เข้าสู่ระบบลิ้นสากดุนกระพุงแก้ม ดวงตาคมฉายแววดุดัน สองเท้ายาวก้าวประชิดตัวภายในพริบตา ส่วนมือบีบหัวไหล่
“เอม ขอโทษ เอมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพี่ภู” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้เพราะรู้สึกผิดที่ทำร้ายร่างกายคนอื่น ดวงตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำใส
“ไม่ตั้งใจเหรอ” เขาทวนคำนั้นอีกครั้งมุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน
“เมื่อไรเธอจะออกไปจากชีวิตฉันสักที” ชายหนุ่มตะคอกพร้อมออกแรงผลักโดยไม่ตั้งใจจนร่างเล็กล้มลงหัวโขกกับมุมโต๊ะ
หญิงสาวยกมือขึ้นแตะหางคิ้วเหมือนรู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมา “เลือด” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม
“เฌอเอม” ชายหนุ่มตกใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป
“อย่าเข้ามาค่ะ” หญิงสาวยกมือห้ามเสียงหลงเมื่อเห็นว่าเขาจะเดินเข้ามา เฌอเอมยันกายลุกขึ้น
“ถือว่าเราหายกันกับที่เอมตบหน้าพี่ภูเมื่อกี้นะคะ” สายตาที่เธอมองมายังเขามันตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ “เอม พี่ขอ...”
ประโยคขอโทษยังเอ่ยไม่ทันจบเสียด้วยซ้ำหญิงสาวก็รีบเปิดประตูวิ่งออกไป รำภาที่ได้ยินเสียงทะเลาะกันก่อนหน้านี้อยู่แล้วยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นเฌอเอมวิ่งออกมาพร้อมกับแผลเหนือหางคิ้ว
“ตายแล้ว!” หล่อนยกมือทาบอกด้วยความตกใจ สายตามองตามหลังแล้วก้มลงเหมือนควานหาอะไรบางอย่าง
“คุณหาอุปกรณ์ทำแผลอยู่ใช่ไหม เอาไป” ภูภัทรเปิดประตูออกมายื่นกล่องอุปกรณ์ทำแผลให้ “ผมฝากคุณดูแลเฌอเอมด้วยนะ”
รำภาพยักหน้าให้แต่ก็ยืนหันไปหันมาเหมือนจะถามอะไรก็ไม่ถามจนเขาต้องเป็นคนเอ่ยขึ้นเองเพราะรู้ว่าเลขาส่วนตัวคิดอะไรอยู่
“มันเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่ได้ทำร้ายเธอ รีบตามไปเถอะ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้
“ออเหรอคะ ได้ค่ะ ภาจะรีบตามคุณเอมไป”
เมื่อได้รู้คำตอบอย่างชัดเจนแล้วรำภาจึงรีบวิ่งตามเฌอเอมไปทางบันไดหนีไฟทันที
เสียงสะอื้นไห้ดังมาจากชั้นสามของอาคาร รำภาที่เดินวนบันไดลงมาจนเหนื่อยหอบจึงหยุดพักครู่หนึ่ง
เนื้อตัวสั่นโยนของเฌอเอมเรียกความสงสารจากรำภาอยู่ไม่น้อย หล่อนทำได้เพียงแค่เดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แล้วยกมือตบไหล่เพื่อปลอบใจ
เฌอเอมเงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนที่เห็นกันมาตั้งแต่อ้อดแต่ออกและเป็นแค่คนเดียวที่เธอกล้าที่จะโผเข้ากอด
“ร้องออกมาเถอะค่ะคุณเอม ถ้ามันเจ็บก็แค่ร้องไห้ออกมาให้หมด”
ประโยคที่ดูเหมือนปลอบใจแต่ยิ่งฟังกลับยิ่งร้องไห้ออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ถ้าหากคนอื่นรู้ก็คงด่าว่าเธอโง่ที่ทนอยู่ แต่หากใครไม่เคยเจอกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็คงไม่เข้าใจเธอหรอก
หญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานหลายนาทีโดยที่มีรำภาอยู่เป็นเพื่อนและคอยทำแผลให้จนเสร็จ
“ขอบคุณมากนะคะ เอมคงต้องไปทำงานแล้วหายมานานเดี๋ยวคนในแผนกสงสัย”
เธอบอกกับรำภาทั้งที่ยังสะอื้นอยู่ส่วนมือก็ยกขึ้นเช็ดน้ำหูน้ำตา เหลือไว้เพียงนัยน์ตาขาวที่แดงก่ำ
“เออ คุณเอมคะ คุณภูเป็นห่วงคุณเอมนะคะ”
“คนอย่างเขานะเหรอคะที่ห่วงเอม ต้องรอให้น้ำท่วมหลังเป็ดมันถึงจะมีวันนั้น”
“คุณภู ห่วงคุณเอมจริง ๆ นะคะไม่งั้นคงไม่ให้ฉันเอากล่องยามาทำแผลให้หรอก”
หญิงสาวพูดด้วยความสัตย์จริง อย่างน้อยก็ไม่อยากให้คนเป็นเจ้านายทะเลาะกันจนเรื่องบานปลาย เฌอเอมได้แต่พยักหน้าให้เบาๆ
รำภาไม่รู้หรอกว่าคนอื่นมองออกไหม แต่สำหรับเธอมองออกว่าเจ้านายตัวเองน่าจะพอมีใจให้กับเมียอยู่บ้างแต่แค่ยังไม่รู้ใจตัวเองก็เท่านั้น
“ตายแล้ว เฌอเอมหัวไปโดนอะไรมา”
น้ำขิงตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าก๊อตติดหน้าผาก เสียงร้องเหมือนตกใจเมื่อครู่ทำให้คนอื่นหันกลับมามองที่หญิงสาวเป็นตาเดียว
“ตาย ๆ พี่ก็ว่าหายไปไหนตั้งชั่วโมง ไปโดนอะไรมาดูสีตาแดงหมดแล้ว” ท่าทางอ้อนแอ้นของพี่ไมตรีวิ่งกระโตกกระตากเข้ามาหา
“ยังไม่ตายค่ะ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ แต่เอมไม่เป็นอะไรมาก”
“แล้วทำไมไม่โทรมาบอก แล้วนี่จะทำงานไหวไหม”
“ไหวค่ะ แผลแค่นี้ไกลหัวใจเยอะ เอมไปทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวเสร็จไม่ทันเลิกงาน” หญิงสาวยิ้มให้บาง ๆ แล้วเบี่ยงตัวหลบเดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าหากกลับบ้านไปเธอก็คงต้องถูกซักไซ้เรื่องแผลที่ได้มาอย่างแน่นอนและการที่เขาสั่งให้พี่รำภาเอาอุปกรณ์มาทำความสะอาดให้ก็คงเพราะกลัวว่าเธอจะเอาเรื่อง คุณพิมดาวไปฟ้องคุณพ่อกับคุณแม่แน่นอน....
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







