LOGINบทที่ 10 เรื่องราวที่ไม่น่าฟัง
น่านน้ำคนหูไวได้ยินคำว่ามะลิเข้าเต็มสองรูหู ชื่อนี้มันคือสาวน้อยคลั่งรักที่เขาเพิ่งจะสวมวิญญาณกามเทพสายโจรช่วยให้หนีไปเมื่อวานนิ! โดนจับกลับมาได้ยังไง หรือว่าเจ้าหนุ่มคนรักจะพาน้องหนีไม่รอด!
เขากระเด้งตัวลุกออกจากถุงนอนในทันทีโดยไม่สนใจสายตาของภัทรที่มองมาอย่างงุนงง น่านน้ำรู้สึกเหมือนตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ไปแล้วเกินครึ่ง ความตื่นเต้นที่โหยหาพุ่งพล่านกลับมาอีกครั้งจนแทบเก็บทรงไม่อยู่
ร่างสูงไม่รอช้าเขาตัดสินใจก้าวเท้าฉับๆไปที่ประตูอาคารเรียนเพื่อแอบดูเหตุการณ์ข้างนอกทันที
ณ ลานบ้านผู้ใหญ่บ้านยามเช้าตรู่ ท่ามกลางอากาศที่เย็นจัดจนเห็นไอหมอกจางๆ กลุ่มชาวบ้านยืนล้อมรอบร่างเล็กๆของหญิงสาวคนนึงเอาไว้....
มะลิ สาวไทใหญ่ผู้มีใบหน้าหมดจดงดงามที่สุดคนหนึ่งของหมู่บ้าน นั่งคุดคู้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังอยู่บนพื้นลานหน้าบ้านผู้ใหญ่ในสภาพที่อ่อนล้าและไร้ทางสู้ รอบตัวเธอมีชาวบ้านจำนวนมากมายืนล้อมวงอยู่ ราวกับกำลังดูละครฉากใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ทำได้แค่ยืนดูด้วยสายตาเวทนา มากกว่าที่จะมีเจตนาหรืออำนาจพอจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
พ่อหมอประจำหมู่บ้านผู้สูงวัย ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ผู้ประสาทวิชาและผู้ที่ให้ความเมตตาแก่เธอมาโดยตลอด เป็นคนพาเธอมาที่นี่ หลังจากที่มะลิถูกกลุ่มคนตามจับตัวกลับมาได้เมื่อรุ่งเช้า เด็กสาวที่อยู่ในสภาพบอบช้ำวิ่งหนีเตลิดมาหาเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย เพื่อขอร้องให้เขาช่วยหาทางรอดจากชะตากรรมที่เธอมิได้เป็นผู้ก่อ
พ่อหมอทอดสายตามองมะลิด้วยความร้าวรานใจ เขาเห็นเธอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย มะลิเป็นเด็กสาวที่กิริยามารยาทอ่อนหวาน และกตัญญูต่อบุพการีเหนือสิ่งอื่นใด การที่เด็กสาวที่เคยเชื่อฟังทุกอย่างถึงขั้นตัดสินใจเสี่ยงตายหนีเอาตัวรอดในครั้งนี้ มันคือเครื่องบ่งชี้ชัดเจนว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญนั้นมันสาหัสเกินกว่าที่หัวใจอันซื่อตรงจะรับไหวจริงๆ
เส้นทางชีวิตของมะลิไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอต้องตรากตรำทำงานหนักในไร่ชาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อและแม่มาโดยตลอด จนกระทั่งอายุได้สิบห้าปี โชคชะตาก็เริ่มเล่นตลกเมื่อโรงเรียนเพียงแห่งเดียวในหมู่บ้านต้องปิดตัวลงเพราะขาดแคลนบุคลากร ทิ้งให้อาคารเรียนกลายเป็นสถานที่รกร้างอย่างที่คณะหมอเห็น เด็กคนอื่นๆ ที่พอจะมีฐานะอย่างมะอูยังมีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่หมู่บ้านอื่นหรือลงไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แต่มะลิกลับไม่ได้โชคดีเช่นนั้น
ทั้งที่เป็นเด็กหัวดีและเฉลียวฉลาดมากคนหนึ่ง แต่มะลิกลับถูกปฏิเสธโอกาสทางการศึกษาเพียงเพราะแม่ของเธอยืนกรานว่าต้องการแรงงานมาช่วยเก็บชา ซึ่งมะลิเองก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว เมื่อแม่ไม่ให้เรียนเธอก็ยอมก้มหน้าทำงานตามคำสั่ง ทว่าในหัวใจที่ใฝ่รู้นั้นไม่เคยดับมอด เธอจึงอาศัยเวลาว่างจากการทำงานแอบมาขอความรู้จากพ่อหมอ ให้ท่านช่วยสอนหนังสือและถ่ายทอดวิชาแพทย์แผนไทยให้ทุกวัน ซึ่งพ่อหมอเองที่มีวิชาติดตัวมาจากโลกภายนอกก็พยายามชุบเลี้ยงทางปัญญาให้เด็กสาวอย่างสุดความสามารถเท่าที่ชายชราคนหนึ่งจะทำได้
เขาทั้งรักและเมตตามะลิเหมือนหลานแท้ๆแต่ในยามนี้ที่ปัญหามาเกี่ยวข้องกับหนี้สินและเงินตรา เขาก็หมดหนทางที่จะช่วยเหลือเด็กสาวคนนี้ได้แล้วจริงๆ
ดังนั้นเมื่อทุกอย่างถึงทางตัน พ่อหมอจึงคิดหาทางช่วยเหลือมะลิในแบบของเขา ซึ่งเป็นทางเดียวที่เขานึกออกในตอนนี้
“พ่อหมอ อย่ามายุ่ง! ลูกสาวฉัน ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้!” เสียงของคำปัณ ผู้เป็นแม่แท้ๆ ตะโกนก้องอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาของนางแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความโมโห ไม่ต่างจากพวกผู้ทวงหนี้หน้าเลือดที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังแม้แต่น้อย
“จะไม่ยุ่งได้ยังไง! พ่อมะลิมันไปติดหนี้ไอ้อ่องตอแล้วจะให้เอาตัวเด็กมันไปใช้หนี้เนี่ยนะ! นี่มันค้ามนุษย์แล้วนะคำปัณ!” พ่อหมอสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากแรงอารมณ์ ชายชราพยายามปกป้องลูกศิษย์คนโปรดอย่างสุดกำลัง
“แล้วยังไง! มะลิมันอายุ20แล้ว ยังไงมันก็ต้องมีผัว!” คำปัณตอบโต้ด้วยวาจาที่เลือดเย็นที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะพูดได้ “คิดซะว่าหนี้นั่นยกเป็นค่าสินสอดไปเลยสิ!”
นางสะบัดหน้าใส่เสียงคัดค้านของผู้อาวุโสอย่างไม่ไยดี ในขณะที่มะลิทำได้เพียงก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ความหวาดกลัวและสิ้นหวังเข้าปกคลุมร่างเล็กๆ นั้นจนดูบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
น่านน้ำจ้องมองภาพเหตุการณ์อัปยศตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากตอนแรกที่ตั้งท่าจะดูหนังรักน้ำเน่าพล็อตหนีตามกัน กลับกลายเป็นความรู้สึกโกรธจนจุกในอกเมื่อได้ยินความจริงอันน่ารังเกียจจากปากผู้เป็นแม่
ไอ้ที่หนีเมื่อวาน ไม่ได้หนีตามผู้ชาย แต่หนีตายหรอกเหรอวะ!
ร่างสูงก้าวอาดๆ ออกมาจากอาคารด้วยสีหน้าบึ้งตึงจนถึงขีดสุด เขาเดินฝ่าวงล้อมชาวบ้านเข้าไปเหมือนพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะถล่มดอย ใบหน้าที่เคยขี้เล่นและกวนประสาทบัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความหงุดหงิดอย่างรุนแรง
ความรู้สึกโกรธมันพุ่งขึ้นสูงจนจรดเพดาน! เพราะนอกจากความเห็นใจในชะตากรรมของมะลิแล้ว สิ่งที่ทำให้น่านน้ำฟิวส์ขาดที่สุดคือ... พล็อตเรื่องรักแท้ที่เขาบรรจงมโนไว้อย่างสวยงามเมื่อวานมันพังพินาศไม่มีชิ้นดี! เขาอุตส่าห์ยืนตากแดดดูต้นทางให้เพราะนึกว่ากำลังช่วยโรมิโอกับจูเลียตเวอร์ชั่นดอย แต่ความจริงกลับกลายเป็นการหนีตายจากแม่ที่ขายลูกเนี่ยนะ!
“หยุดก่อน!” น่านน้ำสั่งเสียงดัง พลางเท้าสะเอวมองตรงไปที่มะลิด้วยสายตาเป็นคำถาม
“สรุปว่า ไอ้ที่หนี นี้คือเรื่องหนี้สินไม่ใช่หนีไปมีผัวเหรอ?” น่านน้ำโยนคำถามที่แสดงความเข้าใจผิดของตัวเองออกมาอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น
มะลิเงยหน้าขึ้นมามองไตคำที่เคยช่วยเธอไว้อย่างไม่เข้าใจในสถานะการณ์มากนัก แต่ในเวลานี้ไม่มีใครมีกระจิตกระใจจะตอบคำถามงงๆของเขาทั้งนั้นแหละ
“แล้วหนี้เท่าไหร่? บอกราคามาดิ๊!” น่านน้ำชี้ไปที่มะลิอย่างไม่แยแส
“อยากรู้จริงๆไอ้ตัวเลขที่ทำให้ป้าหน้ามืดตามัวจนจะขายลูกกินเนี่ย มันกี่บาทกันเชียว?”
“ไตคำอย่าเสือก! เรื่องของคนใน!” คำปัณชี้หน้าน่านน้ำอย่างดุดัน เธอไม่พอใจที่คนต่างถิ่นเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวและทำลายแผนการของเธอ
“ไตคำเสือกเถอะครับ! หนี้ที่ว่าคือ4แสนนะไตคำ!” พ่อหมอรีบตะโกนสวนขึ้นมาทันควัน ชายชราหันไปส่งยิ้มให้น่านน้ำอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม ราวกับเห็นพระเอกขี่ม้าขาวที่ดูร้ายๆหน่อยปรากฏตัวขึ้นกลางลานบ้าน
มะลิตัวสั่นสะท้านหนักกว่าเดิม ดวงตากลมโตสั่นระริกเหลือกมองคนนั้นทีคนนี้ทีที่กำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตนขึ้นมาดื้อๆ เพราะสิ่งที่ทุกคนกำลังเจรจาอยู่นั้นคือชีวิตของเธอ! เธอไม่ใช่หมูตัวนึงที่จะถูกเอามาวางเดิมพันซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ง่ายๆแบบนี้
4 แสน... เนี่ยนะราคาของคนคนนึง? น่านน้ำทวนคำในใจอย่างไม่อยากจะเชื่อ
อีโค่คาร์หนึ่งคันเลยนะเราเนี่ย น่านน้ำก้มลงมองมะลิอย่างพิจารณา สายตาของเขาไม่ใช่การมองผู้หญิงที่กำลังจะถูกซื้อขาย แต่เป็นการมอง ‘สินทรัพย์’ ที่มีมูลค่าสูงเกินราคา
“ไอ้น้ำ! มึงเป็นเหี้ยไร! กลับมานี่!” ภัทรรีบพุ่งเข้ามาจากด้านหลังวงล้อมแล้วดึงแขนน่านน้ำไว้แน่น เพื่อนรักพยายามลากเขาสุดแรงเพราะกลัวว่าไอ้นักบินหัวร้อนคนนี้จะทำเรื่องบ้าบิ่นจนกลายเป็นคดีความใหญ่โตได้ในอนาคต
“เออ!” น่านน้ำรับคำอย่างหงุดหงิด สะบัดแขนออกแต่ก็ยอมก้าวถอยหลังออกจากวงล้อมตามแรงดึงของภัทร เขาไม่ได้กลัวแต่สมองระดับน่านน้ำกำลังประมวลผลคำนวณตัวเลขและสถานการณ์อย่างรวดเร็วเพื่อคิดหาผลประโยชน์ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
พ่อหมอเห็นน่านน้ำถอยออกมาตั้งหลัก และเห็นความลังเลใจที่ฉายชัดบนใบหน้าของคณะหมอคนอื่นๆ ก็รู้ซึ้งแก่ใจว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะช่วยฉุดมะลิขึ้นมาจากขุมนรก
“พ่อหมอขอพูดกับพวกไตคำหน่อย!” พ่อหมอประกาศเสียงดัง พลางเดินออกจากวงล้อมของชาวบ้านที่กำลังซุบซิบ แล้วเดินตรงมาหาคณะหมอที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ โดยมีน่านน้ำและภัทรเป็นจุดศูนย์กลาง
“พวกไตคำ... พวกคุณหมอจากเมือง... พ่อหมอรู้ว่ามันไม่ถูก! ที่จะมาพูดเรื่องซื้อขายลูกสาวแบบนี้!” พ่อหมอพูดเสียงสั่นเครือ “แต่พวกคุณต้องรู้ไว้... ไอ้อ่องตอมันเป็นคนหยาบช้าที่สุด!”
ส่วนคำปัณเริ่มอ้าปากจะโวยวายอีกรอบ แต่ก็ถูกสายตาดุๆของผู้ใหญ่บ้านปรามเอาไว้เสียก่อน
“มันไม่ได้อยากได้มะลิไปเป็นเมียเฉย ๆ! มันจะเอาไปเป็นของเล่น! มะลิอาจถูกมันเอาไปค้าประเวณีในเมือง! ลูกสาวพ่อหมอคนนี้... มะลิเป็นเด็กดีที่สุด! ฉลาดที่สุด! เธอใช้เวลามาช่วยพ่อหมอรักษาคนในหมู่บ้านทุกวัน! เธอมีหัวใจที่บริสุทธิ์!” พ่อหมอพยายามชูความดีและสติปัญญาของมะลิขึ้นมาทั้งหมด เพื่อหวังให้คนเมืองผู้มีอันจะกินเหล่านี้เห็นค่าในตัวเด็กสาวมากกว่าแค่เศษเงินสี่แสนบาท
พ่อหมอชี้มือที่สั่นเทาไปทางมะลิด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวถึงกึ่งกลางใจ
“มะลิอายุแค่20ปี! หากเธอต้องตกไปอยู่ในมือไอ้นรกอ่องตอ ชีวิตเธอจะพังยับเยิน! การที่พวกคุณซึ่งเป็นคนมีศีลธรรม มีความเมตตา... ถ้าได้ซื้อตัวเธอไป... อย่างน้อย... อย่างน้อยเธอก็จะได้มีโอกาสมีชีวิตที่เป็นคน! ได้ทำประโยชน์ให้กับตัวเองบ้าง!”
เสียงของชายชราสั่นพร่าขณะอ้อนวอนขอชีวิตให้ลูกศิษย์คนโปรดต่อหน้ากลุ่มคนแปลกหน้าจากเมืองกรุง
“สี่แสนบาท... มันอาจจะมาก แต่สำหรับมะลิ... มันคือการซื้อชีวิตผู้หญิงดีๆ คนนึงให้รอดพ้นจากนรก!” พ่อหมอตัดสินใจละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ยกมือขึ้นพนมไหว้คณะอาสาอย่างนอบน้อมที่สุด ความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ถูกวางลงตรงหน้าของน่านน้ำและเพื่อนร่วมทีมอย่างน่าเวทนา
น่านน้ำกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มคณะหมอใจบุญที่ยืนจับเจ่าฟังคำอ้อนวอนของพ่อหมออยู่ เขาจ้องมองพวกนักบุญหอบสังขารขึ้นดอยมาแจกผ้าห่มและทำหมันหมาด้วยสายตาที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม
อ้าว... ไหนล่ะ! พวกคนดี พวกนักบุญ ไม่เห็นมีใครขยับสักคน!
พวกคณะหมอที่เปี่ยมไปด้วยศีลธรรม กิริยามารยาทดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาเห็นเมื่อวาน บัดนี้กลับพากันก้มหน้าก้มตาเงียบกริบราวกับธาตุอากาศ ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจน่านน้ำทันที นี่พวกมึงมาทำบุญจริงๆ หรือแค่ขึ้นมาถ่ายรูปทำคอนเทนต์เอาหน้าไปวันๆวะ พอต้องช่วยชีวิตคน กลับกลายเป็นใบ้กันหมด!
น่านน้ำทนเห็นความเงียบที่น่ารังเกียจนี้ไม่ไหว เขาหันไปหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เขาพอจะฝากหวังได้ในยามนี้
“ไอ้หมอ มึงช่วยน้องเขาดิ เอาไปทำงานที่คลินิกมึงก็ได้!” น่านน้ำโพล่งใส่ภัทรด้วยน้ำเสียงกดดัน
ในหัวของเขากำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว การที่เขาจะควักเงินซื้อตัวมะลิมาเองมันดูไม่เข้าท่าและไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนของชีวิต ดังนั้นการโยนภาระแกมบังคับให้เพื่อนผู้แสนดีอย่างภัทรรับไปดูต่อนั้น เป็นทางออกที่ดูฉลาดและเท่ที่สุดในสายตาเขาตอนนี้
ภัทรมองมะลิอย่างครุ่นคิดหนัก สายตาของหมอหนุ่มกวาดมองเด็กสาวตรงหน้าแบบประเมินผล แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าไอเดียของน่านน้ำมันคือระเบิดเวลาชัดๆ มะลิในยามนี้ต่อให้มอมแมมแค่ไหนแต่....เอ่อ...จะพูดไงดีล่ะ... ตาก็ยังโตเกินไปหน่อย ปากแดงเกินไปนิด ผิวขาวๆนั้นก็ดูเนียนเกินไปไหม ส่วนรูปร่างก็....เอ่ออ....แม้แต่ชุดพื้นเมืองที่ใส่อยู่ก็ยังปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนเกินไปไม่ได้เลย! พูดง่ายๆคือปิดความสวยระดับนางฟ้าจำแลงไม่มิดสักนิด...
ถ้าเขาพาผู้หญิงสวยขนาดนี้เข้าบ้าน มีหวังคลินิกพัง บ้านแตก และหัวเขาน่าจะหลุดจากบ่าแน่นอน!
“ไม่ได้จริงๆ ว่ะ เดี๋ยวเมียกูด่า” ภัทรสารภาพออกมาตรงๆพร้อมกับสีหน้าแหยๆ
น่านน้ำกรอกตาแทบจะครบ 360 องศาด้วยความระอาใจในความกลัวเมียขึ้นสมองของเพื่อนรัก
“เมียมึงจะด่าทำไม! แค่รับพนักงานเฝ้าคลินิก!” น่านน้ำตะคอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ไอ้ห่า! ไอ้น้ำ! มึงไม่มีตาดูหรอ! ว่าน้องเขา อะ เอ่อออ... สวยขนาดไหน! สัตว์เอ้ย! ภัทรโวยวายในใจพลางปาดเหงื่อที่เริ่มซึม การรับมะลิไปเท่ากับจุดไฟเผาบ้านตัวเองชัดๆ
“เออ! เมียกูด่า! โอเคปะ! มึงก็รับไว้เองดิ! เอาไว้ดูแลบ้าน! ดีไหมล่ะ!” ภ
ภัทรตัดสินใจโยนระเบิดลูกนั้นกลับไปหาน่านน้ำอย่างสิ้นคิดเพื่อเอาตัวรอด
น่านน้ำไม่สนเสียงบ่นของภัทรที่ดังอยู่ข้างหู เขาหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคณะหมอที่ยังคงยืนก้มหน้าก้มตา หลบเลี่ยงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ
“เห้ยย! พวกคุณหมอ! ใจบุญกันไม่ใช่หรอ! ทำไมเงียบล่ะวะ!” น่านน้ำตะโกนใส่กลุ่มนักบุญจอมปลอมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสมเพชและหยามเหยียด
“ไม่มีใครต้องการคนดีๆ มาทำงานให้เลยหรือไง! คิดซะว่าจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าช่วยน้องมันหน่อยไม่ได้เหรอ!” เขามองภาพหมอที่พากันก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของเขาอย่างเหลือเชื่อ ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือปริปากยื่นมือเข้ามาช่วยแม้แต่คนเดียว บรรยากาศกลางลานบ้านผู้ใหญ่บ้านเงียบกริบจนได้ยินเสียงสะอื้นของมะลิที่ดังแผ่วมาตามลม
น่านน้ำหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขื่นและดูถูกคนทั้งโลกอย่างบอกไม่ถูก
คนเลวแบบเขายังมีใจมากกว่า! น่านน้ำมองไปที่หน้ามะลิที่เปียกปอนด้วยน้ำตา ไอ้เราก็เหมือนเป็นส่วนนึงของเรื่องราวไปแล้วซะงั้น! ตั้งแต่น้องมันมีน้ำใจยื่นผ้าเช็ดหน้าขาวมาให้เมื่อวาน และไหนจะช่วยน้องมันหนีไปหาผู้ชายแม้จะเข้าใจผิด แต่ความรู้สึกอยากช่วยจนถึงที่สุดมันก็เลยติดอยู่ในใจ!
น่านน้ำยืนนิ่งอย่างคนไร้ทางออก เขากำลังจะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำ
“งั้น... ไตคำ... ไตคำช่วยมะลิได้ไหม” พ่อหมอเอ่ยเรียกน่านน้ำด้วยสรรพนามที่แสดงความเป็นคนต่างถิ่นอย่างชัดเจนอีกครั้ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวังสุดท้ายที่ถูกส่งมอบมาให้ชายแปลกหน้าที่ปากคอเลาะร้ายและหน้าตาหล่อเหลาที่สุดคนนี้
บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ
บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ
บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้
บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง
บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม
บทที่ 35เด็กโง่ของน่านน้ำหัวใจของชายหนุ่มกระแทกเข้าซี่โครงเหมือนระเบิดลูกเล็กๆสะเทือนออกเป็นระลอกในอก สมองเขาเปิดเสียงเตือนบอกให้หยุด บอกว่าเด็กคนนี้ไม่ควรถูกเขาแตะต้อง บอกว่าเขานี่แหละตัวอันตรายที่สุดสำหรับเธอ แต่เขากลับนั่งนิ่งมองเธอเหมือนโดนสะกด และรู้สึกว่าร่างกายตัวเองทั้งหมดอยู่นอกเหนือการควบคุมของสมอง...มือที่จับสำลียังค้างอยู่ในอากาศ…น่านน้ำไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกหนึ่ง เขาควรจะดุเธอ ควรจะบ่นที่เธอไม่ระวังตัว สอนเธอว่าออกจากบ้านมาค่ำมึดแบบนี้ไม่ได้ ตำหนิว่าการขึ้นวินคนเดียวแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำทั้งหมดที่มีในหัวกลับอันตธานหายไป และกลับได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้นเบามากเหมือนคนใจล







