ログインพอมาถึงบ้าน มะลิวัลย์ก็เห็นรถคันหรูจอดไว้หน้าบ้าน และเธอก็จำได้ดีว่าคือรถของใคร พอมองรอบๆก็เห็นร่างสูงยืนอยู่บ้านส่งยิ้ม พร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ
“สวัสดีครับคุณยาย” ธาวินยกมือไหว้ยายจันทร์ และยื่นดอกไม้ให้สาวน้อย “แหม มาทุกวันเลยนะพ่อหนุ่ม” ยายจันทร์แซ็ว “ครับ ช่วงนี้ผมต้องทำคะแนนหน่อย ก่อนที่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาจีบมะลิเสียก่อน” ธาวินคลี่ยิ้ม “คุณ! เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” มะลิวัลย์ค้าน ทำปากยื่นน้อยๆอย่างไม่พอใจ “ว่าแต่ คุณยายไปไหนมาหรือครับ” ธาวินเดินเข้าไปใกล้ยายจันทร์ช่วยประคอง ทำเอามะลิวัลย์ถึงกับหมั่นไส้ในความมีน้ำใจจนออกหน้าของชายหนุ่ม “มาจ๊ะยาย เดี๋ยวถือยาให้” มะลิวัลย์อาสา ก่อนจะเปิดดูว่ามียาอะไรบ้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเธอเห็นชื่อยา มีชื่อยาแปลกๆที่เธอไม่คุ้น ทว่าเภสัชกรก็ระบุถึงสรรพคุณของยา “ยาย นี่มันยาอะไรกัน” มะลิวัลย์ละล่ำละลักถาม ธาวินที่ประคองยายจันทร์หันมามะลิวัลย์ที่หน้าตาตื่นตกใจ “มันยาอะไรกันจ๊ะยาย” มะลิวัลย์ถามย้ำเสียงดัง “เข้ามาคุยข้างในก่อนเถอะ” ยายจันทร์ส่ายหน้าอย่างยอมจำนน หล่อนคงปิดเรื่องนี้ได้ไม่นาน อย่างไรเสียหล่อนคงต้องบอกความจริงกับมะลิวัลย์ พอเข้ามาถึงในบ้าน มะลิวัลย์อยากจะไล่ธาวินให้ออกไปจากบ้าน เพราะเรื่องของครอบครัวเธอไม่ต้องการให้คนนอกได้รับรู้ แต่ด้วยถูกยายจันทร์ห้ามเอาไว้ เธอจึงจำยอมให้เขาอยู่ จากนั้นยายจันทร์เล่าถึงอาการปวดของตัวเอง มะลิวัลย์ตกใจอย่างมาก “ทำไมยายไม่บอกมะลิ”มะลิวัลย์โวยวาย “มะลิใจเย็นๆก่อน” ธาวินบอกให้มะลิวัลย์ใจเย็นลง สลับมองยายจันทร์ที่นั่งหน้าเศร้า “ยายปวดมีเนื้องอกในสมอง ทำไมยายไม่ยอมบอกมะลิ มะลิจะหาเงินมารักษายาย” มะลิวัลย์บอก น้ำเสียงสะอื้นเล็กน้อย “มะลิยังสาว ไม่ต้องมาลำบากกับยายหรอก คนแก่ๆอย่างยายอีกเดี๋ยว ไม่กี่ปีสองปียายก็ตายแล้ว”ยายจันทร์ปลอบ “เรื่องนี้ผมช่วยได้นะครับ” ธาวินที่มองดูเหตุการณ์อยู่นาน อาสาช่วยเหลือ “คุณธาวิน คุณไม่ต้องลำบากหรอก”ยายจันทร์ห้าม กระบอกตาของหญิงสาวเริ่มร้อนผ่าวๆ ยายที่เลี้ยงดูเธอมาจะอยู่กับเธอได้อีกไม่นาน มะลิวัลย์รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน สะอื้นไห้ ธาวินเห็นดังนั้นรีบเดินตามทันที “มะลิ”ธาวินเรียก เดินเข้าไปใกล้หญิงสาวจากทางด้านหลัง “เรื่องนี้พี่ช่วยได้นะ” มะลิวัลย์หันมองชายหนุ่มข้างกายทันที สายตาของเขาทอดมองมาด้วยความจริงใจ มะลิวัลย์สัมผัสได้ แต่เธอก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณไม่ต้องเข้ามายุ่งก็ได้” เธอพึมพำ สะอื้นไห้ ธาวินยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตากลมโตคู่สวยอย่างอ่อนโยน “จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าพี่ไม่ใช่คนอื่น” ธาวินย้ำเช่นเดิมหนักแน่น มะลิวัลย์ลังเล เช็ดน้ำตาตัวเอง ก่อนจะยืนนิ่งไม่ยอมพูดจากับธาวิน ซึ่งดูเหมือนเขาจะเข้าใจเธอ เธอพยายามคิดหาวิธีรักษายายจันทร์ หนทางเดียวที่เธอเหลืออยู่ตอนนี้คือ...“ลืมตาขึ้นสิครับ คนสวย แล้วมองพี่ว่าเราเซ็กซี่แค่ไหน” ธาวินเอ่ยสั่งอย่างเอาแต่ใจ เคลื่อนมืออีกข้างไปด้านหลังบางปลดตะขอชั้นในที่ต้องลำอาจากร่างอรชรแล้ว มันเหมือนเป็นคำปลุกเร้าเธอ ยอมทำตามแต่โดยง่าย มองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำสายตาจดจ้องมองกายสาว นิ้วของเขาขยับรัวๆใส่ร่างกายของเธอ แล้วถอดถอนนิ้วของเขาออกมาพร้อมชิมรสชาติจากกายสาว ธาวินเห็นว่าหญิงสาวมองเขาไม่วางตาชายหนุ่มจึงค่อยๆจรดความแข็งขึงสัมผัสกับกุหลาบงามถูไถเบาๆยั่วอารมณ์ของหญิงสาว คลึงเคล้าเกสรงามอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยชำแรกกายเข้าไปเส้นทางที่คับแคบอย่างเชื่องช้า มะลิวัลย์ยกมือขึ้นปิดเสียงคราง มองร่างแกร่งที่แทรกเข้ามาอยู่ในกายเธอ จนร่างกายของเธอรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครู่ ชายหนุ่มจับเรียวขาทั้งสองข้างโอบเอวแกร่ง โน้มตัวไปสัมผัสหน้าอกหน้าใจที่ดีดเด้งตามจังหวะหายใจของหญิงสาว ธาวินหมั่นเติมเชื้อไฟปรารถนาให้ร่างบางไม่ขาด มือคลึงเคล้าอยู่จุดประสานส่วนอีกข้างก็ฟ้อนเฟ้นทรวงอกสลับกับดูดดื่ม มะลิวัลย์เริ่มหายใจหายคอติดขัด ร่างกายถูกรุ่มเร้าด้วยความหฤหรรษ์รอบด้าน ร่างกายเครีย
“รู้สึกยังไงสาวน้อยร้อนรักของพี่” น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า มือหนากอบกุมทรวงอกฟ้อนเฟ้นอย่างหนักหน่วงผ่านเสื้อยืดตัวเล็ก เคลื่อนมือมาประคองสะโพกเอาไว้ก่อนจะขยับถี่รัวตามที่ใจปรารถนา เสียงครางหวานที่คนใต้ร่างสะกดกั้นไม่อยู่กระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี “อือ อะ..อา คะ...คน บ้า” คำพูดของมะลิวัลย์กระท่อนกระแท่น ความเสียวสยิวรวมไปอยู่จุดเชื่อมประสานที่ขยับไหวอย่างรัวเร็ว เธอขยับกายไม่ได้มากเท่าที่ควรเธอก็ยิ่งทรมานเมื่อจู่ๆเขาก็หยุดกะทันหัน “ตอบมาก่อนที่รัก ไม่งั้นก็ทรมานอยู่แบบนี้แหละ” “มีความสุข พอใจหรือยังตาเฒ่า” มะลิวัลย์ตอบออกไปด้วยความทรมานและท่วงท่าตอนนี้ทำให้เธอขยับตัวได้ไม่มาก “ว่าพี่แก่งั้นเหรอ”เขาโค้งตัวเอื้อมมือไปปลดเนกไทที่มัดแขนเรียวออก พร้อมกับดึงผ้าปิดตาออกล็อกใบหน้าหวานรับจูบแสนเร่าร้อน ลบรอยของคนอื่นที่บังอาจมาจูบเมียเขา “ปะ...เปล่านะ อือ อา... มันเร่าร้อนเกินไป”มะลิวัลย์สั่นหน้าปฏิเสธ ก้มหน้าแดงก่ำแนบกับเตียงนอน มือที่ได้รับอิสระต้องหาที่ยึดเพราะกลัวไถลไปตามแรงของคนหื่นกาม มะลิวัลย์ครางระส่
นานนับสิบนาทีตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มไม่ยอมปริปากพูดกับเธอไม่ว่าเธอจะอ้อน หรือยั่วแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังไม่ตะบะแตกยอมพูดกับสักคำเดียว “พี่ธาวินอย่าเงียบสิคะ”เธอลองง้ออีกครั้ง ครั้งนี้เธอข่มความอายงัดไม้ตายมาง้อชายหนุ่มโดยการดึงคอเสื้อคอกว้านลึกลงไปร่องอก คนหื่นอย่างธาวินมีหรือจะทนแรงยั่วยวนจากเธอได้ ธาวินนับหนึ่งนับสองในใจ โกรธก็โกรธ แต่ทรวงอกอันล้นหลามของเธอทำเอาชายหนุ่มเลือดลมเริ่มติดขัด มะลิวัลย์เป็นเด็กวัยละอ่อน รอให้ถึงจุดหมายก่อนเถอะ เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ร้องอุทธรณ์ หรืออธิบายใดๆ “บอกมาได้หรือยัง ว่าจะพามะลิไปไหน” “ใกล้ถึงแล้ว เดี๋ยวก็รู้” ธาวินตอบ แสยะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า มะลิวัลย์ไม่รู้จะดีใจหรือกลัวดีที่ชายหนุ่มยอมพูดกับเธอแล้ว ยอมยิ้มเมื่อครู่ทำให้เธอกลัวขึ้นมาทันทีอย่างบอกไม่ถูก พอมาถึงในใจของเธอต้องร้อง อ้อ ทันที เพราะตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ก “ยืนนิ่งทำไมครับ รีบขึ้นไปสิ” ธาวินขู่เสียงดัง จนเธอสะดุ้งรีบเข้าไปในคอนโดมิเนียมกดลิฟต์ เหลียวมองคนตัวโตที่
ธาวินกลับเข้าไปในห้องประชุมด้วยสติครบถ้วน เต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ แม้ว่าการนำเสนองานจะได้เริ่มต้นใหม่ แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มีสมาธิ แล้วกลายเป็นตัวตลกในการประชุม “วันนี้คุณธาวินเป็นอะไรไปครับ ในห้องประชุมก็เหม่อลอย”กฤชถามอย่างเป็นห่วง “ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะมองไปไหนใบหน้าของมะลิวัลย์ก็ตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง อีกหน่อยผมคงกลายเป็นคนติดเมียไปเสียแล้ว” ธาวินบอกเลขาคู่ใจไปตามตรง “อาจจะเป็นเพราะคุณธาวินกำลังแต่งงานหรือเปล่าครับ” “อาจจะใช่” ธาวินยอมรับอย่างง่ายดาย จากเมื่อก่อนหัวรั้นสุดขีด ใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ใส่ใจนอกจากความคิดของตัวเองเท่านั้น “แล้วให้ผมไปรับคุณมะลิไหมครับ หรือว่าคุณธาวินจะไปรับเอง” จริงๆแล้วกฤชไม่ควรถามด้วยซ้ำ เมื่อเห็นรอยยิ้มกระชากใจสาวๆเขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว “ผมจะไปรับเอง” เขาอยากไปรับมะลิวัลย์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะพาเธอไปที่คอนโดมิเนียม แล้วกอดฟัดให้หายคิดถึง และจัดการมอบบทรักที่ใบหน้าเจ้าหล่อนตามมาหลอกหลอนเขาจนไม่เป็นอันทำงาน “รอยยิ้มแบบนี้ คุณธาวินคงกำล
เดือนถัดมา... ธาวินขับรถมาส่งเธอที่บ้านหลังเล็ก เพราะเธอต้องอยู่ดูแลยายจันทร์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียงสองสัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้ากลัวว่ายายจันทร์จะเป็นอะไรไปอีก “มะลิไม่ต้องมาดูแลยายก็ได้ มีคุณพยาบาลมาอยู่ด้วยทั้งคน” ยายจันทร์บอกหลานสาว “มะลิอยากดูแลยาย ถ้าไปทำงานกับพี่ธาวินก็เกะกะเขาเปล่าๆ สู้อยู่ดูแลยายดีกว่า” “ถ้างั้นก็ตามใจ” ยายจันทร์หยิบไหมพรมมาถักต่อ พยาบาลก็เตรียมยาสำหรับมื้อเที่ยงและมื้อเย็นไว้อย่างเสร็จสรรพ “มะลิ มะลิ” เสียงตะโกนของใครบางคนดังอยู่หน้าบ้าน มะลิวัลย์รีบออกไปดูทันที “อ้าว มีอะไรเหรอน้ำ” มะลิวัลย์ยิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า “เรามีเรื่องให้ช่วยหน่อย” เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอกหญิงสาว ปาดเหงื่อจากหน้าผาก “มะลิช่วยมาเป็นนางเอกวิดีโอให้เราได้ไหม พอดีนางเอกของกลุ่มเราไม่สบาย มะลิช่วยเราได้ไหม” “ได้สิ แล้วที่ไหนล่ะ” มะลิวัลย์พยักหน้า ก่อนกันไปขออนุญาตยายจันทร์ “อยู่ในสวนสาธารณะในหมู่บ้านนี่เอง เดี๋ยว
ไอรินกอดอก ขมวดคิ้วจนแทบจะจับมาผูกโบว์ได้อยู่แล้ว ถอนหายใจแรงๆอย่างไม่พอใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอควรให้โอกาสมาร์คอีกครั้งใช่ไหม “ฉันจะยอมกลับไปคุณอีกครั้งค่ะมาร์ค แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันให้เหงาหรืออดทนกับอะไรที่มันทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันจะเลิกกับคุณทันที” ไอรินรับปากอย่างจำนนต่อการตื้อของสองหนุ่ม “ผมดีใจมากๆเลย” มาร์คโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ ดีใจด้วยนะมะลิวัลย์ ใจของธาวินไม่หวั่นไหวต่อฉันสักนิด” ไอรินพูดพร้อมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหันไปหามาร์คแล้วควงแขน “อย่าไปฟังเธอเลยนะ” ธาวินก้มกระซิบชิดใบหูมะลิวัลย์ เขากลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบายใจกับคำพูดเมื่อครู่ของไอริน “ความจริง มะลิก็ไม่ได้ติดอะไรนะคะ คุณไอรินคงอยากพูดให้มะลิเจ็บใจเล่น” “งั้นมะลิก็ไม่ได้โกรธไอรินใช่ไหม” “ค่ะ” มะลิวัลย์รับคำสั้นๆ “งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวนมสายจะเตรียมอาหารรอเก้อหมดพอดี” ธาวินเอ่ยชวนจูงมือหญิงสาวเดินตามต้อยๆ จนมาถึงโต๊ะทานอาหารที่มีก้องเกียรติและผการออยู่แล้ว ยิ้มน







