LOGIN“เมื่อวานคุณธาวินไปไหนมาหรือครับ” พอเข้ามาถึงห้องทำงาน เลขาที่รู้ใจไปหมดทุกเรื่องก็เอ่ยถามทันที
“ก็ไปทำธุระ” ธาวินตอบสั้นๆก่อนก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร “ธุระหัวใจใช่ไหมครับ” กฤชเอ่ยขึ้นเอง “เอ่อ ใช่ คิดแล้วก็เซ็ง ทำไมเจ้าหล่อนถึงเป็นผู้หญิงหัวดื้อนัก” ธาวินส่ายหน้า หนักใจในความดื้อรันของเธอ แต่มันก็สามารถเรียกรอยยิ้มมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายได้เป็นอย่างดี “แล้วฉันจะทำยังไงให้เธอยอมมาเป็นแฟนแต่โดยดี” นักธุรกิจหนุ่มพึมพำบ่น กฤชครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังได้ยินเจ้านายพูด “เอาอย่างงี้ไหมครับ” กฤชเดินเข้าไปใกล้เจ้านายก่อนจะแนะนำแผนการบางอย่าง “คุณก็จ้างผู้ชายโหดไปทวงเงินค่าเช่าที่ ยังไม่มีใครรู้ว่าที่ดินพื้นนั้นเป็นของคุณ แล้วคุณก็ยื่นข้อเสนอให้เธอมาเป็นแฟนคุณ” กฤชแนะนำ “ใช่ มันก็น่าสนใจ แล้วเธอจะเชื่อผมเหรอ” “เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเถอะครับ ถ้าคุณตกลง แต่ถ้าสำเร็จอย่าลืมขึ้นเงินเดือนให้ผมนะครับ” กฤชไม่ลืมทวงโบนัสของตัวเอง “อือ ทำให้สำเร็จเถอะ เดี๋ยวเรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” ธาวินสั่งด้วยท่าทางเคร่งขรึม แต่ภายในใจกระโดดโลดเต้น ดีใจที่มีหนทางปราบพยศแม่ดอกมะลิน้อยให้อยู่มัด ในเมื่อเขาต้องการอะไร เขาต้องได้...“เมื่อวาน หลานยังไม่ตอบยายเลยนะว่าไปรู้จักกับคุณคนนั้นได้ยังไง ทำไมเข้าขับมาส่งเราถึงบ้าน” ยายจันทร์ถามหลานสาวที่นั่งกอดเข่าครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ริมประตูหน้าบ้าน
“ก็...เขาคือคนมาเหมาข้าวแกงของเรา วันที่ยายไม่ค่อยสบาย ยายเลยไม่ได้ไปด้วย” “แต่ทีท่าของพ่อหนุ่มเหมือนสนใจหลานยายเป็นพิเศษ แล้วที่นั่งเหม่ออยู่เนี่ยไม่ใช่คิดถึงเขาอยู่เหรอ” ยายจันทร์เหมือนมานั่งอยู่ในใจมะลิวัลย์ ใช่เธอคิดถึงชายหนุ่มคนนั้น พยายามห้ามใจเธอก็เหมือนจะไม่สำเร็จอยู่ดี ใบหน้าของเขาลอยมาไปลอยมาอยู่ในใจ แถมยังไม่อยากยอมรับอะไรทั้งนั้นว่าตัวเองก็ชอบชายหนุ่มคนนั้นเช่นกัน จู่ๆก็มีชายชุดดำสองคนขี่มอเตอร์ไซด์ มาจอดหน้าบ้าน “เฮ้! น้องสาว พี่มาเก็บค่าเช่าบ้าน” “ก็ฉันเพิ่งจ่ายไอตอนต้นเดือน แล้วพวกนายมาเก็บอีกทำไมล่ะ” มะลิวัลย์ถามอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะช่วงต้นเดือนที่ผ่านเธอจ่ายค่าเช่าบ้านครบทุกบาททุกสตางค์ ยังไม่ถึงกลางเดือนด้วยซ้ำกลับมาทวงอีกเสียแล้ว “อย่าเรื่องมากน้องสาว จะจ่ายหรือไม่จ่าย” ชายหนุ่มสองคนเริ่มโวยวายตามถูกจ้างมา ชายอีกคนหยิบไม้หน้าสามทำท่าจะทุบกระถางดอกไม้หน้าบ้านของหญิงสาว “หยุดเดี๋ยวนี้” เสียงใครบางคนดังมาแต่ไกล ก่อนเจ้าตัวจะรีบออกมาจากรถ ธาวินตรงดิ่งมาปกป้องหญิงสาวตามที่วางแผนเอาไว้ “อ้าว คุณเป็นใครกัน” หนึ่งในชายสองคนเอ่ยถาม “ฉันเป็นใครไม่สำคัญ พวกนายสองคนไม่มีสิทธิ์ทำลายข้าวของพวกนี้ แล้วก็ผู้หญิงกับยายด้วย” ธาวินออกโรงปกป้อง “พวกนี้มันติดหนี้ค่าเช่า ถ้าคุณมีจ่าย พวกเราก็จบ” “งั้นฉันรับผิดชอบเอง เท่าไหร่” ธาวินเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง พร้อมควักกระเป๋าตังค์ออกมา “ห้าพัน” ธาวินรีบยื่นเงินตามจำนวนที่ชายสองคนนั้นบอก พร้อมขยิบตาให้สองหนุ่ม ก่อนขี่รถไปทางเดิม แล้วหันมามองสองยายหลานที่ดูตื่นกลัวเล็กน้อย “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ไม่ต้องกลัวนะมะลิ ไม่ต้องกลัวนะครับคุณยาย” ธาวินปลอบ เดินเข้าไปใกล้มะลิวัลย์เพื่อหวังปลอบโยนหญิงสาว ทว่ากับต้องสะดุดเพราะเจอสายตาของยายจันทร์จ้องเขม็ง “ขอบใจนะพ่อหนุ่มที่มาช่วยพวกเรา เดี๋ยวฉันกับหลานจะหาเงินมาคืนคุณให้เร็วที่สุด” ยายจันทร์บอกธาวิน“ลืมตาขึ้นสิครับ คนสวย แล้วมองพี่ว่าเราเซ็กซี่แค่ไหน” ธาวินเอ่ยสั่งอย่างเอาแต่ใจ เคลื่อนมืออีกข้างไปด้านหลังบางปลดตะขอชั้นในที่ต้องลำอาจากร่างอรชรแล้ว มันเหมือนเป็นคำปลุกเร้าเธอ ยอมทำตามแต่โดยง่าย มองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำสายตาจดจ้องมองกายสาว นิ้วของเขาขยับรัวๆใส่ร่างกายของเธอ แล้วถอดถอนนิ้วของเขาออกมาพร้อมชิมรสชาติจากกายสาว ธาวินเห็นว่าหญิงสาวมองเขาไม่วางตาชายหนุ่มจึงค่อยๆจรดความแข็งขึงสัมผัสกับกุหลาบงามถูไถเบาๆยั่วอารมณ์ของหญิงสาว คลึงเคล้าเกสรงามอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยชำแรกกายเข้าไปเส้นทางที่คับแคบอย่างเชื่องช้า มะลิวัลย์ยกมือขึ้นปิดเสียงคราง มองร่างแกร่งที่แทรกเข้ามาอยู่ในกายเธอ จนร่างกายของเธอรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครู่ ชายหนุ่มจับเรียวขาทั้งสองข้างโอบเอวแกร่ง โน้มตัวไปสัมผัสหน้าอกหน้าใจที่ดีดเด้งตามจังหวะหายใจของหญิงสาว ธาวินหมั่นเติมเชื้อไฟปรารถนาให้ร่างบางไม่ขาด มือคลึงเคล้าอยู่จุดประสานส่วนอีกข้างก็ฟ้อนเฟ้นทรวงอกสลับกับดูดดื่ม มะลิวัลย์เริ่มหายใจหายคอติดขัด ร่างกายถูกรุ่มเร้าด้วยความหฤหรรษ์รอบด้าน ร่างกายเครีย
“รู้สึกยังไงสาวน้อยร้อนรักของพี่” น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า มือหนากอบกุมทรวงอกฟ้อนเฟ้นอย่างหนักหน่วงผ่านเสื้อยืดตัวเล็ก เคลื่อนมือมาประคองสะโพกเอาไว้ก่อนจะขยับถี่รัวตามที่ใจปรารถนา เสียงครางหวานที่คนใต้ร่างสะกดกั้นไม่อยู่กระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี “อือ อะ..อา คะ...คน บ้า” คำพูดของมะลิวัลย์กระท่อนกระแท่น ความเสียวสยิวรวมไปอยู่จุดเชื่อมประสานที่ขยับไหวอย่างรัวเร็ว เธอขยับกายไม่ได้มากเท่าที่ควรเธอก็ยิ่งทรมานเมื่อจู่ๆเขาก็หยุดกะทันหัน “ตอบมาก่อนที่รัก ไม่งั้นก็ทรมานอยู่แบบนี้แหละ” “มีความสุข พอใจหรือยังตาเฒ่า” มะลิวัลย์ตอบออกไปด้วยความทรมานและท่วงท่าตอนนี้ทำให้เธอขยับตัวได้ไม่มาก “ว่าพี่แก่งั้นเหรอ”เขาโค้งตัวเอื้อมมือไปปลดเนกไทที่มัดแขนเรียวออก พร้อมกับดึงผ้าปิดตาออกล็อกใบหน้าหวานรับจูบแสนเร่าร้อน ลบรอยของคนอื่นที่บังอาจมาจูบเมียเขา “ปะ...เปล่านะ อือ อา... มันเร่าร้อนเกินไป”มะลิวัลย์สั่นหน้าปฏิเสธ ก้มหน้าแดงก่ำแนบกับเตียงนอน มือที่ได้รับอิสระต้องหาที่ยึดเพราะกลัวไถลไปตามแรงของคนหื่นกาม มะลิวัลย์ครางระส่
นานนับสิบนาทีตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มไม่ยอมปริปากพูดกับเธอไม่ว่าเธอจะอ้อน หรือยั่วแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังไม่ตะบะแตกยอมพูดกับสักคำเดียว “พี่ธาวินอย่าเงียบสิคะ”เธอลองง้ออีกครั้ง ครั้งนี้เธอข่มความอายงัดไม้ตายมาง้อชายหนุ่มโดยการดึงคอเสื้อคอกว้านลึกลงไปร่องอก คนหื่นอย่างธาวินมีหรือจะทนแรงยั่วยวนจากเธอได้ ธาวินนับหนึ่งนับสองในใจ โกรธก็โกรธ แต่ทรวงอกอันล้นหลามของเธอทำเอาชายหนุ่มเลือดลมเริ่มติดขัด มะลิวัลย์เป็นเด็กวัยละอ่อน รอให้ถึงจุดหมายก่อนเถอะ เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ร้องอุทธรณ์ หรืออธิบายใดๆ “บอกมาได้หรือยัง ว่าจะพามะลิไปไหน” “ใกล้ถึงแล้ว เดี๋ยวก็รู้” ธาวินตอบ แสยะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า มะลิวัลย์ไม่รู้จะดีใจหรือกลัวดีที่ชายหนุ่มยอมพูดกับเธอแล้ว ยอมยิ้มเมื่อครู่ทำให้เธอกลัวขึ้นมาทันทีอย่างบอกไม่ถูก พอมาถึงในใจของเธอต้องร้อง อ้อ ทันที เพราะตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ก “ยืนนิ่งทำไมครับ รีบขึ้นไปสิ” ธาวินขู่เสียงดัง จนเธอสะดุ้งรีบเข้าไปในคอนโดมิเนียมกดลิฟต์ เหลียวมองคนตัวโตที่
ธาวินกลับเข้าไปในห้องประชุมด้วยสติครบถ้วน เต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ แม้ว่าการนำเสนองานจะได้เริ่มต้นใหม่ แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มีสมาธิ แล้วกลายเป็นตัวตลกในการประชุม “วันนี้คุณธาวินเป็นอะไรไปครับ ในห้องประชุมก็เหม่อลอย”กฤชถามอย่างเป็นห่วง “ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะมองไปไหนใบหน้าของมะลิวัลย์ก็ตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง อีกหน่อยผมคงกลายเป็นคนติดเมียไปเสียแล้ว” ธาวินบอกเลขาคู่ใจไปตามตรง “อาจจะเป็นเพราะคุณธาวินกำลังแต่งงานหรือเปล่าครับ” “อาจจะใช่” ธาวินยอมรับอย่างง่ายดาย จากเมื่อก่อนหัวรั้นสุดขีด ใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ใส่ใจนอกจากความคิดของตัวเองเท่านั้น “แล้วให้ผมไปรับคุณมะลิไหมครับ หรือว่าคุณธาวินจะไปรับเอง” จริงๆแล้วกฤชไม่ควรถามด้วยซ้ำ เมื่อเห็นรอยยิ้มกระชากใจสาวๆเขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว “ผมจะไปรับเอง” เขาอยากไปรับมะลิวัลย์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะพาเธอไปที่คอนโดมิเนียม แล้วกอดฟัดให้หายคิดถึง และจัดการมอบบทรักที่ใบหน้าเจ้าหล่อนตามมาหลอกหลอนเขาจนไม่เป็นอันทำงาน “รอยยิ้มแบบนี้ คุณธาวินคงกำล
เดือนถัดมา... ธาวินขับรถมาส่งเธอที่บ้านหลังเล็ก เพราะเธอต้องอยู่ดูแลยายจันทร์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียงสองสัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้ากลัวว่ายายจันทร์จะเป็นอะไรไปอีก “มะลิไม่ต้องมาดูแลยายก็ได้ มีคุณพยาบาลมาอยู่ด้วยทั้งคน” ยายจันทร์บอกหลานสาว “มะลิอยากดูแลยาย ถ้าไปทำงานกับพี่ธาวินก็เกะกะเขาเปล่าๆ สู้อยู่ดูแลยายดีกว่า” “ถ้างั้นก็ตามใจ” ยายจันทร์หยิบไหมพรมมาถักต่อ พยาบาลก็เตรียมยาสำหรับมื้อเที่ยงและมื้อเย็นไว้อย่างเสร็จสรรพ “มะลิ มะลิ” เสียงตะโกนของใครบางคนดังอยู่หน้าบ้าน มะลิวัลย์รีบออกไปดูทันที “อ้าว มีอะไรเหรอน้ำ” มะลิวัลย์ยิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า “เรามีเรื่องให้ช่วยหน่อย” เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอกหญิงสาว ปาดเหงื่อจากหน้าผาก “มะลิช่วยมาเป็นนางเอกวิดีโอให้เราได้ไหม พอดีนางเอกของกลุ่มเราไม่สบาย มะลิช่วยเราได้ไหม” “ได้สิ แล้วที่ไหนล่ะ” มะลิวัลย์พยักหน้า ก่อนกันไปขออนุญาตยายจันทร์ “อยู่ในสวนสาธารณะในหมู่บ้านนี่เอง เดี๋ยว
ไอรินกอดอก ขมวดคิ้วจนแทบจะจับมาผูกโบว์ได้อยู่แล้ว ถอนหายใจแรงๆอย่างไม่พอใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอควรให้โอกาสมาร์คอีกครั้งใช่ไหม “ฉันจะยอมกลับไปคุณอีกครั้งค่ะมาร์ค แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันให้เหงาหรืออดทนกับอะไรที่มันทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันจะเลิกกับคุณทันที” ไอรินรับปากอย่างจำนนต่อการตื้อของสองหนุ่ม “ผมดีใจมากๆเลย” มาร์คโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ ดีใจด้วยนะมะลิวัลย์ ใจของธาวินไม่หวั่นไหวต่อฉันสักนิด” ไอรินพูดพร้อมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหันไปหามาร์คแล้วควงแขน “อย่าไปฟังเธอเลยนะ” ธาวินก้มกระซิบชิดใบหูมะลิวัลย์ เขากลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบายใจกับคำพูดเมื่อครู่ของไอริน “ความจริง มะลิก็ไม่ได้ติดอะไรนะคะ คุณไอรินคงอยากพูดให้มะลิเจ็บใจเล่น” “งั้นมะลิก็ไม่ได้โกรธไอรินใช่ไหม” “ค่ะ” มะลิวัลย์รับคำสั้นๆ “งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวนมสายจะเตรียมอาหารรอเก้อหมดพอดี” ธาวินเอ่ยชวนจูงมือหญิงสาวเดินตามต้อยๆ จนมาถึงโต๊ะทานอาหารที่มีก้องเกียรติและผการออยู่แล้ว ยิ้มน







