน์เป็นหนึ่งในผู้ถูกเชิญ หากไม่ถูกเชิญคงจะน้อยใจแย่ “พี่ข้าวหอมสวยจังเลยค่ะวันนี้” “ไงมึง มึงนี่ไม่เบาแอบไปได้เลขาเมียกูไม่บอกกูเลยนะ” เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เห็นมนิตาและราเชนน์เดินเข้ามา จึงได้เข้ามาทักทาย พร้อมกับเอ่ยแซว งานที่เธอมาในวันนี้คืองานแต่งงานของข้าวหอมกับออกัสเพื่อนของเขาเองนั่นแหละ พูดก็พูดเถอะเธอเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าสองคนนี้แอบไปกุ๊กกิ๊กกันตอนไหน รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่บอกว่ากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ร้ายจริงๆ “แล้วนี่จะไม่บอกหน่อยเหรอคะ ว่าไปแอบคบกันตอนไหนทำไมนิกับพี่เชนน์ไม่รู้เลย” แววตาจ้องมองข้าวหอมอย่างต้องการคำตอบ “พี่เมาน่ะ” “...” ข้าวหอมหันไปมองหน้าเจ้าบ่าวข้างๆ ด้วยแววตาที่ดูเศร้าลง “แต่ก็ยังดีนะที่ยังเข้าถูกห้อง” “นี่หมายถึงตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกันทั้งหมดตอนนั้นเหรอคะ” ย้อนกลับไปได้สักประมาณสองปีที่แล้ว เธอและราเชนน์ไปเที่ยวกันแบบกลุ่มเพื่อน เธอเลยชวนเข้าหอมไปด้วยเพราะนอกจากดาริ
หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆมาทั้งหมดแล้ว ครอบครัวของเขาและเธอได้ใช้ชีวิตที่สงบสุข และมีเรนน์ เด็กน้อยที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ มาคอยเป็นกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายๆคน ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ว่าใครที่เห็นหน้าตาโหดๆ เจอพ่อเรนน์ของมนิตาเข้าไปเป็นต้องหลงหนุ่มน้อยกันเลยทีเดียว “แดดดี้คะ มามี๊ว่าเปลี่ยนเนคไทน์เป็นสีนี้ดีกว่านะคะ เวลาที่แดดดี้ใช้สีนี้แดดดี้ดูหล่อขึ้นมาเยอะเลยค่ะ” หญิงสาวช่วยสามีเลือกสีเนคไทน์ พร้อมกับเดินเข้าไปผูกให้กับเขาด้วยรอยยิ้ม “ชมผัวแบบนี้อยากได้อะไร หื้มม” แม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปากขอ แต่เขาก็สรรหาทุกสิ่งทุกสิ่งให้เธอจนหมด เรียกได้ว่าหลงแม่ของลูกจนโงหัวไม่ขึ้นเลยแหละ “จะไปอยากได้อะไรล่ะคะ ทุกวันนี้ไม่มีที่จะเก็บแล้วนะคะ แล้วก็เลิกซื้อได้แล้วนิไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น นิแค่อยากให้พี่เชนน์มีความสุขแล้วก็รักนิกับเรนน์ให้มากๆ แค่นั้นก็พอค่ะ” ส่งยิ้มหวานจนตาหยีให้กับเขา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปด้านนอกเพื่อเตรียมตัว แต่อยู่ๆก็รู้สึกตัวลอยเพราะมีคนอุ้มร่างของเธอขึ้นจากทางด้านหลัง ด้วยความกลัวตกแขนทั้งสองข้างของร่างบางจึงยกขึ้นไปคล้องเขาไว้ทัน
ราเชนน์นั่งเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานที่บริษัท เมื่อเช้านี้เขาทำเป็นเมินเธอทั้งๆที่อยากจะกอดอยากจะจุ๊บก่อนไปทำงานเหมือนแบบทุกวัน แต่ด้วยความน้อยใจจากเมื่อคืนเขาเลยอยากทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าเขาเสียใจกับการกระทำของเธอมากแค่ไหน “นายทะเลาะกับคุณนิตาเหรอครับ” ธันวาเดินเข้ามาถามผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเขา แต่สายตามองแต่โทรศัพท์ในมือ จนคนเป็นนายขมวดคิ้วมองกลับ “มึงถามทำไม คุยกับกูแต่ตามองโทรศัพท์ในมือ” “ก็คุณนิตาเธอทักมาถามผมไม่หยุดเลยครับ นี่ครับ” บอกผู้เป็นนายพร้อมกับยกหน้าจอให้ดู ทำเอาคนหน้าเข้มเมื่อกี้เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มและหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า “ไอ้ธันกูมีเรื่องให้มึงช่วย” คงจะให้เขาช่วยเรื่องเมียอีกแล้วสินะ เห้อทุกวันนี้นายเขาเปลี่ยนไปจนทำตัวไม่ถูก จากที่เคยจับปืนบ่อยๆตอนนี้เปลี่ยนเป็นถือไอแพดโหลดการ์ตูนมาไว้ให้เจ้านายตัวน้อยแทน22.00 น. มนิตานั่งรอสามีอยู่ที่ห้องรับแขกจนรู้สึกง่วง เธอเลยเงยหน้ามองดูนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่เห็นคนตัวโตกลับมา มันทำให้เธอนั่งไม่ติดกลัวว่าจะเกิดเรื่องเหม
[คาริสา (ย้อนวันเกิดเรื่อง)] บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เงียบเหงาจนเธอไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว พ่อที่โดนคดีพยายามฆ่าและฉ้อโกง ตอนนี้ยังอยู่ในคุกเพื่อรอศาลตัดสิน ส่วนแม่ก็หนีกลับประเทศตัวเองไปแล้ว เหลือแค่เธอเท่านั้นที่ยังรอดอยู่ มนิตาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนสั่งให้ซันรถชน
มนิตาพยุงตัวเองลุกขึ้นหวังจะเดินออกไปห้องนี้ เธออยากกลับไปอยู่ในที่ที่เธอควรจะอยู่ ไม่อยากอยู่กับคนเลวอย่างเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกำลังจะก้าวขาออกจากห้องราเชนน์ก็เข้ามารั้งแขนเธอเอาไว้“นิ พี่ขอโทษพี่พาไปโรงพยาบาลนะ” เธอสะบัดมือของเขาทิ้ง ไม่เอ่ยคำใดออกมาในเวลานี้เธอไม่อยากจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่แล้วรา
[ราเชนน์]หลังจากวางสายจากนิตา ผมก็เดินกลับมาที่ห้อง VIP ของผับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ผับของไอ้ออกัส หลังจากที่ผมต้องแยกกับนิตาที่งานเลี้ยงกระทันหัน ทั้ง ๆที่ผมยังคุยกับเธอไม่จบ ผมก็มานั่งดื่มอยู่กับไอ้พวกนี้ได้สักพัก จนทนความคิดถึงของตัวเองไม่ไหว ก็เลยออกไปโทรหานิตาในห้องทำงานของไอ้กัสมันผมแปลกใจนิดหน่อ
บ้านศรีการไชยตุ้บบบบ!! มนิตากลับมาจากงานเลี้ยงก็ทิ้งตัวลงเตียงนอนนุ่มๆในห้องของเธอทันที แต่สายตาก็ต้องมองไปทางประตูอย่างสงสัยก๊อก….ก๊อก…ก๊อก!! ใครมาเคาะห้องเธอตอนนี้แต่คงจะเป็นมธุสรแน่นอน เพราะไม่มีใครแล้วนอกจากเธอ คนอื่นๆไม่ค่อยมาหาฉันที่ห้องเท่าไหร่ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ “น







