LOGINดิเชร์ได้รับมอบหมายให้มาดูแลผับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะพ่อของเขากำลังจะขยายกิจการและเปิดโรงแรมเพิ่มเลยทำให้ไม่มีเวลามาดูแลผับ อีกอย่างอายุของดิเชร์ก็สมควรกับเวลาแล้วที่จะต้องมารับช่วงต่อจากพ่อ และยังให้เลขาของเขาช่วยหาคนที่ไว้ใจได้มาเป็นเลขาส่วนตัวให้กับดิเชร์ที่ผับอีกด้วย
แกร๊ก! เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับขายาวก้าวออกมาจากห้องเพื่อไปจัดการธุระที่ห้องใต้ดินให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ตามคำสั่งของพ่อที่ได้มอบหมายเอาไว้
ดิเชร์เริ่มเดินดูตามโต๊ะพนันไปเรื่อยๆ จนทะลุไปที่ด้านหลังของกาสิโน ร่างสูงหุ่นสมาร์ทในเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ยาวถึงช่วงเอวของกางเกงยีนส์สีเข้มคู่กับรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนม เดินไปที่ลิฟต์แล้วกดลงไปที่ชั้นใต้ดินที่มีลูกหนี้เอาลูกสาวมาขัดดอก หรือเรียกง่ายๆว่าเอาลูกสาวมาขายนั่นแหละ แล้วมันคือสิ่งที่ดิเชร์คิดและเขาก็เกลียดผู้ชายประเภทนี้ที่สุด
เวลา19.20 นาฬิกา
บริเวณชั้นสามเป็นห้องแต่งตัวของพนักงานต้อนรับ รวมไปถึงเด็กนั่งดริ้งที่ถูกแบ่งสัดส่วนในเนื้อที่ที่ไม่กว้างมากนัก เพราะชั้นนี้ทางผับได้ออกแบบเป็นห้องวีไอพีสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งมีแค่สองห้องเท่านั้น
"อ้าวดรีม...มาเร็วจังนะวันนี้" แพรวาเอ่ยทักดรีมเมื่อเห็นว่าดรีมเข้างานก่อนเวลาที่กำหนดแถมยังมาเร็วกว่าทุกๆวันเพราะปกติดรีมจะมาสายอยู่เป็นประจำ แต่แพรวากลับเข้าใจดรีมดีและอนุโลมให้เสมอมา เพราะเธอรู้ดีว่าดรีมทำงานหลายที่ก็เพื่อหาเงินไปรักษาแม่ของเธอ
"ค่ะพี่แพรวา วันนี้ดรีมเสร็จงานช่วงเช้าเร็วเลยได้นอนพักเต็มอิ่ม ตื่นมาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวมาทำงานเลยค่ะ"
"นี่ดรีม!"
"คะพี่แพรวา"
"วันนี้ลูกชายของคุณน้ำป่าเข้ามาทำงานแล้วนะ เมื่อกี้พี่ไปแอบมองมาที่ชั้นล่างน่ะ หล่อ ขาว สูง พูดก็เพราะละมุนไปหมด ถึงแม้จะใส่แว่นดำก็เถอะ" เป็นเสียงอ่อนเสียงหวานที่สุดเท่าที่ดรีมเคยได้ยิน แพรวาราวกับว่าเธอกำลังหลุดเข้าไปในจินตนาการความเพ้อฝันที่มีเธอกำลังนั่งเกาะแขนลูกชายของน้ำป่าในห้องๆหนึ่ง
"ดูพี่แพรวาคงจะชอบลูกชายคุณน้ำป่าแน่ๆ...อืม...เขาชื่ออะไรนะคะพี่แพรวา"
"ชอบอะไรกันไม่ได้ไม่ได้...คุณดิเชร์เด็กไปสำหรับพี่ แล้วอีกอย่างคุณดิเชร์สุดแสนจะเพอร์เฟกต์ พี่ไม่เหมาะกับคุณดิเชร์หรอก เสียใจด้วยนะคะคุณดิเชร์ที่เราไม่สามารถเป็นแฟนกันได้" แพรวาเติมประโยคพร้อมกับกำลังแหงนขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังเพ้อฝันถึงเทพบุตร
แพรวาคือผู้จัดการสถานบันเทิง ผู้ที่ดูแลและรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของ เด็กนั่งดริ๊งก์ รวมไปถึงคอยคัดเลือกและจัดการเกี่ยวกับพนักงานในส่วนบริการของผับโซแอลและเธอก็เป็นคนรับดรีมเข้าทำงาน
"ดิเชร์...ชื่อคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหน" ดรีมทำหน้าครุ่นคิดแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
"ที่ไหนเหรอดรีม เล่ามาให้หมดเลยนะน้องดรีมของพี่" น้ำเสียงของแพรวาแฝงไปด้วยความจริงจังถ้าทว่าใบหน้ากลับยิ้มกว้างรอคำตอบ
"ดรีมคงคิดไปเองมากกว่าที่บอกว่าคุ้น แล้วอีกอย่างดรีมคงไม่มีวันได้รู้จักกับคนรวยๆแบบคุณดิเชร์หรือครอบครัวคุณน้ำป่าหรอกค่ะ คนที่ดรีมคุ้นชื่อน่าจะเป็นเชน เอ๊ะหรือว่า...นึกไม่ออกเหมือนกันค่ะว่าเคยรู้จักไหมหรือว่าแค่เคยได้ยินชื่อ...ว้าแย่จัง" ดรีมร่ายประโยคยาวพร้อมกับยิ้มแหยๆออกมาแล้วทำตาปริบๆให้แพรวา
"เอ่อสิจริงวันนี้มีจองห้องวีไอพีหนึ่งห้องนะ แถมยังจองเด็กนั่งดริ๊งก์ทั้งหมดด้วย คงทิปแน่ๆ บริการดีๆล่ะจะได้ทิปหนักๆกันทั่วหน้า" เมื่อได้ยินคำตอบของดรีม แพรวาก็หันหน้าเข้าหากระจกเหมือนเดิมราวกลับว่าผิดหวังที่ไม่ได้คำตอบที่เธอคาดหวังเอาไว้ แพรวาเลยเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องงานแทน
"ค่ะพี่แพรวา"
หลังจากที่ดรีมเปลี่ยนเป็นชุดวาบหวิวที่วันนี้เป็นคอนเซ็ปต์ชุดสีขาวผ้ากำมะหยี่เนื้อดีถูกทับทาบด้วยลายลูกไม้มีความยาวถึงแค่หน้าขา ผ้าซาตินสีแดงคาดทับที่เอวคอดถูกผูกเป็นโบว์อันใหญ่ที่ด้านหลัง ที่ศีรษะมีหูกระต่ายสีขาวอันใหญ่ติดกับผมดำเงาทั้งสองข้าง เสริมด้วยถุงน่องสีขาวที่มีความยาวเลยขึ้นเหนือเข่าจึงทำให้ชุดนี้ดูไม่โป๊จนเกินไป
"โอ้โฮชุดนี้เหมาะกับดรีมจัง" น้ำเสียงหวานใสจากไอวี่ที่อยู่ตำแหน่งงานเดียวกันกับดรีม
"สวยเนอะ เราก็ชอบ" ดรีมพูดเสริม
"จะสายแล้วนะทำไมนัทตี้ยังไม่มาอีก" เป็นพลอยใสพูดขึ้นทันทีที่ออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด ก่อนจะหันไปมองดรีมที่ใส่ชุดเดียวกันกับเธอ
"จริง! ชุดนี้ดรีมเหมาะกับดรีมมากๆ น่าจะเป็นที่ผิวของดรีมขาวไหนจะหน้าสวยๆนั่นอีก ใช่ไหมคะพี่แพรวา" ก็จริงอย่างที่พลอยใสพูด ดรีมเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ที่สวยที่สุด ทั้งๆที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือนก็ทำเอาแขกหลายๆคนเรียกหา
"ก็สวยกันหมดนี่แหละ" ดรีมพูดพลางแต่งหน้าให้เข้มขึ้น แล้วไม่ลืมที่จะติดขนตาปลอมเพื่อเพิ่มความหวานให้กับดวงตาสวย
"เอาล่ะทุกคน อีกครึ่งชั่วโมงแขกจะมาแล้วนะ เร่งมือกันหน่อย แล้วไอวี่ทำไหมไม่ทาลิปสติกสีแดง ทาทับไปเลยจ๊ะคนสวย" เมื่อได้เวลาแพรวาก็จะเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกลูกน้องแต่ละคน
"เดี๋ยวพี่มานะ จะไปดูที่ห้องวีไอพีก่อนว่าขาดเหลืออะไรอีกไหม"
"ค่าาา" เป็นเสียงตอบรับที่ทั้งสามคนพร้อมใจกันประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียง
ทางตรงยาวก่อนถึงเส้นชัยในตารางหมากรุก แรงม้าของเครื่องยนต์ กำลังโชว์ศักยภาพของเครื่องด้วยการพารถเบอร์เจ็ดสิบหกพุ่งเข้าสู่เส้นชัยด้วยความเร็วสามร้อยเจ็ดสิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง"เยส!! เยส!! ใช่เลยไอ้ลูกหมา" เสียงที่ดังออกมาจากหูฟังทำให้ลีอองยิ้มกว้างออกมาทันที"เจอกันที่พิท"เสียงเฮที่ดังสนั่นจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามกับพิททีมรถเจ็ดสิบหก เสียงดังกึกก้องพร้อมกับยืนโบกธงที่มีเลขเจ็ดหกไปมาจนนักข่าวกีฬาต่างถ่ายรูปช็อตนี้ที่ดูแล้วสวยงาม เพื่อเอาไปลงข่าวหน้ากีฬาในวันพรุ่งนี้แฟนคลับของทีมเจ็ดสิบหกยังคงส่งเสียงเรียกชื่อของนักแข่งแต่ละคนที่ตัวเองชื่นชอบ และมันยังคงดังกึงก้องอยู่ในหัวใจของลีออง มันอาจไม่ได้ดังไปทั่วสนาม แต่มันดังที่สุดของหัวใจของเขาเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าพิทลีอองก็ลงมาจากรถ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ที่ใกล้ๆรถ สายตาคมมองขึ้นไปบนอัฒจันทร์แล้วโบกมือให้กับแฟนคลับก่อนจะโค้งขอบคุณแฟนคลับหนึ่งครั้ง แล้วเดินเข้าไปในพิทที่มีทีมงานรีบวิ่งเข้ามารุมล้อมด้วยด้วยรอยพร้อมกับเสียงตบมือ รอยส์ มาร์โกและลีอองยืนเอามือวางพาดไหล่กันแล้วก้มโค้งขอบคุณทีมงานสายตาของดิเชร์มองผ่านทีมงานไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิ
ความร้อนที่สาดส่องมาที่ถนนพื้นยางมะตอยที่เรียบและแข็งแรงมากมีการออกแบบพื้นผิวให้มีการยึดเกาะสูง เพื่อให้รถแข่งทำความเร็วและเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย พร้อมมีส่วนประกอบอย่าง ขอบแทร็ค[Curb] สีสลับขาว แดง เพื่อบอกขอบสนามและส่งผลต่อสมรรถนะการทรงตัวของรถ และมีความต่างระดับเพื่อการระบายน้ำแลเพิ่มความท้าทายรอยส์เป็นมือแรกที่ได้ลงสนาม มือสองมาร์โกและมือสามคือลีออง รถแข่งใช้รถ Mercedes-AMG Motosport หมายเลขรถ 76 การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขัน แบบเอนดูรานซ์[Endurance] 8 ชั่วโมง เป็นการแข่งขันประเภททางเรียบยายนานถึงแปดชั่วโมงภายใต้หมวกันน็อกและชุดนักแข่ง นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยหัวใจที่นิ่งสงบ ป้ายบอกเวลาหนึ่งนาทีสุดท้าย ทีมงานทุกคนรวมถึงดิเชร์ต่างเดินออกไปจากแทร็ก เสียงเครื่องยนต์คำรามรอเวลาที่จะปลดปล่อยในสนามแข่งทันที่ที่ป้ายบอกเวลาเปลี่ยนสีเขียวสว่างขึ้นพร้อมกันทั้งสามแถว เสียงคำรามรถดังกึกก้องพร้อมๆกันอีกครั้ง แล้วตามด้วยเสียงเชียร์ของคนที่มาให้กำลังใจนักแข่งในดวงใจของใครอีกหลายๆคน เสียงบรรยายการแข่งขันดังไปพร้อมๆกับภาพในจอใหญ่ยักษ์เมื่อขับไปได้สักพักใหญ่ รถหลายๆคันเริ่มมีอาการ Overst
ผมไม่อยากจะคิด ถ้าผมมาไม่ทันพี่ดรีมของผมจะตกอยู่ในสภาพไหนกัน ดีที่ผม อยู่ๆก็อยากรู้ว่าวันนี้พี่ดรีมไปกับใคร ลูกค้าชื่ออะไรและพอพี่คานโลตรวจเช็คให้ก็ทำเอาผมแทบคลั่ง ไอ้เลวคนนี้มันเป็นประเภทชอบแบล็กเมล[1] มีผู้หญิงหลายคนที่โดนวางยาแล้วก็ถูกพาขึ้นเตียง และสิ่งที่เลวที่สุดก็คือ มันคนนี้จะถ่ายวีดีโอเอาไว้ เพื่อขู่ว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ มันก็จะปล่อยให้คลิปหลุด ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเข้าไปแจ้งความเข้าผิด ดีตรงที่ วิษณุคนนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างของพวกที่ชอบดูคลิปอนาจาร เลยทำให้คานโลสืบข้อมูลได้เร็วและแม่นยำบ้านเสนีต์ในยามค่ำคืน บนที่นอนอุ่นๆไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้เขาและเธอจัดกันไปกี่ยก ที่จำได้ก็คงจะเป็นที่โรงแรมสองยก แล้วอุ้มร่างที่อ่อนแรงขึ้นรถกลับมาต่อกันที่บ้านอีก จนตอนนี้พระจันทร์เลื่อนขึ้นแทนที่พระอาทิตย์เป็นที่เรียบร้อย"พี่รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงพี่แค่ไหน แล้วถ้าผมไปไม่ทัน ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเด็ดขาด""พี่ขอโทษ ที่พี่ไว้ใจผู้ชายเลวๆคนนั้น ต่อไปนี้พี่จะไม่ไปกินข้าวกับใครอีก นอกจากมีเชร์ไปด้วย ตกลงไหมคะ เชร์ของพี่""โล่งใจจัง""เรื่อง?""ทุกอย่าง ทุกเรื่อง รวมไป
ไม่ทันที่อาหารจะมาเสิร์ฟ ดรีมก็รู้สึกถึงบางอย่างที่กลางใจสาวใบหน้าสวยเริ่มแดงระเรื่อ เหงื่อเริ่มซึมออกบริเวณตามไรผมแววตาจากนิ่งไร้ความรู้สึกตอนนี้กลับหวานเยิ้ม กำลังมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกโกรธ"แก!" ดรีมไม่คิดว่ากลางวันแสกๆในโรงแรมที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด ชายมากกามจะกล้าทำเธอถึงขนาดนี้ ความรู้สึกแบบนี้เธอรู้ว่าเธอกำลังโดนยาอะไร เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ยาเสียสาว"จุ๊ๆ อย่าเรียกผมอย่างนั้นสิครับ แล้วก็ทำหน้าดีๆสิน้องดรีม รู้สึกไม่ค่อยสบายใช่ไหม ไปเถอะเดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปที่ห้องจะได้นอนพัก แล้วพอตื่นขึ้นมาจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน"มือไม้ที่สั่นเทาควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพาย แต่กลับถูกคนตรงหน้าดึงกระเป๋าไปถือไว้ ดรีมรู้สึกคอแห้งผาก เนื้อตัวรุ่มร้อน หายใจหอบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทรงตัว มือเล็กพยายามผลักไสร่างหนาที่ฉวยโอกาสแตะต้องเนื้อตัวของเธอแต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ไม่สามารถสู้แรงของชายหนุ่มได้เลย"แกจะต้องเสียใจ เพราะแฟนฉันเขากำลังจะมารับ" น้ำเสียงที่พูดขึ้นอย่างยากลำบากและเริ่มแหบพร่านัยน์ตาฉ่ำหวานจ้องมองสายตาเจ้าเล่ห์อย่างหมายมั่นจะเอาผิดให้ได้"ผมไม่ได้ทำอะไรน้องดรีมนี่ครับ แต่ที่น้องดรีมเป็
"เป็นไรค่ะ แต่ถ้ามือของคุณวิษณุขืนยังไวอยู่อย่างงี้ ดิฉันคงต้องขอถอนตัวจากงานนี้...เราขึ้นรถกันเถอะค่ะ" ดรีมพูดอย่างตรงไปตรงมา"ครับน้องดรีม" วิษณุตอบพลางสังเกตสีหน้าและท่าทีของดรีม เพราะความจริงแล้วเขารู้สึกตกหลุมรักดรีมตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น รอยยิ้มกว้างที่ทำให้ชายหนุ่มที่โสดมานานถึงกลับหัวใจเต้นกระตุกทันที"ถ้าหากไม่ลำบากเกินไป รบกวนคุณวิษณุเรียกดิฉันว่าปรายฝัน น่าจะเหมาะสมกว่านะคะ หรือว่า...คุณวิษณุคิดว่ายังไงคะ" ทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถของวิษณุ ดรีมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด แต่ทว่า สีหน้าในตอนนี้บอกถึงความจริงจังในประโยคที่เธอพูดออกไปจนวิษณุเองก็สัมผัสได้เช่นกัน"ได้ครับ คุณปรายฝัน" วิษณุอมยิ้มแล้วมองไปที่ใบหน้าสวยด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกชื่นชอบ และตกหลุมรักเหมือนอย่างในวันแรกเช่นเคย"ขอบคุณนะคะที่เข้าใจดิฉัน"บรรยายกาศตลอดการดูพื้นที่ก่อสร้างโรงงานกับวิษณุ ดูอึดอัดและน่าเบื่อจนไม่อยากอยู่ต่อ ถึงแม้ว่าดรีมจะวางท่าทีที่ดูเฉยชาแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจวิษณุเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างงั้นวิษณุก็ยังคงแสดงความรู้สึกให้เห็นว่าเขาคิดยังไงกับเธอ"เดี๋ยวแวะทานข้าวกับผมแล้
ตอนสายๆของอีกวัน ดวงตาปรือกวาดมองไปรอบๆห้องนอน แล้วหันมามองที่ข้างๆไม่มีร่างของคนที่เธอควรเห็นในเช้านี้ ดรีมจึงยันร่างให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา"แย่แล้ว! สายเลย เชร์ทำไมไม่ปลุกเนี่ย" ดรีมรีบลงจากที่นอนด้วยร่างที่เปลือยเปล่าเดินหายไปในห้องน้ำทันที ความไวของคนร่างบางเธอสามารถทำเสร็จทุกอย่างในเวลาเร่งรีบเพียงแค่สิบนาทีไม่รวมแต่งหน้าระหว่างที่เดินลงไปข้างล่าง มือเรียวก็กดโทรหาดิเชร์ เพื่อต่อว่าในข้อหาตื่นก่อนทำไมไม่ปลุก แต่เมื่อลงมาถึงก็ได้ยินเสียงพูด เหมือนคุยอะไรกับใครอยู่สักคน เมื่อเดินตามเสียงก็เห็นว่ายืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม แถมน้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความโกรธเคือง และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามจนดูน่ากลัว"ผมอยากให้ไปอยู่ที่ไกลที่สุด จะเหนือ จะใต้ก็ได้หมด แต่ถ้ายิ่งไปอยู่ที่ประเทศอื่นก็ยิ่งดีครับ แค่นี้ก่อนนะครับ" ประโยคนี้ฟังแล้วเหมือนคนพูดจะรู้สึกโล่งใจ สังเกตได้จากท่าทางที่ดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนแรกที่เห็น ทั้งแววตา ท่าทางมันดูดุดันและน่ากลัวมากๆสำหรับดรีมดิเชร์หันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เขายิ้มกว้างให้กับดรีมพลางเดินมากอดแล้วหอมแก้มทั้







