LOGIN“เอ๊า...ไม่ได้เจอกันตั้งนานก็ต้องฟื้นความจำกันหน่อย เดี๋ยวจะห่างเหินกันเกินไป...จริงไหมแก้ว แล้วนี่ไปอยู่เชียงใหม่ตั้งหลายปีได้ฝึกฝีปากมาบ้างรึเปล่าเนี่ย”
ต่อตระการยืนพิงสะโพกไว้กับโต๊ะ หันไปมองหน้าที่เริ่มมีสีระเรื่อของแก้วกานดา พอเห็นเธอได้แต่อมยิ้มแล้วเสมองไปทางอื่นไม่พูดไม่จาก็อดเย้าแหย่ต่อไปไม่ได้
“ว้า...ดูเหมือนจะไม่พัฒนาเลยนะเนี่ย ถามจริง ๆ เหอะแก้ว เป็นเพื่อนกับยายต้องมันได้ยังไงคนละสปีชีส์กันชัด ๆ เลย แต่ก็เอาเถอะ ถ้าจู่ ๆ แก้วพูดมากเหมือนยายต้องขึ้นมา พี่คงคิดว่าแก้วเป็นตัวปลอมแหง ๆ แก้วของแท้ต้องยิ้มอย่างเดียว”
“พี่ต่อ! เงียบไปเลยนะ เดี๋ยวเหอะ”
ต้องตาหันมาพร้อมกับวางตะกร้าผลไม้ลงตรงหน้าดังโครม ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดน้ำใส่พี่ชายจนต่อตระการต้องเบี่ยงหน้าหลบเป็นพัลวัน
“ว่าแต่มีอะไรแซ่บ ๆ ให้พี่ซดเล่นหน่อยไหมจ๊ะน้องสาว พี่โคตรแฮงก์เลยว่ะ” ต่อตระการรู้สึกว่าอาการตีรวนในช่องท้องเริ่มสำแดงฤทธิ์เดชขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อต่อมน้ำลายทำงานได้ดีเกินไปเพราะผลิตมันออกมาไม่หยุดจนเขาต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการคลื่นเหียน
“มีแต่แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จะกินไหมล่ะ”
ต้องตาเปิดฝาชีที่ครอบกับข้าวออกให้พี่ชายดู ต่อตระการถึงกับเบ้หน้าเมื่อเห็นอาหารสองสามอย่างบนโต๊ะ หากเป็นเวลาปกติเขาคงเจริญอาหารกับกับข้าวตรงหน้า แต่คงไม่ใช่เวลานี้
“อยากซดน้ำแกงร้อน ๆ มากกว่าน่ะ ต้องขับไปซื้อข้าวต้มทรงเครื่องที่หน้าหมู่บ้านให้พี่หน่อยสิ”
ต่อตระการได้ทีจึงรีบใช้น้องสาวไปซื้ออาหารที่ตนอยากกินทันที เพราะต้องการคุยกันแบบส่วนตัวกับแก้วกานดา
“เดี๋ยวแก้วทำให้ก็ได้ค่ะ แค่ข้าวต้มทรงเครื่องแป๊บเดียวเองไม่ถึงสิบห้านาทีก็เสร็จ” พูดจบเจ้าตัวก็เดินเลี่ยงสองพี่น้องไปเปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหารออกมาทันที ทำเอาชายหนุ่มอดหัวเสียขึ้นมานิด ๆ ไม่ได้ เมื่อหญิงสาวดูเหมือนจะรู้ทันความคิดของเขา ต่อตระการจึงเอ่ยแย้งไปทันควัน
“โธ่แก้ว จะลำบากทำทำไมกันเล่า ให้เจ้าต้องไปซื้อก็ได้นี่นา”
“ไม่เป็นไรค่ะ แป๊บเดียวเอง พี่ต่อรอสักครู่นะคะ”
แก้วกานดาพูดโดยไม่หันไปมองหน้าเขา เธอหยิบหม้อใบเล็กใส่น้ำแล้วตั้งเตา ระหว่างที่รอน้ำเดือดก็จัดเตรียมส่วนอื่น ๆ ไว้รอใส่ลงในหม้ออย่างคล่องแคล่ว
หญิงสาวยอมรับกับตนเองว่าไม่อยากอยู่กับต่อตระการตามลำพังในตอนนี้ เพราะเธอไม่พร้อมที่จะคุยอะไรทั้งนั้น ทั้งยังไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้ระแคะระคายเรื่องเมื่อคืนบ้างหรือเปล่า อดสงสัยไม่ได้ว่าหากเขารู้ เขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
แต่เท่าที่ดูจากท่าทีของเขาแล้ว ดูเหมือนชายหนุ่มไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือเขารู้อยู่เต็มอกว่าทำอะไรลงไปแต่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้เพราะไม่ต้องการรับผิดชอบ
แก้วกานดาคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ได้แต่สะท้อนอยู่ในอก หากเมื่อคืนคนที่อยู่กับเขาคือผู้หญิงคนที่เขาพร่ำเพ้อถึง ป่านนี้เขาคงเฝ้าพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจเต็มที่แล้วกระมัง
แต่เผอิญว่าเป็นเธอ เขาจึงต้องกลบทุกอย่างฝังดินให้มิด เหมือนกับที่เธอฝังกลบความรู้สึกลึกซึ้งที่มีต่อเขาไว้ได้อย่างมิดชิด โดยไม่มีใครล่วงรู้เช่นเดียวกัน
ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าต่อตระการภายในเวลาที่กำหนด ชายหนุ่มมองข้าวต้มหอมฉุยที่ส่งกลิ่นยั่วยวนอยู่เบื้องหน้าแล้วก็มองเลยไปยังใบหน้าของคนทำจนได้สบตากันครู่หนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าแก้วกานดาเป็นฝ่ายหลบตาเขาก่อน เขาเอ่ยขอบคุณเธอเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากกับแววตาที่แก้วกานดาเห็นแล้วรู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ
“ฉันว่าฉันขอตัวกลับคอนโดฯ ก่อนดีกว่า วันนี้ช่วงบ่ายฉันต้องไปรายงานตัวที่แผนกน่ะ”
แก้วกานดาหันไปบอกความประสงค์กับต้องตา ก่อนจะหันไปมองร่างสูงโปร่งที่นั่งเป่าข้าวต้มให้หายร้อน แต่แล้วก็หญิงสาวแทบดึงสายตากลับมาไม่ทันเมื่อเห็นว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้ว
ความจริงต้องบอกว่า เขามองเธออยู่ตลอดแทบไม่ละสายตาเลยมากกว่า
“อืม เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง” ต้องตาหันไปพยักหน้าให้เพื่อนพลางสะเด็ดน้ำในตะกร้าผลไม้
แก้วกานดารีบเดินออกจากครัวเพื่อไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและหนีจากสายตาคู่นั้น โดยไม่รู้เลยว่าต่อตระการมองตามเธอไปอย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มยิ้มขันเมื่อเห็นหญิงสาวรีบเดินจนขาแทบพันกัน
เมื่อลับร่างของแก้วกานดาไปแล้ว ต่อตระการก็หันมามองน้องสาว พลางนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงทำทีเป็นชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะวกมาเลียบเคียงถามต้องตาถึงเรื่องที่ตนต้องการรู้
“แก้วพักที่ไหนหรือ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังคุยเรื่องทั่วไป แต่ภายในใจนั้นกลับเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“เพลสวิว ตรงสุขุมวิทน่ะ เพราะไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่ยายแก้วทำอยู่เท่าไร นั่งรถไฟฟ้าไปถึงได้ โชคดีมากเลยที่จู่ ๆ ยายแก้วเขาได้งานที่โรงพยาบาลนั้นพอดีก็เลยได้ย้ายมาทำที่กรุงเทพฯ”
ต้องตาบอกทั้งที่พักและที่ทำงานของเพื่อนรักให้พี่ชายฟังอย่างหมดเปลือกตามประสาคนช่างพูด โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนฟังนั้นลอบยิ้มกับตนเองอย่างหมายมาด และบันทึกข้อความทุกอย่างที่ได้ฟังมาเมื่อครู่เข้าสู่สมองทันที เพราะตั้งใจไว้ว่าวันนี้เขาจะต้องทำอะไรบางอย่าง
“แล้วแก้วเขานึกยังไงถึงได้ย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ไหนว่าครอบครัวย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่กันหมดแล้ว”
ชายหนุ่มถามพลางตักข้าวต้มเข้าปาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาหิวหรือเปล่า ถึงได้รู้สึกว่าข้าวต้มทรงเครื่องที่แก้วกานดาทำให้กินถึงได้รสชาติดีกว่าร้านเจ้าประจำที่เขาชอบแวะซื้อตอนเช้าก่อนไปทำงานบ่อย ๆ
“เออเนอะ ต้องก็ไม่ได้ถามนะพี่ต่อ แต่ก็ช่างเถอะ มาทำกรุงเทพฯ นี่แหละดีแล้ว ต้องจะได้มีเพื่อนไว้เมาท์มอยบ้าง อ้าวนั่นไงมาพอดีเลย ต้องไปส่งยายแก้วที่คอนโดฯ ก่อนนะพี่ต่อ”
ต้องตาพูดจบก็เดินออกจากห้องครัวไป ต่อตระการหันหลังกลับไปมอง จึงทันได้สบตาหวานอมโศกของแก้วกานดาเข้าพอดี หญิงสาวดูประหม่าเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้ลาเขา จากนั้นก็ลากกระเป๋าสัมภาระของตัวเองเดินออกไปทางประตูหน้าบ้าน
หลังจากอิ่มข้าวต้มแล้วเขาก็เดินไปหยิบยาแก้ปวดใส่ปากสองเม็ดตามด้วยน้ำเย็น ๆ แก้วใหญ่ ชายหนุ่มทำหน้าปุเลี่ยนตอนที่ต้องกลืนยาสองเม็ดนั้นลงคอ ใครจะเชื่อว่าคนอย่างนายต่อตระการจะเกลียดและกลัวการกินยามากที่สุด เพราะฉะนั้นเขาจึงมักดูแลร่างกายของตนเป็นอย่างดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องพึ่งหยูกยา เว้นเสียแต่ว่าร่างกายไม่ไหวจริง ๆ จนต้องพึ่งมันอย่างเสียไม่ได้ ดีกว่าต้องมาทนทรมานอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ต่อตระการมักชอบเรียกบุตรสาวของตนเองว่า “แก้วจูเนียร์” อยู่เสมอ เพราะแม่ลูกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ เขาจึงรัก และตามใจลูกสาวคนเล็กมาก เวลาที่เจ้าตัวออดอ้อนอยากได้อยากกินอะไร เขามักจะรีบไปหามาให้ทันทีเพราะเป็นลูกสาวคนโปรด“เฮ้ย...เจ้าตัวแสบ แกล้งน้องอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มของต่อตระการที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแก้วกานดา ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรีบลุกจากตักผู้เป็นยายแล้วปรี่เข้าไปหาบิดา พร้อมกับกางแขนอ้ากว้างให้อุ้ม ต่อตระการย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กของลูกสาว“ฮึบ! โอ้โหลูกสาวพ่อตัวหนักแล้วนะเนี่ย”พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็ชี้ไปทางพี่ชายแล้วทำเสียงอืออาเป็นการฟ้องทันที จับใจความได้แต่ จ้าน...จ้าน เนื่องจากยังเรียกชื่อพี่ชายได้ไม่ชัดเท่าไรนัก ในขณะที่เด็กชายก็รีบวิ่งมาเกาะขาบิดาเช่นกัน แล้วนั่งลงบนหลังเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อเวลาที่พ่อเดิน เขาก็จะเหมือนกับลอยขึ้นลอยลงไปด้วย ซึ่งพอผู้เป็นบิดาเริ่มออกเดิน ร่างเล็กจ้อยที่เกาะขาอยู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมาทันทีแก้วกานดามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
ต่อตระการเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่มุมปากของท่านนายพล ผิดกับแววตาที่ฉายประกายความยินดีออกมาให้เห็น“เป็นอย่างงั้นก็ดีสิลูก แก้วจะได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็จะได้ไม่เหงา”กัลยายิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกเขยตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่แทนที่จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตามเดิม ยิ่งตอนนี้แก้วกานดากำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ก็ยิ่งไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา เพราะแค่นึกภาพว่าในบ้านมีเด็กตัวเล็ก ๆ คลานต้วมเตี้ยมไปมาก็มีความสุขแล้วหลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ต่อตระการก็เตรียมตัวขับรถไปส่งแก้วกานดาไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติเช่นทุกวัน แล้วค่อยเลยไปไซต์งานก่อสร้างเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ แก้วกานดาวางมือบนหน้าขาของเขาพร้อมกับบีบนวดเบา ๆ“ขอบคุณนะคะพี่ต่อ”ต่อตระการหันมองหน้าภรรยา มือวางทาบกับมือเธอแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากก่อนจะสอดนิ้วมือประสานกันไว้“พ่อแม่แก้วก็เหมือนพ่อแม่พี่ พี่รู้ว่าแก้วก็ห่วงพวกท่านไม่อยากทิ้งให้ท่านอยู่ที่บ้านกันลำพังสองคนตายาย พี่ก็เลยย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่แทน เพร
ห้าเดือนต่อมาเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำอันเป็นเสียงที่ดังขึ้นเป็นประจำทุกเช้าปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงรีบเด้งตัวผุดลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปห้องน้ำทันที เขาเอื้อมมือไปลูบหลังให้ สีหน้าแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน“ไหวไหมแก้ว วันนี้หยุดงานดีกว่านะพี่ว่า แพ้ขนาดนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก พี่เป็นห่วง”ต่อตระการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ภรรยา ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว“หยุดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดของกชกร แล้วเขาก็ต้องไปทำธุระที่เชียงราย แก้วไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน”ต่อตระการถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าแก้วกานดาห่วงงานมาก แม้ว่าร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ดีเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ยังแบกสังขารไปทำงานได้ทุกวัน“พี่บอกแล้วว่าให้ลาออกเถอะ ออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงดีกว่า ลูกเราจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไงแก้ว เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว”ชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมภรรยาในเรื่องเดิม ๆ เขาคุยเรื่องนี้กับแก้วกานดามาหลายครั้งแล้ว เพราะอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านสบ
โกหกทั้งทางบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของแก้วว่าเขามีแฟนที่คบหากันมานานอยู่แล้ว เลยอยากถอนหมั้นกับแก้วน่ะ พี่กับคุณหมอเข้าไปคุยกับท่านพร้อมกันเพื่อจะบอกว่าเขาไม่อยากทำให้แฟนเขาเสียใจ และก็ช่วยพูดว่าพี่กับแก้วรักกันจริง ๆ สุดท้ายท่านก็เลยยอม หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็จะพาแก้วออกไปเที่ยวข้างนอก เพื่อให้พี่พาพี่ต้นกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เข้ามาพูดจาทาบทามสู่ขอให้”“ยายต้องก็ปิดปากเงียบเลย น่าโมโหจริง ๆ” หญิงสาวบ่นไปถึงเพื่อนรัก ต่อตระการจึงอดยิ้มขันไม่ได้“กว่าพี่จะอ้อนวอนเจ้าต้องให้ช่วยจัดการเรื่องการ์ด และเพื่อนฝูงของแก้วได้นะใช้เวลาตั้งหลายวัน แถมพี่ต้องซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์สองกษัตริย์หน้าปัดเพชรไปเซ่นมันด้วยนะจะบอกให้ มีการบอกด้วยนะว่าถ้าไม่เห็นแก่สารรูปที่เหมือนซอมบี้เดินได้ของพี่ มันก็ไม่คิดช่วยหรอก” ชายหนุ่มเล่าไปขำไป ตอนที่นึกถึงน้องสาวคนสุดท้องจอมแสบ“ทุกคนเลยรู้เรื่องนี้กันหมด มีแก้วคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”คิดแล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ถึงว่าสิ ว่าทำไมต้องตาถึงพูดกับเธอแปลก ๆ แล้วไหนจะการกระทำแปลก ๆ ของคุณหมอวรั
แก้วกานดาพูดเสียงแผ่วในประโยคสุดท้าย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนกำลังหวั่นไหวแค่ไหนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น“พี่...พี่เคยรักเขา” ต่อตระการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และให้เวลาตนเองรวบรวมคำพูดที่เหมาะสม“แก้วคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบแก้วมาก ทุกครั้งเวลาที่แก้วมาติวหนังสือกับยายต้อง พี่จะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ ตลอด แต่แก้วก็ชอบหลบหน้าพี่เหมือนกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่กับพี่ต้นกับเจ้าไตร แก้วไม่เห็นมีอาการอย่างนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่าแก้วน่าจะมีใจให้พี่บ้าง ถ้าแก้วจำตอนนั้นได้ แก้วจะนึกออกทันทีว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบแกล้งชอบแหย่แก้วนัก นั่นก็เพราะพี่หาเรื่องคุย หาเรื่องเข้าหาแก้วโดยไม่ให้ตัวเองต้องเสียฟอร์ม”แก้วกานดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากปากของเขา หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น อ้าปากค้างเล็กน้อย สีหน้างุนงงสับสนจนชายหนุ่มต้องรีบพูดต่อเพื่อขยายความ“บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนพี่ฟอร์มจัดไปหน่อย แอบชอบแก้วแต่ไม่กล้าจีบตรง ๆ เพราะแก้วยังเด็กแต่พี่เรียนจบแล้ว พอตั้งใจว่าจะลองจีบดูสักตั้ง ถึงได้รู้ว่าแก้วกลับไปเรียนต่อที่เ
“ไม่เอาค่ะ แก้วอยากนอนแช่คนเดียว พี่ต่อออกไปรออาบทีหลังแก้วก็แล้วกันนะคะ”หญิงสาวหยิบเอาผ้าขนหนูที่อยู่บนชั้นวางตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนยื่นส่งให้เขา ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ในมือ แต่กลับเอาไปวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าแทน จากนั้นสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่จนกระทั่งกางเกงในสีเนื้อไปกองอยู่ที่ปลายเท้า“พี่ต่อ!” แก้วกานดาร้องเรียกเขาอย่างขัดใจพลางหันหลังให้ทันที แต่คนตัวเปล่าเปลือยกลับไม่นำพากับท่าทางของเธอแต่อย่างใด เขาตรงเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง กระซิบชิดริมหูอย่างออดอ้อน“พี่อยากอาบน้ำกับแก้วนี่นา เราไม่ได้อาบด้วยกันนานมากแล้วนะ แก้วไม่คิดถึงพี่บ้างหรือ พี่คิดถึงแก้วใจจะขาดอยู่แล้วรู้รึเปล่า หายโกรธพี่เถอะนะแก้ว”จมูกโด่งเฝ้าวนเวียนซุกไซ้อยู่ตามหลังใบหูและซอกคอ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อนของเธอ มือไม้ก็ปัดป่ายเปะปะไปทั่วเนินอกอิ่มก่อนจะวกกลับมายังซิปที่ซ่อนอยู่ในชุดเจ้าสาวแล้วจัดการรูดมันลงอย่างทุลักทุเล เพราะคนในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชุดของหญิงสาวไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกันเมื
“คุณหมอไปกับแก้วเถอะค่ะ พี่เพิ่งทานไปเมื่อตอนสิบโมงครึ่งนี่เอง ไปเถอะแก้ว พี่อยู่ตรงนี้เอง อีกสักพักเดี๋ยวพวกนั้นเขาก็ขึ้นมากันแล้ว เพราะนี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้วน่ะ” เจ้าตัวหมายถึงพยาบาลอีกสองคนที่ไปพักกลางวันก่อนหน้านี้“ถ้างั้นพี่อรจะฝากแก้วซื้ออะไรไหมคะ เดี๋ยวแก้วซื้อขึ้นม
“วิ พอเถอะ เมามากแล้วนะ” ต่อตระการดึงแก้วออกจากมือของวิวัลลา เมื่อเห็นว่าเธอดื่มไปมากแล้ว หญิงสาวทำเสียงฮึดฮัดเมื่อถูกขัดใจ พยายามจะยื้อแย่งแก้วคืนมา แต่ไม่สามารถทำได้เพราะชายหนุ่มเอาไปวางไว้ที่พื้นใต้เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ตาคมมองดูร่างเย้ายวนในชุดเดรสรัดรูปสี
“วันนี้เลิกงานกี่โมง ช่วงหัวค่ำเราไปหาอะไรอร่อย ๆ นอกบ้านกินกันไหมแก้ว”“เลิกประมาณห้าโมงเย็นค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ต่อว่างหรือคะ”ดีใจจนเนื้อเต้นเป็นอย่างไร แก้วกานดาเพิ่งจะรู้สึกได้ก็วันนี้นี่เอง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นวันเกิดของเ
สำหรับเขาแล้ว แก้วกานดาเป็นผู้หญิงที่น่ารักน่าใคร่ ยามปกติเธอสุดแสนจะขี้อายจนถูกเขาแกล้งบ่อย ๆ เวลาที่เธอมาติวหนังสือกับต้องตาที่บ้าน เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเย้าแหย่แก้วกานดานัก รู้เพียงว่าเขารู้สึกสนุก และชอบใจเวลาที่ได้เห็นใบหน้าหวาน ๆ ของเธอสุกปลั่ง จนบางครั้งเขามันเขี้ยวเธอจนอ







