LOGINบรรยากาศของเมืองฉางซา ของประเทศเหยียนจิ่งจกวันนี้บรรยากาศค่อนข้างแจ่มใส ท้องฟ้ากระจ่าง เหมาะมากกับงานมงคลที่จัดเลี้ยงกลางแจ้งเสียเหลือเกิน และงานมงคลใดจะคึกคักไปกว่างานแต่งงานไปได้เล่า และในวันนี้ที่คฤหาสน์สกุลเซี่ยของท่านนายพลเซี่ยก็กำลังมีงานมงคลเพื่อสยบเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับบุตรชายคนเล็กของพวกเขาด้วยการจัดงานแต่งงานขึ้นมาเสียยิ่งใหญ่และเชิญแขกมาเสียมากมายหลายร้อยชีวิตคึกคักเข้ากับบรรยากาศวันนี้จริงๆ
ส่วนเจ้าบ่าวแล้วเจ้าสาวนั้นจะรักกันหวานชื่นหรืองานแต่งในครั้งจะเกิดขึ้นเพราะเต็มใจรักใคร่หรือถูกคลุมถุงชนบีบบังคับหรือไม่แขกภายในวันนี้กลับไม่มีใครสนใจสักนิด แขกส่วนใหญ่ที่มาเพื่อดื่มกินสนใจก็แค่เพียงงานเลี้ยงนี้มีของกินมาก และไม่จำกัดว่าต้องใส่ซองมากเท่าไหร่ก็ได้แค่นั้น มีงานเลี้ยงใหญ่โตของผู้มีอำนาจและร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศใครบ้างจะไม่อยากมาร่วมสนุก
ส่วนบ่าวสาวจะมีความสุขไหมเต็มใจหรือไม่กับงานในวันนี้พวกเขาและเธอทั้งหลายไม่ใส่ใจเลยทุกคนสนใจแค่มีของกินเสริมไม่อั้นเติมไม่พักจนกว่าพวกเขาจะกินและดื่มไม่ไหว เด็กสาวแอบมองงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ด้วยแววตาหนักใจ เพราะเธอ หลินเสี่ยวเฉียว และเธอนี่เองที่เป็นเจ้าสาวของในวันงานนี้นี่เอง และเธอก็คือเจ้าสาวที่อายุเพิ่งจะอายุครบ17ปีได้ไม่กี่วันเท่านั้น แต่ใครในงานวันนี้จะสนใจที่ไหนในเมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นถึงบุตรชายของท่านนายพลใหญ่เช่น เซี่ยเผยเหิง ที่มากมีทั้งเงินทองและอำนาจล้นฟ้า!
ท่านนายพลคนนี้เขานั้นทั้งร่ำรวยและมีอำนาจมากในเมืองฉางซางไม่สิอาจเรียกได้ว่าในประเทศเหยียนจิ่งแห่งนี้อันดับต้นๆ เลยทีเดียว เขาอยากได้สะใภ้ที่อายุน้อยกว่านี้ใครจะกล้าคัดค้าน หลินเสี่ยวเฉียว หรือแท้จริงแล้วเธอคือดวงวิญญาณของนางสาว ณัฐธิดา นนทวัฒน์ เด็กสาวกำพร้าวัย17ปีจากประเทศไทยปีคศ.2024ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้เรือนนอนในสงเคราะห์ที่เธอพักอาศัยเมื่อ5วันก่อน
เด็กสาวชะตาอาภัพที่คิดว่าตนเองพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งคงเป็นแดนสวรรค์ไม่ก็คงเป็นขุมนรกไม่ก็อาจเป็นโลกแห่งวิญญาณแต่กลับไม่ใช่ทั้งหมดแต่เธอกลับพบว่าก็ตนเองลืมตาฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ดันกลายเป็น หลินเสี่ยวเฉียว เด็กสาวกำพร้าไม่พอยังยากจนอาศัยอยู่กับลุงและป้าสะใภ้ในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศเหยียนจิ่ง หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลแลกค่อนข้างยากจนอีกด้วย
ยากจนก็ช่างมันเถอะ แต่อะไรคือเธอถูกขายขาดให้แต่งงานกับคุณชายเซี่ยคนที่สามซึ่งประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บสาหัสหมดสติไป9วันก่อนเขาบาดเจ็บสาหัสยังไม่ฟื้นอาการไปทางตายมากกว่าจะรอด จนบิดาของเขานั้นร้อนใจนักรักษาทั้งหมอยุคใหม่ หมอยุคเก่าไปจนถึงพึ่งพาซินแสทำนายทายทักดวงชะตาว่าบุตรชายของท่านนายพลเซี่ยปีนี้ตกชะตาถึงฆาตจะรอดได้ก็ต่อเมื่อได้แต่งงานกับเด็กสาวธาตุน้ำเกิดปีม้าทองคำ จึงบังเกิดการตามหาหญิงสาวคนดังกล่าวเพื่อตั้งใจจะใช้ดวงภรรยาหนุนดวงของสามีใกล้ตายขึ้นมาและหลินเสี่ยวเฉียวคือผู้หญิงที่ตรงตามคำทำนายทุกสิ่งและเธอก็ดันโผล่มาในเวลาเหมาะเหม็งอะไรแบบนี้
'นี่ฉันไปมีแค้นเก่าแค้นเดิมกับท่านเทพชะตาหรือไงกันนะชาติหนึ่งก็ต้องตกตายเพราะคิดจะแฉพฤติกรรมของคู่สามีภรรยาลวงโลกทำการค้ากับชีวิตมนุษย์ด้วยกันพอชาตินี้ลืมตาขึ้นมาก็ต้องไปอยู่ในหมู่บ้านที่ขายผู้หญิงในครอบครัวเหมือนผักเหมือนปลาแบบนี้'
แต่ถึงจะไม่พอใจหรือคิดสงสัยในโชคชะตาของตนเองแค่ไหน แล้วอย่างไรเล่า เด็กสาวเพิ่งข้ามภพมาเกิดใหม่ในโลกใหม่อันไม่คุ้นเคย แถมความทรงจำเดิมของหลินเสี่ยวเฉียวยังเป็นเพียงเด็กสาวขี้ขลาดไม่กล้ามีปากมีเสียงกับลุงและป้าสะใภ้ เธอที่มาแทนจะขัดขืนได้อย่างไร กว่าจะตั้งสติได้ก็ถูกส่งจากหมู่บ้านอันห่างไกลมาจนเกือบถึงคฤหาสน์สกุลเซี่ยในเมืองฉางซาแห่งนี้เสียแล้ว
และปัจจุบันนี้เธอก็ถูกจับแต่งหน้าแต่งตัวด้วยชุดเจ้าสาวแบบจีนโบราณทั้งที่ขณะนี้ในยุคที่ณัฐธิดาหลุดมาเกิดใหม่ในร่างของหลินเสี่ยวเฉียวนั้นน่าจะอยู่ในช่วงปีคศ.1980ถึง1981ไม่เกินนั้นแท้ๆ
แต่ใครจะสนใจกับการเรื่องแต่งตัว เพราะที่ณัฐธิดาหรือขณะนี้คือหลินเสี่ยวเฉียวแอบได้ยินป้าสะใภ้พูดคุยกับลูกผู้พี่ที่อายุมากกว่าหลินเสี่ยวเฉียวอยู่2ปีซึ่งโวยวายอยากแต่งงานครั้งนี้เองเพราะครอบครัวของเจ้าบ่าวร่ำรวยมากในเมืองฉางซาง แต่ป้าสะใภ้ของเธอนั้นกลับรีบห้ามเอาไว้แล้วบอกว่าที่ท่านนายพลเซี่ยและคุณนายใหญ่เซี่ยถึงกับส่งคนของเขาดั้นด้นให้แม่สื่อมาหาเจ้าสาวไกลถึงหมู่บ้านชายแดนแห่งนี้ก็เพราะต้องการเจ้าสาวที่ยอมตายและถูกฝังไปพร้อมกับบุตรชายของพวกเขาได้หากว่าคุณชายสามสกุลเซี่ยถึงแก่ความตายหลังจากแต่งงานไปแล้ว
บัดซบ!
นอกจากต้องการเด็กสาวอายุและวันเดือนปีเกิดตามที่ซินแสกำชับแล้วท่านนายพลเซี่ยกับคุณนายใหญ่เซี่ยยังต้องการเด็กสาวกำพร้าซึ่งหากหลังแต่งงานแล้วเกิดถึงแก่ความตายตามสามีไปก็จะไม่มีพ่อและแม่ไปร้องทุกข์กับทางการถึงเรื่องการตายอันผิดปกติได้อีกด้วย
'ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง' หลินเสี่ยวเฉียวคิดอย่างกลัดกลุ้มนักเพราะคิดว่าตนเองนั้นเกิดชาติหนึ่งเป็นเด็กกำพร้านามณัฐธิดาก็ว่าชีวิตไม่ง่ายแล้ว แต่ใครจะคิดชาติใหม่จะต้องถูกขายให้มาแต่งงานกับคุณชายใกล้ตายนอนเป็นผักแบบนี้ไปอี๊ก…
…มารดามันเถอะ…
เสี่ยวเฉียวจะเครซี่!
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบเสียงลามกดังก้อง มือของหลินเสี่ยวเฉียวจึงเอื้อมลงมาจับศีรษะของสามีสิบนิ้วสอดแทรกเข้าขยำขยี้เส้นผมสั้นอย่างต้องการระบายความเสียวซ่านปานจะขาดใจแจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะนิ้วกลางของเซี่ยมู่เฉินสอดแทรกเข้าไปทักทายร่องรัก พร้อมกับลิ้นร้อนบดขยี้หมุนวนอยู่บนเกสรสวาทสีสวย หลินเสี่ยวเฉียวถึงกับดิ้นพล่านเพราะเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ"กรี๊ด!"เธอถึงจุดมายอย่างรุนแรง อย่างที่ไม่เคยถึงแบบนี้มาก่อน อาจเพราะตลอดมาเธอยังเขินอายอยู่มากเซี่ยมู่เฉินเลยไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แต่พอวันนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเขาจึงคืนกลับมาเท่าเทียมกัน"ดีไหม เฉียวเฉียวชอบไหม"เขาขยับขึ้นมากระซิบถามเสียงอ่อนโยน หลินเสี่ยวเฉียวเอียงอายเล็กน้อยแต่เพราะเป็นสามีภรรยากันหากเธออยากเอาสามีให้อยู่ก็ต้องตรงไปตรงมากล้าได้กล้าเสีย"ดีค่ะ ฉันชอบมาก แล้วพี่ล่ะคะ ชอบไหม"ถามไปมือน้อยก็เอื้อมลงไปกอบกุมมังกรเผือกที่ขยายใหญ่จนเธอกำไม่รอบ แล้วเริ่มชักเชิดรูดรัดขยับสาวขึ้นลงอย่างหนักหน่วงจนใบหน้าของเซี่ยมู่เฉินกระตุกเกร็ง"อ่าส์…ซี้ด…ชอบสิ ชอบมาก โคตรจะชอบ โคตรดีเลยเมียจ๋า อ๊าส์ โอ้ว…ซี้ด"แค่เธอกอบกุมและสาวขึ้นสาวลงเขาก็เสียวซ่านแทบขาดใจ เมียเข
ตอนพิเศษงานเลี้ยงจบแล้วก็ได้เวลาเข้าหอ ถึงจะเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์มา2ปีกว่าแต่พอเป็นคืนเข้าหอเซี่ยมู่เฉินกลับรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ยิ่งระหว่างช่วยกันส่งแขกเจ้าสาวของเขากระซิบเบาๆ ว่าคืนนี้จะพิเศษใส่ไข่เซี่ยมู่เฉินยิ่งจิตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่ายัยตัวแสบของเขาจะ พิเศษใส่ไข่ แบบไหน"เฉียวเฉียว…"พอได้อยู่กันเพียงลำพัง หลินเสี่ยวเฉียวก็ไม่รอช้าเธอเดินต้อนร่างสูงไปถึงเตียงหลังใหญ่ที่เป็นสีทองตัดทองอร่าม จากนั้นก็ผลักเขาจนหงายหลังล้มลงไปบนเตียง"จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปค่ะ ฉันกำลังจะจัดให้สามีชนิดพิเศษจนพี่ต้องร้องขอชีวิตแน่นอน ห้ามขัดขืนนะคะ คืนนี้ฉันเป็นเจ้าสาวพี่ต้องตามใจฉัน"ก้มลงไปกระซิบกระซาบพร้อมกับกัดใบหูของเบาๆ เช่นที่เซี่ยมู่เฉินชอบทำกับเธอประจำ จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มแกะกระดุมเสื้อของสามีทีละเม็ด ทีละเม็ด แกะไปถึงเม็ดไหมหลินเสี่ยวเฉียวก็ก้มลงไปกัดเบาๆ ทุกแห่ง"โอ้ว…ซี้ด…"แค่นี้เซี่ยมู่เฉินก็ แข็งเกร็ง ไปทั้งตัวแล้วโดยเฉพาะท่อนลำกลางร่างก็ขยายใหญ่คนแทบดันทะลุกางเกงออกมาอยู่แล้ว พอกระดุมเสื้อถูกปลดจนหมดลำดับต่อไปจึงเป็นกางเกง มังกรเผือกดิ้นรนอยากออกมาทักทายเธออย่างเห็นได้ชัด"คืนนี้ฉันจะกินพี่ท
ครอบครัว ก็เท่านี้ขอแค่ทุกคนรักใครกลมเกลียวจะร่ำรวยหรือยากจนก็ไม่เกี่ยวกัน ความสุขมันเรียบง่ายกว่าที่ใครจะคาดคิด พ่อแม่ก็เช่นกัน ไม่มีใครอยากเห็นลูกๆ ของตนเองทะเลาะกัน และยิ่งไม่อยากเห็นลูกๆ มีความทุกข์ ท่านนายพลเซี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาก็แค่เลือกจะมีความสุขไปพร้อมกับลูกๆ ก็เท่านั้น ไม่คิดอะไรแทนพวกเขา หากพวกเขาพึงใจและมีความสุขกับสิ่งที่เลือกและคนที่ใช่และคนคนนั้นก็รักลูกๆ ของเขาเช่นกันเซี่ยเผยเหิงก็พอใจแล้วจริง…แต่จัดงานแต่งให้พี่ชายไปแล้วก็ใช่ว่าเซี่ยมู่เฉินจะได้แต่งงาน ได้เป็นเจ้าบ่าวสมดังใจ เพราะมันพอดีกับที่กิจการของเซี่ยฉางไรท์เกิดขายดิบขายดีอย่างที่หลินเสี่ยวเฉียวเองก็คาดไม่ถึง ดังนั้นงานแต่งและแผนการจะมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยนั้นต้องเลื่อนไปก่อนจนกว่ากิจการจะมั่นคงรักษาลูกค้าจนกลายเป็นคู่ค้าสัญญากันระยะยาวยังดีว่าหลังจากแต่งงานกันได้1ปีท่านนายพลกับลู่เยี่ยนชิงก็มีพยายานรักด้วยกัน เป็ยชายหนึ่งคน หลินเสี่ยวเฉียวจึงไม่รู้สึกกดดันเท่าไหร่ที่ตนเองยังไม่อาจมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยได้ ส่วนท่านนายพลเซี่ยเองก็เป็นพ่อสามีที่ดีมากๆ ไม่เคยกดดันสะใภ้ด้วยเรื่องนี้เลย เพราะเข้าใจว่าหลินเสี่ย
ตอนจบพอหายดีหลินเสี่ยวเฉียวก็อายแสนอายแทบไม่กล้าจะมองหน้าใครในยามเช้าของวันที่7ที่เธอลงจากห้องนอนเป็นครั้งแรกซึ่งเธอต้องลงมากินมื้อเช้าพร้อมกันกับเซี่ยมู่เฉิน ก็ใครบ้างจะไม่อายพอสามีกลับมาเธอก็ป่วยนอนซมไป6วัน แล้วคนในห้องกินข้าวก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาภายในห้องอาหารเช้านี้มีแต่ตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น ท่านนายพลเซี่ยกับลู่เยี่ยนชิงอย่างนี้ เซี่ยหมิงเซินกับหลิวเทาอย่างนั้น ยิ่งเจอสายตาของพี่ชายของสามีมองอย่างรู้ทันหลินเสี่ยวเฉียวก็พลันสะดุดขาตนเองเกือบล้มขายหน้า"โอ๊ะ!" เขินจนขาพันกันไม่เกินจริง"ระวังหน่อยสิ"ถึงจะตำหนิแต่เสียงของเซี่ยมู่เฉินนั้นอ่อนหวานนัก ยิ่งสายตาคงไม่ต้องพูดถึง หวานมาก หวานจนหลินเสี่ยวเฉียวกลัวตนเองจะเป็นเบาหวานตายตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบต้นๆ เสียแล้ว"นึกจะกลับก็กลับ ไม่คิดจะบอกใคร"ท่านนายพลเซี่ยที่เพิ่งกลับมาจากฮันนีมูนหลังจากที่ทั้งสองจดทะเบียนกันเงียบๆ ไปเมื่อเดือนก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นอีกครั้งในอีกสองเดือนข้างหน้าตามฤกษ์ดีของซินแส"ทำอย่างกับผมบอกแล้วคุณพ่อจะไม่ไปฮันนีมูนอย่างนั้นแหละ" เซี่ยมู่เฉินตอบกลับบิดาของเขาเสียงเรียบ"เฮอะ!ใครจะอยู่รอแกกันเล่าเฉินเอ๋อร์"
"ซี้ด...อื้อ..."เกิดมาหลินเสี่ยวเฉียวเพิ่งเคยพบพานความเสียวซ่านหวานแหลมเช่นนี้ เสียดสีอยู่ไม่นานหญิงสาวก็เกร็งไปทั้งร่าง"อ๊าส์!"เมื่อเซี่ยมู่เฉินรับรู้ได้ว่าเขาส่งเธอไปถึงจุดหมาย ชายหนุ่มจึงเผลอกายขึ้นมาจูบปากจิ้มลิ้มอย่างเร่าร้อนรุนแรงสะโพกแกร่งกดกระแทกรัวกระหน่ำ ไม่นานชายหนุ่มเองก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างระเบิดน้ำอุ่นๆ สาดซัดลงมาที่ร่องรักจนหลินเสี่ยวเฉียวสะดุ้งเฮือก"อื้อ!"เซี่ยมู่เฉินยังคงจูบดูดดื่มลึกซึ้ง จนลมหายใจของทั้งสองกลับมาเป็นปกติ หลินเสี่ยวเฉียวหลับตาซึมซับความรู้สึกแนบสนิทนี้ก่อนที่จะลืมตาพรึบขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่ามังกรเผือกของเซี่ยมู่เฉินกลับมาแข็งขันอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ทันทักท้วงเขาก็ขยับกดแทรกลงมาจนเธอพบเจอกับความเจ็บปวดราวกับร่องรักลึกลับนั้นถูกฉีกกระชาก"อย่าเกร็งนะคนดี""มันเจ็บมาก...""พี่จะค่อยเป็นค่อยไป"และเซี่ยมู่เฉินก็ทำตามที่เอ่ยปากกับคนใต้ร่างจริงๆ ถึงเขาจะทรมาน ก็ไม่ใจร้อน เพราะรู้ว่าคนใต้ร่างนั้นทรมานกับการหลอมรวมเป็นหนึ่งของพวกเขานี้มากกว่าตนเองเป็นหมื่นเป็นแสนเท่าเพราะเขาใหญ่โตส่วนเธอคับแคบนัก กว่าเขาจะเข้าไปจนสุดความยาวจึงผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มถึง
ตอนที่25"คิดถึงที่สุดเลย"เสียงพูดดังอยู่แนบชิดกับใบหู เสียงแสนจะคุ้นเคยเพราะ3ปีมานี้หลินเสี่ยวเฉียวได้ยินจากในความฝันบ่อยครั้ง 3ปี 3ปีเชียวนะที่เธอเฝ้ารอการกลับมาของเขา ถึงจะทำนั่นทำนี่ พยายามทำตัวไม่ให้ตนเองว่างจนจิตใจฟุ้งซ่านเอาแต่คิดถึงเขา คำว่ามากสำหรับเธอคงไม่พอจริงๆหญิงสาวเผลอสูดกลิ่นกายของเขา กลิ่นกายของเซี่ยมู่เฉินยังคงเป็นกลิ่นแสนจะคุ้นเคย หากไม่จากกันไกลและนานเธอก็คงไม่รู้ตัวเลยว่าในอดีตจดจำเขาได้แม้แต่กลิ่นกายหรือน้ำเสียง แม้แต่เงาหรือเสียงฝีเท้าหลินเสี่ยวเฉียวล้วนจดจำได้ไม่เคยลืมเลือน"ทำไมพี่ให้ฉันรอนาน ว่าจะเปลี่ยนใจไม่รอแล้วนะคะ""เธอกล้าหรือยัยตัวแสบ ฉันจองเธอเอาไว้แล้ว เธอกล้าจะคิดเป็นอื่นได้หรือ จะไม่รอฉัน แล้วหากกลับมาฉันจะทำอย่างไร""ก็พี่ไปนาน""เพราะหากฉันรีบกลับมาเธอคงจะเรียนไม่จบนะสิ ฉันเลยต้องรอให้เธอเรียนจบเสียก่อน""อย่างไรคะ?""เพราะหากฉันกลับมาเร็วเธอคงท้องก่อนเรียนจบแน่นอน""อะไรนะคะ?"หลินเสี่ยวเฉียวรีบผลักให้เขาถอยห่างเพื่อจะมองหน้าเขาให้เต็มตาด้วยและอยากจะถามเซี่ยมู่เฉินว่าที่พูดออกมานั้นหมายความว่าอย่างไร"ฉันก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งนะเฉียวเฉียว พอ







