登入ธาวินขับรถออกมาอย่างช้าๆ เหลียวมองข้างถนน เผื่อจะเจอหญิงสาวที่ทำให้หัวจิตหัวใจเขาระส่ำระสาย ไม่เป็นผู้เป็นคนตลอดหลายวันที่ผ่านมา
และแล้วความตั้งใจของเขาก็ไม่เสียเปล่า เขาเห็นมะลิวัลย์เดินของมาจากร้านสะดวกซื้อ กำลังเดินขบเขี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อย ไวเท่าความคิด ธาวินรีบบีบแตรรถ เรียกความสนใจจากหญิงสาว “มะลิ มะลิ ขึ้นรถ” ธาวินลดกระจกรถลงเรียกหญิงสาว มะลิวัลย์ตกใจที่จู่ๆก็มีรถมาบีบแตรไล่เธอ ก่อนจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้น มะลิวัลย์เงยหน้ามอง ตาของเธอเบิกกว้าง ชายใจดีเหมาข้าวแกงเธอวันนั้น เขาต้องการข้าวแกงอีกหรือไง “คุณ มีอะไรเหรอคะ” มะลิวัลย์งงงวย เอ่ยถามอย่างสงสัย “ขึ้นมาเถอะน่า” ธาวินรบเร้าหญิงสาว มะลิวัลย์ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มต้องการให้เธอขึ้นรถไปกับเขาเหลือเกิน เธอก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ มะลิวัลย์ไม่ยอมง่ายๆยังยืนนิ่งครุ่นคิด “ทำไมต้องขึ้นรถ ถ้าต้องเหมาข้าวแกง วันพรุ่งนี้แล้วกัน” มะลิวัลย์บอกปัดๆ กำลังจะเดินหนี ธาวินที่หมดหนทางต่อรอง “ใช่ ฉันจะมาเหมาข้าวแกง แต่เธอขึ้นมาคุยในรถก่อนได้ไหม” ธาวินกึ่งสั่งกึ่งขอร้อง น้ำเสียงออดอ้อนอย่างที่สุด เขาอยากรู้จักสาวน้อยคนนี้ให้มากกว่าข้อมูลที่เขาได้รับจากนักสืบ มะลิวัลย์ยืนนิ่ง ลังเล ในใจครุ่นคิดอย่างหนัก เขาจะมาเหมาข้าวแกงเธออีกงั้นเหรอ ช่างเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ รายได้เป็นกรอบเป็นกำลอยมาในความคิดของเธอ แถมช่วงนี้ข้าวแกงของยายจันทร์ขายไม่ค่อยดีเสียด้วย สุดท้ายมะลิวัลย์ยอมขึ้นรถแต่โดยดี “คุณจะสั่งข้าวแกงกี่ถุงคะ ฉันกับยายจะเตรียมของได้ทัน” เธอถามทันที “เดี๋ยวก่อน มะลิใจเย็นๆ” ธาวินห้ามเสียงอ่อน ก่อนออกรถขับตรงไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย “แล้วนี่คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย” มะลิวัลย์ถามหน้าตาตื่น “ก็แล้วไง ฉันไม่พาเธอไปฆ่าไปแกงที่ไหนหรอกน่าไว้ใจฉันได้ ฉันก็แค่อยากพาเธอขับรถเล่นเท่านั้น ดีกว่าเดินแถวหน้าปากซอยบ้านเธอ เดี๋ยวขี้เมาก็ฉุดเอาหรอก” ธาวินบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน “แล้วคุณจะเอาข้าวแกงกี่ถุงคะ” สิ่งที่ชายหนุ่มเตือนทำให้มะลิวัลย์เงียบได้ไม่ถึงนาที ดูเหมือนเธอจะต้องถามเขาเรื่องผลประโยชน์มากกว่า “เธอทำได้เท่าไหร่ ฉันก็เหมาหมดนั่นแหละ” มะลิวัลย์รับปากอย่างหนักแน่น ก่อนจะพูดต่อ “ที่นี้ฟังฉันได้หรือยัง เธอมีแฟนหรือยัง แล้วทำไมไม่คิดจะเรียนหนังสือหนังหาห๊ะ” “เราไม่รู้จักกันเนี่ยหน่อย คุณจะมาซักไซ้เรื่องของฉันทำไม” มะลิวัลย์ตอบกลับด้วยอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อชายหนุ่มทำที่ท่าจะสั่งสอนเธอ “ก็เพราะฉันเป็นห่วงเธอน่ะสิ” มะลิวัลย์อึ้งเล็กน้อย “เราเป็นแค่แม่ค้ากับลูกค้าเท่านั้น” เธอย้ำ “แต่สำหรับฉันไม่! ฉันชอบเธอ ฉันอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่านี้” ธาวินบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น เท้ารีบเหยียบเบรกทันทีเมื่อเข้ามาจอดอยู่ใต้ร่มไม้ ในถนนที่รถไม่ค่อยผ่าน“เชิญครับคุณผู้หญิง” มะลิวัลย์แบะปากหมั่นไส้เล็กน้อย มองเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเรียบหรู ห้องผ้าม่านและผ้าปูเตียงสีขาวดูสะอาดตา ทุกอย่างถูกดูแลอย่างดี เธอควรจะทำตัวให้ชินกับโอ่อ่าของบ้าน ทว่าอีกด้านหนึ่งมันยิ่งตอกย้ำว่าเธอกับเขานั้นต่างกันมากแค่ไหน “คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ฉันกลับไปค้างที่บ้านหลังเดิมของฉันดีกว่า” “ไม่ เราต้องพักที่นี่นะ มะลิจะทิ้งให้พี่นอนหนาวอยู่คนเดียวงั้นเหรอ” ธาวินทำท่าน้อยอกน้อยใจหญิงสาว “ห้องนี้มันใหญ่เกินไป ฉันอยู่ไม่ได้หรอก” “มะลิอย่าเรื่องมากได้ไหม มีผัวรวยๆไม่ชอบหรือไง แถมพี่หล่อเหลาขนาดนี้ ยังกล้าปฏิเสธพี่อีกเหรอ” ธาวินบอกเสียงเข้ม สีหน้าดุดัน สายตาจ้องเขม็งมองสาวน้อยไม่ว่างตา ไวเท่าความคิดธาวินเอื้อมมือไปคว้ามือหญิงสาว ดึงเข้ามาในห้อง มะลิวัลย์อ้าปากอยากต่อว่าเขานักที่กล้าว่าเธอเรื่องมาก ปกติเธอเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย “ฉันไม่ได้เรื่องมากเสียหน่อย” “ไม่ได้เรื่องมากก็เข้ามา”ธาวินทนไม่ไหวกับความชักช้า จัดการอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมอก และทิ้งตัวน
“คุณจะทำอะไร”มะลิวัลย์ถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากหยัก หรี่ตาคมกริบมองสาวน้อยในอ้อมกอดเล็กน้อย “ก็จะแนะนำว่าที่คุณผู้หญิงของบ้านนี้ให้ทุกคนรู้จัก” ธาวินพูดจบก็จับปลายจมูกรั้นเบาๆ “คนเผด็จการ!”มะลิวัลย์ต่อว่า ส่ายหน้า ตีอกชายหนุ่มอย่างแรง “คุณก็ปล่อยให้ฉันดีๆได้แล้วค่ะ” เธอวอนขอ “ไม่ นั่งตรงนี้แหละ ทุกคนจะได้รู้ว่าภรรยาคนนี้พี่หวงแค่ไหน” ธาวินปฏิเสธ “ตาบ้า ฉันยังไม่ได้เป็นเมียคุณเสียหน่อย แบบนี้ฉันเสียหายนะ” ไม่ถึงห้านาที แม่บ้านและคนรับใช้พร้อมทั้งคนสวนก็ยืนเรียงรายนับสิบคน “ทุกคน นี่คุณมะลิวัลย์กำลังจะมาเป็นภรรยาของฉัน” ธาวินแนะนำ ทุกคนมองมะลิวัลย์ด้วยสายตาชื่นชมและอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่ธาวินจะอนุญาตให้ทุกคนไปทำตามหน้าที่ “คุณธาวินค่ะ นมเปิดห้องนอนที่ติดกับห้องนอนคุณแล้วนะคะ” “ขอบคุณมากนะครับนมสาย แล้วเรื่องประตูเชื่อมล่ะครับ” ธาวินขอบคุณแม่นมของตัวเอง ไม่ลืมถามเรื่องที่วานให้แม่นมช่วย “เรียบร้อยแล้วค่ะ” สายกระซิบข้างหูเจ้านายที่ต
“พี่จะบ้าอำนาจก็เพราะมะลินั่นแหละ จะเป็นเมียพี่อยู่แล้ว ยังจะคิดเจ้าชู้อีก” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม สีหน้าเคร่งเครียด “คุณธาวินครับ ผมวางเอกสารสำคัญไว้ในห้องทำงานเรียบร้อย เดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” กฤชที่เดินไล่หลังมา ลาเจ้านาย ธาวินพยักหน้ารับรู้ มะลิวัลย์กำลังอ้าปากเอ่ยลากฤชก็ถูกสายตาคมกริบจ้องเขม็งจนเธอต้องหุบปากทันที “อย่าหักโหมมากนะครับนาย” ก่อนกลับกฤชไม่ลืมเอ่ยแซ็วธาวิน โดยไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกหักเงินเดือนแม้แต่น้อย “ที่นี้เราก็อยู่กันสองคนแล้ว หึๆ” ธาวินหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์ มะลิวัลย์รู้สึกตงิดใจอย่างไรก็ไม่รู้ เมื่อเห็นสายตาแวววาว และรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าคมคาย เธอคาดไม่ออกว่ามันจะส่งผลดีหรือผลร้ายต่อตัวเธอกันแน่ “เอ่อ คุณอยู่คนเดียวเหรอคะ” มะลิวัลย์พยายามเบี่ยงประเด็น มองไปรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือจากเสือร้ายอย่างเขา “มองหาใครอยู่” ธาวินขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ในระยะห่างกันไม่ถึงคืบ หญิงสาวไม่กล้าจ้องตา หลุบตามองพื้นทันที เพียงแค่นั้นเขาก็รู้ทันทีว่ามะลิวัลย์กำลังมองหาอะไรสักอย
เป็นครั้งแรกของมะลิวัลย์ในการมาเยือนคฤหาสน์หลังโตของนักธุรกิจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอกำลังตกถังข้าวสารชัดๆ เธอกับเขาช่างต่างกันเหลือเกิน “นี่บ้านพี่เอง เป็นไงสวยไหม” ธาวินผายมือไปรอบๆบ้าน หลังจากเปิดประตูรถให้หญิงสาวออกมา “บ้านหลังใหญ่มากเลย” เธออุทาน มันช่างแตกต่างกับสถานที่ที่เธออยู่อาศัย “เป็นไง ไม่ต้องอึ้งหรอก เดี๋ยวมะลิก็จะมาเป็นคุณผู้หญิงของที่นี่แล้ว” ธาวินกลั้วหัวเราะ ฉุดเรียวแขนของมะลิวัลย์ไปตามแรง เขาอยากจะพาเธอเข้าไปในบ้าน มะลิวัลย์ไม่ยอมเดิมตาแรงฉุด เธอยืนนิ่ง สั่นหัวไล่ความหลงใหลในทรัพย์สมบัติ “ฉันเห็นแบบนี้ในละคร พอนางเอกแต่งงานกับพระเอกทีไร ย่อมมีตัวร้ายเข้ามาแทรกทุกที” มะลิวัลย์พึมพำตามความรู้สึกของเธอกับจินตนาการสุดล้ำเลิศ ธาวินเลิกคิ้ว แล้วระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจใหญ่ ไม่คิดว่ามะลิวัลย์จะติดละครหลังข่าวจนเอามาคิดเป็นตุเป็นตะ “หัวเราะทำไม ก็มันเรื่องจริง” มะลิวัลย์แหวใส่ชายหนุ่ม “พี่ว่ามะลินะคิดมากเกินไปหรือเปล่า ก็พี่บอกแล้วไงพี่ไม่มีใคร พ
มะลิวัลย์อ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง พูดไม่ออก เมื่อครู่ยังดีใจนักดีใจหน้าที่เธอยอมแต่งงานด้วย คราวนี้กลับปฏิเสธหน้าตาเฉย เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ “คนปลิ้นปล้อนจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” เธอต่อว่า “ก็แล้วทำไมล่ะ มะลิยังอยากให้พี่แต่งงานด้วย แต่ให้เป็นผัวลับๆ พี่ไม่ยอม” คำพูดของธาวินทำเอาเธอตาโต เขาพูดเหมือนตัวเองเสียเปรียบมันควรเป็นเธอมากกว่าที่เป็นฝ่ายเสียหาย แล้วคำว่า ผัวลับๆ มันก็ไม่เหมาะยังเขาเลย “คุณจะเอายังไงก็ว่ามา” มะลิวัลย์หมดหนทางต่อรอง “พี่จะไปบอกยายจันทร์เดี๋ยวนี้เลยว่าเราสองคนจะแต่งงานกัน” ธาวินบอก “คุณไม่ต้องบอกฉันหรอก ฉันได้ยินหมดแล้ว”ยายจันทร์เปิดประตูออกมา มองหันมองหนุ่มสาวสลับกัน หล่อนแอบฟังอยู่นาน เข้าใจความรู้สึกของหลานสาวที่อยากช่วยหล่อน “ยาย เอ่อ...คือ” มะลิวัลย์ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร “หลานไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คุณด้วย ถ้าจะแต่งงานกันจริงๆ ยายก็ไม่ห้ามหรอกนะ ฉันก็แก่มากแล้วไม่รู้ว่าจะดูแลยายมะลิได้นานสักแค่ไหน ส่วนเรื่องค่ารักษาก็แล้วแต่ตามตกลง
“ตกลง ฉันจะแต่งงานคุณ” นั่นคือคำพูดที่หลุดของมาจากปากของมะลิวัลย์ หลังจากเงียบไปนานสองนาน มะลิวัลย์คิดดีแล้วถึงพูดมันออกมา ในเมื่อเขาต้องการแต่งงานกับเธอ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ยายจันทร์คงไม่ยอมให้เธอยืมเงินของธาวินแน่ ถ้าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับชายหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้าง แววตาเป็นประกายระยิบระยับ “มะลิ ไม่ได้ล้อพี่เล่นใช่ไหม” ธาวินถามด้วยความดีใจ ถึงจะรู้แก่ใจดีว่าที่เธอตกลงแต่งงานกับเขา “เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้หรอกค่ะ” มะลิวัลย์ยอมรับ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันมีเงื่อนไข คุณคงไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหมคะ” “โธ่ พี่จะว่าอะไรมะลิได้ล่ะครับ ว่าแต่เงื่อนไข คงไม่ใช่ให้พี่ช่วยเรื่องคุณยายหรอกใช่ไหม” ธาวินรู้ทัน มะลิวัลย์พยักหน้ารับเบาๆ เธอต้องการช่วยยายจันทร์ ลำพังขายข้าวแกงเธอคงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนธาวินอยู่ดี นอกจากจะแต่งงานตอบแทน “เรื่องนี้ ขอฉันบอกยายเองนะคะ ส่วนคุณก็ช่วยฉันกล่อมยายให้ยอมไปผ่าตัดนะคะ” มะลิวัลย์จับลำแขนแกร่งเขย่าเบาๆอย่างอ้อนๆ “ครับผม สั่งมาเลยครับ







