ログイン“คะ? เค้กก็แต่งชุดนักศึกษาปกตินะคะ” เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอมาฝึกงานก็ต้องใส่ชุดนักศึกษาถูกต้องแล้ว
“ฉันหมายถึงกระโปรง ใครสอนให้เธอใส่กระโปรงสั้นขนาดนั้น นี่มันโรงพยาบาล ถ้าไม่อายพนักงานด้วยกันก็อายญาติคนไข้บ้าง ไม่มีใครเคยสอนหรือไงว่ามันไม่สุภาพ”
ธามไทดุด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่ชอบเด็กไม่รู้จักกาลเทศะ อีกอย่าง เขมมิกาก็ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ การที่ใส่กระโปรงสั้นแบบนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ ในโรงพยาบาลแน่นอน และคนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือตัวเธอเอง
“ขอโทษค่ะ พรุ่งนี้ เค้กจะเปลี่ยนไปใส่กระโปรงยาวตามที่หมอสั่ง”
เขมมิการู้สึกหน้าชาทันทีที่โดนด่าราวกับพ่อแม่ไม่สั่งสอนเพียงเพราะว่าเธอใส่กระโปรงสั้น แต่ถึงอย่างนั้น หญิงสาวก็จำต้องยอมทำตามที่หมอหนุ่มบอก
“อืม เดี๋ยวสิบโมง ฉันมีประชุม เธอก็เตรียมเข้าด้วย” พูดจบ ธามไทก็เปิดเอกสารดูเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าประชุมทันที
“เอ่อ หมอเมาค้างเหรอคะ” เท่านั้นก็ถูกสายตาคมกริบมองเธออย่างคาดโทษ “เอ่อ เค้กพูดอะไรผิดไปเหรอคะ”
เขมมิกาถามอย่างไม่เข้าใจสายตาดุของเขา ทั้งที่เธอถามด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ แต่กลับถูกมองราวกับทำอะไรผิดมา
“ไม่ผิด แต่ไม่ใช่เรื่องของเธอ หน้าที่คืออะไรก็ทำไป” ธามไทพูดนิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกทิ่มแทงกลางใจสาว เขาช่างมีพรสวรรค์ทำให้คนอื่นรู้สึกแย่เสียจริง
“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้น เค้กขอตัวไปทำหน้าที่ของเค้กก่อนนะคะ”
เขมมิกาเอ่ยพลางมองไปยังหมอธามไทที่ตอนนี้เอาแต่จ้องเอกสารทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้อีกแล้ว เมื่อเห็นอย่างนั้น หญิงสาวจึงไม่รอช้ารีบเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปทันที
ก๊อกๆ
เจ้าของร่างสูงโปร่งเงยหน้ามองไปยังประตู เขาพอจะเดาออกว่าเป็นใคร ชายหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาประชุมด้วยซ้ำ แต่ทำไมเขมมิกาถึงได้มาตามเขาแล้ว
“เข้ามา”
คุณหมอหนุ่มเอ่ยอนุญาตเสียงเข้ม ไม่นานร่างเล็กก็เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำส้มคั้นในมือ เธอเอามาวางที่โต๊ะให้เขาพร้อมกับส่งยิ้มหวาน
“อะไร” ธามไทมองหน้าสาวสวยหน้าใสสลับกับแก้วน้ำส้ม เพราะเขาจำได้ว่าไม่ได้สั่งให้เธอเอามาให้
“น้ำส้มไงคะ” เขมมิกาพูดอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้หมอหนุ่มอีกครั้ง
“ฉันรู้ แต่ฉันไม่ได้สั่ง เอามาทำไม” น้ำเสียงเจือความหงุดหงิด เขาละหมั่นไส้สีหน้ายิ้มแย้มและแววตาเป็นประกายของหล่อนเสียจริง
“ก็หมอเมาค้าง เค้กก็เลยเอาน้ำส้มมาให้ดื่ม หมอจะได้ดีขึ้นไงคะ แล้วอย่าเพิ่งว่าเค้กนะคะ ก็หมอบอกเค้กเองว่าให้ไปทำหน้าที่ตัวเอง ก็นี่ไงคะ หน้าที่เค้ก” เขมมิกาพูดเจื้อยแจ้วทันที เธอไม่ได้อยากกวนประสาท แต่เป็นห่วงชายหนุ่ม ไม่อยากให้เขาอยู่ในสภาพเบลอๆ เช่นนี้ไปถึงตอนเข้าประชุม
“คงดื่มบ่อยสินะถึงรู้ว่าน้ำส้มช่วยได้” พูดพร้อมกับจ้องหน้าเด็กสาวอย่างประเมิน คงไม่แปลกหากเขมมิกาจะชอบเที่ยว เพราะเด็กสมัยนี้สิ่งยั่วยุเยอะแยะ การไปเที่ยวดื่มแอลกอฮอล์กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับยุคสมัยนี้ไปเสียแล้ว
“เปล่าค่ะ เรื่องแค่นี้หาข้อมูลในเน็ตมีเยอะแยะไป” หญิงสาวเถียงแทบจะทันที เพราะเธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลยสักครั้ง เหตุเพราะเสียดายเงินนั่นเอง
“หึ เธอจะเคยดื่มหรือไม่ก็เรื่องของเธอ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก” ธามไทพูดอย่างไม่ใส่ใจเขมมิกา และไม่ใส่ใจแก้วน้ำส้มด้วยเช่นกัน
“เค้กไม่เคยดื่มจริงๆ ค่ะ เสียดายเงิน คนที่ดื่มอะไรพวกนี้ก็เหมือนเอาเงินไปทิ้งกับของไม่มีประโยชน์ชัดๆ” เขมมิกาบ่นอุบอิบ ก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งพูดไปดันไปเข้าตัวคุณหมอหนุ่มเข้าอย่างจัง
“หึ รสชาติชีวิตมันไม่หอมหวานอย่างที่เธอคิดหรอกนะเด็กน้อย ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ก็จะรู้เองว่า บางครั้ง แอลกอฮอล์ก็ช่วยทำให้บรรเทาความเครียดได้” แล้วส่ายหัวให้กับเด็กตรงหน้าที่ยังมีเรื่องให้สอนอีกเยอะ
“เค้กไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” โฟกัสแค่คำว่าเด็กที่ชายหนุ่มพูดขึ้น เพราะไม่อยากให้เขามองว่าเธอเป็นเด็กอีกต่อไป
“ไม่เด็กงั้นเหรอ รู้หรือเปล่าว่าฉันแก่กว่าเธอเท่าไร ถึงกล้ามาเถียงแบบนี้” ธามไทใช้น้ำเสียงเยือกเย็นอีกครั้ง เขาไม่ได้โมโห แต่อยากจะสั่งสอนเด็กคนนี้ให้รู้เสียบ้างว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
“หมออายุสามสิบเจ็ด เค้กรู้ดีค่ะ เค้กแค่อายุน้อยกว่าหมอ แต่เค้กไม่ใช่เด็กค่ะ” เขมมิกาพูดอย่างคนหัวรั้น รู้ดีว่าเขาแก่กว่าตนเองถึงสิบห้าปี ความคิดความอ่านย่อมต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ใช่เด็กที่เขาจะมาด่าว่าไม่รู้เรื่องรู้ราว
“โอเคๆ งั้นบอกหน่อยคุณผู้ใหญ่ ว่าทำไมถึงป่านนี้ไม่ไปเตรียมตัวประชุม” ธามไทเริ่มปวดหัวที่ต้องเถียงกับแม่เด็กรั้นคนนี้จึงเลือกที่จะตัดปัญหาเสียให้จบ
“กะ ก็ดื่มน้ำส้มก่อนสิคะ เค้กถึงไป” เขมมิกาพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งอ้อนวอน ถึงจะโมโหที่เขาเอาแต่ว่าเธอเป็นเด็ก แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นห่วงหมอหนุ่มอยู่ดี
“ถ้าฉันดื่ม เธอจะไปใช่ไหม”
ธามไทถามขึ้นด้วยความรำคาญใจ และเมื่อเห็นว่าเขมมิกาพยักหน้า เขาจึงรีบหยิบแก้วน้ำส้มเข้าปากรวดเดียวจนหมด
“โอเคนะ ไปได้แล้ว” พูดพร้อมกับหันไปสนใจเอกสาร ไม่สนใจร่างเล็กที่ตอนนี้ยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะยอมเดินออกไปในทันที
“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวด้วย” ธามไทพูดอย่างใจคิด ใช่ว่าเขาไม่เคยคบหาใคร แต่มักไม่ชอบให้คนในที่ทำงานหรือคนใกล้ตัวรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เนื่องด้วยว่าตนเองไม่ได้คิดจริงจังกับใครทั้งนั้น“แล้วแบบนี้ มันต่างจากการเป็นของเล่นของหมอตรงไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใจคิด เพราะเธอไม่ได้อยากเป็นของใคร แม้จะรักคนคนนั้นมากก็ตาม“ต่างตรงที่ว่า เธอเองก็เต็มใจและเข้าใจฉันไงล่ะเค้ก เธอก็รู้ว่าฉันยังไม่สามารถจริงจังกับใครได้ แต่ที่ฉันมีให้เธอแน่ๆ คือความจริงใจ และฉันก็มั่นใจว่าสามารถให้ความสุขเธอได้ ขอเพียงแค่เธอทำตามข้อตกลงของเรา”ธามไทพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้เขมมิกาใจอ่อน ยอมรับว่าตนเองก็เห็นแก่ตัวไม่น้อย เขาไม่สามารถให้ความจริงจังกับหญิงสาวได้ในตอนนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้เธอยอมรับข้อตกลงนี้“ไม่ค่ะ เค้กไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวกับใคร” เขมมิกาตอบปฏิเสธทันที แม้ว่าลึกๆ จะเจ็บที่ธามไทมองเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็ไม่สามา
หลังจากที่ธามไทขอเวลาตั้งสติเพียงครู่หนึ่ง เขมมิกาก็แต่งเนื้อแต่งตัวจนกลับมาอยู่ในสภาพมีเสื้อผ้าครบเหมือนเดิม หญิงสาวมองไปยังร่างสูงอย่างพิจารณา แม้เธอจะเด็กกว่าเขาอยู่มาก แต่ก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ว่าเรื่องที่ ‘เกือบ’ จะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คืออะไร แต่ที่ยังสงสัยอยู่คือเพราะอะไรหมอธามไทถึงทำเช่นนั้นกับเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ผลักไสให้ไปกับผู้ชายคนอื่น“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อกี้” ธามไทหันมาประจันหน้ากับหญิงสาว พร้อมนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหารตรงข้ามกับเธอ“ค่ะ เค้กรู้ว่าหมอไม่ได้ตั้งใจ” เขมมิกาตอบพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวชายหนุ่ม แต่ที่แน่ๆ หากธามไทปกติดี แม้แต่แตะต้องเนื้อตัวเธอแค่ปลายเล็บ เขาคงเลือกที่จะไม่ทำ“ฉันตั้งใจ และก็คิดดีแล้วที่จะทำแบบนั้นกับเธอ แต่ที่ฉันขอโทษก็เพราะว่า…ฉันรุนแรงกับเธอมากไปหน่อย” ธามไทพูดอย่างใจคิด และไม่เสียใจเลยที่กระทำแบบนั้นกับแม่กวางน้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่ใจเขาต้องการ แต่นึกโกรธตัวเองที่รุนแรงกับเธอมากไปจนอาจทำให้เขมมิกากลัว
“ถ้าหึง ทีหลังก็อย่านัดผู้หญิงให้ฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบ และไม่อยากอยู่กับใคร…นอกจากเธอ” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กจนเธอต้องถอยหลังจนชิดกำแพง“หมอธามหมายความว่าไงคะ”เขมมิกาเอ่ยถามด้วยแววตาสั่นระริก ยิ่งเขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอยิ่งหวาดหวั่นจนทำอะไรไม่ถูก“ก็หมายความอย่างที่พูด ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ หรือเธออยากได้การกระทำมากกว่า”ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขมมิกาเองได้เห็นแววตาที่เหมือนเสื้อร้ายจ้องตะครุบเหยื่อของเขา“อื้อ…”ไม่ปล่อยให้สาวเจ้าได้คิดนาน หมอหนุ่มประกบริมฝีปากเธอตามที่ใจโหยหาทันที เขาไม่อาจห้ามความห้องการในส่วนลึกของร่างกายได้อีกต่อไป…จูบแสนหวานที่เคยได้ลิ้มลองในครั้งนั้น ธามไทยอมรับว่ารู้สึกติดใจและอยากจะตักตวงความหวานจากแม่กวางสาวมากขึ้นเรื่อยๆ!ธามไทใช้ประสบการณ์ที่มีล่อลวงคนตัวเล็กให้เผลอจูบตอบ ไม่นานก็สามารถสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอได้ แล้วไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเพื่อหยอกเอินกับเธ
“งั้นศิไม่อ้อมค้อมละกันนะคะ เมื่อไหร่คุณจะคิดเรื่องแต่งงานของเราคะ พ่อมาถามศิทุกวันเลย” เป็นอีกครั้งที่ศศิเลือกจะอ้างสุนทร ความจริงท่านไม่ได้มาถามกดดันเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่อยากให้พ่อไปกดดันธามไทให้มาขอเธอแต่งงานเสียที“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะแต่งงานกับคุณ” ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เดาไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องที่ศศิอยากคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องจับแต่งงาน“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ คุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ถูกวางให้แต่งงานกันมานานแล้ว ศิเองก็ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเพราะให้เกียรติคุณ แม้ว่าคุณจะทำกับศิแบบตรงกันข้ามก็ตาม”ที่ผ่านมา ศศิรู้มาตลอดว่าธามไทมักจะมีผู้หญิงเข้ามาวอแวมากมาย มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะไม่จริงจังกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะรับได้ที่เห็นผู้ชายที่ตนเองชอบไปกับผู้หญิงคนอื่น“ใช่ ทุกคนบอกว่าเราควรแต่งงานกัน แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น และผมก็อยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” พูดพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเค้กขออนุญาตดูตารางงานคุณหมอสักครู่นะคะ”เขมมิกาตัดสินใจหาตารางว่างในวันพรุ่งนี้ให้ศศิ เพราะบางที ผู้ใหญ่อาจมีเรื่องสำคัญต้องคุยกันก็เป็นได้“พรุ่งนี้ หมอธามมีผ่าตัดคนไข้แต่เช้าเลยค่ะ น่าจะเสร็จประมาณห้าโมงเย็น เค้กว่าคุณศศินัดคุณหมอวันอื่นดีไหมคะ” คนเป็นเลขาฯ ถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เนื่องจากพรุ่งนี้ ธามไทน่าจะยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลากินข้าวหรือเจอใคร ดังนั้น ศศิควรมาพบวันอื่นแทน“ไม่เป็นไร ฉันจะมาเจอธามหลังห้าโมงละกัน ขอบใจจ้ะ”ว่าแล้ว ศศิก็วางสายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนเขมมิกางุนงงและสับสนว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่“เอาวะ ไว้พรุ่งนี้มีโอกาสก็ค่อยบอกหมอธามละกัน”หญิงสาวปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอจึงล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าเขมมิกาได้แต่มองนาฬิกา วันนี้ตลอดทั้งวัน หมอธามไทอยู่ที่ห้องผ่าตัด ตอนมาถึง เธอยังไม่ทันได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ และนี่ก็ใกล้เวลาที่ศศิจะมาเต็มทีแล้ว ทว่ายังไม่ไ
“แต่เค้กต้องฝึกงานที่นี่อีกเดือนกว่า พี่ปริญรอได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างลองใจ เพราะหากธามไทไม่รับเธอเข้าทำงานจริงๆ ก็ต้องดิ้นรนหางานอยู่ดี“สำหรับเค้ก ให้รอนานแค่ไหนพี่ก็รอครับ”ปริญยิ้มรับ รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้สำหรับพิเศษยิ่งกว่ามื้อไหนๆ แค่เพียงเขมมิกายอมให้เขาได้ทำความรู้จัก แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ชายหนุ่มเองก็มีความสุขกับมัน และมีความหวังกับความรักครั้งนี้อีกครั้งธามไทกลับคอนโดฯ ด้วยความรู้สึกสับสนในตนเอง อารมณ์เขาพลุ่งพล่านเสียจนยากจะควบคุม ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงแต่เขมมิกาทั้งที่ไล่เธอให้ไปกับผู้ชายคนอื่น แต่กลับเป็นตัวเขาเสียเองที่กำลังกระวนกระวายใจอย่างไม่มีสาเหตุ หมอหนุ่มเริ่มตกผลึกความคิดได้ว่า ตอนนี้ เขากำลังคิดกับเขมมิกามากกว่าเด็กฝึกงานทั่วไปได้คำตอบเช่นนั้นก็กดโทรศัพท์โทร.หาเพื่อนรักทันที แม้จะรู้ดีว่าต้องถูกมันเยาะเย้ยแค่ไหน แต่เขาก็ทนความอึดอัดไม่ได้อีกต่อไป“ไอ้ว่าน กูมีเรื่องจะคุยด้วย”“เรื่องน้องเค้กสินะ ฮ่าๆ กูบอกมึงแล้ว”







