LOGIN“ชีวิตทีเป็นอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว” มะลิวัลย์ไม่ยอมแพ้ เธอแอบคิดอยู่แล้วว่าเขาต้องมีอะไรแอบแฝง แล้วมันก็จริง ถึงจะตกใจที่เขาบอกว่าชอบเธอ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเขาเธอก็ไม่รู้จัก เธอมันโง่เองที่ขึ้นรถมากับคนที่ไม่รู้จัก มะลิวัลย์พร่ำโทษตัวเองในใจ
“ดีงั้นเหรอ? ที่ที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากรังหนู แล้วถ้าฉัน...” ธาวินเลือกที่จะไม่พูดต่อว่าถ้าไม่ใช่เพราะเขาที่พื้นนั้นก็คงถูกขายทอดตลาด แล้วเธอคงไม่มีที่อยู่ ไม่ฝีปากกล้าเถียงเขาอยู่แบบนี้หรอก ปากแบบนี้มันน่าจูบนัก “ คุณจะมาสนใจทำไม แม้แต่ชื่อคุณฉันก็ไม่รู้จัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร” “ฉันชื่อธาวิน” ธาวินบอกชื่อของตัวเอง จ้องมองใบหน้าได้รูปกำลังแดงก่ำด้วยความโกรธหรือเขินอาย แต่เขากลัวว่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า “แล้วมีอะไรที่เธออยากจะรู้เกี่ยวกับฉันบ้างไหม” ชายหนุ่มถามต่อ “ไม่มี ฉันอยากกลับบ้าน” มะลิวัลย์ร้องขอ เธอไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น แค่รู้ว่าถูกเขาหลอกมันก็แย่พออยู่แล้ว “เธอเป็นอะไรมะลิ” ธาวินถามอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ “แล้วจะให้ฉันเป็นอะไร ฉันขึ้นรถมากับคนที่ฉันไม่รู้จัก แถมเป็นผู้ชายตัวโตขี้โมโห ชอบเบ่งอำนาจ” มะลิวัลย์ตอบกลับ “ถ้าไม่อยากให้ฉันโมโห แต่ก็ต้องทำตัวน่ารักๆ เชื่อฟังฉัน” เหมือนคำพูดของมะลิวัลย์จะไม่ได้ผลที่บอกว่าเขาชอบเบ่งอำนาจ มันยิ่งเป็นยั่วยุให้เขาออกคำสั่งมากขึ้น “ไม่ฟัง ฉันไม่ฟัง แล้วพาฉันกลับบ้านได้แล้ว” “หยุดโวยวาย เดี๋ยวฉันพากลับ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปทานข้าวด้วยกัน เดี๋ยวฉันมารับ” ธาวินเอ่ยห้าม แล้วบอกจุดประสงค์ “แล้วคุณจะมารับฉันทำไมไม่ทราบ เราไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” “ฉันก็กำลังจะทำให้มันเป็นอยู่นี่ไง” “คุณธาวิน คุณอย่ายุ่งกับฉันเลยนะคะ ฉันขอร้อง” มะลิวัลย์ละล่ำละลักบอก น้ำเสียงสะอื้นเล็กน้อย สายตามองเขาอย่างหวาดหวั่น “มะลิ ฟังพี่นะ พี่ชอบมะลิ ตอนนี้พี่กำลังจีบมะลิ” ธาวินหันมาจ้องสายตากลมโตของหญิงสาวอย่างแน่วแน่ จับมือเรียวขึ้นมาจุมพิตเบาๆ พร้อมเปลี่ยนสรรพนามของตัวเอง บางทีเด็กน้อยก็ต้องการการเอาใจ คิดจะมีเมียเด็กใจต้องนิ่ง “อือ มันเร็วเกินไป ฉันไม่รู้จัก คุณไม่รู้จักฉัน แล้วฉันก็ไม่มีแฟนแก่” คำบางคำหลุดออกมาจากริมฝีปากบางทำให้เขาเริ่มอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ แก่! เธอบอกว่าเขาแก่ เขาอาจจะแก่แค่อายุ แต่ร่างกายเขาแข็งแรง แล้วเขาก็รับรองว่าสามารถทำให้เธออ่อนระทวยได้ก็แล้วกัน “พี่อาจจะแก่แค่อายุ แต่ร่างกายพี่ยังแข็งแรง” ธาวินยืนยัน “คนบ้า พาฉันไปส่งบ้านได้แล้ว แล้วเราก็ไม่ต้องยุ่งกันอีก” มะลิวัลย์ยื่นคำขาด เธอไม่ต้องการให้เขายุ่งเกี่ยวกับเธออีก ถึงเขาจะแสดงออกชัดเจนแค่ไหนว่าชอบเธอ “ก็ได้ พี่จะไปส่ง แต่พี่ไม่ยอมแพ้หรอกนะ มะลิจะต้องเป็นเมียพี่” ธาวินยื่นคำขาดเช่นกัน ก่อนเริ่มสตาร์ทรถอย่างรวดเร็ว หันมองหญิงสาวด้านข้าง มะลิวัลย์นั่งเงียบได้ยินที่เขาพูดทุกอย่าง แต่เธอกลับไม่สามารถห้ามหัวใจที่เต้นรัวๆไปกับคำพูดของเขา เธอคิดนี่อาจเป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายมาจู่โจมเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว รถมาจอดหน้าบ้านหลังเล็กของหญิงสาวตามที่คำพูดของธาวินให้ไว้ มะลิวัลย์รีบลงจากรถทันที โดยไม่ยอมหันมองชายหนุ่มในรถสักนิด“เชิญครับคุณผู้หญิง” มะลิวัลย์แบะปากหมั่นไส้เล็กน้อย มองเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเรียบหรู ห้องผ้าม่านและผ้าปูเตียงสีขาวดูสะอาดตา ทุกอย่างถูกดูแลอย่างดี เธอควรจะทำตัวให้ชินกับโอ่อ่าของบ้าน ทว่าอีกด้านหนึ่งมันยิ่งตอกย้ำว่าเธอกับเขานั้นต่างกันมากแค่ไหน “คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ฉันกลับไปค้างที่บ้านหลังเดิมของฉันดีกว่า” “ไม่ เราต้องพักที่นี่นะ มะลิจะทิ้งให้พี่นอนหนาวอยู่คนเดียวงั้นเหรอ” ธาวินทำท่าน้อยอกน้อยใจหญิงสาว “ห้องนี้มันใหญ่เกินไป ฉันอยู่ไม่ได้หรอก” “มะลิอย่าเรื่องมากได้ไหม มีผัวรวยๆไม่ชอบหรือไง แถมพี่หล่อเหลาขนาดนี้ ยังกล้าปฏิเสธพี่อีกเหรอ” ธาวินบอกเสียงเข้ม สีหน้าดุดัน สายตาจ้องเขม็งมองสาวน้อยไม่ว่างตา ไวเท่าความคิดธาวินเอื้อมมือไปคว้ามือหญิงสาว ดึงเข้ามาในห้อง มะลิวัลย์อ้าปากอยากต่อว่าเขานักที่กล้าว่าเธอเรื่องมาก ปกติเธอเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย “ฉันไม่ได้เรื่องมากเสียหน่อย” “ไม่ได้เรื่องมากก็เข้ามา”ธาวินทนไม่ไหวกับความชักช้า จัดการอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมอก และทิ้งตัวน
“คุณจะทำอะไร”มะลิวัลย์ถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากหยัก หรี่ตาคมกริบมองสาวน้อยในอ้อมกอดเล็กน้อย “ก็จะแนะนำว่าที่คุณผู้หญิงของบ้านนี้ให้ทุกคนรู้จัก” ธาวินพูดจบก็จับปลายจมูกรั้นเบาๆ “คนเผด็จการ!”มะลิวัลย์ต่อว่า ส่ายหน้า ตีอกชายหนุ่มอย่างแรง “คุณก็ปล่อยให้ฉันดีๆได้แล้วค่ะ” เธอวอนขอ “ไม่ นั่งตรงนี้แหละ ทุกคนจะได้รู้ว่าภรรยาคนนี้พี่หวงแค่ไหน” ธาวินปฏิเสธ “ตาบ้า ฉันยังไม่ได้เป็นเมียคุณเสียหน่อย แบบนี้ฉันเสียหายนะ” ไม่ถึงห้านาที แม่บ้านและคนรับใช้พร้อมทั้งคนสวนก็ยืนเรียงรายนับสิบคน “ทุกคน นี่คุณมะลิวัลย์กำลังจะมาเป็นภรรยาของฉัน” ธาวินแนะนำ ทุกคนมองมะลิวัลย์ด้วยสายตาชื่นชมและอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่ธาวินจะอนุญาตให้ทุกคนไปทำตามหน้าที่ “คุณธาวินค่ะ นมเปิดห้องนอนที่ติดกับห้องนอนคุณแล้วนะคะ” “ขอบคุณมากนะครับนมสาย แล้วเรื่องประตูเชื่อมล่ะครับ” ธาวินขอบคุณแม่นมของตัวเอง ไม่ลืมถามเรื่องที่วานให้แม่นมช่วย “เรียบร้อยแล้วค่ะ” สายกระซิบข้างหูเจ้านายที่ต
“พี่จะบ้าอำนาจก็เพราะมะลินั่นแหละ จะเป็นเมียพี่อยู่แล้ว ยังจะคิดเจ้าชู้อีก” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม สีหน้าเคร่งเครียด “คุณธาวินครับ ผมวางเอกสารสำคัญไว้ในห้องทำงานเรียบร้อย เดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” กฤชที่เดินไล่หลังมา ลาเจ้านาย ธาวินพยักหน้ารับรู้ มะลิวัลย์กำลังอ้าปากเอ่ยลากฤชก็ถูกสายตาคมกริบจ้องเขม็งจนเธอต้องหุบปากทันที “อย่าหักโหมมากนะครับนาย” ก่อนกลับกฤชไม่ลืมเอ่ยแซ็วธาวิน โดยไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกหักเงินเดือนแม้แต่น้อย “ที่นี้เราก็อยู่กันสองคนแล้ว หึๆ” ธาวินหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์ มะลิวัลย์รู้สึกตงิดใจอย่างไรก็ไม่รู้ เมื่อเห็นสายตาแวววาว และรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าคมคาย เธอคาดไม่ออกว่ามันจะส่งผลดีหรือผลร้ายต่อตัวเธอกันแน่ “เอ่อ คุณอยู่คนเดียวเหรอคะ” มะลิวัลย์พยายามเบี่ยงประเด็น มองไปรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือจากเสือร้ายอย่างเขา “มองหาใครอยู่” ธาวินขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ในระยะห่างกันไม่ถึงคืบ หญิงสาวไม่กล้าจ้องตา หลุบตามองพื้นทันที เพียงแค่นั้นเขาก็รู้ทันทีว่ามะลิวัลย์กำลังมองหาอะไรสักอย
เป็นครั้งแรกของมะลิวัลย์ในการมาเยือนคฤหาสน์หลังโตของนักธุรกิจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอกำลังตกถังข้าวสารชัดๆ เธอกับเขาช่างต่างกันเหลือเกิน “นี่บ้านพี่เอง เป็นไงสวยไหม” ธาวินผายมือไปรอบๆบ้าน หลังจากเปิดประตูรถให้หญิงสาวออกมา “บ้านหลังใหญ่มากเลย” เธออุทาน มันช่างแตกต่างกับสถานที่ที่เธออยู่อาศัย “เป็นไง ไม่ต้องอึ้งหรอก เดี๋ยวมะลิก็จะมาเป็นคุณผู้หญิงของที่นี่แล้ว” ธาวินกลั้วหัวเราะ ฉุดเรียวแขนของมะลิวัลย์ไปตามแรง เขาอยากจะพาเธอเข้าไปในบ้าน มะลิวัลย์ไม่ยอมเดิมตาแรงฉุด เธอยืนนิ่ง สั่นหัวไล่ความหลงใหลในทรัพย์สมบัติ “ฉันเห็นแบบนี้ในละคร พอนางเอกแต่งงานกับพระเอกทีไร ย่อมมีตัวร้ายเข้ามาแทรกทุกที” มะลิวัลย์พึมพำตามความรู้สึกของเธอกับจินตนาการสุดล้ำเลิศ ธาวินเลิกคิ้ว แล้วระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจใหญ่ ไม่คิดว่ามะลิวัลย์จะติดละครหลังข่าวจนเอามาคิดเป็นตุเป็นตะ “หัวเราะทำไม ก็มันเรื่องจริง” มะลิวัลย์แหวใส่ชายหนุ่ม “พี่ว่ามะลินะคิดมากเกินไปหรือเปล่า ก็พี่บอกแล้วไงพี่ไม่มีใคร พ
มะลิวัลย์อ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง พูดไม่ออก เมื่อครู่ยังดีใจนักดีใจหน้าที่เธอยอมแต่งงานด้วย คราวนี้กลับปฏิเสธหน้าตาเฉย เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ “คนปลิ้นปล้อนจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” เธอต่อว่า “ก็แล้วทำไมล่ะ มะลิยังอยากให้พี่แต่งงานด้วย แต่ให้เป็นผัวลับๆ พี่ไม่ยอม” คำพูดของธาวินทำเอาเธอตาโต เขาพูดเหมือนตัวเองเสียเปรียบมันควรเป็นเธอมากกว่าที่เป็นฝ่ายเสียหาย แล้วคำว่า ผัวลับๆ มันก็ไม่เหมาะยังเขาเลย “คุณจะเอายังไงก็ว่ามา” มะลิวัลย์หมดหนทางต่อรอง “พี่จะไปบอกยายจันทร์เดี๋ยวนี้เลยว่าเราสองคนจะแต่งงานกัน” ธาวินบอก “คุณไม่ต้องบอกฉันหรอก ฉันได้ยินหมดแล้ว”ยายจันทร์เปิดประตูออกมา มองหันมองหนุ่มสาวสลับกัน หล่อนแอบฟังอยู่นาน เข้าใจความรู้สึกของหลานสาวที่อยากช่วยหล่อน “ยาย เอ่อ...คือ” มะลิวัลย์ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร “หลานไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คุณด้วย ถ้าจะแต่งงานกันจริงๆ ยายก็ไม่ห้ามหรอกนะ ฉันก็แก่มากแล้วไม่รู้ว่าจะดูแลยายมะลิได้นานสักแค่ไหน ส่วนเรื่องค่ารักษาก็แล้วแต่ตามตกลง
“ตกลง ฉันจะแต่งงานคุณ” นั่นคือคำพูดที่หลุดของมาจากปากของมะลิวัลย์ หลังจากเงียบไปนานสองนาน มะลิวัลย์คิดดีแล้วถึงพูดมันออกมา ในเมื่อเขาต้องการแต่งงานกับเธอ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ยายจันทร์คงไม่ยอมให้เธอยืมเงินของธาวินแน่ ถ้าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับชายหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้าง แววตาเป็นประกายระยิบระยับ “มะลิ ไม่ได้ล้อพี่เล่นใช่ไหม” ธาวินถามด้วยความดีใจ ถึงจะรู้แก่ใจดีว่าที่เธอตกลงแต่งงานกับเขา “เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้หรอกค่ะ” มะลิวัลย์ยอมรับ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันมีเงื่อนไข คุณคงไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหมคะ” “โธ่ พี่จะว่าอะไรมะลิได้ล่ะครับ ว่าแต่เงื่อนไข คงไม่ใช่ให้พี่ช่วยเรื่องคุณยายหรอกใช่ไหม” ธาวินรู้ทัน มะลิวัลย์พยักหน้ารับเบาๆ เธอต้องการช่วยยายจันทร์ ลำพังขายข้าวแกงเธอคงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนธาวินอยู่ดี นอกจากจะแต่งงานตอบแทน “เรื่องนี้ ขอฉันบอกยายเองนะคะ ส่วนคุณก็ช่วยฉันกล่อมยายให้ยอมไปผ่าตัดนะคะ” มะลิวัลย์จับลำแขนแกร่งเขย่าเบาๆอย่างอ้อนๆ “ครับผม สั่งมาเลยครับ







