بيت / โรแมนติก / พ่ายรักเมียนิตินัย / บทที่ 11 จดทะเบียนสมรส

مشاركة

บทที่ 11 จดทะเบียนสมรส

last update تاريخ النشر: 2024-11-14 13:05:27

วันต่อมา

นับดาวเดินฮั่มเพลงลงมาจากชั้นบนของบ้านอย่างสบายใจ เดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งบนโต๊ะอาหารที่มีบิดา แม่เลี้ยงใจยักษ์ และนีรนุชนั่งอยู่ด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังมีความสุขมากแค่ไหน

เธอมองหน้าแม่เลี้ยงใจยักษ์พร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากให้อย่างผู้ชนะ ก่อนเลื่อนสายตาไปบอกกล่าวกับบิดาเสียงดังฟังชัดจงใจให้ทุกคนได้ยินกันทั่วถึง "นับจดทะเบียนสมรสกับติณณภัทรววันนี้นะคะ ตอน 10โมง"

ทุกคนที่นั่งบนโต๊ะอาหารไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคน กลับหันไปมองนีรนุชที่นั่งหน้าเศร้าด้วยความเป็นห่วงทำให้เธออดหมั่นไส้ไม่ได้จึงจงใจพูดตอกย้ำให้นีรนุชเสียใจเข้าไปอีก "พี่นุชช่วยไปเป็นพยานรักให้นับกับติณณภัทร เอ้ย! ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าพี่ภัทรเพราะเรากำลังจะเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว พี่นุชช่วยไปเป็นสักขีพยานให้ได้ไหมคะ"

ว่าจบเธอก็ลอบยิ้มออกมาอย่างสะใจกับสีหน้าของนีรนุชที่ดูจะแย่มากกว่าเก่า โดยเฉพาะแม่เลี้ยงใจยักษ์ที่มองเธอเขม็งคงโกรธเธอมากสินะที่ทำร้ายลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง ไหนจะผิดหวังที่ไม่ได้ลูกเขยรวยอย่างติณณภัทรอีก

"แกจะพอได้หรือยังนับดาว จะตอกย้ำให้พี่เขาเสียใจไปถึงไหน" ทนงศักดิ์ที่นั่งหัวโต๊ะต่อว่าบุตรสาวคนเล็กอย่างเหลืออดทั้งที่พยายามข่มอารมณ์ไว้แล้ว แต่บุตรสาวก็ยังหาเรื่องไม่เลิกไม่รู้ว่าจงเกลียดจงชังอะไรบุตรสาวคนโตนักหนา

"ตอกย้ำที่ไหนกันคะ นับเห็นว่าพี่นุชเป็นพี่หรอกถึงได้ชวนไปในงานสำคัญแบบนี้" นับดาวตอบอย่างลอยหน้าลอยตาพร้อมกับตักข้าวต้มเข้าปาก แล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

"ขอตัวก่อนนะคะนุชอิ่มแล้ว" นีรนุชมองหน้าน้องสาวต่างมารดาที่เธอรักอย่างจริงใจด้วยแววตาเจ็บปวด และตัดพ้อถูกคนอื่นแทงข้างหลังยังไม่เท่าถูกคนที่เธอเห็นเป็นน้องสาวมาตลอดแทงข้างหลัง เธอรู้ว่านับดาวไม่ชอบเธอ แต่ไม่คิดเลยว่าจะทำร้ายกันได้ถึงขนาดนี้มันผิดหวัง เสียใจ และเจ็บปวดจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

"ขอตัวก่อนนะคะนุชอิ่มแล้ว" เธอรีบขอตัวออกจากโต๊ะอาหารทั้งที่ทานได้แค่ไม่กี่คำเพราะกลัวน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จะไหลออกมาแล้วทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเสีย

ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องนอนเธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่ต้องอายใครระบายความเจ็บปวดที่มันสุ่มอยู่ในอกกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเธอจึงค่อย ๆ เช็ดน้ำตาออกพยายามกลั้นก้อนสะอื้น หยิบโทรศัพท์มาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ติณณภัทร ชั่งใจอยู่ชั่วครู่จึงกดรับสายเพราะต้องการเคลียร์ใจให้มันจบ ๆ ไปก่อนที่เขาจะเป็นสามีของน้องสาวต่างมารดาอย่างเป็นทางการ

เธอไม่อยากติดต่อ หรือเกี่ยวข้องกับติณณภัทรอีกเพราะเธอไม่อยากให้ประวัติซ้ำรอยผู้เป็นแม่ จะไม่ยอมให้คำว่าเมียน้อยมาแปดเปื้อนชีวิตเธอแน่นอน

"ว่าไงภัทร"

(นุชคงโกรธ และเกลียดภัทรมากใช่ไหมกับเรื่องที่เกิดขึ้น ภัทรขอโทษนะนุช)

"นุชให้อภัย เพราะนุชรู้ว่าภัทรไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเกิดขึ้น และนุชก็ดีใจนะที่ภัทรยอมรับผิดชอบน้องนับ นุชไม่เคยเสียใจเลยที่ได้รักภัทร"

(ทำไมนุชถึงได้แสนดีแบบนี้ ยิ่งเป็นแบบนี้ภัทรยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก หากนุชจะโกรธจะเกลียดภัทรต่อไปภัทรก็เข้าใจ)

"ไม่ล่ะ นุชไม่อยากผูกใจเจ็บไม่อยากเป็นทุกข์เพราะความโกรธความเกลียด อะไรให้อภัยได้ก็ให้อภัยถือซะว่านุชกับภัทรไม่ใช่คู่กัน"

(แล้วเรายังสามารถเป็นเพื่อนกันได้ไหม)

"ได้สิ แต่ให้เวลานุชหน่อยนะภัทร"

(ขอบใจมากนะนุช ขอบใจจริง ๆ)

ติณณภัทรเอ่ยขอบคุณซ้ำ ๆ รู้สึกซึ้งใจกับความแสนดีของนีรนุช ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ชอบนับดาวและรู้สึกผิดมากเข้าไปอีกทำไมคนดี ๆ อย่างนีรนุชถึงต้องถูกทำร้าย ส่วนคนนิสัยไม่ดีอย่างนับดาวกลับสมหวังและมีความสุข

หลังจากวางสายนีรนุชติณณภัทรก็เดินลงไปยังชั้นล่างของบ้าน แล้วบอกกล่าวกับพ่อแม่ที่นั่งอยู่ในห้องโถงให้รับรู้ "วันนี้ผมกับนับดาวจะไปจดทะเบียนสมรสกันนะครับ ส่วนงานแต่งนับดาวบอกว่าไม่ต้องจัด"

"ก็ดีแล้วแม่ก็ไม่ได้อยากให้ใครรู้ว่าลูกคว้าผู้หญิงแบบนับดาวมาเป็นเมีย" อรอินตวัดสายตาเอ่ยกับบุตรชายอย่างเคือง ๆ แค่บุตรชายต้องจดทะเบียนสมรสกับนับดาวเธอก็ช้ำใจจะตายอยู่แล้ว

"คุณก็เบา ๆ หน่อยเถอะ ยังไงหนูนับดาวก็จะมาเป็นลูกสะใภ้เราแล้ว" เอกรัฐส่งเสียงปรามภรรยาเบา ๆ ถึงเขาจะไม่ชอบในพฤติกรรมของนับดาวเท่าไร แต่ในเมื่อต้องตบแต่งมาเป็นภรรยาบุตรชายแล้วยังไงก็ต้องยอมรับให้ได้ อีกอย่างคนเราก็เคยทำผิด และพลาดพลั้งด้วยกันทุกคน

"เป็นลูกสะใภ้คุณคนเดียวเถอะ ฉันไม่มีวันรับผู้หญิงแบบนั้นมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด" อรอินพาลโกรธสามีไปด้วยอีกคนที่ดันพูดไม่เข้าหูเธอ ก่อนจะลุกเดินสะบัดตูดขึ้นไปชั้นบนทิ้งให้สองคนพอลูกมองตามหลังด้วยความอ่อนใจ

"งั้นผมไปก่อนนะครับพ่อ" ติณณภัทรมองตามหลังแม่จนสุดสายตา ก่อนจะบอกกล่าวกับผู้เป็นพ่อ แล้วเดินออกไปขึ้นรถขับตรงสู่ที่ว่าการอำเภอ

รถของติณณภัทรกับนับดาวเคลื่อนตัวมาจอดที่ว่าการอำเภอในเวลาสิบโมงพอดีแป๊ะ ทั้งสองเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินมาประจบกันทางเข้าอาคารพอดี

"สวัสดีค่ะว่าที่สามี" นับดาวเอ่ยทักทายร่างสูงที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปควงแขนเขาอย่างถือวิสาสะ ไม่ลืมจะพูดจายั่วโมโหเขาไปด้วย "เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ ฉันอยากได้คุณเป็นผัวจนใจจะขาดแล้ว"

"เธอนี่มันไร้ยางอายจริง ๆ นับดาว ปล่อยแขนฉัน" ติณณภัทรถึงกับกัดกรามกรอดเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธพลางพยายามดึงแขนออกจากการเกาะกุมของผู้หญิงร้ายกาจ ทว่านอกจากอีกคนจะไม่สะทกสะท้านกับคำด่าแล้วยังมีหน้าส่งยิ้มหวานให้พร้อมกับกอดแขนเขาแน่นขึ้นอีก ครั้นจะให้เขาทำอะไรรุนแรงก็เกรงจะเป็นจุดสนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา

"เร็ว ๆ สิคะ หรือคุณอยากให้พวกปาปารัสซี่มาเห็นแล้วถ่ายไปลงข่าว แบบนั้นก็ได้นะฉันชอบอยู่แล้วกับการเป็นข่าวเนี่ย" นับดาวจงใจเอ่ยให้ชายหนุ่มเป็นเดือดเป็นร้อน แล้วเดินเข้าไปทำทุกอย่างให้มันเสร็จ ๆ ไป ถึงปากเธอบอกจะชอบเป็นข่าวแต่ในใจตรงกันข้ามกันสิ้นเชิง เธอเกลียดการเป็นข่าวให้คนอื่นเมาท์เป็นที่สุด ที่ผ่านมาก็แค่ทำเพื่อประชดบิดาเท่านั้น

สิ้นเสียงนับดาวติณณภัทรก็รีบเดินเข้าไปในอาคารทันทีเพราะไม่อยากเป็นข่าวตามที่หญิงสาวพูด ปล่อยให้อีกคนเดินควงแขนด้วยความจำใจ

"มาจดทะเบียนสมรสค่ะ" เมื่อเข้าไปถึงนับดาวก็บอกกล่าวกับเจ้าหน้าที่ทันทีไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่นิดเดียว ติณณภัทรได้แต่เก็บกลั้นความโมโห และความรังเกียจนับดาวเอาไว้ในใจกับกิริยาที่เธอแสดงออกมาจนปิดไม่มิดว่าอยากได้เขาเป็นสามีจนตัวสั่น เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกขยาด

"ได้ครับ เชิญนั่งเลย" สิ้นเสียงนับดาวเจ้าหน้าที่วัยกลางคนก็เชิญทั้งสองนั่ง ขอเอกสาร และทำการสอบถามข้อมูลทั่วไปจากนั้นก็หยิบเอกสารให้ทั้งสองเซ็น

ทั้งนับดาวและติณณภัทรรับเอกสารมาเซ็นโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาต้องการเพียงทำทุกอย่างให้มันเสร็จ ๆ ไป เพราะสำหรับทั้งสองแล้วการจดทะเบียนในครั้งนี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลยสักนิด

เมื่อเซ็นเสร็จรอเพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ก็มอบใบสำคัญการสมรสให้

"ทีนี่ก็เรียกสามีได้เต็มปากเต็มคำแล้วนะคะคุณสามีข๋า" นับดาวจงใจเอ่ยยั่วโมโหชายหนุ่มพร้อมกับก้มมองใบทะเบียนสมรสในมือที่มีชื่อเธอกับเขาอยู่ ขณะกำลังเดินออกไปขึ้นรถทำให้ติณณภัทรที่เดินนำด้านหน้าถึงกับหยุดชะงัก หันกลับไปมองเจ้าของคำพูดไร้ยางอายด้วยแววตาวาวโรจน์

"เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที ฟังแล้วแสลงหู แล้วก็จำใส่สมองน้อย ๆ ของเธอไว้ด้วยว่าต่อให้โลกนี้มีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวฉันก็ไม่มีวันเอามาทำเมีย เชิญนอนกอดใบทะเบียนสมรสไปคนเดียวเถอะนับดาว" เอ่ยใส่หน้าคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวจ้องมองราวกับจะฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้น ๆ เพราะความอดทนเริ่มหมดลงเรื่อย ๆ แล้ว ว่าจบก็หมุนตัวเดินต่อ

"คิดว่าฉันพิศวาสคุณนักหรือไง ผู้ชายอะไรเถื่อนชะมัด" นับดาวทำปากขมุบขมุบต่อว่าร่างสูงที่เดินตัวปลิวออกไปด้วยความหมั่นไส้ และบอกเลยยิ่งเขาแสดงออกมาชัดเจนว่ารังเกียจเธอแบบนี้เธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ รีบสาวเท้าเดินกึ่งวิ่งตามไปปากก็ร้องเรียกไม่ขาดสาย "สามีข๋ารอเมียด้วยสิคะ จะรีบเดินไปไหนกันเมียเดินตามไม่ทันแล้วนะ"

เสียงของนับดาวทำให้คนที่เดินสวนไปมาต่างพากันมอง บางก็ซุบซิบกัน บางก็อมยิ้มทำเอาติณณภัทรขายหน้าแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี สุดท้ายก็ต้องหยุดเดินแล้วหันไปมองตัวต้นเหตุอีกครั้ง เมื่อเธอเดินมาถึงก็ต่อว่าด้วยความโมโห "หุบปากสักทีนับดาว อย่าให้ผมรังเกียจคุณไปมากกว่านี้เลย"

เขารู้สึกโกรธเธอมากจริง ๆ นึกรังเกียจกับการกระทำของเธอจนไม่อยากอยู่ใก้ลสักวินาทีเดียว "ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็ไสหัวไป"

"อย่าใจร้ายกับเมียสิคะผัวข๋า เราจดทะเบียนกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันสิคะ" นับดาวทำเหมือนว่าคำพูดแสนร้ายกาจของติณณภัทรเป็นอากาศยังคงยิ้มหน้าระรื่น เดินเข้าไปเกาะแขนถูไถแก้มไปมาอย่างออดอ้อน ยิ่งอีกคนพยายามหลีกหนีเธอก็ยิ่งกอดแขนเขาแน่นขึ้นโทษฐานที่รังเกียจเธอดีนัก

การกระทำของหญิงสาวทำให้ความอดทนที่เหลือเพียงน้อยนิดของติณณภัทรหมดลง ใช้มืออีกข้างจับมือของเธอแล้วบีบอย่างแรง จนอีกคนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บ

"ฉันเจ็บนะ" ร้องท้วงด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่เขากลับออกแรงบีบมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั้งเธอเจ็บจนทนไม่ไหวต้องยอมคลายพันธนาการออกจากแขนแกร่ง

ติณณภัทรรีบสาวเท้าเดินจากไปทันทีที่ได้รับอิสระไม่คิดจะพูดกับผู้หญิงไร้ยางอายให้เสียเวลาเพราะแค่นี้เขาก็เสียเวลาอันมีค่าไปกับเธอมากพอแล้ว ทิ้งให้นับดาวยืนก่นด่าตามตามหลังด้วยความโมโห

คิดว่าทำแบบนี้แล้วเธอจะยอมแพ้เหรอบอกเลยว่าไม่มีทาง ร้องตะโกนในใจว่าคนอย่างนับดาวสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นโว้ย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
Paranya Maneewan
น้ำเน่าเกินค่ะ
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 59 โชคดีที่มีเธอ (จบ)

    นับดาวให้กำเนิดบุตรสาวในวันเกิดของตัวเองพอดิบพอดีเพียงแต่คนละเวลากันเท่านั้น วันเกิดเธอปีนี้จึงกลายเป็นสุขสันต์วันคลอดแทนทุกคนต่างปลื้มปิติ โดยเฉพาะติณณภัทรวินาทีที่ได้เห็นหน้าบุตรสาวถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่"ได้เจอกันสักทีนะลูกสาวพ่อ" ก้มจูบบนฝ่าเท้าน้อย ๆ ของบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างพินิศ คิ้วเข้มขมวดชนกันเล็กน้อยเพราะทุกส่วนบนใบหน้าบุตรสาวเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิด แทบไม่มีส่วนไหนที่ได้เขามาเลยมันน่าน้อยใจชะมัด"นับคุณดูสิลูกลำเอียงชะมัดเลย คิ้วก็เอาของแม่มา ตาก็เอาของแม่มา จมูกก็เอาของแม่มา ปากก็เอาของแม่มาไม่มีส่วนไหนที่เหมือนผมเลย อุตส่าห์ทำแทบตาย" เขาแหงนหน้าขึ้นเอ่ยกับเมียสาวทีเล่นทีจริงทำเอาทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้"แสดงว่าลูกรักแม่มากกว่าพ่อไงคะ" นับดาวตอบกลับยิ้ม ๆ อีกคนหาได้ยอมน้อยหน้าไม่เอ่ยประกาศเสียงกร้าว เชิดหน้าขึ้นอย่างมาดหมาย "แบบนี้ยอมไม่ได้นะ ลูกคนต่อไปต้องเหมือนผมแล้วแหละ"คำพูดของชายหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อีกระลอกหนึ่ง คงจะมีแต่แบงค์ที่ต้องกลำกลืนฝืนทนมองภาพทั้งสองหยอกล้อกันทั้งที่ในใจมันชอกช้ำอย่างหนัก ส้มซึ่งรู้ดีทำได

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 58 สุขสันต์วันคลอด

    แสงแดดสีทองยามสี่โมงเย็นตกกระทบผิวน้ำทะเลสีเขียวมรกตทอประกายระยิบระยับ สายลมเอื่อย ๆ พัดโชยพากลิ่นอายทะเลลอยตลบอบอวลทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลาย"อากาศดีจังเลยค่ะ นานแล้วสิที่ไม่ได้พักผ่อนแบบนี้" นับดาวหันบอกกล่าวกับร่างสูงที่เดินเคียงข้าง จับมือพากันเดินเลียบไปตามแนวชายหาดด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้มาเที่ยวทะเล และดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ต้องขอบคุณผู้ชายข้าง ๆ ที่ทำให้เธอได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงทุกครั้งที่มาเที่ยวทะเลเธอจะมาเพราะต้องการแก้เบื่อแก้เซ็ง มาด้วยอารมณ์โดดเดี่ยว แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความสุขจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้"ใช่ครับ" ติณณภัทรระบายยิ้มตอบเขาเองก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน ได้มาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้กับคนที่รักจึงมีความสุขไม่น้อย "ได้มาพักผ่อนกับคนที่รักมันดีกว่าคนเดียวเป็นไหน ๆ เลยว่าไหม""ใช่ค่ะ นับไม่เคยรู้เลยว่าการมีความรัก มีครอบครัวมันดีขนาดนี้ต้องขอบคุณคุณนะคะที่เข้ามาในชีวิตของนับ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยมาจากก้นบึ้งของหัวใจ"ผมก็ขอบคุณคุณเช่นกันที่เข้ามา

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 57 ความสุข

    วันต่อมาหลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปวันนี้ติณณภัทรจึงตั้งใจพานับดาวไปทำบุญ และไหว้แม่ของเธอ"จะไปไหนกันฮึสองคนนี้" อรอินเอ่ยทักบุตรชายกับลูกสะใภ้ที่เดินเข้ามานั่งบนโต๊ะอาหารด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนจะออกไปไหนกัน"ผมกับนับจะไปทำบุญกันครับ" ติณณภัทรตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหันมองหน้าเมียสาวพร้อมยื่นมือไปกอบกุมมือเรียวไว้หลวม ๆ นับดาวส่งยิ้มหวานให้คนเป็นสามีบาง ๆ "ก็ดีเหมือนกันนะจะได้เป็นมงคลให้กับชีวิต แม่ขอให้ชีวิตคู่หลังจากนี้ของลูกทั้งสองพบแต่ความสุขนะ" อรอินเห็นดีเห็นงามด้วย และก็อวยพรให้เด็กทั้งสองพบเจอแต่ความสุขในชีวิตคู่หลังจากที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มามากมาย"พ่อก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ จะเป็นพ่อแม่คนแล้วทำอะไรก็นึกถึงจิตใจกันและกันให้มาก ๆ อย่าเอาอารมณ์เข้าว่า อย่าละเลยความรู้สึกกัน รักและดูแลกันให้เหมือนวันแรกที่รักกัน ความสม่ำเสมอและเสมอต้นเสมอปลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่มาก พ่อหวังว่าลูกทั้งสองคนจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขไปจนแก่จนเฒ่า" พิภพอวยพรเด็กทั้งสองต่อหลังจากภรรยาเอ่ยจบ และไม่ลืมจะให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่กับทั้งสองด้วย"ขอบคุณคุ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 56 คิดถึง โหยหา

    นับดาวกำแหวนในมือแน่น แล้วเดินกลับไปยังห้องชายหนุ่มอีกครั้ง คาดว่าตอนนี้เขาคงขึ้นมาจากชั้นล่างแล้ว ยืนรวบรวมความกล้าข่มความตื่นเต้นอยู่หน้าห้องนานนับนาที ก่อนค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปเสียงเปิดประตูทำให้ติณณภัทรที่ทำท่าจะตามหาหญิงสาวหลังจากเข้ามาในห้องแล้วไม่พบเธอรีบหันไปมอง ครั้นเห็นคนตัวเล็กก็รีบเดินเข้าไปถามไถ่ "ไปไหนมาฮึ""ฉันมีอะไรจะมอบให้คุณค่ะ" นับดาวไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่ม แต่กลับจับมือข้างซ้ายของเขาขึ้นมา แล้วจัดการเอาแหวนที่กำไว้บรรจงสวมบนนิ้วนางของเขา "คุณมอบแหวนแต่งงานให้ฉันแล้ว ถึงคราวฉันมอบแหวนแต่งงานให้คุณบ้างแล้ว แหวนวงนี้แทนความรักจากฉันนะคะ""นะ..นี่มันอะไรกัน เธอความทรงจำกับมาแล้วเหรอ" ติณณภัทรถึงกับประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในตอนนี้คือทั้งดีใจ สับสนงุนงง และไม่เข้าใจ ดวงตาคมกริบปริ่มไปด้วยน้ำสีใสจ้องมองใบหน้าสวยเชิงตั้งคำถาม "ฉันรักคุณนะคะ" นับดาวตอบคำถามของเขาแทนด้วยการบอกความรู้สึกออกไปพร้อมกับก้มจูบหลังมือของเขา ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปคล้องลำคอแกร่งเอาไว้หลวม ๆ แล้วเขย่งเท้าขึ้นประทับริมฝีปากจูบริมฝีปากหนาติณณภัทรไม่ได้ปฏิเสธถึงแม้ตอนนี้จะยั

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 55 แทนความรัก

    หลังจากนับดาวฟื้นขึ้นมาหมอก็ให้นอนดูอาการอีกสองวันจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะร่างกาย และผลการสแกนสมองปกติดีทุกอย่าง ส่วนเรื่องที่เธอจำอะไรไม่ได้หมอประเมินว่าอาจเป็นอาการความทรงจำหายไปชั่วคราว อีกไม่นานความทรงจำน่าจะกลับมาเหมือนหลาย ๆ เคสที่ผ่านมา"บ้านของเราจำได้ไหม" ติณณภัทรเอ่ยถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อรถจอดลงหน้าบ้านอัครกุลสิ้นเสียงทุ้มนับดาวก็ทอดสายตามองเข้าบ้านหลังใหญ่โตตรงหน้า คิ้วสวยขมวดเป็นปมคล้ายกับว่าจำอะไรไม่ได้เลย"ฉันจำไม่ได้เลย" เปล่งเสียงตอบด้วยใบหน้าเศร้า แววตาหม่นหมองจนติณณภัทรต้องรีบรั้งเธอมากอดใช้มือลูบศีรษะเล็กทุยปลอบประโลม "จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็จำได้เองไม่ต้องรีบร้อน""ค่ะ""เข้าบ้านกันดีกว่าป่านนี้พ่อกับแม่คงรออยู่ ท่านดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าเธอได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว" "ค่ะ" คนที่อิงแอบหน้ากับไหล่กว้างพยักรับ แล้วผละตัวออกจากอ้อมกอดคนตัวโต ซึ่งติณณภัทรก็รีบเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมาเปิดประตูให้เธอ"เชิญครับ" บอกกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางยื่นมือไปให้เธอจับ อีกคนยื่นมือไปวางบนมือหนาแล้วพาตัวลุกจากรถโดยไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณคนตัวโต "ขอบคุณนะคะ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 54 แหวนแต่งงานของเธอคนเดียว

    วันต่อมาวันนี้ติณณภัทรตั้งใจว่าจะสวมแหวนแต่งงานให้นับดาวถึงแม้เธอจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม เขาโทรไปยังร้านดอกไม้สั่งให้ทางร้านจัดช่อดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นดอกไม้ที่เธอชอบจำนวนหนึ่งร้อยดอก แล้วให้นำมาส่งที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับช่อดอกไม้เขาก็นำมันไปวางข้างเตียงหญิงสาว เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองใบหน้าสวยอย่างสื่อความหมาย "ฉันเอาดอกไม้ที่เธอชอบมาให้ตื่นมาดูสิสวยมากเลยนะ และวันนี้ฉันก็มีบางอย่างจะให้เธอด้วยนะ"เขาว่าแล้วนิ่งเงียบไป ก่อนล้วงกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกงเปิดออกแล้วหยิบแหวนมาถือไว้ "แหวนวงนี้เป็นแหวนที่ฉันตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อเป็นแหวนแต่งงานสำหรับเธอเลยนะ หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมาเห็นเธอจะชอบมันนะ"ว่าจบก็จับมือด้านซ้ายของเธอมาบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนาง จากนั้นก็ประทับจูบลงบนหลังมือนิ่มแช่ค้างไว้แบบนั้นและในจังหวะนั้นเองนิ้วเรียวทั้งห้าก็ขยับขึ้นเบา ๆ ทำให้ติณณภัทรต้องรีบผละดูให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง และใช่นิ้วของเธอขยับจริง ๆ เขาค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ๆ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยลุ้น และตื่นเต้นกับอะไรเท่านี้มาก่อนเลย"

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 4 ธาตุอากาศ

    เช้าวันต่อมาแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามากระทบเปลือกตาของนับดาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงให้รู้สึกตัวตื่นในช่วงสาย ๆ ของวันใหม่ด้วยอาการไม่สดชื่นเลยสักนิด"อ่า ปวดหัวชะมัด" เธอครวญครางออกมาเบา ๆ พลางยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อคลายอาการปวดหัว ก่อนค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมา คิ้วสวยขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นเ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 3 จูบน่ารังเกียจ

    หลังจากเปรมหายหลังไปติณณภัทรก็เดินเข้าไปหานับดาวที่ยืนตัวโงนเงนจะล้มแล่ไม่ล้ม ไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมมระอาการแต่งตัวก็โป็ หนำซ้ำยังดื่มจนไม่ได้สติอีกเธอต้องเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันถึงไม่รักนวลสงวนตัวแบบนี้ ก็สมควรแล้วที่เป็นเหยื่อของพวกไม่ดีหากไม่ใช่เพราะเธอเป

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 2 คู่แค้น

    @ผับนับดาวในชุดเดรสสายเดียวรัดรูปสีแดงเพลิง กระโปรงสั้นเกือบเสมอแก้มก้นเดินนวยนาดเข้าไปภายในผับที่มีนักท่องราตรีนับร้อยคนด้วยท่าทางเซ็ง ๆ แม้จะมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหลายคนเอ่ยแซวตลอดทางเดินเธอก็ไม่คิดจะสนใจสักนิดคืนนี้เธอต้องการมาดื่ม และสนุกเพื่อให้ลืมความเฮงซวยที่เพิ่งเจอมาเมื่อตอนเย็นเท่านั

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 1 หน้าสวยใจเสีย

    บางทีโลกนี้ก็ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยทำไมคนเลว ๆ ที่ทำร้ายคนอื่นถึงยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ขณะที่คนถูกกระทำต้องจมอยู่กับความเจ็บปวด"หึ"นับดาว หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสะสวย วัย 26ปี ในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีแดงเค้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันกับความดราม่าของชีวิตตัวเอง ขณะที่สายตาจ้องมองภาพบิดา แม่เลี้ย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status