แชร์

บทที่ 6 

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-14 02:06:13

บทที่ 6

ทันทีที่น่านน้ำประกาศว่า ‘ใครอยากได้อะไรก็เอาไปเลย!’ ชาวบ้านก็เริ่มหือกันเข้ามาดูของประหลาดที่กองอยู่กลางลาน เด็กๆยื่นมือเข้าคว้าตุ๊กตา แต่ผู้ใหญ่กลับงงงวยกับสิ่งของที่ดูหรูหราเกินความจำเป็น

เสียงฮือฮาดังขึ้นที่กองของในกระเป๋าใบที่สาม

มีคนหยิบไดรฟ์เป่าผมที่มีรูปทรงแปลกตาและราคาแพงลิบลิ่วออกมาจากกอง แล้วเถียงกันว่าคืออะไร บางคนว่ามันคือปืนพ่นลม บางคนว่ามันคือตะเกียงสมัยใหม่

“นี่มันเครื่องอะไรวะ ไม่เคยเห็นเลย” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูทันสมัยที่สุดในหมู่บ้านกำลังพยายามกดปุ่มไดรฟ์เป่าผม Dyson เครื่องนั้นอย่างงงๆ

Dysonกู! เละหมดแล้วมั้งนั้น! น่านน้ำคิดในใจอย่างเจ็บแค้น นี่เขาต้องเห็นของราคาเหยียบหมื่นถูกนำมาใช้เป็นของเล่นบนดอยที่ไม่มีไฟฟ้าแบบนี้งั้นหรือ!

“มึงเอา Dyson มาบริจาคบนดอย?? เขาจะใช้กันยังไงมึงไม่คิดว่ะ!” ภัทรเดินเข้ามาสบถใส่เพื่อนอย่างทนไม่ไหว เพราะการกระทำของน่านน้ำสร้างความอับอายให้เขาในฐานะผู้ประสานงาน

“ก็มึงบอกให้กูเอาของของเค้ามาทิ้งให้หมด! นี้ก็หมดแล้วไง!” น่านน้ำตอบกลับอย่างไม่แยแส ไม่มีสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย

เขาคว้าขวดน้ำดื่มบรรจุขวดที่เหลืออยู่ขึ้นมา เปิดฝาแล้วจัดการราดน้ำทั้งขวดลงบนใบหน้าเพื่อล้างคราบดินแดงและร่องรอยความโสโครกออกไปลวกๆ

น้ำดื่มสะอาดที่หายากยิ่งบนดอยไหลผ่านสันจมูกโด่งรั้นและแผงอกกว้างซึมลงสู่เสื้อแบรนด์เนมตัวแพงอย่างไม่เสียดายสักนิด เขาเพียงต้องการชะล้างความรู้สึกอัปยศที่ต้องไปเกาะโถส้วมเน่าๆนั้นให้หายไปพร้อมกับหยดน้ำ

ร่างสูงนั่งหอบหายใจน้อยๆ มองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าที่ชาวบ้านพากันรุมยื้อแย่งสิ่งของเหล่านั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในอก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเล็กที่ได้รับจากสาวน้อยคนนั้นขึ้นมาเช็ดน้ำออกจากใบหน้าอย่างแรง ราวกับต้องการตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บซ้ำๆ กับสิ่งที่เสียไป

เขามองดูชาวบ้านที่แย่งผ้าห่มผืนที่เขาเคยใช้ห่มร่วมกับพิม แย่งเสื้อผ้าที่เขาเคยใส่ไปเดทกับเธอ ของทุกชิ้นที่เคยมีความหมายบัดนี้กลายเป็นเพียง 'ขยะ' ที่คนอื่นพร้อมจะคว้าไปใช้ต่อโดยไม่รับรู้ถึงความทรงจำที่ขมขื่นของเจ้าของเดิมแม้แต่น้อย

"เออ... เอาไปให้หมด" เขาพึมพำลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยความเย็นชา แต่ลึกๆ กลับยังมีแรงสั่นไหวเบาๆหลงเหลืออยู่

ของของเขานั้นถึงแม้จะแปลกประหลาด แต่สุดท้ายมันก็ถูกยื้อแย่งไปจนหมด เพราะถึงชาวบ้านบางคนจะไม่รู้จัก แต่ก็มองออกว่ามันมีราคา อาจจะเอาไปใช้ไม่ได้บนดอย แต่ก็สามารถเอาลงไปขายข้างล่างได้ เพื่อนำเงินมาซื้อสิ่งที่จำเป็นกว่า

ภายในเวลาไม่นาน กองของบริจาคที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของน่านน้ำก็อันตรธานหายไปจากลาน เหลือไว้เพียงกระเป๋าเดินทางเปล่าทั้งห้าใบ ที่ดูเหมือนเปลือกหอยที่ไร้ชีวิต

น่านน้ำเห็นชาวบ้านสี่ห้าคนสุดท้ายที่ยังยืนอยู่แถวๆนั้น พยายามจะขยับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์เหล่านั้นไปไว้ข้างอาคาร เขาเลยตัดสินใจกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพิมให้หมดสิ้นไป

“กระเป๋าก็เอาไปด้วยเลย! ยกให้!” น่านน้ำตะโกนบอกพวกเขาด้วยเสียงที่ดังและแหบพร่า 

“เอาไปเลย! ทิ้งแล้ว!”

ชาวบ้านมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ แต่เมื่อน่านน้ำทำท่าทางไม่สนใจและหันหน้าหนี พวกเขาก็ลากกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมเหล่านั้นออกไปจากสายตาของน่านน้ำอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ทุกอย่างที่อดีตคนรักเคยให้ ได้ถูกกำจัดออกจากชีวิตของเขาแล้ว!

น่านน้ำพิงเก้าอี้ไม้เก่าๆอย่างเหนื่อยอ่อน เขาสิ้นเปลืองพลังงานไปอย่างมากกับการเดินทาง การอาเจียน และการหอบหิวของมาไกลขนาดนี้ แต่ความรู้สึกภายในกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว... อาการเสื่อมสมรรถภาพทางใจของเขายังคงอยู่เหมือนเดิม ส่วนทางกายเขาก็ไม่แน่ใจนักว่ามันจะดีขึ้นรึยัง

ตลอดช่วงบ่ายวันนั้นภัทรและคณะ ต่างวุ่นวายอยู่กับการทำงานหนัก พวกเขาทั้งช่วยกันจัดสถานที่เตรียมอุปกรณ์ทำหมันสุนัข และช่วยชาวบ้านขนย้ายของบริจาคไปเก็บไว้ในอาคารโรงเรียนเก่าอย่างแข็งขัน

น่านน้ำไม่ได้เต็มใจจะช่วยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ว่างเกินไปและไม่มีอะไรจะทำจริงๆ โทรศัพท์ก็เล่นไม่ได้ อินเทอร์เน็ตก็ไม่มี สิ่งศิวิไลใดๆล้วนยังมาไม่ถึงในดินแดนนี้

ถ้าเขานั่งเฉยๆ เด็กๆก็มายืนล้อมเหมือนเขาเป็นของแปลกต้องมองต้องแหย่ การถูกจับจ้องจากสายตาที่ใสซื่อเหล่านั้นสร้างความอึดอัดให้กับเขามากกว่าการขนของเสียอีก

ดังนั้น ่านน้ำจึงลุกขึ้นช่วยขนของอย่างจำใจ

นักบินหนุ่มรูปหล่อที่เคยแบกรับความรับผิดชอบมูลค่าหลายพันล้านในห้องนักบิน กำลังแบกตะกร้าพลาสติกเปล่าๆ และลังนมกล่องเก่าๆ ไปใส่ในอาคารที่ทรุดโทรม

เสื้อผ้าของเขาตอนนี้ไม่เหลือเค้าโครงของความแพงอีกแล้ว รองเท้าผ้าใบราคาครึ่งแสนถูกเคลือบด้วยฝุ่นสีแดงหนาเตอะ น่านน้ำต้องเช็ดเหงื่อและฝุ่นออกจากใบหน้าบ่อยๆ โดยไม่พูดคุยกับใครเลยนอกจากภัทรที่สั่งงานเขาเป็นครั้งคราว

ถ้ากูรู้ว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้! กูกระโดดร่มลงไปตายกลางป่าดีกว่า!

น่านน้ำวางลังสุดท้ายลงที่มุมอาคารเรียนเก่าด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่คุ้นเคย แสงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มรำไรที่กำลังจะถูกความมืดมิดเข้าปกคลุม และในวินาทีที่แสงแดดหายไป ความเย็นเยือกของอากาศบนดอยก็เริ่มแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อดีเข้ามาสัมผัสผิวหนังจนเขาต้องห่อไหล่

แต่แล้วปัญหาชีวิตเรื่องใหม่ที่ดูจะหนักหนากว่าการอ้วกแตกก็มาถึง เมื่อเท้าหนาก้าวเข้าไปเห็นสภาพที่พักสำหรับค่ำคืนนี้

“นี่เราต้องนอนที่นี่เหรอ?” น่านน้ำยืนเบิกตาค้าง มองไปที่กลางห้องโถงโล่งๆ ของอาคารไม้เก่าที่ฝุ่นเขรอะ พื้นห้องปูด้วยไม้กระดานที่ดูแห้งกรังและมีรอยแยกจนน่ากลัวว่าจะมีแมลงตัวอะไรไต่ขึ้นมาหาหรือไม่ บนพื้นนั้นมีเพียงผ้าปูที่นอนผืนบางเฉียบที่วางทับอยู่ และถุงนอนสภาพผ่านศึกที่วางกระจัดกระจายอยู่ตามมุมห้อง

ภัทรที่กำลังคลี่ถุงนอนของตัวเองอยู่หันมายิ้มอย่างสบายอารมณ์

“เออ! ก็ที่นี่แหละ นอนรวมกันในนี่แหละ” ภัทรตอบ 

“มึงดูดิ พื้นไม้กระดานหนาๆ ไม่ต้องกลัวหนาวเลย”

“นอนรวม? ไม่มีห้องส่วนตัวเหรอวะ!” น่านน้ำถามเสียงเข้ม สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน 

“แล้วมึงดูสภาพพื้นดิ! มันไม่มีอะไรนุ่มๆเลย! มึงลืมไปแล้วเหรอว่ากูนอนฟูกห้าฟุตที่ทำจากขนแกะอิมพอร์ต!”

“ไอ้น่านน้ำ! นี่มันบนดอย! ไม่ใช่โรงแรมห้าดาวที่ปารีส! มีที่ซุกหัวนอนกับไม่หนาวก็ดีแค่ไหนแล้ว” ภัทรหยุดมือจากการจัดของ แล้วสบตาเพื่อนอย่างจริงจัง 

“ถ้ามึงจะกลับไปนอนโรงแรมหรูที่เชียงรายตอนนี้ก็ทันนะ กูก็จะได้ไม่ต้องมานั่งทนฟังปากหมาของมึงบ่น” ภัทรพูดสวนขึ้นมาอย่างเหลืออดพลางชี้ไปทางถนนลูกรังที่มืดสนิท “แต่บอกไว้ก่อนนะ ทางลงดอยตอนกลางคืนน่ะนรกชัดๆ มึงเลือกเอา”

น่านน้ำยังคงยืนกอดอกด้วยใบหน้าบึ้งตึงเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เขาทิ้งความเย่อหยิ่งเรื่องที่นอนไว้ชั่วคราว ไม่ใช่เพราะยอมรับสภาพได้ แต่เพราะรู้ดีว่าต่อให้ดิ้นเร่าๆ ไปตอนนี้ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ และที่สำคัญคือ... ความเหนียวเหนอะหนะบนใบหน้ามันกำลังรบกวนจิตใจเขาอย่างรุนแรงจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

“เออๆ!” น่านน้ำกระแทกเสียงตอบแบบไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโวยวายออกมาอีกระลอก 

“แล้วน้ำอะ! กูอยากอาบน้ำแล้ว! หน้ากูตอนนี้นึกว่าสังขยาชาไทย!!”

เขาชี้ไปที่ใบหน้าตัวเองที่เปื้อนทั้งฝุ่นดินแดง คราบอาเจียนที่เช็ดออกไม่หมด และคราบน้ำที่ราดล้างเมื่อครู่จนดูเลอะเทอะไปหมดจริงอย่างที่ว่าจริงๆ

“โน่น! ไปอาบบ้านผู้ใหญ่ อยู่ข้างๆนี้แหละ” ภัทรชี้ไปยังบ้านไม้หลังใหญ่ที่ดูดีที่สุดในบริเวณนั้น 

“แต่ไม่มีน้ำอุ่นนะ ถ้ามึงทนไหวก็ไป” ภัทรดักคอไว้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพดานความอดทนของเพื่อนรักมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน

“น้ำอุ่นเหรอ? แค่มีน้ำไหลก็บุญแล้วมั้ง” น่านน้ำบ่นพึมพำ

“ไอ้สัส! แล้วจะไปไหม? เดี๋ยวกูไปด้วย!” ภัทรสบถออกมาอย่างเหลืออด แม้จะหมั่นไส้ในความเยอะสิ่งของเพื่อนแค่ไหน แต่สุดท้ายความเป็นห่วงมันก็ชนะทุกอย่าง ทิ้งมันไว้คนเดียวในสภาพจิตใจที่กำลังตกต่ำแบบนี้ มีหวังพรุ่งนี้เขาคงได้เก็บศพเพื่อนแทนการออกหน่วย

ได้ยินแบบนั้นน่านน้ำก็พยักหน้าทันที อย่างน้อยการมีภัทรอยู่ใกล้ๆก็อุ่นใจกว่าการต้องไปเผชิญวิบากกรรมตามลำพังบนดอยมืดๆนี่เป็นไหนๆ

ภัทรเดินนำน่านน้ำลัดเลาะตามทางดินจนมาถึงบ้านไม้หลังใหญ่ ซึ่งดูจากโครงสร้างที่แข็งแรงและสะอาดสะอ้านแล้ว น่าจะเป็นบ้านที่ดูดีที่สุดในละแวกนี้ นั่นคือบ้านของผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง 

“ผู้ใหญ่ครับ ขออาบน้ำหน่อยนะครับ” ภัทรพูดอย่างสุภาพ

ชายแก่วัยหกสิบปลายๆท่าทางใจดีและใจกว้างยิ้มตอบ 

“เอาเลยๆหมอ ตุ้มอยู่โน้น”

สายตาของน่านน้ำมองตามปลายนิ้วที่ชี้ไปยัง 'ตุ้ม' ซึ่งมันก็คือถังเก็บน้ำฝนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างตัวบ้าน บริเวณนั้นถูกจัดวางไว้เป็นที่อาบน้ำท่ามกลางบรรยากาศที่เปิดโล่งจนน่าใจหาย

เชี่ยเอ๊ย! นี่กูต้องอาบน้ำแบบโอเพ่นแอร์จริงๆ เหรอวะ! ชมดาวไปแก้ผ้าอาบน้ำไปว่างั้น! เขาได้แต่สบถด่าทอโชคชะตาอยู่ในใจอย่างดุเดือด นึกสงสัยว่าชีวิตของเขามันก้าวพลาดตรงไหนถึงได้มาตกอยู่ในสภาพนี้

ชายหนุ่มพยายามกวาดสายตามองหาแผ่นสังกะสีหรือเศษผ้าใบที่จะพอมาช่วยบดบังร่างกายจากสายตาชาวโลกบ้าง แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงผนังไม้เตี้ยๆ ที่มองดูแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกมิดชิดขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว

แล้วไง! ให้กูแก้ผ้างี้! บริจาคของแล้ว ยังต้องบริจาคร่างกายที่สมบูรณ์แบบให้ชาวดอยดูอีกหรอ! ความหลงตัวเองในเรื่องรูปลักษณ์ที่น่านน้ำแสนจะภูมิใจถูกท้าทายอย่างรุนแรงอีกครั้ง เขาขยับตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย ทำใจไม่ได้ที่จะต้องโชว์หุ่นระดับนายแบบท่ามกลางลานกว้างแบบนี้

“มีผ้าขาวม้าไหมล่ะ ยืมของฉันไหม” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามอย่างมีน้ำใจ เมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนยืนแข็งทื่อเป็นหินไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเสียที

วินาทีนี้น้ำตาน่านน้ำแทบจะไหลออกมาจริงๆ!

นอกจากจะต้องเสียฟอร์มรับผ้าเช็ดหน้าจากน้องชาวดอยมาซับหน้าแล้ว ชีวิตหนุ่มหล่อผู้สมบูรณืแบบยังต้องมาตกต่ำถึงขีดสุดด้วยการยืม ‘ผ้าเช็ดไข่’ จากคุณลุงชาวดอยมานุ่งอีกเหรอ! เขาได้แต่กรีดร้องในใจว่าเวรกรรมของน่านน้ำมันจะไม่มีวันจบสิ้นลงง่ายๆเลยใช่ไหม!

น่านน้ำจำใจยื่นมือออกไปรับผ้าขาวม้าผืนหนาที่พับมาอย่างดีจากมือผู้ใหญ่บ้าน เป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาด้วยความรู้สึกปวดร้าวที่สุดในชีวิต

สายตาเขามองผ้าในมือสลับกับถังน้ำฝนและผนังไม้เตี้ยๆ นั่นด้วยความสับสน วินาทีนี้สมองอันชาญฉลาดต้องรีบประมวลผลอย่างหนักเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากการทำความสะอาดร่างกายในสถานที่ที่เปิดเผยเกินกว่าจะทำใจได้

กูต้องรอด! ร่างกายระดับเกรดพรีเมียมของกูจะมาถูกเปิดเผยล่อหูล่อตาชาวดอยแบบหมดเปลือกไม่ได้เด็ดขาด!

ใบหน้าคมจ้องมองไปยังถังน้ำฝนขนาดใหญ่และพื้นที่อาบน้ำที่เปิดโล่งเบื้องหน้า เขาพยายามดึงประสบการณ์จากการเป็นนักบินมาใช้ ในบางครั้งชีวิตมันก็จำเป็นต้องยอมจำนน เขาคิดอย่างปลงตก สมมุติว่าตัวเองกำลังซ้อม Emergency Crash Landing ละกัน(การลงจอดฉุกเฉินบนพื้นดิน) แล้วดันมาลงจอดกลางป่า! นักบินหนุ่มพยายามหาทางเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเองจากสิ่งที่คุ้นเคยที่สุด

พอภัทรเริ่มถอดเสื้อถอดผ้าแบบไม่อายฟ้าดิน แล้วเอาผ้าขาวม้าส่วนตัวที่เตรียมมาคาดเอวก่อนจะถอดบ็อกเซอร์ตัวสุดท้ายออกอย่างรวดเร็ว

น่านน้ำก็หายใจเข้าลึก... แล้วเริ่มถอดเสื้อยืดเปื้อนฝุ่นออก... 

ันทีที่เนื้อผ้าพ้นกาย ผิวพรรณที่ขาวจั๊วะยิ่งกว่าผู้หญิงก็ปรากฏสู่สายตา ร่างกายที่สูงโปร่งอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อซึ่งถูกปั้นมาอย่างดีจากการเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอจนเห็นร่องกล้ามขึ้นเป็นลูกชัดเจน แม้แต่แผ่นหลังกว้างก็ยังมีเส้นกลางหลังเด่นชัด บ่งบอกถึงการดูแลตัวเองมาอย่างดีเยี่ยมที่สุด

“อืออ... เป็นหนุ่มๆ นี่มันดีจริงๆ เลยเนอะ”

เสียงทุ้มพร่าของผู้ใหญ่บ้านดังขึ้นจากทางด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็พบว่าท่านกำลังนั่งยิ้มกริ่มอย่างใจดีอยู่บนขั้นบันไดไม้ สังเกตการณ์ ‘ของดี’ ตรงหน้าอย่างไม่วางตา

น่านน้ำที่บัดนี้เหลือเพียงผ้าขาวม้าผืนบางของผู้ใหญ่บ้านพันกายอยู่เพียงผืนเดียวถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก!

นี่มันคือวาเลนไทน์ที่เฮงซวยที่สุดในชีวิตน่านน้ำชัดๆ! นอกจากจะเผชิญวิบากกรรมมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้เขายังต้องมานั่งแก้ผ้าอาบน้ำโชว์หุ่นให้คุณลุงวัยหกสิบกว่าๆ นั่งดูอีก ลุงครับ! ถ้าลุงจะนั่งจ้องขนาดนี้ ไปตามน้องๆ สาวชาวดอยมานั่งดูแทน น่านน้ำยังจะรู้สึกแฮปปี้กว่านี้หลายเท่า!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 41 ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น..... 

    บทที่ 41ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น.....มะลิที่เดินออกมาพร้อมกองหนังสือในอ้อมแขน ได้ยินคำพูดนั้นพอดีจนแอบยิ้มในใจ เธอดีใจ... ดีใจมากกว่าตอนที่ได้มือถือแพงๆเสียอีก กุนอาจจะไม่ได้พูดคำสวยหรูแต่ใจความก็บอกชัดว่าเขาต้องการให้เธออยู่ แค่ให้เธออยู่ทำอาหารให้กินก็ยังดี อะไรก็ได้ขอแค่มีประโยชน์สำหรับเขาแค่นั้นก็พอแล้วรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านของน่านฟ้า มะลิวางกองหนังสือเรียนและข้าวของไว้ที่เบาะหลังอย่างเรียบร้อย

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 40 ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หาย 

    บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 39 ของขวัญสำหรับคนเก่ง 

    บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 38 ความใสที่เคลือบยาพิษ 

    บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 37 สัมผัสที่ยากจะถอนตัว 

    บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 36 สัตว์ประหลาดในเงามึด 

    บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status