LOGIN“อือ ครึ่งนึงก็ครึ่งนึง จ่ายมา”
“รอแป๊บ เอาหลักฐานการจ่ายให้ฉันด้วย”
นับดาวกลับเข้าไปในบ้าน หยิบมือถือมากดโอนเงินให้ชายคนนั้น
“เรียบร้อย แสนห้า ที่เหลือหนึ่งอาทิตย์ พวกพี่มาใหม่”
หลังจากพวกนั้นกลับกันหมด นับดาวกำลังเดินขึ้นห้องนอน เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน เธอรับจ๊อบโดยการเป็นพิธีกร ในงานการกุศลของโรงพยาบาล เป็นงานที่พี่ปุ๊กหาให้อีกนั่นแหละ ยามนี้งานอะไรก็รับหมด
ยอดหนี้ของแม่เหลือหกหลักก็จริง แต่เป็นหกหลักที่หลายเจ้า จนนับดาวแอบน้ำตาไหล ไม่จ่ายไม่ได้พวกนั้นรู้จักบ้าน มีทางเดียวถ้าไม่จ่าย เธอต้องไปหาที่อยู่ใหม่
ที่โรงพยาบาล
นับดาวขับรถยนต์มาโรงพยาบาล ตามที่นัดกับพี่ปุ๊กไว้ เธอจอดรถและรอพี่ปุ๊ก
ราวสิบนาทีพี่ปุ๊กวิ่งกระหืดกระหอบมา
“เหนื่อยว่ะ”
“ขอโทษนะคะพี่ปุ๊ก” นับดาวรู้สึกว่าตัวเองทำให้คนอื่นวุ่นวายและเดือดร้อน
“ขอโทษอะไรคิดมาก พี่จะพาเข้าไปหาคนว่าจ้างงานนะ”
“อ้าว…พี่ปุ๊กไม่อยู่กับนับ เหรอคะ”
“พี่มีงานอีกที่ ไม่ได้อยู่ด้วยน่ะสิงานนี้”
“ได้ค่ะ ๆ” นับดาวไม่อยากเป็นตัวถ่วง ทำให้พี่ปุ๊กเสียงาน
พี่ปุ๊กหอบชุดขึ้นไปให้นับดาวที่ห้องน้ำ เพื่อให้นับดาวเปลี่ยนชุด จากนั้นจึงพาไปพบคนจ้างงาน
ห้องประชุมขนาดใหญ่ของโรงพยาบาล ภายในห้องประชุมมีเวทีขนาดใหญ่ โต๊ะเก้าอี้วางเป็นระเบียบจำนวนมาก
นับดาวยืนอยู่หลังเวที ได้ยินเสียงผู้คนมาร่วมงานพูดคุยกันดังขึ้นเรื่อย ๆ
นับดาวรับหน้าที่พิธีกร เธอพึ่งเคยรับงานเป็นครั้งแรก รู้สึกประหม่าไม่น้อย แต่เมื่อถูกว่าจ้างมาแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“เชนทร์ คนเยอะเหรอ” หมอเจษฎาเดินเข้ามาในงาน เขาถูกเชิญมาด้วย พร้อมกับหมอแพรไหม และหมอรัตติภูมิ
“อื้อ ก็บุคลากรในสาขา นั่นแหละ”
“คงหลายร้อยคนสิท่า”
“ไม่แน่ใจ”
“งานกุศลเช่นนี้ คนคงเยอะ ไม่ต้องห่วง” หมอรัตติภูมิพูดแทรก
“อืม คงประมาณนั้น”
คนอื่น ๆ ทยอยกันเข้ามาในงานเรื่อย คนดำเนินงานจึงให้นับดาว ขึ้นเวทีเพื่อทักทายและช่วยกล่าวประวัติของโรงพยาบาล ซึ่งมีแฟ้มประวัติติดมือขึ้นมาบนเวที
นับดาวอ่านประวัติโรงพยาบาล จังหวะต้องเอ่ยชื่อทายาทโรงพยาบาล เธอถึงกับกลืนน้ำลาย
“ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอเชิญทายาทเจ้าของโรงพยาบาล อย่างนายแพทย์ราเชนทร์ อดิเทพพินิจ ขึ้นมากล่าวความสำคัญของงานในครั้งนี้ด้วยค่ะ” กล่าวจบเสียงปรบมือดังพร้อมเพรียงกัน
นับดาวได้แต่นึกในใจ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ทำไมต้องมาเจอเขาอีก
หมอราเชนทร์ เดินเข้าใกล้นับดาว เธอทำตัวไม่ถูก เมื่อนึกขึ้นได้รีบผายมือให้เขาเดินไปกล่าวเรื่องราวของงาน
เธอยืนห่างเขาไม่มาก แต่รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ แต่เพื่อหน้าที่ เธอจึงสลัดความคิดต่าง ๆ ทิ้ง ใจจดจ่อกับงานเพียงอย่างเดียว
“พิธีกรสวยนะคะ” หมอแพรไหมแอบกระซิบหมอเจษฎา ผู้เป็นสามี
“คงเด็กอยู่นะ อาว่า”
หมอเจษฎาเห็นนับดาวตัวเล็กเหมือนเด็ก
“เด็กที่ไหนคะ พูดจาฉะฉาน มืออาชีพซะขนาดนั้น”
“แต่ก็สู้น้องแพร ของอาไม่ได้หรอก” รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากหมอเจษ แม้จะเป็นสามีภรรยากันนานหลายปี แต่ชายหนุ่มยังแทนตัวเองว่า อาตลอด หมอแพรไหมเขินจนหน้าแดง แอบตีแขนหมอเจษเบา ๆ
หมอรัตติภูมิมองหมอราเชนทร์ ซึ่งท่าทางวอกแวก มักยิงคำถามให้พิธีกรสาว ที่ยืนข้างกายแปลก ๆ หมอราเชนทร์กล่าวถึงงานการกุศลอยู่บนเวทีประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนขอตัวลงจากเวที
เสียงปรบมือดังขึ้น ซึ่งถือว่ามันทำให้ยาวนานสำหรับนับดาว เขามองหญิงสาว นับดาวเผลอมองหน้าเขาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนรีบหลบสายตามองต่ำ
แขกที่เข้าร่วมต่างพากันช่วยอุดหนุน และร่วมบริจาคช่วยเหลือคนป่วย ที่ไม่มีญาติพี่น้องดูแล โดยจิตศรัทธา นับดาวทำหน้าที่ตัวเอง คอยเอนเตอร์เทนคนในงาน เพื่อให้ช่วยกันบริจาค
จนครบเวลาที่รับงานไว้ จากนั้นส่งต่อให้คนอื่นมารับหน้าที่ต่อจากเธอ
หลังเวที นับดาวนั่งถอนหายใจ พร้อมยกขวดน้ำขึ้นดื่ม เธอคอแห้งจนแทบไม่มีเสียง
กลุ่มของหมอราเชนทร์และเพื่อน ๆ ที่มาร่วมงานต่อขอเวลากลับ และนัดเจอกันที่ผับของเพื่อนหมอเจษฎาคืนนี้
“คุณคะ คุณคะ” นับดาวอยากเข้าห้องน้ำ จึงเดินตามทาง มาเจอชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่
“นาย” เมื่อเจอหน้าชายหนุ่ม นับดาวถึงกับตกใจ เป็นเขาอีกแล้ว
“ครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“ไม่มีจะเรียกเพื่อ” สายตาหมอเชนทร์มองหญิงสาวร่างเล็ก
“ไม่มีแล้วค่ะ”
“ต้องการอะไร”
“ห้องน้ำไปทางไหนคะ” สุดท้ายต้องบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ
“หึ…ตามมา” นับดาวอยากเข้าห้องน้ำอย่างมาก เธอไม่อยากเสียเวลา กลัวอดทนไม่ไหว แล้วปล่อยราดตรงนี้ได้ขายหน้ากันพอดี
ห้องทำงานหมอราเชนทร์“นี่มัน” พูดไม่ทันจบ หมอราเชนทร์ก็จับมือนับดาวลากเข้าห้องทำงานทันที“นู่น ห้องน้ำ” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางห้องน้ำ นับดาวไม่รอช้า รีบเดินเข้าห้องน้ำ เสียงเหมือนผู้ชายผู้หญิงคุยกันอยู่ด้านนอก นับดาวยืนนิ่งหลังจากทำธุระเสร็จ เธอตัดสินใจจะเปิดประตูออกมาดีไหม กลัวขัดจังหวะหรือเสียมารยาท หญิงสาวคิดอยู่นาน“นับ…”เสียงผู้หญิงเรียกนับดาว เมื่อเห็นเธอออกจากห้องน้ำ“ณา…” นับดาวตาโต ไม่ได้เตรียมใจไม่นึกจะมาเจอนังเพื่อนทรยศ“มาทำอะไรในห้องพี่เชนทร์”“เธอขอเข้าห้องน้ำ ว่าแต่รู้จักกันเหรอ ณา” หมอราเชนทร์ถามน้องสาว“ค่ะ นับ เพื่อนสนิทณา เองค่ะ” สายตามองนับดาวด้วยความรู้สึกผิด“เราไม่ใช่เพื่อนกัน ฉันไม่เคยรู้จักเธอ” นับดาวจ้องหน้าวรางคณา ด้วยแววตาสั่นไหว“นับ เราคุยกันก่อนได้ไหม” นับดาวเผชิญหน้ากับวรางคณา อดีตเพื่อนสนิทที่เคยรักกันมาก“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ”วรางคณาคว้าข้อมือนับดาว เมื่อหญิงสาวเดินผ่านหน้าเพื่อออกจากห้องแต่ถูกนับดาวสะบัดมือวรางคณาออกห่าง ทำให้วรางคณาเสียหลักเซเกือบล้ม ดีที่หมอเชนทร์รับทัน เขารีบคว้าข้อมือนับดาว ก่อนจะผลักเธอชนเหลี่ยมประตู“โอ๊ย!” มือจับหน้าผากอ
“อือ ครึ่งนึงก็ครึ่งนึง จ่ายมา”“รอแป๊บ เอาหลักฐานการจ่ายให้ฉันด้วย”นับดาวกลับเข้าไปในบ้าน หยิบมือถือมากดโอนเงินให้ชายคนนั้น“เรียบร้อย แสนห้า ที่เหลือหนึ่งอาทิตย์ พวกพี่มาใหม่”หลังจากพวกนั้นกลับกันหมด นับดาวกำลังเดินขึ้นห้องนอน เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน เธอรับจ๊อบโดยการเป็นพิธีกร ในงานการกุศลของโรงพยาบาล เป็นงานที่พี่ปุ๊กหาให้อีกนั่นแหละ ยามนี้งานอะไรก็รับหมดยอดหนี้ของแม่เหลือหกหลักก็จริง แต่เป็นหกหลักที่หลายเจ้า จนนับดาวแอบน้ำตาไหล ไม่จ่ายไม่ได้พวกนั้นรู้จักบ้าน มีทางเดียวถ้าไม่จ่าย เธอต้องไปหาที่อยู่ใหม่ที่โรงพยาบาลนับดาวขับรถยนต์มาโรงพยาบาล ตามที่นัดกับพี่ปุ๊กไว้ เธอจอดรถและรอพี่ปุ๊กราวสิบนาทีพี่ปุ๊กวิ่งกระหืดกระหอบมา“เหนื่อยว่ะ”“ขอโทษนะคะพี่ปุ๊ก” นับดาวรู้สึกว่าตัวเองทำให้คนอื่นวุ่นวายและเดือดร้อน“ขอโทษอะไรคิดมาก พี่จะพาเข้าไปหาคนว่าจ้างงานนะ”“อ้าว…พี่ปุ๊กไม่อยู่กับนับ เหรอคะ”“พี่มีงานอีกที่ ไม่ได้อยู่ด้วยน่ะสิงานนี้”“ได้ค่ะ ๆ” นับดาวไม่อยากเป็นตัวถ่วง ทำให้พี่ปุ๊กเสียงานพี่ปุ๊กหอบชุดขึ้นไปให้นับดาวที่ห้องน้ำ เพื่อให้นับดาวเปลี่ยนชุด จากนั้นจึงพาไปพบคนจ้างงา
“พี่ปุ๊ก อืม” นับดาวกลืนน้ำลายลงคอ กะพริบตาถี่ ๆ“โอ๊ย พี่เป็นห่วงแทบแย่ ขอโทษนะนับ ที่รับงานให้จนไม่มีเวลาพัก”“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ปุ๊ก นับคงเครียดหลายอย่าง”“ต่อไปคงไม่กล้าให้โหมงานหนักขนาดนี้ละ”“ไม่ค่ะ พี่ปุ๊ก นับต้องหาเงินใช้หนี้อีกเยอะค่ะ”“แต่ร่างกายไม่ไหว ต้องพักผ่อนบ้าง”พี่ปุ๊กเองก็รู้สึกผิดต่อนับดาว ทำให้ไม่มีเวลาได้พัก พี่ปุ๊กเองก็พึ่งรู้พร้อมกันกับนับดาววันนี้ วรางคณามีพี่ชายเป็นหมอ ปกติเธอบอกแค่มีพี่ชาย แต่ไม่เคยถามว่าทำอาชีพอะไร“ว่าแต่ เขารู้เรื่องราวของน้องสาวไหม”“นับไม่รู้ อาจรู้หรือไม่รู้ก็ได้” นับดาวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง“ไม่น่ารู้หรอกที่น้องสาวทำนิสัยแบบนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”“อื้อ ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไปเถอะค่ะ นับไม่อยากรู้เรื่องของคนพวกนี้” นับดาวคลึงนวดขมับเบา ๆ“ดีขึ้นหรือยัง”“ค่ะ ดีขึ้น งานจบแล้วใช่ไหมคะพี่ปุ๊ก” เธออยากกลับไปพักผ่อนเต็มทน“อืม เสร็จละ รับไป” พี่ปุ๊กยื่นซองให้นับดาว“พี่ปุ๊กหักส่วนของพี่เลยนะคะ”“พี่ไม่เอาหรอก พี่ให้เอาไปใช้หนี้”“แต่ว่า มันเป็นส่วนของพี่นะคะ”“พี่ช่วย ไม่อยากเห็นนับเหนื่อย”นับดาวช่วงนี้อ่อนแอเหลือเกิน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้อ
“อืม…ค่ะ” วรางคณามองมายังนับดาว เธออยากคุยอยากขอโทษ แต่นับดาวไม่เปิดโอกาส จากคนเคยสนิทสนมชิดเชื้อ กลายเป็นบาดหมางเย็นชาของนับดาว ทำให้วรางคณา นั้นกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้สิ่งที่พี่ปุ๊กปกปิดนับดาวอีกเรื่อง คือ เธอต้องใส่ชุดราตรีแบรนด์วรางคณา ซึ่งเจ้าของแบรนด์ให้พี่ปุ๊กช่วยปิดบังอีกอย่างเพราะอยากช่วยนับดาวหาเงินใช้หนี้ จึงได้ปกปิดหากบอกตรง ๆ นับดาวคงไม่ยอม ที่พี่ปุ๊กรับงานเพราะเห็นว่ามันได้เงินดี แต่ใช่ว่านับดาวจะยอมง่าย ๆ สุดท้ายต้องยอม เพราะเห็นแก่พี่ปุ๊กหน้าเวที ที่เต็มไปด้วยเจ้าของแบรนด์ชุดราตรี ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย การเดินแบบโชว์ของแบรนด์ตัวเอง หลายคนถูกเชิญมาร่วมในงาน แต่ที่เห็นอืออาในงานคงไม่พ้นคุณหมอหนุ่มทายาทโรงพยาบาลดัง อย่าง นายแพทย์ ราเชนทร์ อดิเทพพินิจ พี่ชายของนางแบบสาวอย่าง วรางคณา อดิเทพพินิจ เธอมาเดินแบบในแบรนด์ตัวเอง ซึ่งเปิดตัวใหม่มาได้เกือบปีหมอเชนทร์มาพร้อมกับปู่ไพบูลย์ และย่ารักษ์สินี อดิเทพพินิจ พวกท่านมาคอยให้กำลังใจหลานสาวคนเดียว แม้ทุกคนจะเคยผ่านการเดินแฟชั่นโชว์ แต่ก็ยังพากันตื่นเต้นประหม่านับดาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงมันช่างเน้นสีผิวให้เธอดูขาวผ่องอมชมพู
ระหว่างนั้น ประตูร้านถูกผลักเข้ามา คนมาใหม่สองคนควงแขนกัน เข้ามาสั่งเครื่องดื่ม ความบังเอิญเหลือเกิน“นับ” วรางคณาหันไปเจอนับดาว เธอเอ่ยชื่อเพื่อน ทำให้สายฟ้าต้องหันมองตาม“ณา ขอไปหานับนะคะ” หญิงสาวผละห่างจากสายฟ้า เดินไปยังเพื่อนนั่งอยู่“นับ พี่ปุ๊ก” เจ้าของชื่อทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวมาใหม่“อ้าว น้องณา มากับใครคะ” สายตาพี่ปุ๊ก เหลือบมองนับดาว“ณา มาซื้อกาแฟค่ะ” วรางคณาเลี่ยงจะตอบคำถามพี่ปุ๊กนับดาวไม่แม้จะหันมองอดีตเพื่อนสนิทสักนิดเธอนั่งเงียบ ไม่เอ่ยใด ๆ ทั้งนั้น มันมีแต่ความเคียดแค้น โกรธจนอยากฆ่าคนตรงหน้านั้นได้เลยวรางคณาน้ำตาคลอ มองนับดาว เธออยากคุยอยากขอโทษ ที่ทำผิดกับนับดาว เธออยากอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ แต่เห็นนับดาวนั่งเงียบ ไม่แม้จะมองหน้า จึงได้แต่ปล่อยน้ำตาไหลพี่ปุ๊กรู้สึกเหมือนสถานการณ์ไม่สู้ดี พยายามจะสื่อสารเปลี่ยนประเด็น แต่ต้องนั่งเงียบอีกคน เมื่อสายฟ้าแฟนหนุ่มของนับดาว เดินเข้ามายืนข้างวรางคณา“นับ สบายดีนะครับ” สายฟ้ามองนับดาวที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ก็ยังไม่ตายนี่คะ” เขาจะถามเธอทำไม แผลพึ่งยังสดใหม่ พอมีอะไรมากระทบมันยิ่งเจ็บ สายฟ้าเอาแต่จ้องนับดาว“เอ่อ ทั้ง