LOGINสุดสัปดาห์เธอต้องพายายจันทร์ไปหาหมอตามนัด โรงพยาบาลรัฐใกล้ๆชุมชน ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ เพื่อไปรอรับบัตรคิว สุขภาพของยายจันทร์เริ่มทรุดลงเรื่อยๆในช่วงปีที่ผ่านมา
แต่ยายจันทร์ก็บอกเธอเสมอว่าเกิดแก่เจ็บตาย มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เธอก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี แม้จะมีเงินไม่มากเธอก็จะพยายามให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น ก็ต้องรอนานอยู่ดี เพราะกว่าได้พบหมอก็เกือบเที่ยง “มะลิ ไปซื้อน้ำให้ยายหน่อยสิ” ยายจันทร์เอ่ยขอ ขณะที่มะลิวัลย์ประคองยายจันทร์เข้าห้องตรวจ “แต่ยาย” มะลิวัลย์พยายามค้าน “ไปเถอะ จะกลัวอะไรก็ยายอยู่กับหมอแล้ว” ยายจันทร์ยกเหตุผลขึ้นมา จนมะลิวัลย์ยอมออกไปซื้อน้ำตามที่ยายจันทร์หลังจาหลับตาหลานสาว ยายจันทร์เข้าไปในห้องตรวจ พอกับหมอคนเดิมยิ้มทักทายด้วยใบหน้าสดใส
“สวัสดีครับคุณยาย” หมอหนุ่มทักทาย พร้อมกับยกมือไหว้อย่างสุภาพ ก่อนจะชักถามอาการของยายจันทร์ โรคความดันโลหิตสูงคือโรคที่ยายจันทร์กำลังเผชิญอยู่ หนำซ้ำเมื่อไม่นานมานี้หมอยังตรวจพบก้อนเนื้อในสมอง ยังไม่แน่ชัดว่าคืออะไร “ผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ออกมาแล้วนะครับ เอ่อ...ปรากฏว่ามันคือเนื้องอกในสมอง แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ มันแค่ระยะแรกเท่านั้น ถ้าผ่าตัดก็จะหายครับ” “แล้วผ่าตัดนี้มันต้องใช้เงินเท่าไหร่ล่ะคะคุณหมอ” ยายจันทร์ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ก็ประมาณเจ็ดแสนบาทครับ” นายแพทย์หนุ่มตอบ “เจ็ดแสนเลยเหรอ” ยายจันทร์พึมพำไร้หนทางรักษา เงินจำนวนมากขนาดนั้น หล่อนและมะลิวัลย์จะหามาจากไหน ลำบากแค่ทุกวันนี้เธอและหลานก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว “คุณยายอย่าเพิ่งกังวลนะครับ ค่อยๆคิดเดี๋ยวก็มีทางรักษา” นายแพทย์ปลอบ ก่อนก้มลงจดใบสั่งยาตามเดิม “ยายจ้า น้ำมาแล้ว”มะลิวัลย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง พอเห็นหน้าเศร้าของยายเธอก็อดถามไม่ได้ “ยายเป็นอะไรเหรอจ๊ะ”“ไม่เป็นอะไรหรอก ก็เหมือนเดิม เราออกไปกันเถอะ เดี๋ยวคุณหมอจะตรวจคนไข้คนต่อไป” ยายจันทร์บอกก่อนลุกจากเก้าอี้ ดึงมือมะลิวัลย์ที่กำลังสงสัย
“ยาย ยายยังไม่ตอบมะลิเลยนะว่าหมอบอกว่ายายเป็นอะไร” มะลิวัลย์ถามทันที “เปล่า ก็แค่โรคของคนแก่ มะลิก็รู้ว่ายายเป็นอะไร รีบกลับบ้านกันเถอะ วันนี้คงไม่ได้ไปขายข้าวแกงแล้วล่ะ” ยายจันทร์ปดมะลิวัลย์ แล้วเบี่ยงประเด็นไปอย่างอื่น “อ้าว! ทำไมล่ะจ๊ะ” “ก็แค่ยายอยากพักผ่อน แล้วก็เผื่อคุณธาวินมามะลิ มะลิจะได้มีเวลาอยู่กับคุณเขานานๆ ไม่ดีหรือยังไงหึ” ยายจันทร์บอกเหตุผล หลิ่วตามองมะลิวัลย์ที่หน้าแดง หลุบตามองพื้น “อ้าวๆ อย่ามัวแต่เขินเสียล่ะ” “ยาย มะลิไม่ได้คิดถึงเขาเสียหน่อย” มะลิวัลย์ส่ายหน้าปฏิเสธ “แล้วหน้าแดงทำไมล่ะหึ” ยายจันทร์ยิ้มกลับ ดักคอ หล่อนเลี้ยงมะลิวัลย์มาตั้งแต่เด็กทำไมจะรู้ว่านิสัยหลานสาวตัวเองปากแข็งขนาดไหน“ลืมตาขึ้นสิครับ คนสวย แล้วมองพี่ว่าเราเซ็กซี่แค่ไหน” ธาวินเอ่ยสั่งอย่างเอาแต่ใจ เคลื่อนมืออีกข้างไปด้านหลังบางปลดตะขอชั้นในที่ต้องลำอาจากร่างอรชรแล้ว มันเหมือนเป็นคำปลุกเร้าเธอ ยอมทำตามแต่โดยง่าย มองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำสายตาจดจ้องมองกายสาว นิ้วของเขาขยับรัวๆใส่ร่างกายของเธอ แล้วถอดถอนนิ้วของเขาออกมาพร้อมชิมรสชาติจากกายสาว ธาวินเห็นว่าหญิงสาวมองเขาไม่วางตาชายหนุ่มจึงค่อยๆจรดความแข็งขึงสัมผัสกับกุหลาบงามถูไถเบาๆยั่วอารมณ์ของหญิงสาว คลึงเคล้าเกสรงามอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยชำแรกกายเข้าไปเส้นทางที่คับแคบอย่างเชื่องช้า มะลิวัลย์ยกมือขึ้นปิดเสียงคราง มองร่างแกร่งที่แทรกเข้ามาอยู่ในกายเธอ จนร่างกายของเธอรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครู่ ชายหนุ่มจับเรียวขาทั้งสองข้างโอบเอวแกร่ง โน้มตัวไปสัมผัสหน้าอกหน้าใจที่ดีดเด้งตามจังหวะหายใจของหญิงสาว ธาวินหมั่นเติมเชื้อไฟปรารถนาให้ร่างบางไม่ขาด มือคลึงเคล้าอยู่จุดประสานส่วนอีกข้างก็ฟ้อนเฟ้นทรวงอกสลับกับดูดดื่ม มะลิวัลย์เริ่มหายใจหายคอติดขัด ร่างกายถูกรุ่มเร้าด้วยความหฤหรรษ์รอบด้าน ร่างกายเครีย
“รู้สึกยังไงสาวน้อยร้อนรักของพี่” น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า มือหนากอบกุมทรวงอกฟ้อนเฟ้นอย่างหนักหน่วงผ่านเสื้อยืดตัวเล็ก เคลื่อนมือมาประคองสะโพกเอาไว้ก่อนจะขยับถี่รัวตามที่ใจปรารถนา เสียงครางหวานที่คนใต้ร่างสะกดกั้นไม่อยู่กระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี “อือ อะ..อา คะ...คน บ้า” คำพูดของมะลิวัลย์กระท่อนกระแท่น ความเสียวสยิวรวมไปอยู่จุดเชื่อมประสานที่ขยับไหวอย่างรัวเร็ว เธอขยับกายไม่ได้มากเท่าที่ควรเธอก็ยิ่งทรมานเมื่อจู่ๆเขาก็หยุดกะทันหัน “ตอบมาก่อนที่รัก ไม่งั้นก็ทรมานอยู่แบบนี้แหละ” “มีความสุข พอใจหรือยังตาเฒ่า” มะลิวัลย์ตอบออกไปด้วยความทรมานและท่วงท่าตอนนี้ทำให้เธอขยับตัวได้ไม่มาก “ว่าพี่แก่งั้นเหรอ”เขาโค้งตัวเอื้อมมือไปปลดเนกไทที่มัดแขนเรียวออก พร้อมกับดึงผ้าปิดตาออกล็อกใบหน้าหวานรับจูบแสนเร่าร้อน ลบรอยของคนอื่นที่บังอาจมาจูบเมียเขา “ปะ...เปล่านะ อือ อา... มันเร่าร้อนเกินไป”มะลิวัลย์สั่นหน้าปฏิเสธ ก้มหน้าแดงก่ำแนบกับเตียงนอน มือที่ได้รับอิสระต้องหาที่ยึดเพราะกลัวไถลไปตามแรงของคนหื่นกาม มะลิวัลย์ครางระส่
นานนับสิบนาทีตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มไม่ยอมปริปากพูดกับเธอไม่ว่าเธอจะอ้อน หรือยั่วแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังไม่ตะบะแตกยอมพูดกับสักคำเดียว “พี่ธาวินอย่าเงียบสิคะ”เธอลองง้ออีกครั้ง ครั้งนี้เธอข่มความอายงัดไม้ตายมาง้อชายหนุ่มโดยการดึงคอเสื้อคอกว้านลึกลงไปร่องอก คนหื่นอย่างธาวินมีหรือจะทนแรงยั่วยวนจากเธอได้ ธาวินนับหนึ่งนับสองในใจ โกรธก็โกรธ แต่ทรวงอกอันล้นหลามของเธอทำเอาชายหนุ่มเลือดลมเริ่มติดขัด มะลิวัลย์เป็นเด็กวัยละอ่อน รอให้ถึงจุดหมายก่อนเถอะ เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ร้องอุทธรณ์ หรืออธิบายใดๆ “บอกมาได้หรือยัง ว่าจะพามะลิไปไหน” “ใกล้ถึงแล้ว เดี๋ยวก็รู้” ธาวินตอบ แสยะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า มะลิวัลย์ไม่รู้จะดีใจหรือกลัวดีที่ชายหนุ่มยอมพูดกับเธอแล้ว ยอมยิ้มเมื่อครู่ทำให้เธอกลัวขึ้นมาทันทีอย่างบอกไม่ถูก พอมาถึงในใจของเธอต้องร้อง อ้อ ทันที เพราะตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ก “ยืนนิ่งทำไมครับ รีบขึ้นไปสิ” ธาวินขู่เสียงดัง จนเธอสะดุ้งรีบเข้าไปในคอนโดมิเนียมกดลิฟต์ เหลียวมองคนตัวโตที่
ธาวินกลับเข้าไปในห้องประชุมด้วยสติครบถ้วน เต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ แม้ว่าการนำเสนองานจะได้เริ่มต้นใหม่ แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มีสมาธิ แล้วกลายเป็นตัวตลกในการประชุม “วันนี้คุณธาวินเป็นอะไรไปครับ ในห้องประชุมก็เหม่อลอย”กฤชถามอย่างเป็นห่วง “ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะมองไปไหนใบหน้าของมะลิวัลย์ก็ตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง อีกหน่อยผมคงกลายเป็นคนติดเมียไปเสียแล้ว” ธาวินบอกเลขาคู่ใจไปตามตรง “อาจจะเป็นเพราะคุณธาวินกำลังแต่งงานหรือเปล่าครับ” “อาจจะใช่” ธาวินยอมรับอย่างง่ายดาย จากเมื่อก่อนหัวรั้นสุดขีด ใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ใส่ใจนอกจากความคิดของตัวเองเท่านั้น “แล้วให้ผมไปรับคุณมะลิไหมครับ หรือว่าคุณธาวินจะไปรับเอง” จริงๆแล้วกฤชไม่ควรถามด้วยซ้ำ เมื่อเห็นรอยยิ้มกระชากใจสาวๆเขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว “ผมจะไปรับเอง” เขาอยากไปรับมะลิวัลย์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะพาเธอไปที่คอนโดมิเนียม แล้วกอดฟัดให้หายคิดถึง และจัดการมอบบทรักที่ใบหน้าเจ้าหล่อนตามมาหลอกหลอนเขาจนไม่เป็นอันทำงาน “รอยยิ้มแบบนี้ คุณธาวินคงกำล
เดือนถัดมา... ธาวินขับรถมาส่งเธอที่บ้านหลังเล็ก เพราะเธอต้องอยู่ดูแลยายจันทร์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียงสองสัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้ากลัวว่ายายจันทร์จะเป็นอะไรไปอีก “มะลิไม่ต้องมาดูแลยายก็ได้ มีคุณพยาบาลมาอยู่ด้วยทั้งคน” ยายจันทร์บอกหลานสาว “มะลิอยากดูแลยาย ถ้าไปทำงานกับพี่ธาวินก็เกะกะเขาเปล่าๆ สู้อยู่ดูแลยายดีกว่า” “ถ้างั้นก็ตามใจ” ยายจันทร์หยิบไหมพรมมาถักต่อ พยาบาลก็เตรียมยาสำหรับมื้อเที่ยงและมื้อเย็นไว้อย่างเสร็จสรรพ “มะลิ มะลิ” เสียงตะโกนของใครบางคนดังอยู่หน้าบ้าน มะลิวัลย์รีบออกไปดูทันที “อ้าว มีอะไรเหรอน้ำ” มะลิวัลย์ยิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า “เรามีเรื่องให้ช่วยหน่อย” เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอกหญิงสาว ปาดเหงื่อจากหน้าผาก “มะลิช่วยมาเป็นนางเอกวิดีโอให้เราได้ไหม พอดีนางเอกของกลุ่มเราไม่สบาย มะลิช่วยเราได้ไหม” “ได้สิ แล้วที่ไหนล่ะ” มะลิวัลย์พยักหน้า ก่อนกันไปขออนุญาตยายจันทร์ “อยู่ในสวนสาธารณะในหมู่บ้านนี่เอง เดี๋ยว
ไอรินกอดอก ขมวดคิ้วจนแทบจะจับมาผูกโบว์ได้อยู่แล้ว ถอนหายใจแรงๆอย่างไม่พอใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอควรให้โอกาสมาร์คอีกครั้งใช่ไหม “ฉันจะยอมกลับไปคุณอีกครั้งค่ะมาร์ค แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันให้เหงาหรืออดทนกับอะไรที่มันทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันจะเลิกกับคุณทันที” ไอรินรับปากอย่างจำนนต่อการตื้อของสองหนุ่ม “ผมดีใจมากๆเลย” มาร์คโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ ดีใจด้วยนะมะลิวัลย์ ใจของธาวินไม่หวั่นไหวต่อฉันสักนิด” ไอรินพูดพร้อมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหันไปหามาร์คแล้วควงแขน “อย่าไปฟังเธอเลยนะ” ธาวินก้มกระซิบชิดใบหูมะลิวัลย์ เขากลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบายใจกับคำพูดเมื่อครู่ของไอริน “ความจริง มะลิก็ไม่ได้ติดอะไรนะคะ คุณไอรินคงอยากพูดให้มะลิเจ็บใจเล่น” “งั้นมะลิก็ไม่ได้โกรธไอรินใช่ไหม” “ค่ะ” มะลิวัลย์รับคำสั้นๆ “งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวนมสายจะเตรียมอาหารรอเก้อหมดพอดี” ธาวินเอ่ยชวนจูงมือหญิงสาวเดินตามต้อยๆ จนมาถึงโต๊ะทานอาหารที่มีก้องเกียรติและผการออยู่แล้ว ยิ้มน



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



